เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 384 ประหยัดเงินมากกว่าพันล้านต่อปี

บทที่ 384 ประหยัดเงินมากกว่าพันล้านต่อปี

บทที่ 384 ประหยัดเงินมากกว่าพันล้านต่อปี


ลองคิดดูถ้าคาร์ฟูร์สามารเปิดไปทั่วทุกเมืองใหญ่ในประเทศจีนได้จะเป็นยังไง อย่างน้อยก็มีสักประมาณ 200 สาขาเห็นจะได้

แล้วคาร์ฟูร์เองก็ไม่ใช่ห้างขนาดเล็กซะด้วย ดังนั้นค่าเช่าของมันจึงแพงกว่าค่าเช่าทั่วไปหลายต่อหลายเท่า

ลองคิดถึงค่าเช่ารายปีที่ต้องจ่ายพร้อมกัน 200 สาขาดูสิ ถ้าปีไหนผลประกอบการไม่ดี บอกได้เลยว่าเป็นหนี้ท่วมแน่ สาขาไหนที่ขายไม่ดีก็จำเป็นต้องปิดตัวลงอีก

พอมีสาขาหนึ่งปิดตัว ชื่อเสียงของคาร์ฟูร์ก็จะเริ่มไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จากนั้นมันก็จะส่งผลกระทบต่อไปเรื่อยๆ จนต้องปิดคาร์ฟูร์ในที่สุด

เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ จำเป็นต้องป้องกันเอาไว้ก่อน

ถ้าคาร์ฟูร์สามารถครอบครองพื้นที่บริเวณนั้นเป็นของตัวเองได้ แต่ละแห่งก็จะมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 1,000 ตาราง สาขาไหนคนเยอะหน่อยก็อาจจะใหญ่ถึง 10,000 ตารางเมตรเลยก็ได้

แล้วถ้าครอบครองที่ดินแบบนี้สัก 200 ที่ล่ะ? คิดเล่นๆดูสิว่ามูลค่าของมันจะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่?

หมื่นล้านงั้นเหรอ? หรือว่าจะแสนล้าน?

นี่คือเป็นตัวเลขมูลค่าของที่ดินอย่างเดียวนะ เท่านี้คาร์ฟูร์ก็จะเป็นห้างที่มีมูลค่าเป็นหมื่นๆแสนๆล้านแล้ว

ถ้านับรวมมูลค่าของทั้งบริษัทล่ะก็…มันจะมากกว่านี้อีกประมาณ 3-4 เท่าเห็นจะได้

แค่นี้ก็รู้แล้วว่าการลงทุนในการซื้อที่ดินด้วยมันคุ้มค่าและได้กำไรมากแค่ไหน

นี่เป็นเรื่องที่คนทั่วไปไม่มีทางรู้ได้เลยว่าราคาอสังหาฯในประเทศจะขึ้นสูงขนาดไหน และยิ่งในยุคที่ราคาที่ดินถูกราวกับซื้อกะหล่ำปลีหัวหนึ่ง

หากว่าคุณมีบ้านสักหลังหนึ่งในหนานจิง บอกได้เลยเงินที่ได้จากการขายบ้านหลังนี้ในปีหลัง 2000 จะทำให้คุณและลูกหลานมีเงินใช้หลายชั่วอายุคน

"ครับพี่สาม"

เสี่ยวเว่ยจำขึ้นใจทันที นี่คือสิ่งที่พี่สามได้เน้นย้ำกับเขาตั้งหลายรอบ ดังนั้นมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแน่

ถ้าเปิดสาขาใหม่ จำเป็นต้องซื้อสถานที่ตรงนั้นเท่านั้น จะไม่มีการเช่าเด็ดขาด ต่อให้ค่าเช่าต่อปีจะถูกแค่ไหนก็ตาม

"ได้ครับพี่สาม"

ซู่เฟิงตอบด้วยความมั่นใจ

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะมองไปที่ทั้งสองคนละถามว่า

"ยอดขายของใช้ในบ้านช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?"

เมื่อได้ยินซูข่านถามเกี่ยวกับสถานการณ์ในคาร์ฟูร์ เสี่ยวเว่ยก็รู้สึกดีจนแทบน้ำตาไหลออกมา นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ซูข่านได้ถามเกี่ยวกับคาร์ฟูร์ นอกนั้นจะเป็นฝ่ายที่เสี่ยวเว่ยเล่าเองมากกว่า

เสี่ยวเว่ยเลยตอบอย่างจริงจัง

"ช่วงนี้ยอดขายของใช้ในบ้านดีมากเลยครับ ไม่ว่าจะสั่งมาจากทางใต้เท่าไหรก็สามารถขายได้หมดทุกชิ้น ดูเหมือนว่าลูกค้าที่มาห้างคาร์ฟูร์จะต้องการมาซื้อของใช้พวกนี้เป็นพิเศษครับ"

ซูข่านพยักหน้าด้วยความพึงพอใจเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า

"เป็นเรื่องที่ดีเลยทีเดียว ดูเหมือนห้างคาร์ฟูร์จะต้องจัดโซนเฉพาะขึ้นมาแล้วล่ะ"

ซู่เฟิงตกตะลึง เขาหันไปมองที่เสี่ยวเว่ยทันที

เสี่ยวเว่ยเองก็มีท่าทางที่ตะลึงและสับสนเช่นเดียวกัน

โซนเฉพาะคืออะไร?

ซูข่านมองไปทั้งสองคนที่กำลังสับสน ซูข่านเลยอธิบายช้าๆ

"ก็แค่เป็นการจัดสินค้าในห้างคาร์ฟูร์นั่นแหละ แยกส่วนของเครื่องใช้ไว้เป็นส่วนเดียวกัน ของกิน เครื่องดื่ม ของสด ฯลฯ แล้วก็…"

"จริงด้วย เหมือนกับตอนที่ผมไปเจอที่เซียงเจียง"

เสี่ยวเว่ยพูดแทรกขึ้นมาทันที

ซูข่านมองไปที่เสี่ยวเว่ยแล้วก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งสองจะยังใหม่มากๆสำหรับธุรกิจประเภทนี้

ยังไงก็ตามตอนนี้ประสบการณ์ของพวกเขายังไม่สามารถนำไปทำเป็นโมเดลธุรกิจได้ ต้องใช้เวลาเรียนรู้อีกสักหน่อย

ซูข่านครุ่นคิดอยู่ครู่ก่อนจะพูดว่า

"พวกนายไปหาเวลาว่างมาสักช่วงหนึ่งละกัน ฉันมีคนที่รู้จักสามารถพาพวกนายไปที่ประเทศอเมริกาได้ พวกนายลองไปที่นั่นแล้วดูว่าห้างซูเปอร์มาร์เก็ตของพวกเขาเป็นยังไง ไปจำและนำกลับมาใช้กับคาร์ฟูร์ที่นี่ดู"

บริษัทการเงินและการลงทุนเฉียนฟ่านที่ตั้งอยู่ในอเมริกานั้น ตอนนี้สถานะของบริษัทดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า การเดินทางไปยังอเมริกาโดยใช้ชื่อของบริษัทนั้นทำได้โดยง่าย

"ไปต่างประเทศ!!"

ซู่เฟิงตะโกนเสียงดังออกมาด้วยความตกใจ

เสี่ยวเว่ยเองก็ตกใจเล็กน้อยแต่ไม่ได้ตะโกนอะไรออกมา เพราะเขากับซูข่านเคยเดินทางไปที่เซียงเจียงด้วยกันมาแล้วก่อนหน้านี้ เขารู้ดีว่าซูข่านมีเงินมากขนาดไหน

การไปต่างประเทศคงง่ายอย่างกับปากกล้วยเข้าปากอยู่แล้วสำหรับพี่สาม เสี่ยวเว่ยรู้ดีกว่าพี่สามของเขานั้นยอดเยี่ยมแค่ไหน

ต่อให้เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการเข้ายากอย่างอเมริกา แต่มีเหรอที่สามจะไม่สามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้ คนระดับพี่สามสามารถไปได้ทุกที่บนโลกอยู่แล้ว

ด้วยการที่ผู้คนจำนวนมากต้องการจะเดินทางไปอเมริกา ทำให้การตรวจคนเข้าประเทศนั้นเคร่งครัดกว่าเดิมมาก

ที่นั่นทำงานแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ได้เป็นร้อยดอลล่าห์แล้ว มันเทียบไม่ได้เลยกับค่าแรงประเทศอื่น

อย่างไรก็ตามที่ประเทศอเมริกานั้นไม่ได้เข้าง่ายๆอย่างที่ใครหลายคนคิด มีคนมากมายที่ต้องผิดหวังเพราะไม่สามารถเข้าประเทศได้

แต่ซูข่านกำลังจะให้ทั้งซู่เฟิงและเสี่ยวเว่ยเดินทางไปเรียนรู้ธุรกิจที่นั่น อำนาจของซูข่านในครั้งนี้ มันครอบงำทั้งซู่เฟิงและเสี่ยวเว่ยทันที

"พวกนายลองไปคุยกันก่อนก็ได้แล้วค่อยมาบอกฉันอีกที"

ซูข่านมองทั้งสองคนและพูดด้วยท่าทางที่เยือกเย็น

หากว่าไปทั้งสองคนจะไม่มีใครที่รู้เรื่องเกี่ยวกับคาร์ฟูร์อยู่ดูแล ดังนั้นจำเป็นต้องไปครั้งละหนึ่งคนเท่านั้น

"ไม่ต้องห่วง ยังไงฉันจะส่งพวกนายทั้งสองคนไปอยู่แล้ว ยังไงก็ต้องสลับกันอยู่ที่นี่และไปที่อเมริกาอยู่ดี"

จากนั้นก็เกิดความเงียบขึ้น ไม่มีใครในสามคนพูดอะไรออกมาสักคำเดียว

แล้วซู่เฟิงก็ตัดสินใจพูดขึ้นมาว่า

"พี่สามให้เสี่ยวเว่ยไปก่อนได้เลยครับ ไว้เดี๋ยวผมค่อยไปรอบหลังก็ได้"

"ได้"

ซูข่านพยักหน้า

เสี่ยวเว่ยได้แต่มองไปที่ซู่เฟิงโดยไม่พูดอะไรสักคำ เขาหันหน้ากลับมาที่ซูข่านก่อนจะขอบคุณด้วยความเคารพ

"ขอบคุณมากครับพี่สาม"

การไปต่างประเทศนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างในยุคปัจจุบัน บอกได้เลยว่าขั้นตอนและการดำเนินการต่างๆในประเทศจีนนั้นวุ่นวายและยุ่งยากสุดๆ

เสี่ยวเว่ยเองก็เคยได้ยินเรื่องราวพวกนี้มาบ้าง แต่เพื่อเป็นการทำงานให้กับซูข่านแล้ว เขายินดีที่จะไปทำเรื่องวุ่นวายต่างๆเหล่านั้น

เสี่ยวเว่ยรู้สึกซาบซึ้งในตัวซูข่านอย่างมาก

"เดี๋ยวฉันจะให้คนไปทำเรื่องเอกสารให้ นายไปเตรียมตัวทำเอกสารและวีซ่ารอไว้เลย เมื่อนายไปถึงอเมริกาแล้วจะมีคนไปรอรับนาย"

"นายต้องไปดูซูเปอร์มาร์เก็ตของคนอื่นว่าพวกเขาออกแบบและจัดวางสินค้ายังไง พยายามเรียนรู้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"

ซูข่านสั่งเสี่ยวเว่ยด้วยท่าทางที่จริงจังเล็กน้อย

ที่อเมริกานั้นมีซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังอย่างวอลมาร์ตอยู่ ในอนาคตวอลมาร์ตจะกลายเป็นแบรนด์ที่ทำการค้าปลึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

ของทุกอย่างสามารถหาซื้อได้จากในวอลมาร์ต นี่คือซูเปอร์มาร์ตเก็ตตัวอย่างที่ควรจะเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด

ขนาดผ่านไปหลายสิบปีแล้ว ยังไม่มีคู่แข่งคนไหนที่สูสีหรือทัดเทียมกับวอลมาร์ตได้เลยสักแบรนด์ ร้านค้าหลายแบรนด์พยายามเลียนแบบแต่สุดท้ายก็เป็นได้แต่ของเลียนแบบเท่านั้น

ซูข่านเองยอมรับในจุดนี้ของวอลมาร์ตอย่างมาก

จบบทที่ บทที่ 384 ประหยัดเงินมากกว่าพันล้านต่อปี

คัดลอกลิงก์แล้ว