เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 386 เศรษฐีตัวน้อยๆ

บทที่ 386 เศรษฐีตัวน้อยๆ

บทที่ 386 เศรษฐีตัวน้อยๆ


ไม่มีเหตุผลเลยที่ทางมหาวิทยาลัยชิงหวาจะปฏิเสธจ้าวชิงชิง ด้วยการที่เธอสามารถหาเงินบริจาคมาให้กับมหาวิทยาลัยได้มากมาย ทำให้เธอกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในมหาวิทยาลัย

ไม่มีนักศึกษาคนไหนที่ไม่รู้จักกับจ้าวชิงชิงเลยสักคน นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยชิงหวายังได้ชื่นชมและมอบรางวัลให้กับจ้าวชิงชิงอีกด้วย

ไม่แปลกใจเลยที่ทางมหาวิทยาลัยจะรับเธอเข้ามาเป็นนักศึกษาต่อ

"เดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ชิงชิงจะได้เป็นที่ปรึกษาของทางมหาวิทยาลัยด้วยค่ะ"

เมื่อหลี่ชิงเยว่พูดจบซูข่านก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อย เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าชิงชิงจะก้าวหน้าได้รวดเร็วขนาดนี้

เป็นที่ปรึกษาให้กับทางมหาวิทยาลัยชิงหวานั้นไม่ใช่งานธรรมดา และยิ่งเพิ่งเป็นเด็กที่จบใหม่อย่างจ้าวชิงชิงอีก

ปกติเด็กที่เรียนจบใหม่มักจะหางานทำไม่ก็เรียนต่อกัน แต่จ้าวชิงชิงกลับทำทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ เธอสามารถเรียนปริญญาโทไปพร้อมกับทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาได้อีก

เรียกได้ว่าทั้งเรียนและทำงานไปพร้อมๆกัน

โอกาสของจ้าวชิงชิงนั้น มีไม่มีกี่คนจะมีสามารถทำแบบนี้ได้

หากว่าเธอสามารถเรียนจบปริญญาโทได้ภายใน 2 ปีอีก เธอจะมีประสบการณ์ทำงาน 2 ปี พร้อมกับวุฒิปริญญาโท นับเป็นสิ่งที่หาได้ยากที่สุดในยุคนี้

ถ้าเป็นไปได้ทางมหาวิทยาลัยคงอยากจะให้เธอเรียนต่อปริญญาเอกที่นี่อีก อย่างนี้เธอก็สามารถเป็นศาสตราจารย์ได้ด้วยอายุไม่เกิน 30 ปี

ในชาติที่แล้ว เธอไม่ได้เลือกเดินต่อในสายงานเกี่ยวกับการศึกษา ถ้าเธอเลือกที่จะทำงานต่อ บางทีเธออาจจะเป็นอธิบดีได้ในสักวันหนึ่ง

เส้นทางอนาคตของจ้าวชิงชิงตอนนี้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ ไม่ว่าเธอจะเลือกไปเส้นทางไหนก็จะมีความสำเร็จรอเธออยู่ ซูข่านหวังว่าเธอจะมีความสุขกับเส้นทางที่เธอได้เลือก

"เก่งมากเลยชิงชิง"

ซูข่านชมพร้อมกับหันไปมองจ้าวชิงชิง

จ้าวชิงชิงยิ้มด้วยความเขินอายก่อนจะพูดแก้เขินว่า

"เพราะพี่สามที่ให้คำแนะนำกับฉันทั้งหมด หากไม่ได้เจอกับพี่สาม ฉันเองก็ไม่สามารถมาถึงจุดนี้ได้"

มหาวิทยาลัยชิงหวาแทบจะมอบตำแหน่งงานต่างๆให้เธอทำตั้งแต่ก่อนที่จะจบเรียนด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะผลงานที่เธอได้ทำ ป่านนี้เธอก็คงต้องไปหางานตามหน่วยงานหรือรัฐบาลไปแล้ว

ตำแหน่งในมหาวิทยาลัยไม่ใช่ตำแหน่งที่คนทั่วไปจะมีสิทธิเข้ามาทำงานได้ง่ายๆเลยนะ

"เย็นนี้พี่สามว่างไหมคะ"

จ้าวชิงชิงถามทวนซูข่านอีกครั้ง

ที่เธอได้เรียนต่อปริญญาโทก็เป็นเพราะคำแนะนำจากพี่สาม ในเมื่อเธอได้เรียนต่อแล้วเธอก็ควรจะตอบแทนอะไรพี่สามสักอย่างบ้าง

"ว่างสิ จะไปกินที่ไหนล่ะ?"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อยและตอบด้วยรอยยิ้ม

เมื่อได้ยินคำตอบของซูข่าน หน้าของจ้าวชิงชิงก็ยิ้มสดใสราวกับเป็นเด็กที่ได้รับของเล่น

"ร้านอาหารวังหลวงค่ะ อาหารที่นั่นอร่อยมาก"

จ้าวชิงชิงพูดด้วยรอยยิ้ม

"ใช่ๆๆ"

หลี่ชิงเยว่พยักหน้าเช่นเดียวกัน เมื่อเธอคิดถึงอาหารจากร้านอาหารวังหลวงแล้ว เธอก็แทบจะกลั้นน้ำลายไว้ไม่อยู่

"ได้สิ"

ซูข่านพยักหน้า ราคาอาหารในร้านวังหลวงเองก็ไม่ได้สูงมาก ครอบครัวธรรมดาหรือคนทั่วไปก็สามารถมากินได้ในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่เหมือนกับอาหารในโรงแรมหรูที่ก่อนจะไปควรต้องเตรียมเงินในกระเป๋าให้ดี

แต่เรื่องนี้จ้าวชิงชิงเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร แม้ว่าเธอจะเป็นนักศึกษาอยู่ แต่ปีที่ผ่านมาด้วยชื่อเสียงและการทำงานอะไรต่างๆ ทำให้เธอมีเงินอยู่ไม่ต่ำกว่าหมื่นหยวนแล้ว

ก่อนเทศกาลตรุษจีนนั้น นอกจากเรื่องรถ BMW ที่หยางไท่เฉียนที่มาพูดคุยกับซูข่านแล้ว เขาได้นำส่วนแบ่งของสิทธิบัตรไปมอบให้กับจ้าวชิงชิงอีกด้วย

ถึงแม้ว่า % ที่จ้าวชิงชิงจะได้รับนั้นจะเป็นแค่เลขหลักหน่วย แต่ยอดการขายของจากสิทธิบัตรนั้นก็มีมูลค่าเป็นแสนไปจนถึงล้าน ทำให้จ้าวชิงชิงได้รับเงินจำนวนมากจากส่วนแบ่งนี้

เธอกำลังเริ่มที่จะกลายเป็นเศรษฐีตัวน้อยๆขึ้นมาแล้ว

"ชิงชิงเป็นคนเลี้ยงด้วย ฉันจะสั่งให้หมดร้านเลย"

หลี่ชิงเยว่พูดพร้อมกับเหลือบตามองไปที่จ้าวชิงชิงเล็กน้อย

จ้าวชิงชิงพูดกับซูข่านต่อว่า

"พี่สามจะสั่งอะไรได้หมดเลยนะคะ ครั้งนี้ฉันจะเป็นคนเลี้ยงพี่สามเอง"

"เอ้า!!"

หลี่ชิงเยว่อุทานขึ้นมาเสียงดัง

"ชิงชิง นี่เธอเมินฉันงั้นเหรอ?"

"เธอเห็นฉันในสายตามั่งไหมเนี่ย?"

หลี่ชิงเยว่แซวติดตลกเล็กน้อย

"อ้าว…"

จ้าวชิงชิงกลับมามีสติอีกครั้งหนึ่ง เธอลืมไปแล้วว่าหลี่ชิงเยว่ก็มากับเธอด้วย ใบหน้าที่สวยงามของเธอก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย

"ไม่เป็นไรหรอก เธอไม่ต้องคิดว่าฉันนั่งอยู่ตรงนี้ก็ได้นะ"

หลี่ชิงเยว่แซวจ้าวชิงชิงต่อ

ซูข่านที่นั่งฟังการสนทนาของทั้งสองคน เขาก็แอบหัวเราะเล็กน้อยในลำคอ จากนั้นซูข่านก็พูดขึ้นมาว่า

"กว่าที่จะไปถึงก็ได้เวลาอาหารเย็นพอดีเลย งั้นพวกเราไปกันเลยไหม?"

"ได้ค่ะ"

จ้าวชิงชิงรีบตอบอย่างรวดเร็ว

จากนั้นซูข่านก็เรียกให้ซงหมิงเจียงไปจัดการเตรียมรถ วันนี้เป็นกะของซงหมิงเจียงพอดี ไม่นานเขาก็ขับรถตู้มาจอดที่หน้าของซูข่านก่อนจะเดินเข้ามาเรียก

ทั้งสามคนจึงได้ขึ้นรถแล้วมุ่งหน้าไปยังถนนไทเซียนเหมิน

ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง รถก็ได้ขับมาถึงยังร้านอาหารวังหลวง ที่หน้าร้านของร้านอาหารวังหลวงก็ยังคงเป็นเช่นเดิม มีรถมากมายได้จอดเรียงรายกันเต็มไปหมด

เริ่มมีรถมอเตอร์ไซค์และจักรยานมาจอดมากขึ้นจากก่อนหน้านี้เล็กน้อย มอเตอร์ไซค์เองก็ยังเป็นยานพาหนะที่ฟุ่มเฟือยอยู่ในสายตาของคนทั่วไป

ส่วนใหญ่คนยุคนี้จะให้ความสำคัญกับรถยนต์ซะมากกว่า มอเตอร์ไซค์ไว้สำหรับคนที่เงินเหลือจริงๆแล้วค่อยซื้อ

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จำนวนรถยนต์จะมากกว่ามอเตอร์ไซค์ในยุคนนี้

ระหว่างทางที่เดินทางมาที่นี่ ซูข่านก็ยังสังเกตเห็นรถในเมืองหนานจิงมีปริมาณมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เป็นไปได้ว่าเศรษฐกิจของหนานจิงเริ่มดีขึ้นแล้วจริงๆ

เมื่อเข้ามาในร้านซูข่านก็ได้เห็นจางต้าอยู่เช่นเดิม เขาได้ออกมาต้อนรับซูข่านเหมือนอย่างที่เคยทำ

เฒ่าจางชอบขอให้ซูข่านให้อภัยเขาตลอดเวลาที่เขาไม่สามารถออกมาต้อนรับซูข่านได้ด้วยตัวเอง แต่ซูข่านก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเข้าใจในภาระหน้าที่ที่เฒ่าจางต้องรับผิดชอบ

เฒ่าจางเองรู้สึกซาบซึ้งในตัวของซูข่านมากขึ้นไปอีก เขารู้ตัวเองดีว่าชีวิตของเขาอยู่ต่อได้อีกไม่นาน ดังนั้นเขาจึงให้ลูกชายพยายามทำงานต่างๆภายในร้านให้มากขึ้นเพื่อที่จะสามารถรับช่วงต่อได้

ซูข่านเองก็เข้าใจในจุดนี้ดี

ธุรกิจหรืออะไรต่างๆที่สร้างมาทั้งชีวิตนั้น หากว่าไม่มีลูกหลานสืบทอดต่อ แรงผลักดันในการทำก็จะน้อยลงตามไป

ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เพียงในประเทศจีนเท่านั้น ต่างประเทศก็มักจะมีแนวคิดพวกนี้อยู่

ลูกหลานของเศรษฐีหลายคนก็ไม่ได้เงินใช้จากพ่อแม่เท่าที่ควร เศรษฐีพวกนี้อยากจะให้ลูกของพวกเขาเรียนรู้เกี่ยวกับการหาเงินมาได้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อถึงเวลาพวกเขาก็จะสอนให้รับช่วงต่อกิจการหรือธุรกิจของพวกเขา

"พวกเราได้จองห้องเอาไว้แล้วค่ะพี่สาม"

จ้าวชิงชิงเห็นว่าจางต้ากำลังจะพาซูข่านไปยังห้องส่วนตัว เธอจึงรีบกระซิบบอกกับซูข่าน

จบบทที่ บทที่ 386 เศรษฐีตัวน้อยๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว