เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 366 เพื่อนเก่าของเฒ่าหลี่

บทที่ 366 เพื่อนเก่าของเฒ่าหลี่

บทที่ 366 เพื่อนเก่าของเฒ่าหลี่


"ตอนนี้ไม้พะยูงยังไม่เป็นที่ต้องการของคนเท่าไหร่ ถ้าเก็บรวบรวมไว้ตอนนี้ อนาคตมันน่าจะทำเงินได้มหาศาล"

เฒ่าหลี่พูดเบาๆกับซูข่าน

ในอดีตกาลนั้นน คนที่ไปมณฑลไหหลำเพื่อหาไม้พะยูงเนี่ย พวกเขาต้องเดินทางออกจากบ้านเป็นเวลานานหลายเดือน ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลข้ามภูเขากว่าจะถึง

แล้วพอพวกเขามาถึงไหหลำ พวกเขาก็พบว่าไม่สามารถขนไม้พะยูงพวกนี้กลับไปทั้งต้นได้ ฉะนั้นไม้พะยูงจึงหาได้ยากมากในทางตอนเหนือของประเทศ

"ใช่"

ซูข่านพยักหน้า

นอกเหนือจากไม้พะยูงแล้ว ซูข่านยังต้องการที่จะลงทุนในมณฑลไหหลำสำหรับการท่องเที่ยวอีก ที่นั่นจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นดีเลย แต่เศรษฐกิจของไหหลำยังคงซบเซาอยู่ มันพัฒนาได้ยากมาก

ต้องใช้เวลาอีกประมาณหนึ่งกว่าที่มณฑลไหหลำจะมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้

หลังจากนั้นพื้นที่บริเวณชายหาดก็จะมีราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สภาพแวดล้อมของแถวนั้นก็เหมาะสมที่จะทำบ้านพักตากอากาศไว้สำหรับนักท่องเที่ยว

ราคาที่ดินที่ติดกับชายหาดจึงสูงมากๆ แต่ราคาที่ดินในเมืองจะสูงยิ่งกว่าซะอีก พื้นที่บริเวณในเมืองมีราคาต่อตารางเมตรไม่ด้อยไปกว่าที่เซียงเจียงเลย

ยิ่งอยู่ใจกลางเมืองเท่าไหร่ก็ยิ่งมีมูลค่ามากขึ้นเท่านั้น

ราคาอสังหาฯในไหหลำใกล้เคียงกับเมืองใหญ่ๆอย่าง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว และเซินเจิ้น

แต่เรื่องพวกนี้ไม่จำเป็นต้องรีบมากก็ได้ ซูข่านรู้ดีว่าผู้คนที่นั่นจะยังไม่พัฒนาเมืองของเขาในตอนนี้ พวกเขาจำเป็นต้องรอเหตุการณ์ราคาอสังหาฯก่อน

มณฑลไหหลำอาจจะต้องใช้เวลาเป็นสิบๆปีในการพัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวได้

ซูข่านคิดว่าเขาน่าจะซื้อที่ดินบริเวณนั้นเก็บไว้สักหน่อย จากนั้นก็หาคนที่ไว้ใจได้สัก 2-3 คนเฝ้าสถานที่ตรงนั้นไว้ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ปลูกไม้พะยูงไว้ด้วย

เขาครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่งเกี่ยวกับแผนการที่จะทำที่มณทลไหหลำ

ฤดูใบไม้ผลิก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ บรรยากาศของเทศกาลตรุษจีนก็อบอวลไปทั่วทั้งหนานจิง ไปที่ไหนก็จะเต็มไปด้วยกลิ่นดินปืนของการจุดประทัดไปทั่ว

หลายต่อหลายคนก็ได้จับจ่ายซื้อของในเทศกาลนี้

ด้วยเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วในหนานจิง มีหลายครอบครัวที่มีสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้น การซื้อของในวันตรุษจีนปีนี้เลยมากกว่าปีก่อนหลายเท่า

ซูข่านยังคงได้ยินเสียงประทัดแถวบ้านอยู่เป็นพักๆ เหล่าเด็กๆในระแวกบ้านคงจะเอาเงินที่ได้มาในวันตรุษจีนไปซื้อมาประทัดเล่นกัน

ซูข่านมองไปที่เฒ่าหลี่พร้อมกับพูดว่า

"เฒ่าหลี่ ไปฉลองตรุษจีนกับฉันดีกว่า"

เทศกาลตรุษจีนมาถึงอีกปีหนึ่งแล้ว ปีนี้เสี่ยวผิงคงจะวุ่นวายอยู่กับบริษัทท่องเที่ยวของเธอ คงไม่มีใครมาฉลองตรุษจีนที่บ้านหลังนี้แน่ๆ

ซูข่านจึงชวนเฒ่าหลี่ไปยังบ้านของตาเฒ่าตระกูลซูเพื่อฉลองปีใหม่กับเขา

"ไม่!!"

เฒ่าหลี่ส่ายหัวพร้อมโบกมือปฏิเสธทันที ดูเหมือนว่าเขาจะมีอารมณ์แปรปรวนเล็กน้อย

ซูข่านเห็นแบบนั้นเลยพูดต่อ

"ถ้าฉันไม่อยู่ บ้านหลังนี้จะมีแค่เฒ่าหลี่คนเดียวแล้วนะ เฒ่าหลี่จะหาอะไรกินยังไง?"

"ไม่เป็นไร"

เฒ่าหลี่รีบเถียงกลับอย่างรวดเร็ว

"เสี่ยวผิงก็ไม่ได้กลับบ้าน ยังไงซะเดี๋ยวเธอก็ต้องมาที่นี่สักวันหนึ่งเพื่อฉลองวันตรุษจีน คุณไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอก"

เมื่อได้ยินคำพูดของเฒ่าหลี่ ซูข่านก็ยิ้มเล็กน้อย

ดูเหมือนเสี่ยวผิงจะยังไม่มีแผนกลับบ้านในเทศกาลตรุษจีนนี้นะ ซูข่านก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเสี่ยวผิงถึงไม่กลับบ้าน อาจเป็นเพียงพ่อลูกยอดเยี่ยมแห่งปีของเธอละมั้ง

ถ้าได้กลับไปแล้วต้องไปเจอกันพ่อลูกคู่นั้น…บางทีเสี่ยวผิงอาจจะคิดถูกแล้วก็ได้ที่เลือกอยู่ที่หนานจิงต่อ

แต่เฒ่าหลี่นี่น่ะสิ

แต่ยังไงซะเขาก็เป็นคนแก่ที่มาอายุอยู่พอสมควร จะให้ทิ้งไว้บ้านคนเดียวแบบนี้มันก็ยังไงๆอยู่

ถ้าอย่างน้อยมีลูกชายหรือหลานชายของเฒ่าหลี่มาเยี่ยมหน่อยก็คงจะดี อย่างงั้นซูข่านจะได้ไปอยู่ที่บ้านของตระกูลได้อย่างสบายใจหน่อย

เฒ่าจางเองก็ไม่รู้จะปิดร้านอาหารวังหลวงช่วงนี้ด้วยรึเปล่า? เห็นว่าลูกค้าจากต่างเมืองต้องการกินอาหารร้านวังหลวงตลอด ได้ข่าวว่าคิวจองช่วงวันตรุษจีนนี่เต็มตลอดทั้งวัน

"เฮ้อ"

ซูข่านถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า

"ถ้าอย่างน้อยมีเสี่ยวผิงมาก็วางใจได้ระดับหนึ่งล่ะ งั้นฉันจะไปที่บ้านของตระกูลโดยไม่ต้องห่วงทางนี้แล้ว"

"หื้ม?"

เฒ่าหลี่หรี่ตาลงเล็กน้อยและมองที่ซูข่าน

"คุณเป็นห่วงผมด้วยเหรอ?"

ภายในใจของเฒ่าหลี่รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจอย่างมาก ทุกการกระทำที่เฒ่าหลี่ปฏิบัติต่อซูข่านทุกอย่าง เฒ่าหลี่ทำเหมือนกับซูข่านหลานชายแท้ๆของเขา

ซูข่านเองก็วางตัวกับเฒ่าหลี่ไว้เป็นอย่างดีตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน เขาให้เงินเดือนเฒ่าหลี่สูงกว่าเงินเดือนคนทั่วไปแถวนี้ แถมยังมีที่พัก อาหาร ฯลฯ ฟรีอีกด้วย

หากว่าเฒ่าหลี่ขอเงินซูข่านสัก 10,000 หยวน เฒ่าหลี่ก็เชื่อมั่นว่าซูข่านจะให้โดยไม่ท้วงติงอะไร

เฒ่าหลี่รู้เรื่องพวกนี้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าตัวเขาจะทะเลาะกับซูข่านบ่อยๆและพบกับความพ่ายแพ้ แต่เฒ่าหลี่ก็รู้สึกมีความสุขที่ได้ทำงานอยู่ในบ้านหลังนี้กับซูข่าน

นอกจากนี้ยังมีของเก่ามากมายให้เขาอีกด้วย

ซูข่านเองก็รู้ว่ามูลค่าของเก่าที่อยู่ในบ้านจะเยอะขึ้นถ้าเวลาผ่านไป เฒ่าหลี่เองก็เชื่อเช่นนั้นเหมือนกัน

การพบเจอกับเฒ่าหลี่นั้นนำไปสู่การค้นพบห้องลับของบ้านหลังนี้ ซึ่งมันมีไข่มุกราตรีในตำนานหลับไหลอยู่

ทั้งเฒ่าหลี่และซูข่านก็ได้พูดกันต่ออีกพักหนึ่ง จากนั้นซงหมิงเจียงก็ได้เดินเข้ามาและพูดกับซูข่าน

"พี่สามครับ มีตาเฒ่าคนหนึ่งเดินไปเดินมาอยู่ที่หน้าบ้านครับ"

"เฒ่าไหนอีก?"

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาสงสัยว่ามีคนที่ซงหมิงเจียงไม่รู้จักอยู่ในระแวกบ้านแถวนี้ด้วยอย่างงั้นเหรอ? ช่วงที่ผ่านมาซงหมิงเจียงและพี่น้องของเขาก็ตะเวณทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านแถวนี้ไปทั่ว

เกือบทุกคนในระแวกบ้านต่างรู้จักกับซงหมิงเจียง แล้วตาเฒ่านี่เป็นใครกัน?

เฒ่าหลี่มองไปที่ซงหมิงเจียงและถามด้วยความสงสัย

"เขาเป็นคนแบบไหนเหรอ?"

ซงหมิงเจียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันไปตอบเฒ่าหลี่

"ก็เป็นคนแก่ๆธรรมดาคนหนึ่งแหละครับ แต่เขาพูดภาษาจีนกลางได้ชัดเจน สำเนียงของเขาจะออกไปทางปักกิ่งเล็กน้อย"

"เสื้อผ้าที่เขาสวมก็แตกต่างจากคนที่หนานจิงไม่มากแต่ก็อยู่ระดับที่ดูดีเลยทีเดียว"

"เขามาจากเซียงเจียงงั้นเหรอ?"

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อย อายุเยอะขนาดนี้แล้วแต่เสื้อผ้าของเขาไม่เหมือนกับคนที่นี่

ในประเทศจีนฝั่งแผ่นดินใหญ่นั้นยังคงแต่งตัวกันธรรมดาอยู่ สไตล์การแต่งตัวของคนที่นี่กับคนที่เซียงเจียงสามารถเห็นได้ชัดเลยว่าแตกต่างกันขนาดไหน

แม้แต่คนเฒ่าคนแก่ในเซียงเจียงยังคงมีรสนิยมการแต่งตัวที่ดูดีพอสมควร

"ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ แล้วเขาก็ถามด้วยว่าคนของตระกูลจูกลับมาอยู่ที่คฤหาสน์จูนี้แล้วเหรอ?"

"คฤหาสน์จู!!"

ทันใดนั้นเองซูข่านก็เห็นไปมองที่เฒ่าหลี่อย่างรวดเร็ว

จบบทที่ บทที่ 366 เพื่อนเก่าของเฒ่าหลี่

คัดลอกลิงก์แล้ว