เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 365 หาวัสดุซ่อมของเก่า

บทที่ 365 หาวัสดุซ่อมของเก่า

บทที่ 365 หาวัสดุซ่อมของเก่า


"เราจะได้กินเนื้องั้นเหรอ?"

น้องคนสุดท้องยกมือถามด้วยความไร้เดียงสา

"ผมชอบกินเนื้อที่สุดเลย"

"อึ้ก"

น้องสาวทั้งสองคนกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก ด้วยความที่เป็นพี่ พวกเธอทั้งสองจึงจำเป็นต้องเก็บอาการเล็กน้อย ถึงแม้ว่าอยากจะกินเนื้ออย่างที่น้องชายพูดก็ตาม

เจิงฮัวเฉียงมองน้องๆทั้งสามคนด้วยความเอ็นดู

"ใช่แล้ว เราจะได้กินเนื้อกัน"

เจิงฮัวเฉียงพูดด้วยรอยยิ้ม

ทุกวันนี้หมูตัวหนึ่งมีค่าเท่าไหร่รู้ไหม? หมูที่มีเนื้อเยอะๆและน้ำหนักมาก ส่วนใหญ่ก็จะขายกันอยู่ที่ประมาณตัวละ 100 หยวน

เจิงฮัวเฉียงทำงานไม่ถึงเดือนก็สามารถหาเงินขนาดนี้ได้แล้ว

ช่วงที่เจิงฮัวเฉียงไม่ได้อยู่บ้านนั้น คนที่บ้านก็ยังเลี้ยงหมูไปขายอยู่เสมอ น้องสาวทั้งสองคนจะช่วยกันเลี้ยงในวันที่ไม่ต้องไปโรงเรียน ส่วนน้องชายก็มักจะออกไปวิ่งเล่นตามภาษาเด็ก

แต่ที่ดูจากพ่อต้องเอาหมูไปขายแล้ว ดูท่าทางพวกเขาคงจะกินข้าวกับผักไม่ก็เครื่องในทุกมื้อแน่ๆ เมื่อคิดได้แบบนี้เจิงฮัวเฉียงจึงได้พูดขึ้นมา

"ตอนนี้พี่มีเงินซื้อเนื้อให้พวกเรากินแล้ว ต่อไปพวกเราไม่จำเป็นต้องกินข้าวกับผักดองทุกมื้ออีกแล้วนะ"

เจิงฮัวเฉียงพูดด้วยความมั่นใจ น้ำเสียงนี้มันแสดงออกได้ถึงพลังที่อยากจะให้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้น

ครอบครัวของเขาจะต้องใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข พ่อแม่จะต้องไม่สนใจเรื่องค่าใช้จ่ายในการซื้อของดีๆมาทำอาหารให้น้องๆได้กิน เด็กๆจะต้องได้ไปโรงเรียนทุกวัน

เจิงฮัวเฉียงที่ออกจากบ้านไปแค่หนึ่งปี บัดนี้เขาได้กลับมาพร้อมกับสร้างบ้านหลังใหญ่โตให้กับครอบครัวของเขา ชาวบ้านทุกคนต่างพากันอิจฉาพ่อแม่ของเขาอย่างมาก

หนำซ้ำตัวของเขาได้ใช้หมูหนึ่งตัวในการกินเลี้ยงฉลองเทศกาลตรุษจีนกับครอบครัวอีก

เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายออกไปจากหมู่บ้าน คนทั่วทั้งเมืองต่างอิจฉาและอยากจะให้ลูกสาวพวกเขาแต่งงานกับเจิงฮัวเฉียงทันที

ณ เมืองหนานจิง

ซูข่านได้อยู่ในสวนหลังบ้านในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เขาติดตามการซ่อมแซมของเก่าประเภทไม้อย่างใกล้ติด

ก่อนหน้านี้มีเก้าอี้ไม้จันทร์แดงตัวหนึ่งซึ่งขาของมันนั้นชำรุดจนเรียกว่าหักได้เลย

ตอนแรกซูข่านจะไม่เก็บเก้าอี้ตัวนี้ไว้อยู่แล้ว แต่เขายังไม่มีเวลาจัดการเลยปล่อยให้อยู่ที่สวนหลังบ้านกับเฒ่าหลี่ไปก่อน

ด้วยการซ่อมแซมของเจิงฮัวเฉียง เก้าอี้ไม้จันทร์แดงตัวนี้กลับมาอยู่ในสภาพเหมือนใหม่อีกครั้ง

ฝีมือการช่างของเจิงฮัวเฉียงนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ ซูข่านอดไม่ได้ที่จะชื่นชมฝีมือของเจิงฮัวเฉียง

เฒ่าหลี่เห็นก็อดหัวเราไม่ได้และพูดขึ้นมา

"อย่ามองว่าผมจะเก่งแต่เรื่องของเก่าอย่างเดียวนะ ฮี่ๆๆๆ"

"ถ้าผมยังหนุ่มกว่านี้ ผมซ่อมของเก่าพวกนี้เองหมดแล้ว"

"ฮ่าๆๆๆ"

เมื่อเห็นท่าทางที่ภูมิอกภูมิใจของเฒ่าหลี่ ซูข่านก็หัวเราะออกมา

การซ่อมแซมของเก่าพวกนี้ มันไม่ต่างอะไรไปจากการชุบชีวิตให้กับพวกของเก่าเลย เฟอร์นิเจอร์ประเภทไม้ต่างๆดูสวยงามมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ตราบใดที่ใช้งานของมันถูกต้องและเก็บรักษาเป็นอย่างดี เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้พวกนี้ก็จะไม่มีวันพัง

วัสดุที่เฒ่าหลี่และเจิงฮัวเฉียงช่วยกันซ่อมนั้น ส่วนใหญ่แล้วเฒ่าหลี่จะเลือกวัสดุด้วยตัวเองทั้งหมด ทำให้วางใจได้เลยว่างานที่ซ่อมไปนั้นเลือกวัสดุที่ดีและเหมาสมที่สุดมาแล้ว

"น่าเสียดาย..."

เฒ่าหลี่ถอนหายใจเล็กน้อยและบ่นอุบอิบกับตัวเอง

"เกิดอะไรขึ้น?"

ซูข่านถามด้วยความสงสัย

"วัสดุที่ซ่อมแซมไปนั้น ส่วนใหญ่จะใช้ได้กับแค่เนื้อไม้ประบางเภทเท่านั้น ลองดูเนื้อไม้อีกประเภทหนึ่งดูสิ เราไม่มีวัสดุที่จะซ่อมพวกนี้ได้เลย"

เฒ่าหลี่ได้ชี้ไปยังตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่

ตู้เสื้อผ้านี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยคนจีนโบราณ ประตูของมันชำรุดและเสียหายหนักมาก หากว่าจะซ่อมแซมประตูจำเป็นต้องใช้ไม้ที่มีเนื้อสัมผัสและสีเดียวกัน

หากว่าใช้วัสดุอื่น เนื้อไม้ที่มีมูลค่าก็จะตกทันที

ซูข่านมองไปที่ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่นั้น หากว่าประตูของมันไม่พัง คงน่าจะขายเข้าตลาดประมูลได้สัก 50 ล้านหยวน

ถ้าโชคดีหน่อยเจอคนรวยใจปล้ำ ตู้เสื้อผ้านี้อาจจะขายได้ถึง 100 ล้านหยวนเลยก็เป็นได้

ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่เช่นนี้ ถ้ายิ่งสภาพสมบูรณ์เท่าไหร่ก็จะยิ่งขายได้ราคามากเท่านั้น อย่างต่ำๆเลยก็เพิ่มขึ้นจากเดิม 2-3 เท่า

"วัสดุเหรอ?"

ดวงตาของซูข่านเป็นประกาย รอยยิ้มอันชั่วร้ายก็ได้ปรากฏขึ้นบนในหน้าของเขา ซูข่านเห็นว่าตู้เสื้อผ้าอันนี้มันทำจากไม้พะยูง

เขาจำได้ว่ามณฑลไหหลำนั้นขึ้นชื่อเรื่องการปลูกไม้พะยูงจำนวนมาก ตอนนี้ที่นั่นเต็มไปด้วยบ้านที่ทำจากไม้พะยูงทั้งหมด ภูเขาแถวนั้นก็มีแต่ไม้พะยูงทั้งนั้น

ซูข่านมักจะมีธุระต้องไปที่มณฑลไหหลำอยู่บ่อยๆ คนที่นั่นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกับว่า สิ่งที่พวกเขาเสียดายที่สุดไม่ใช่การไม่ซื้อบ้านเก็บเอาไว้

แต่สิ่งที่พวกเขาเสียดายคือการยอมขายไม้พะยูงที่อยู่ในบ้านในราคาที่แสนถูก

รู้อะไรไหมไม้พะยูงเนี่ยซื้อขายกันราคาหลักล้านหยวนเลยนะ

หากว่ามีไม้พะยูงอยู่ในสวนสัก 10-20 ต้น บอกได้เลยว่ามีเงินใช้ไปยันลูกยันหลานได้สบาย

แต่ก็มีเพียงคนรวยๆเท่านั้นที่จะปลูกไม้ประเภทนี้

ที่สำคัญเลยคือคนที่ไหหลำตอนนี้ นอกจากเอาไม้พะยูงมาสร้างบ้านแล้ว พวกเขาได้เอาไม้พะยูงไปทำเป็นฟืนอีกด้วย มันเสียของสุดๆ

ซูข่านเอามือขึ้นมากุมที่ปากของเขาและครุ่นคิดทันที

บางทีถ้าส่งคนไปที่นั่นตอนนี้ แล้วเริ่มซื้อที่ดินที่ไว้ปลูกไม้พะยูง อาจะ…

"เฒ่าหลี่ไม่ต้องห่วง ปีหน้าฉันจะเอาวัสดุเกี่ยวกับตู้เสื้อผ้าอันนี้มาให้กับเฒ่าหลี่เอง เฒ่าหลี่เตรียมตัวซ่อมมันได้เลย"

ซูข่านพูดพร้อมหัวเราะเล็กน้อย

"จริงเหรอ?"

เฒ่าหลี่ถามด้วยความตื่นเต้น

"แน่นอน"

ซูข่านแสดงท่าทางที่มั่นใจก่อนจะพูดต่อว่า

"ก็แค่ไม้พะยูงไม่ใช่เหรอ? มันไม่ได้หายากเย็นอะไรเลย"

"แล้วคุณจะไม้พะยูงพวกนี้จากที่ไหน?"

เฒ่าหลี่ถามต่ออย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเขาก็เหมือนกับคิดอะไรออกแล้วตบโต๊ะก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม

"เกือบลืมไปแล้วนะว่าคุณมีเงินยอะจนขึ้นรา นี่คุณกำลังวางแผนให้คนไปที่มณฑลไหหลำเพื่อที่จะซื้อไม้พะยูงนี่ใช่ไหม"

ซูข่านไม่แปลกใจเลยที่ทำไมเฒ่าหลี่ถึงเดาถูก

ที่มณฑลไหหลำนั้น ที่นั่นเต็มไปด้วยไม้พะยูงจำนวนมาก

ซูข่านคิดว่าหลังจากที่เจิงฮัวเฉียงกลับมา ซูข่านจะให้เจิงฮัวเฉียงเดินทางไปที่นั่นเพื่อหาไม้พะยูงเหมาะๆ

เมื่อคิดถึงการครอบครองไม้พะยูงจำนวนมากแล้ว ภายในใจของซูข่านก็เบิกบานขึ้นมาทันที

เขากำลังคิดถึงห้องภายในบ้าน ซึ่งห้องนั้นจะเป็นห้องที่ทำขึ้นจากไม้พะยูงทั้งหมด แถมเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นก็ทำจากไม้พะยูงอีกด้วย

นี่จะต้องเป็นห้องที่มีมูลค่าไม่น้อยไปกว่าห้องเก็บสมบัติเลย

จบบทที่ บทที่ 365 หาวัสดุซ่อมของเก่า

คัดลอกลิงก์แล้ว