เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 345 บริษัทท่องเที่ยวชวี่หนาเอ๋อหวัน

บทที่ 345 บริษัทท่องเที่ยวชวี่หนาเอ๋อหวัน

บทที่ 345 บริษัทท่องเที่ยวชวี่หนาเอ๋อหวัน


เสี่ยวผิงได้ยินเลยแสดงท่าทางมุ่งมั่นก่อนจะมองไปที่ซูข่าน

ทำไมพี่สามถึงได้เป็นผู้ชายที่มีเมตตาขนาดนี้? ที่ผ่านมาพี่สามก็เห็นเราทำหน้าที่เดิมๆซ้ำไปซ้ำมาทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นทำกับข้าว ทำความสะอาด ฯลฯ เกี่ยวกับงานแม่บ้าน

ซึ่งมันไม่ได้แสดงถึงศักยภาพของตัวเราได้เลยสักนิด แต่พี่สามก็ยังเชื่อมั่นในตัวเรา

การหาคนแม่บ้านสักคนมาแทนที่มันง่ายซะยิ่งกว่าง่ายซะอีก แถมแม่บ้านที่นี่ได้เงินเดือนสูงกว่าที่อื่นตั้งหลายหยวน ใครๆก็อยากจะมาทำ

แต่การทำงานที่ยิ่งใหญ่กับพี่สามได้นั้น ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถทำได้หรอกนะ

นอกจากนี้แล้วเสี่ยวผิงยังแอบหวังเล็กๆอยู่ในใจว่า สักวันหนึ่งเธอจะเป็นคนสำคัญที่พี่สามจะขาดเธอไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นความหวังที่เกินจริงไปหน่อย แต่การที่เสี่ยวผิงขยับเข้ามาใกล้พี่สามมากขึ้นเรื่อยๆ แค่นี้เธอก็มีความสุขแล้ว

เสี่ยวผิงเลยกัดฟันและพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า

"ทำค่ะ!! หนูจะต้องประสบความสำเร็จและทำให้เงิน 200,000 ของพี่สามกลายเป็น 400,000 หยวนให้ได้"

เสี่ยวผิงจะไม่ทำให้ซูข่านผิดหวังแน่นอน

โชคชะตาของเสี่ยวผิงได้เปลี่ยนไปทันทีเมื่อเธอตอบตกลงจะทำงานนี้ให้กับซูข่าน อีกหลายสิบปีข้างหน้า เธอจะถูกขนานนามว่าเป็นเจ้าแม่แห่งการท่องเที่ยว นี่คือคำตอบที่เปลี่ยนชีวิตของเสี่ยวผิงไปตลอดกาล

"โอเค"

ซูข่านก็พูดตอบด้วยรอยยิ้ม

"รอตรงนี้แปปหนึ่ง"

จากนั้นซูข่านก็เดินออกจากห้องรับแขกไปยังห้องนอนของเขา ซูข่านหยิบกล่องขึ้นมาจากในตู้เสื้อผ้าแล้วเปิดออก ทันทีที่กล่องเปิดออกนั้นกลิ่นก็ลอยโชยออกมาทันที

ซูข่านได้กลิ่นนั้นก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

"ถ้าเปิด-ปิดกล่องแบบนี้เรื่อยๆต่อไป เดี๋ยวอีกหน่อยเงินน่าจะขึ้นราทั้งกล่องแน่"

ซูข่านมองไปที่กล่องแล้วก็หยิบเงินข้างในมานับ เขาค่อยๆนับและแบ่งออกเป็นกองโดยกองหนึ่งจะอยู่ที่ 10,000 หยวน ซูข่านหยิบขึ้นมา 20 กองใส่ถุงใบหนึ่งแล้วก็ปิดกล่อง

เขาเอากล่องไปวางไปที่เดิมของมันก่อนจะหยิบถุงแล้วเดินออกจากห้อง

ไม่นานซูข่านก็กลับมายังห้องรับแขก

"พี่สามคะ?"

เสี่ยวผิงชำเหลืองมองไปยังถุงในมือของซูข่าน ถุงใบนั้นมันดูตุงๆและปูดออกมา เสี่ยวผิงก็เดาได้ว่าข้างในนั้นมันคืออะไร

200,000 หยวน….

ข้างในนั้นจะต้องเป็นเงิน 200,000 หยวนแน่ๆ

พี่สามสามารถเตรียมเงิน 200,000 ได้เพียงแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น เกิดมายังไม่เคยเห็นใครหยิบเงินที่เยอะและเร็วขนาดนี้มาก่อนเลย

ในยุคที่รายได้ต่อปีของคนทั่วไปอยู่แค่ไม่กี่ร้อยหยวน ซึ่งมันน่าต่ำจนน่าสมเพชเลย ด้วยเงิน 200,000 หยวนนั้น อาจจะเป็นเงินทั้งเมืองของเมืองเล็กๆเลยก็ได้

ยุคนี้คนรวยหรือพวกเศรษฐีมีเงินต่อปีอย่างมากก็แค่ 10,000 หยวนเท่านั้น พวกเขาต้องใช้เวลาถึง 20 ปีเลยกว่าจะหาเงิน 200,0000 แบบซูข่านได้

"นี่คือเงิน 200,000 หยวนที่เธอจะต้องใช้ในการเปิดบริษัทท่องเที่ยว"

ซูข่านพูดกับเสี่ยวผิงพร้อมกับวางถุงเงินไว้บนโต๊ะ

"เอ่อ…"

แม้ว่าเสี่ยวผิงจะตัดสินใจที่จะทำตามที่ซูข่านบอกแล้ว แต่เมื่อเธอเห็นเงิน 200,000 นั้น เสี่ยวผิงก็ได้ตกตะลึงกับเงินจำนวนมากที่อยู่ต่อหน้าเธอ

เฒ่าหลี่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆเองไม่ได้มีท่าทางตกใจแต่อย่างใด เขารู้ดีกว่าซูข่านนั้นมีสมบัติและทรัพย์สินอยู่อีกมาก

ต่อให้มีเงินมากกองตรงหน้ามากกว่านี้สัก 100 เท่า เฒ่าหลี่เองก็จะไม่มีความรู้สึกอะไรกับเงินพวกนี้ สิ่งเดียวที่จะทำให้เขาหวั่นไหวมีเพียงอย่างเดียวคือของเก่าหรือวัตถุโบราณนั่นเอง

ตอนนี้ถ้าเฒ่าหลี่จะขอเงินซูข่านสัก 1 ล้านซูข่านก็ยินดีที่จะมอบให้กับเฒ่าหลี่เหมือนกัน แม้ว่ามันจะมีมูลค่าเยอะก็จริงสำหรับคนในยุคนี้

แต่ซูข่านก็รู้ถึงความสำคัญและความสามารถของเฒ่าหลี่ แค่ไข่มุกราตรีที่ซ่อนอยู่ในบ้านหลังนี้ก็ประเมินราคาไม่ได้แล้ว

เสี่ยวผิงมือสั่นเล็กน้อยขณะที่เอื้อมมือไปหยิบถุงเงินที่วางอยู่บนโต๊ะ ซูข่านเห็นแบบนั้นจึงหยิบถุงและยื่นให้กับเธอเอง

ทันทีที่เสี่ยวผิงถือถุงใบนี้ เธอรู้สึกได้เลยว่าถุงใบเล็กๆแค่นี้แต่มันหนักมาก

ทั้งทีมันเป็นเงินแท้ๆ แต่เสี่ยวผิงกลับรู้สึกเหมือนกำลังยกภูเขาทั้งลูกอยู่

"ใช่สิ"

ซูข่านเหมือนคิดอะไรออกเลยพูดกับเสี่ยวผิงว่า

"ถ้าเธอมีปัญหาในการจัดการเรื่องบริษัท เธอไปปรึกษาจางเฉียงหรือเฒ่าจางก็ได้ บอกพวกเขาว่าบริษัทท่องเที่ยวนี้เป็นบริษัทของฉัน"

"แล้วถ้าพวกเขาจัดการเรื่องบริษัทให้เธอไม่ได้อีกก็ไปหาหวางเอ๋อซะ ถ้าหวางเอ๋อจัดการไม่ได้ค่อยมาหาฉัน"

กลุ่มคนที่ทำงานให้กับซูข่านอย่างจางเฉียงหรือเฒ่าจางนั้น พวกเขาทั้งคู่สามารถบริหารคนได้อย่างดีเลย ธุรกิจที่ดำเนินไปได้ด้วยดีเป็นเพียงการจัดการคนที่ดีของทั้งสอง

การบริหารคนใครที่บอกว่าง่ายอยากให้เขาลองมาบริหารดู การจัดการกับสิ่งมีขีวิตที่มีความรู้สึกนั้น ต่อให้เรียนจบจากอะไรมาก็ยังไม่สามารถจัดการให้ดีได้

มันเป็นเรื่องที่ฟังดูธรรมดาแต่การจัดการนั้นยากกว่าที่คิด ไม่อย่างงั้นพวกพนักงานตามโรงงานหรือในบริษัทจะลาออกเพราะเกลียดขี้หน้ากันทำไม?

เรื่องบางเรื่องที่เราเห็นว่าเล็กน้อยแต่สำหรับบางคนคือเรื่องใหญ่เลยก็มี การบริหารให้เคร่งครัดมากเกินไปก็ส่งผลให้พนักงานเครียด หากปล่อยปะละเลยะเกินไปพนักงานก็จะไม่เชื่อฟังอีก

มันจำเป็นต้องเคร่งในบางเรื่องและปล่อยในบางเรื่องถึงจะดีที่สุด แต่บางบริบทมันก็ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ในกรณีที่งานนั้นมันจำเป็นและส่งผลต่อชีวิตของคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชีพเกี่ยวกับสุขภาพ

อย่างหวางเอ๋อเองก็เป็นหนึ่งในคนที่จัดการเรื่องพวกนี้ได้อย่างดี เขาสามารถปล่อยให้ร้าน KFC ดำเนินการต่อไปได้โดยที่เขาไม่ต้องไปควบคุมเลยด้วยซ้ำ แถมมาตรฐานของร้านเองก็ดีอย่างที่ซูข่านคาดไว้

แน่นอนว่าร้าน KFC นั้นถูกพูดถึงเรื่องการบริการและความสะอาด เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่หวางเอ๋อได้กำชับพนักงานเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องอื่นๆหวางเอ๋อก็ไม่ได้บังคับอะไรพนักงานมาก

"ค่ะพี่สาม"

เสี่ยวผิงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

ซูข่านยิ้มให้เล็กน้อยและยืนขึ้นเตรียมพร้อมที่จะกลับไปยังห้องของตัวเอง เสี่ยวผิงมองตามซูข่านที่ลุกขึ้นก่อนจะพูดอย่างรวดเร็ว

"พี่สามคะ?"

"ว่าไง?"

ซูข่านมองไปที่เสี่ยวผิงก็เห็นท่าทีที่วิตกกังกลของเธอ เขาก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อย

เสี่ยวผิงมองไปที่ซูข่านพร้อมกับกระพริบตาๆราวกับเป็นลูกสะใภ้ตัวน้อยที่ต้องการความช่วยเหลือ

"เฒ่าจางและคนอื่นๆได้ชื่อที่พี่สามตั้งเปิดเป็นร้านของพวกเขาทั้งหมด บริษัทท่องเที่ยวที่จะเปิดใหม่นี้ พี่สามช่วยตั้งชื่อให้หน่อยได้ไหมคะ?"

เสี่ยวผิงพูดด้วยน้ำเสียงที่กล้าๆกลัวๆ

"ฮ่าๆๆ เรื่องนี้เองเหรอ"

ซูข่านหัวเราะพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม

"เรื่องง่ายๆแค่นี้ไม่ห็นต้องกังวลขนาดนั้นเลย เดี๋ยวฉันตั้งชื่อให้ก็ได้"

ที่เสี่ยวผิงพูดก็ถูกของเธอ บริษัทหรืออะไรก็ตามส่วนใหญ่แล้วซูข่านจะเป็นคนตั้งชื่อให้ทั้งหมด ดูเหมือนเขาจะกลายเป็นคนที่บ้าการตั้งชื่อแล้ว

เดี๋ยวอีกหน่อยเมื่อถึงตอนที่ทุกคนรู้ความจริงว่าซูข่านอยู่เบื้องหลังทุกอย่างแล้ว ชื่อต่างๆที่เขาตั้งให้บริษัทนั้นก็จะกลายเป็นชื่อที่มีคุณค่าขึ้นมาทันที

บริษัทใหญ่ๆจะมีชื่อเสียงระดับโลกถูกตั้งมาจากคนๆเดียว แค่ได้ยินก็รู้สึกสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมล่ะ?

เสี่ยวผิงถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะถามกับซูข่านด้วยรอยยิ้ม

"พี่สามจะตั้งชื่อว่าอะไรคะ?"

ซูข่านหัวเราะเล็กน้อยแล้วตอบว่า

"แน่นอนว่าชื่อมันจะต้องเหมาะแก่การท่องเที่ยว"

"เอาเป็นบริษัทท่องเที่ยวชวี่หนาเอ๋อหวันล่ะกัน"

"ชวี่หนาเอ๋อหวัน?"

เสี่ยวผิงชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อ

จบบทที่ บทที่ 345 บริษัทท่องเที่ยวชวี่หนาเอ๋อหวัน

คัดลอกลิงก์แล้ว