เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 346 แม่บ้านคนใหม่

บทที่ 346 แม่บ้านคนใหม่

บทที่ 346 แม่บ้านคนใหม่


"ชวี่หนาเอ๋อหวัน?"

ใบหน้าของเสี่ยวผิงเต็มไปด้วยความงุนงง ส่วนเฒ่าหลี่นั้นที่มีสีหน้าเรียบเฉยทันทีที่ได้ยินชื่อของบริษัทท่องเที่ยว แววตาของเขาก็เปล่งประกายแวววาวทันที

"เป็นชื่อที่ดีมาก"

เฒ่าหลี่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียประหลาดใจ

"ดียังไงเหรอคะ?"

เสี่ยวผิงรู้สึกชะงักไปชั่วขณะ เธอไม่รู้สึกเลยว่าชื่อนี้มันจะทรงพลังเหมือนกับร้านของเฒ่าจางเลย ร้านอาหารวังหลวงนั้นฟังดูยิ่งใหญ่กว่าตั้งเยอะ แค่ฟังคนก็รู้แล้วว่าเป็นอาหารที่ทำให้คนในวังกิน

แต่ชื่อชวี่หนาเอ๋อหวันนั้น มันฟังแล้วดูเหมือนกับเป็นคำเรียกของเด็กซะมากกว่า เวลาที่เด็กๆจะถามเวลาไปไหนมาไหนกันก็จะใช้เสียงคล้ายๆแบบนี้

นี่พี่สามกำลังแกล้งเราอยู่รึเปล่า?

"เสี่ยวผิงเอ่ย"

เฒ่าหลี่หัวเราะเล็กน้อย

"ชื่อนี้แหละดีแล้ว ข้าว่ามันดีกว่าชื่อร้านอาหารของเฒ่าจางเสียอีก"

เมื่อเห็นสีหน้าที่งุนงงของเสี่ยวผิง เฒ่าหลี่ก็ได้พูดให้เธอสบายใจ จากนั้นเขาก็หันไปมองที่ซูข่าน

เฒ่าหลี่รู้สึกถึงเทพที่สถิตย์อยู่ในตัวของซูข่าน วินาทีนั้นเขาได้เห็นความยิ่งใหญ่ของซูข่านมากขึ้นไปอีก แค่ตั้งชื่อก็สามารถสื่อความหมายได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้แล้ว

ชื่อที่นำมาตั้งเป็นชื่อบริษัทท่องเที่ยวนั้น มันสามารถสื่อได้ถึงความอิสระในการมาท่องเที่ยวได้ แน่นอนอยู่แล้วเวลาที่เราไปเที่ยวก็อยากจะไปพักผ่อน

ชวี่หนาเอ๋อหวันเองก็หมายถึงอิสระที่คุณจะต้องได้รับหากใช้บริการกับบริษัทนี้ แน่นอนว่ามันจะได้ทั้งความสะดวกสบายและบริการที่ดีจากบริษัทของซูข่านแน่นอน

เท่านี้มันก็จะเรียกความสนใจจากผู้คนมากมายที่อยากมาใช้บริการบริษัทนี้ได้แล้ว

เฒ่าหลี่จึงถามกับเสี่ยวผิงช้าๆ

"เธอลองอ่านชื่อนั้นสามครั้งดูสิ"

"ชวี่หนาเอ๋อหวัน ชวี่หนาเอ๋อหวัน ชวี่หนาเอ๋อหวัน"

เสี่ยวผิงเบิกตากว้างออกราวกับว่าสมองเธอนั้นเพิ่งคิดอะไรออก

ยิ่งพูดชื่อนี้เยอะขึ้นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งดูทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น เธอมีความรู้สึกว่าสมองของเธอได้ถูกล้างไปโดยชื่อชวี่หนาเอ๋อหวันเรียบร้อยแล้ว เธอไม่สามารถหยุดเสียงที่ดังขึ้นในใจของเธอได้

เสี่ยวผิงมองไปที่ซูข่านด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม

ซูข่านเองก็พูดอธิบาย

"ในฐานะบริษัทท่องเที่ยวแล้ว ข้อสำคัญเลยที่จะทำให้นักท่องเที่ยวเลือกบริษัทของเรานั้น คือจุดประสงค์หลักของบริษัทท่องเที่ยว"

"หากนักท่องเที่ยวเห็นว่าการมาเที่ยวของเขานั้นตรงกับชื่อของบริษัท เขาจะจดจำชื่อของพวกเราได้ทันที"

จะเรียกว่าบริษัทท่องเที่ยววังหลวงก็ได้

เสี่ยวผิงได้ยิ้มแบบเขินๆแล้วก็พูดว่า

"ขอบคุณค่ะพี่สาม หนูเกือบคิดว่าพี่สามตั้งชื่อไม่ดีให้กับหนูซะแล้ว"

"ฮ่าๆๆ"

ซูข่านหัวเราะออกมา

ชื่อนี้ไม่เพียงบ่งบอกถึงความสามารถและวิสัยทัศน์ของบริษัทอย่างเดียว แต่มันจะทำให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่อๆไปอีกได้ด้วย

ต่อมาในยุคของอินเตอร์เน็ต ซูข่านก็คิดว่าจะเอาชื่อของบริษัทนี้มาเป็นชื่อเว็บไซต์เหมือนกันอย่าง ชวี่หนา.com

มันฟังดูไม่แย่เลย ถ้าถึงตอนที่มีอินเตอร์เน็ตและสามารถตั้งชื่อเว็บไซต์แล้ว ซูข่านจำเป็นต้องรีบตั้งชื่อพวกนี้ให้เร็วที่สุด

เช่นเดียวกันกับเรื่องชื่อแบรนด์ ชื่อของเว็บไซต์เองก็มักจะมีเด็กหัวเกรียนเอาไปตั้งชื่อก่อน ซึ่งหากว่าอยากได้คืนก็จำเป็นต้องไปซื้อชื่อพวกนั้นคืน มันค่อนข้างวุ่นวายซะทีเดียว

ซูข่านไม่อยากจะเจอปัญหานี้เหมือนกัน

วันต่อมาเสี่ยวผิงได้ออกจากบ้านในเวลาแต่เช้าตรู่ ซึ่งมันสร้างปัญหาให้กับซูข่านเล็กน้อย เธอได้ไปโดยไม่ได้ทำอาหารเช้าไว้ให้กับพวกเขา

ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้เลยให้ซงหมิงเจียงไปซื้อข้าวเช้ามาให้เขากับเฒ่าหลี่ ในตอนเที่ยงซูข่านวางแผนจะไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารวังหลวง

แต่โชคดีที่วันนี้จ้าวชิงชิงได้มาที่บ้านของเขา เธอจึงทำอาหารกลางวันให้กับซูข่านและเฒ่าหลี่ด้วย ฝีมือการทำอาหารของเธอเองก็ค่อนข้างดีพอสมควร

อย่างไรก็ตามซูข่านจะพึ่งพาจ้าวชิงชิงตลอดไม่ได้เหมือนกันเธอไม่ใช่แม่บ้านมืออาชีพ เขาต้องหาวิธีแก้ปัญหานี้

ซูข่านจึงได้บอกให้ซงหมิงจียงรับสมัครแม่บ้านคนใหม่ ซึ่งเจาะจงทักษะการทำให้อาหารเป็นพิเศษ ยิ่งหาได้เร็วเท่าไหร่ยิ่ง

ตอนบ่ายซงหมิงเจียงก็ได้มาที่บ้านของซูข่านพร้อมกับยายของชูเฟิง

"ยายของชูเฟิงนิ? ทำไมเธอถึงมากับซงหมิงเจียงได้?"

ซูข่านมองไปที่ซงหมิงเจียงพร้อมกับขมวดคิ้ว แม่บ้านคนอื่นก็มีตั้งเยอะทำไมต้องเป็นเธอด้วย

ซงหมิงเจียงก็ยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนจะตอบว่า

"ตอนที่ผมรับสมัครแม่บ้าน ยายของชูเฟิงเห็นก็มาสมัครคนแรกเลยหล่ะครับ"

"เฮ้อ"

ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

ตอนนี้ชูเฟิงเป็นเด็กฝึกงานอยู่ที่ร้านอาหารวังหลวง เฒ่าจางเองก็ชื่นชมฝีมือในการทำอาหารของชูเฟิงอย่างมาก เด็กน้อยคนนั้นสามารถเรียนรู้ทุกอย่างได้รวดเร็วและขยันทำงานอีกด้วย

เรียกได้ว่าเป็นลูกศิษย์อันดับหนึ่งของเฒ่าจางไปเรียบร้อยแล้ว

ด้วยฝีมือของเขา ทำให้เฒ่าจางได้ขึ้นเงินเดือนให้กับชูเฟิง ในยุคที่คนทั่วไปมีรายได้อยู่ที่ปีละประมาณ 300-400 หยวน แต่ชูเฟิงกลับสามารถทำได้ถึงปีละ 1,000-1,500 หยวน

ในหนานจิงถือว่าเป็นรายได้ที่สูงมากสำหรับตระกูลชูของชูเฟิง ด้วยเงินจำนวนนี้สถาพความเป็นอยู่ของครอบครัวจะต้องดีขึ้นอย่างมากแน่ๆ ครอบครัวของเขาเองก็สามารถซื้อเนื้อสัตว์กินได้ทุกมื้อ

แต่ทำไมยายของชูเฟิงถึงได้มาอยู่ที่นี่?

และทำไมเธอจะต้องมาสมัครงานเป็นแม่บ้านด้วย?

"คุณเป็นคนที่มีพระคุณกับครอบครัวของเราอย่างมาก ฉันยินดีที่จะมาเป็นแม่บ้านที่นี่ให้กับคุณฟรีเลยค่ะ แม้แต่คำว่าขอบคุณทางฉันก็ไม่อยากจะรับมันเลย"

"ไม่ต้องหรอกครับ"

ซูข่านพูดด้วยน้ำเสียงที่เกรงใจ

"นี่คุณดูถูกน้ำใจของฉันอย่างงั้นเหรอคะ?"

ยายของชูเฟิงไม่ยอมฟังคำพูดของซูข่านเลยแม้แต่น้อย

"คุณได้ช่วยเหลือตระกูลชูของเรามามาก ชูเฟิงเองก็มีหน้าที่การงานที่ดี ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนที่มีตำแหน่งใหญ่โตแต่เขาก็มีเงินเดือนที่ส่งเสียตระกูลชูได้"

"น้องสาวของชูเฟิงก็ได้ไปเรียนตามที่ตัวเองต้องการ แถมเธอเองก็ได้กินอาหารครบทั้งสามมื้อโดยมีเนื้อสัตว์ทุกมื้ออีกด้วย"

"บุญคุณยิ่งใหญ่กับตระกูลชูแบบนี้ หากว่าฉันไม่ได้ทดแทนคงตายตาไม่หลับแน่เลยค่ะ ถ้าไม่ได้คุณคอยช่วยเหลือตระกูลเรา ป่านนี้ตระกูลชูคงยังจะต้องอดมื้อกินมื้อตามประสาครอบครัวที่ยากจน"

ยายของชูเฟิงพูดจาเป็นชุดพร้อมกับอารมณ์ร่วม ซูข่านได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที

"ฉันได้ซื้อของมาแล้ว เดี๋ยวขอตัวไปทำมื้อเย็นสูตรแม่ของฉันให้ก่อนนะคะ"

ยายของชูเฟิงพูดจบก็เดินเข้าไปในบ้านทันที

ซูข่านกับซงหมิงเจียงต่างก็ตกตะลึงกับภาพที่เกิดขึ้น

"เอ่อ…พี่สามครับ"

"ให้ผมรับสมัครแม่บ้านคนใหม่ไหมครับ?"

ซงหมิงเจียงถามพร้อมกับเอามือมาเกาที่หัวตัวเอง

ซูข่านส่ายหัวและตอบว่า

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรามาดูกันว่าฝีมือการทำอาหารของยายเฒ่าจะเป็นยังไง ถ้ามีฝีมือที่ดีก็ให้เธอเป็นแม่บ้านที่นี่ก็ได้"

"งานของบ้านหลังนี้เองก็ไม่ได้หนักเท่ากับที่อื่น เงินเดือนก็จ่ายให้เท่ากับที่เสี่ยวผิงเลย"

ถึงแม้ว่ายายของชูเฟิงจะยืนยันแล้วว่าจะทำงานบ้านให้กับซูข่านฟรี แต่ซูข่านก็ไม่ต้องการอย่างนั้น เขาจะต้องมอบเงินเดือนให้กับเธอให้ได้

แต่ถ้าเธอไม่สามารถทำอาหารได้ ซูข่านก็คิดว่าจะให้เธอมาปัดกวาดเช็ดถูบ้านอย่างเดียว แม้ว่าเธอจะเป็นยายของชูเฟิงก็จริง แต่มันก็ไม่ได้รับรองว่าเธอจะทำอาหารเก่งเหมือนเขา

เรื่องเงินเองซูข่านก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เขาไม่ต้องการให้ใครมาทำงานให้กับเขาฟรีๆ การทำงานทุกอย่างจะต้องได้รับเงินเสมอ ต่อให้เป็นงานง่ายแค่ไหนก็ตาม

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงพูดด้วยความเคารพ

ไม่นานหลังจากที่ซูข่านได้นั่งอยู่ที่สวนหน้าบ้าน เขาก็เห็นควันไฟจากปล่องควันได้ลอยออกมา ดูเหมือนว่ายายของชูเฟิงเองจะคล่องแคล่วอยู่เหมือนกัน

"ลั้น~ลา~"

จากนั้นซูข่านก็เห็นจางเฉียงที่หางตาของเขา จางเฉียงเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่อารมณ์ดี

จบบทที่ บทที่ 346 แม่บ้านคนใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว