เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 344 ส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่าล้านล้าน

บทที่ 344 ส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่าล้านล้าน

บทที่ 344 ส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่าล้านล้าน


"ไม่สิสำหรับเธอแล้ว ฉันจะเพิ่มเงินให้เป็น 200,000 หยวนเลยในการเปิดบริษัทท่องเที่ยว โดยเธอจะต้องเป็นคนดูแลรับผิดชอบบริษัทท่องเที่ยวแห่งนี้"

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม

เมื่อเสี่ยวผิงได้ยินตัวเลขจำนวน 200,000 เธอก็อ้าปากค้างและมองมาที่ซูข่านด้วยความตกใจ

"พะ..พี่..พี่สามคะ"

"พี่จะให้เงินหนู 200,000 เลยอย่างงั้นเหรอ?"

เธอแทบไม่อยากจะเชื่อที่ตัวเองได้ยิน

เงินจำนวนมากขนาดนี้เธอยังไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่าจะมีสักวันที่เธอจะได้เป็นเจ้าของ..ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่กล้าที่จะฝันถึงด้วยซ้ำ

สมมุติว่าหากว่าเธอทำงานเป็นแม่บ้านให้กับซูข่านแล้วเธอจะได้เงินต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 100 หยวน ซึ่งในปีหนึ่งเธอก็ได้เงินอยู่ที่ 1,200 หยวนเท่านั้น ต้องทำงานกี่ปีถึงจะมีเงินถึง 200,000 หยวน?

แล้วชีวิตจริงเสี่ยวผิงเองก็ไม่ได้รับเงินเดือนเยอะขนาดนั้น แต่ก็แลกมาด้วยกับการได้อยู่ในห้องหลังใหญ่และมีเนื้อสัตว์กินทุกมื้อ

ถ้าหากว่าได้เงินเดือน 100 หยวนจริง เธอก็ต้องใช้เวลาทำงานกับซูข่านอีกอย่างน้อย 200 ปี ซึ่งถึงตอนนั้นร่างกายของเธออาจจะเป็นปุ๋ยอยู่ที่ไหนสักแห่งในประเทศแล้ว

เมืองหนานจิงเองก็เป็นเมืองที่มีคนร่ำรวยอาศัยอยู่มาก แต่เสี่ยวผิงก็ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีคนกล้าให้เงินเธอมากถึง 200,000 หยวน

บางครอบครัวที่ร่ำรวยยังหาเงินได้แค่ปีละ 10,000 หยวนเท่านั้น

ต้องใช้กี่ครอบครัวรวมกันถึงจะหาเงิน 200,000 ได้?

"ใช่"

ซูข่านพยักหน้าช้าๆและพูดต่อ

"เดี่ยวเรื่องเปิดบริษัทฉันจะให้คนไปช่วยเธอจัดการเอง หากว่าเธอจะทำ เธอจะต้องบริหารเงิน 200,000 หยวนนี้ให้ดี ส่วนเรื่องจำนวนคนทำงานมันก็ขึ้นอยู่กับเธอเลย ว่าไง?"

เสี่ยวผิงส่ายหัวเล็กน้อยและพูดอย่างกล้าๆกลัวๆว่า

"หนูไม่เคยบริหารเงินและคนเยอะขนาดนี้มาก่อน หนูคิดว่าหนูคงทำไม่ได้ค่ะ"

"เธอทำได้"

ซูข่านพยักหน้าและพูดอย่างหนักแน่น

การร่วมมือกับสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อพนักท่องเที่ยวไปนั้น เสี่ยวผิงน่าจะเป็นคนแรกๆในเมืองที่ทำ น้อยคนนักจะคิดได้แบบเสี่ยวผิง

การนำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวนั้นจะต้องพาไปเยี่ยมชมสถานที่สวยงามหรือจุดชมวิวต่างๆ วิธีการพาไปก็จะพานั่งรถโดยสารหรือจะเป็นรถยนต์ส่วนตัวก็ได้

ซึ่งรายได้จากการนำเที่ยวอย่างเดียวมันก็ไม่พอที่จะประทั่งชีวิต ส่วนใหญ่แล้วพวกนำเที่ยวก็จะได้ค่าส่วนต่างจากค่าเข้าต่างๆ ซึ่งพวกเขาสามารถซื้อได้ถูกกว่าราคานักท่องเที่ยวทั่วไป

แต่กว่าที่จะนิยมทำแบบนี้ก็กินเวลาอีกตั้งหลายปี ซึ่งตอนนี้เท่ากับว่าเสี่ยวผิงเองก็ไม่มีคู่แข่งทางการตลาดแต่อย่างใด

ในยุคที่ผู้คนเริ่มสนใจมาทำธุรกิจแบบนี้กันมากขึ้น ส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวเองก็มีอยู่ไม่กี่ประเภทที่จะเลือกคนนำเที่ยว

อย่างแรกเลยก็จะเลือกจากชื่อเสียงที่โด่งดังก่อน การที่เสี่ยวผิงเปิดบริษัทเร็วแบบนี้ก็จะนำมาซึ่งชื่อเสียงได้ในอนาคต

นักท่องเที่ยวบางกลุ่มก็ชอบการท่องเที่ยวแบบประหยัด พวกเขาก็มักจะซื้อคนนำเที่ยวแบบราคาถูก ซึ่งใครจะตัดราคาใครก็ต้องไปแย่งกันเอาเองในอนาคต

แล้วก็ยังมีกลุ่มที่ชอบท่องเที่ยวเองแต่ปรึกษากับทางผู้นำเที่ยวด้วย โดยการนำเที่ยวแบบนี้เป็นที่นิยมมากในการไปเที่ยวต่างประเทศ

ซูข่านได้นึกถึงบริษัทท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่จะเตรียมรถยนต์ ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้า พอเวลาลูกค้าไปถึงก็สามารถไปเที่ยวได้ด้วยตัวเอง หากมีปัญหาอะไรก็สามารถติดต่อกลับมาศูนย์ใหญ่หรือจะให้พนักงานเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือก็ได้

แต่กว่าที่การท่องเที่ยวแบบนี้จะนิยมก็ต้องเป็นในยุคของอินเตอร์เน็ตซะก่อน ตอนนั้นผู้คนจะเริ่มหาข้อมูลและเตรียมตัวก่อนการไปท่องเที่ยวทั้งนั้น

บริษัทท่องเที่ยวเองก็มีบางประเภทที่ครอบคลุมทั่วทั้งหมด บางบริษัทก็สามารถจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ตั๋วเข้าเยี่ยมชมสถานที่ ร้านอาหาร ฯลฯ ได้อีกมาก

ซึ่งทุกอย่างนั้นจะให้บริษัทนำเที่ยวให้หรือจะไปเที่ยวเองก็ได้ตามแต่ที่ลูกค้าจะเลือก เห็นได้ชัดว่าการท่องเที่ยวนั้นมีหลากหลายรูปแบบ

เม็ดเงินที่หมุนเวียนในธุรกิจการท่องเที่ยวเองก็สูงเป็นแสนๆล้านเหมือนกัน ในบางปีก็อาจจะสูงเป็นล้านๆหยวนเลยก็มี

กว่าที่บริษัทท่องเที่ยวจะได้ส่วนแบ่งทางตลาดจากธุรกิจประเภทนี้ ก็ต้องรอไปจนถึงยุคของอินเตอร์เน็ตซะก่อน แต่ตอนนั้นบริษัทประเภทนี้จะเติบโตรวดเร็วที่สุดในตลาดการท่องเที่ยว

เงินที่ได้มาอย่างต่อเนื่องจะสามารถขยายบริษัทได้อีกหลายเท่า หรือซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อเพิ่มมูลค่าของบริษัทเองก็ยังได้

เมื่อมีอสังหาฯที่มากพอ บริษัทท่องเที่ยวอาจจะเปิดอีกธุรกิจอย่างร้านอาหารหรือโรงแรมด้วยก็ได้ เป็นอีกช่องทางที่จะให้บริการลูกค้าที่มาท่องเที่ยวบริษัทของเขา

นอกจากนี้แล้วในยุคของอินเตอร์เน็ตเอง การเปิดให้บริการอินเตอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยวก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ตอบโจทย์อยู่เหมือนกัน

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นั้นจะมีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของประเทศตัวเองอยู่แล้ว แต่การมาท่องเที่ยวต่างประเทศพวกเขาก็แทบจะไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้

การพัฒนาอุปกรณ์ให้นักท่องเที่ยวใช้บริการอินเตอร์เน็ตก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในยุคหลัง ธุรกิจทุกอย่างนั้นสามารถต่อยอดได้จากการเปิดบริษัทท่องเที่ยวอย่างเดียว

การดึงศักยภาพพวกนี้ออกมาได้หมดจำเป็นจะต้องใช้คนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลพอสมควร

ซูข่านจำได้ขึ้นใจอยู่บริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการการจองห้องพักออนไลน์หรือกระทั่งตั๋วการเดินทาง ตอนแรกมูลค่าบริษัทเองก็มีไม่เยอะเท่าไหร่

จากนั้นอยู่ดีๆหลังจากที่นักท่องเที่ยวใช้บริการบริษัทนี้มากขึ้นเรื่อยๆ รู้อะไรไหมว่ามูลค่าบริษัทได้เติบโตไปเป็นแสนล้านหยวนเข้าไปแล้ว

นี่ขนาดเป็นการให้บริการแค่เพียงจองห้องพักออนไลน์อย่างเดียวยังสามารถทำเงินได้มากขนาดนี้ ถ้าหากรวมธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไว้ด้วยกันจะมีมูลค่ามากขนาดไหน

2 แสนล้านงั้นเหรอ? หรือจะ 3 แสนล้าน?

นี่เป็นเพียงแค่ตัวเลขเล่นๆถ้าหากว่าบริษัทจองห้องพักออนไลน์นั้นรวมกับธุรกิจประเภทอื่น

ด้วยชื่อเสียงของบริษัทที่ดังอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องเหนื่อยหาฐานลูกค้าใหม่เลย พวกเขายินดีที่จะใช้บริการบริษัทในเครือของบริษัทนี้อยู่แล้ว

เห็นได้ชัดว่าไม่จำเป็นต้องเหนื่อยอะไรก็สามารถเพิ่มเงินได้อีกแสนล้านหยวน ในขณะเดียวกันชื่อเสียงของบริษัทก็ได้เติบโตแซงหน้าคู่แข่งไปเรื่อยๆ

ด้วยวิธีพวกนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าบริษัทจองห้องพักออนไลน์ทำขึ้นมาจริงจะน่ากลัวแค่ไหน

ตลาดการท่องเที่ยวนั้นยิ่งใหญ่จริงๆ หากว่าครอบครองส่วนแบ่งทางการตลาดนี้ได้สัก 10% ก็ตีเป็นเงินได้หลายแสนล้านหยวนเข้าไปแล้ว

"อย่าเพิ่งคิดมาก"

ซูข่านมองไปที่เสี่ยวผิงที่กำลังกระวนกระวายอยู่

ภายในหัวของเสี่ยวผิงนั้น ความคิดของเธอกำลังตีกันอยู่อย่างดุเดือด

เธอกำลังคิดอยู่ว่าจะเลือกรับเงินก้อนโตที่ผู้หญิงแบบเธอไม่สามารถหาได้ในชาตินี้ดี

หรือว่าเธอจะปฏิเสธและกลับไปทำงานเดิมของเธอดี

ซูข่านเองก็เข้าใจในตัวเองเสี่ยวผิงเพราะเงินจำนวนนี้มันทำให้คนลำบากใจมากในการรับ

เธอดูลำบากใจมากที่จะต้องรับเงินก้อนนี้ แต่สีหน้าของเธอเองก็บ่งบอกได้อีกอย่างว่าเธอเองก็อยากจะที่จะรับเงินนี้อยู่เหมือนกัน

"เธอไม่ต้องคิดมาก เงิน 200,000 หยวนนี้ฉันตั้งใจที่จะเอาไว้ลองตลาดการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ถึงมันจะขาดทุนแต่ฉันก็ไม่ได้เสียดาย"

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงของเขานั้นนุ่มนวลทำให้รู้สึกถึงแสงแดดอันอบอุ่น

เสี่ยวผิงเองเห็นรอยยิ้มนั้นก็ชะงัก เธออ้ำๆอึ้งๆเหมือนจะพูดอะไรออกมา

"นั่งบื้ออยู่ทำไมเล่าเสี่ยวผิง!!"

เฒ่าหลี่เห็นเสี่ยวผิงเงียบอยู่นานเลยตัดสินใจพูดกับเธอ

จบบทที่ บทที่ 344 ส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่าล้านล้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว