- หน้าแรก
- ภัณฑารักษ์สยบวิญญาณ ตำนานพยัคฆ์สยบมาร
- ตอนที่ 25 เปรตหิวโหย
ตอนที่ 25 เปรตหิวโหย
ตอนที่ 25 เปรตหิวโหย
ตอนที่ 25 เปรตหิวโหย
เสียงของซือลี่เสี้ยวเว่ยเงียบหายไป
บทเรียนที่ต้องพึ่งพานักตัดต่อเงาพระจันทร์เพื่อถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้รับฟัง ก็จบลงเพียงเท่านี้
เว่ยหยวนเหม่อลอยไปชั่วครู่ ก่อนจะรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที
ภัยจากผีวาดหนัง ทำให้เลือดเนื้อของคนนับร้อยถูกกลืนกิน จนกลายเป็นเพียงหนังมนุษย์ที่ว่างเปล่า!
นี่ขนาดยังอยู่ในยุคโบราณที่มีผู้บำเพ็ญเพียรเคลื่อนไหวอยู่นะ
และถ้าหากปีศาจแบบนี้มาเคลื่อนไหวอย่างอิสระในยุคปัจจุบันที่สิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติหายไปนานแล้ว ย่อมต้องสร้างภัยคุกคามที่รุนแรงกว่ายุคนั้นอย่างแน่นอน และในวินาทีนี้เอง เว่ยหยวนก็สะดุ้งตกใจ เมื่อพบว่าถนนเบื้องหน้าที่แต่เดิมดูห่างเหินและไม่สมจริงเมื่อเทียบกับตัวเขา จู่ๆ พื้นดินก็กลับกลายเป็นของจริงขึ้นมา
เขามาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลหลิวแล้ว
เบื้องหน้าคือหญิงสาวตระกูลเถียนที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนในอดีตไม่มีผิดเพี้ยน และเด็กน้อยที่ดูไร้เดียงสา
เบื้องหลังคือทาสวาดหนังนับร้อยตน
ถ้าหากเมื่อกี้เว่ยหยวนเป็นเพียงผู้สัญจรและผู้ชม ที่มองดูรอบๆ เหมือนภาพวาดม้วนหนึ่ง ตอนนี้เขาก็ได้ก้าวเข้ามาอยู่ในภาพวาดนั้นแล้ว
เว่ยหยวนมองไปรอบๆ สัมผัสได้ถึงความเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจน เขาถอนหายใจออกมา ก่อนจะชักกระบี่
ภาพสะท้อนหยาดน้ำค้างใต้แสงจันทร์ ภาพลวงตาเขาพระสุเมรุ ในเมื่อมีของมีประโยชน์แบบนี้ ซือลี่เสี้ยวเว่ยย่อมไม่ปล่อยให้เสียเปล่าแน่
การได้ถ่ายทอดประสบการณ์ให้คนรุ่นหลัง พร้อมกับเพิ่มประสบการณ์การต่อสู้นองเลือดให้ด้วย ไม่ถือเป็นเรื่องดีหรอกหรือ?
แต่ความหวังดีของคนรุ่นก่อน กลับไม่ค่อยเป็นผลดีกับเว่ยหยวนเท่าไหร่นัก บรรดาซือลี่เสี้ยวเว่ยในประวัติศาสตร์ที่เก่งกาจและสามารถข่มขวัญภูตผีปีศาจได้ คงไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีคนรุ่นหลังที่ฝีมือไม่เอาไหนยิ่งกว่าเจ้าหน้าที่ปราบปีศาจ ได้ครอบครองป้ายเอวพยัคฆ์หมอบนี้
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผีวาดหนังสองตน และกองทัพทาสวาดหนังนับร้อย เว่ยหยวนก็ตวัดกระบี่ฮั่นแปดเหลี่ยมในมือฟันขวางอย่างรุนแรง ในขณะที่ร่างกายก็ม้วนตัวกลิ้งถอยหลังไปอย่างทุลักทุเล พอลุกขึ้นมาได้ก็กวัดแกว่งกระบี่ฟันสะเปะสะปะไปทั่ว นี่แหละที่เรียกว่าวิชาดาบกลิ้งคลุกฝุ่น ดวงตาทั้งสองข้างของเขากวาดมองสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว เพื่อหาทางถอย
ช่วงนี้เขามักจะใช้วิชาขับผีเรียกวิญญาณทหารกองทัพฉีออกมาบ่อยๆ เพราะอยากจะเรียนรู้ประสบการณ์การต่อสู้นองเลือดเพื่อเอาชีวิตรอดของอีกฝ่ายให้ได้ ถึงแม้ตอนนี้ฝีมือจะยังเทียบชั้นอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ก็ได้เรียนรู้มาไม่น้อย อย่างน้อยๆ ถ้าย้อนเวลากลับไปในสนามรบยุคโบราณ ถ้าไม่ซวยจริงๆ ก็คงพอจะเอาชีวิตรอดกลับมาได้
การต่อสู้แบบหนึ่งรุมหลาย ในสนามรบถือเป็นความโง่เขลาอย่างยิ่ง
ต้องควบคุมจังหวะ และรักษาระยะห่าง
ระวังหลัง อย่าปล่อยให้อีกฝ่ายมีโอกาสล้อมกรอบ
สามารถรับมือกับศัตรูหลายคนได้ แต่ต้องพยายามหลีกเลี่ยงการถูกโจมตีพร้อมกันให้มากที่สุด
ประสบการณ์ที่เคยเป็นเพียงแค่ตัวหนังสือ ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการต่อสู้จริงอย่างรวดเร็ว กระบี่ฮั่นแปดเหลี่ยมในมือก็เริ่มพลิ้วไหวและเฉียบขาดมากขึ้นเรื่อยๆ ในใจเว่ยหยวนยังแอบคิดด้วยซ้ำว่า โชคดีนะที่คู่ต่อสู้ในภาพสะท้อนหยาดน้ำค้างใต้แสงจันทร์นี้เป็นปีศาจรูปร่างมนุษย์ ไม่อย่างนั้นทักษะการต่อสู้กับมนุษย์ของทหารผ่านศึกในสนามรบ ก็คงจะใช้ไม่ได้ผลหรอก
ภายใต้การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและการต่อสู้ไปพลางถอยไปพลาง เว่ยหยวนก็สามารถสังหารทาสวาดหนังไปได้สามตน ท่ามกลางวงล้อม และทำให้บาดเจ็บไปอีกเท่าไหร่เขาก็จำไม่ได้แล้ว เพียงแต่ทาสวาดหนังพวกนี้ราวกับหุ่นเชิด ไม่รู้จักความเจ็บปวด เอาแต่พุ่งเข้าโจมตีเขาอย่างเดียว จนสุดท้ายเว่ยหยวนก็ถูกกดทับแขนขาจนขยับไม่ได้ และถูกแย่งกระบี่ไป
เว่ยหยวนยังคงดิ้นรน แต่เงาสีขาวก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ผีวาดหนังตนนั้นพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง
เว่ยหยวนกัดปลายลิ้นจนเลือดออก เลือดหยางบริสุทธิ์ของซือลี่เสี้ยวเว่ยพ่นออกมา ทำให้ทาสวาดหนังรอบๆ ร้องเสียงหลงและถอยหนีไป ผีวาดหนังหญิงตระกูลเถียนก็โดนเลือดพ่นใส่หน้า ร้องเสียงแหลมอย่างเจ็บปวด เว่ยหยวนชักกระบี่สั้นที่ผูกไว้ข้างเอวของชุดเสี้ยวเว่ยออกมา ม้วนตัวกลิ้งถอยหลังไปบนพื้น ในขณะเดียวกันก็จับกระบี่แบบกลับหัว แล้วฟันขวางอย่างแรง
ความรู้สึกที่คมกระบี่ฟันทะลุถุงหนังนั้นชัดเจนมาก
เว่ยหยวนถอนหายใจอย่างโล่งอกเล็กน้อย
แต่แล้วก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดแสนสาหัส
กระบี่สั้นในมือของเขาได้ตัดหัวของหญิงสาวตระกูลเถียนขาดสะบั้นไปแล้ว
แต่มันไม่ได้ผลเลย
หญิงสาวตระกูลเถียนกางแขนออก สวมกอดคอเขาไว้ ร่างกายที่อ่อนนุ่มของเธอแนบชิดกับเขา ซี่โครงขอนางราวกับกระบี่สีขาวนับสิบเล่ม แทงทะลุผิวหนังของนางเอง แทงทะลุหน้าอกของเว่ยหยวน แทงทะลุหัวใจ ปอด และทะลุออกไปทางด้านหลัง จากนั้นก็หดกลับไปทีละซี่ ราวกับพยายามจะกลับไปอยู่ในสภาพปกติ
แกรก แกรก
กระดูกสันหลังของเว่ยหยวนถูกซี่โครงอีกแปดซี่แทงทะลุและหักสะบั้น
สติดับวูบลง
………………
โลกความเป็นจริง
เว่ยหยวนครางอู้อี้ออกมา ถอยหลังไปครึ่งก้าว ยกมือกุมหน้าผาก ความรู้สึกเจ็บปวดแสนสาหัสนั้น กว่าจะค่อยๆ ทุเลาลงก็กินเวลาไปพักใหญ่ และในตอนนั้นเอง เขาก็เพิ่งจะนึกถึงปัญหาข้อหนึ่งที่เขามองข้ามมาตลอดขึ้นมาได้
การวาดหนังเป็นเพียงวิธีที่หญิงสาวตระกูลเถียนใช้เพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงเท่านั้น แต่ร่างที่แท้จริงของนาง คือกระดูก
หญิงสาวที่ถูกย่ำยีรังแกจนตาย ตายตาไม่หลับ ความแค้นไม่ยอมสลาย
เพียงแต่ตลอดมา ตัวตนของผีวาดหนังนั้นเป็นที่รู้จักมากเกินไป จนทำให้เว่ยหยวนมองข้ามความจริงข้อนี้ไป เมื่อกี้ในภาพสะท้อนหยาดน้ำค้างใต้แสงจันทร์ เขาถึงได้พลาดท่าให้กับผีวาดหนัง ยิ่งไปกว่านั้น หากไม่มีภาพสะท้อนหยาดน้ำค้างใต้แสงจันทร์ที่คอยถ่ายทอดประสบการณ์ของคนรุ่นก่อนให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับหญิงสาวตระกูลเถียนที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็คงจะเสียเปรียบอย่างหนักเช่นกัน
เว่ยหยวนยิ้มขื่นๆ
นี่คงเป็นสิ่งที่เรียกว่า เส้นผมบังภูเขาสินะ
เพราะฉะนั้น การสืบทอดประสบการณ์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากจริงๆ
ภาพสะท้อนหยาดน้ำค้างใต้แสงจันทร์จบลงแล้ว ผลงานความดีความชอบยังเหลืออีกสองหน่วย หากต้องการเปิดดูอีกครั้ง ก็ต้องใช้ผลงานความดีความชอบเพิ่มอีกหนึ่งหน่วย
เว่ยหยวนหลับตาทบทวนการต่อสู้ที่เพิ่งเผชิญมาเมื่อกี้ วิธีการของหญิงสาวตระกูลเถียน อย่างแรกคือการควบคุมทาสวาดหนัง อย่างที่สองคือกระดูกหนาม
อย่างแรก เขาไม่รู้เลยว่ามีทาสวาดหนังอย่างฟางเฉิงอยู่ในเมืองเฉวียนนี้กี่ตน
อย่างที่สอง เน้นความแปลกประหลาดคาดเดายาก ยากที่จะป้องกัน
เว่ยหยวนมองดูผลงานความดีความชอบที่เหลืออยู่สองหน่วย
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเปิดดูรายการของวิชาที่ตบะบารมีและผลงานความดีความชอบของเขาในตอนนี้สามารถแลกได้
อย่างแรก เขาต้องการรูปแบบการโจมตีที่พลิ้วไหว เพื่อรับมือกับกระดูกหนามที่คาดเดายากของปีศาจกระดูกและอีกอย่าง เขาต้องการยันต์แกะรอย ที่สามารถล็อกเป้าหมายปีศาจกระดูกในระยะประชิดได้ เพื่อป้องกันไม่ให้นางหนีรอดไปได้อีก เขาเลือกยันต์ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อผลงานความดีความชอบสลายไป ป้ายเอวพยัคฆ์หมอบก็แผ่ความร้อนออกมา
ยันต์แกะรอยพันลี้จากเขาหลงหู่
ขอเพียงมีกลิ่นอายของภูตผีปีศาจเพียงนิดเดียว ผู้ที่มีอิทธิฤทธิ์สูงส่งก็จะสามารถแกะรอยตามหาได้ในระยะพันลี้ ไม่มีทางหนีรอดไปได้
แต่ด้วยตบะบารมีอย่างเว่ยหยวนในตอนนี้ ก็คงจะตรวจจับกลิ่นอายของภูตผีปีศาจได้ในรัศมีแค่สิบลี้เท่านั้นแหละ
ป้ายเอวพยัคฆ์หมอบได้ถ่ายทอดวิธีการสร้างยันต์ให้กับเว่ยหยวนโดยตรง
ส่วนอีกวิชาหนึ่ง เว่ยหยวนเลือกวิชาเพลงกระบี่คู่ ซึ่งจัดอยู่ในหมวดกระบี่อาคม ใช้สำหรับปราบปีศาจกำจัดผี ถ่ายทอดมาจากปรมาจารย์สวรรค์รุ่นแรก จางเต้าหลิง แห่งเขาหลงหู่ เป็นเคล็ดวิชาพื้นฐานของเคล็ดวิชากระบี่มังกรพยัคฆ์คู่ตัวผู้ตัวเมีย ประกอบด้วยวิชาเท้าที่ดัดแปลงมาจากก้าวแห่งอวี่ของทางเต๋า เพลงกระบี่คู่ และวิชาสังหารผี เรียกว่าเคล็ดวิชากระบี่เสวียนหยวน
เนื่องจากเป็นเพียงวิชาที่จางเต้าหลิงคิดค้นขึ้นมาแบบลวกๆ ให้ลูกศิษย์ได้ฝึกฝน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการฝึกวิชาปราบมารขั้นสูงต่อไป
คำว่า 'คิดค้นขึ้นมาแบบลวกๆ' ของปรมาจารย์สวรรค์รุ่นแรก ทำให้วิชานี้เรียบง่ายมาก และนั่นก็เป็นเหตุผลที่วิชานี้ใช้ผลงานความดีความชอบเพียงหนึ่งหน่วยเท่านั้น
ป้ายเอวพยัคฆ์หมอบได้มอบสิ่งที่มีลักษณะคล้ายยันต์ให้กับเว่ยหยวน ซึ่งภายในนั้นคือประสบการณ์การฝึกฝนเคล็ดวิชากระบี่เสวียนหยวน ด้วยอิทธิฤทธิ์ [ขับผี] จะสามารถใช้เคล็ดวิชากระบี่เสวียนหยวนได้อย่างคล่องแคล่ว แต่สิ่งนี้จะค่อยๆ สลายไป คงอยู่ได้นานสุดเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น เป็นเพียงวิธีการช่วยให้ซือลี่เสี้ยวเว่ยสามารถบรรลุวิชาอาคมได้เร็วขึ้นเท่านั้น
เว่ยหยวนกำมือ มือขวาถือกระบี่ฮั่นแปดเหลี่ยม มือซ้ายถือกระบี่หักอาวุธผี
ชักกระบี่คู่ออกจากฝัก ก้าวเท้าไปข้างหน้า
ฟันกระบี่
กระบี่เสวียนหยวนเมื่อใช้แล้วราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย กระบี่ยาวเฉียบคมและว่องไว กระบี่สั้นหนักแน่นและดุดัน การโจมตีต่อเนื่องไม่ขาดสาย สอดประสานกับจังหวะก้าวเท้า ชั่วขณะนั้น ภายในห้องเต็มไปด้วยแสงกระบี่ที่เย็นเยียบจนเสียวสันหลัง แต่จู่ๆ ก็เก็บพลัง แสงกระบี่อันเฉียบคมก็สลายหายไปจนหมดสิ้น กระบี่คู่กลับเข้าฝัก
เว่ยหยวนพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา
ผลักประตูออกไป
………………
วิญญาณทหารกองทัพฉียืนเฝ้าอยู่หน้าประตู
เมื่อเว่ยหยวนถาม เขาก็เกาหัวแล้วตอบเพียงว่า:
"ในห้องของใต้เท้าจู่ๆ ก็มีรังสีอำมหิตแผ่ออกมา ข้าเลยรู้สึกเป็นห่วงน่ะขอรับ"
รังสีอำมหิตเหรอ?
เว่ยหยวนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนที่เขาถูกปีศาจกระดูกฆ่าตายในภาพลวงตาเมื่อกี้ น่าจะเป็นตอนนั้นแน่ๆ
เขาพยักหน้าแล้วพูดว่า: "ขอบใจมากนะ"
จากนั้นเขาก็ไปหาวิญญาณเร่ร่อนของนักวาดภาพหญิงที่กินยาพิษตาย ใช้วิชาขับผีให้นางมารวมตัวที่ฝ่ามือ อาศัยความทรงจำที่ยังชัดเจนอยู่ หาพู่กันมาวาดภาพหญิงงามในยุคโบราณลงบนกระดาษขาวอย่างรวดเร็ว หญิงงามที่มีใบหน้างดงาม หางตาชี้ขึ้นเล็กน้อย มีไฝเม็ดเล็กๆ ที่หางตา ประดับปิ่นทองบนผมที่เกล้าเป็นมวย ดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจ
นี่คือรูปลักษณ์ดั้งเดิมของหญิงสาวตระกูลเถียน
สีหน้าของเว่ยหยวนเคร่งขรึม ในภาพลวงตา หญิงสาวตระกูลเถียนเฝ้าซ่อมแซมใบหน้าของตัวเองอยู่ตลอดเวลา จนถึงวาระสุดท้ายก็ยังไม่ยอมเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ปีศาจกระดูกคือปีศาจที่เกิดจากความอาฆาตแค้นและความไม่ยินยอมที่เกาะกินร่างศพก่อนตาย
ด้วยความอาฆาตที่ฝังลึก นางย่อมมีความยึดติดกับใบหน้านี้อย่างที่คนทั่วไปไม่อาจเข้าใจได้
ด้วยสิ่งนี้ บางทีเขาอาจจะใช้วิธีเฝ้ารออย่างใจเย็นเพื่อดักจับนางได้
ในเมืองเฉวียนที่มีประชากรเจ็ดล้านคน จะมีสักกี่คนที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับผู้หญิงคนนี้
ผีจมน้ำยื่นหน้าเข้ามาดู ร้องจิ๊จ๊ะออกมา แล้วพูดว่า
"ลูกพี่ น้องสาวคนนี้เป็นกิ๊กของท่านเหรอ? หน้าตาสะสวยจริงเชียว..."
เว่ยหยวนตบลงบนตัวผีจมน้ำ ปัดมันออกไป แล้วพูดว่า:
"กิ๊กงั้นเหรอ?"
"กิ๊กของเธอคนนี้ คงจะโดนชำแหละตับไตไส้พุงไปจนหมด ไม่เหลือแม้แต่กระดูก เหลือแค่หนังมนุษย์ผืนเดียวเท่านั้นแหละ นายอยากจะไปลองดูไหมล่ะ? บางทีในฐานะที่เป็นภูตผีปีศาจเหมือนกัน เธออาจจะไม่รังเกียจนายก็ได้นะ?"
"ผี ผีเหรอ?!”
ผีจมน้ำสะดุ้งเยือก รีบยิ้มแห้งๆ แล้วถอยห่างออกมาทันที
เว่ยหยวนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ปลดล็อกหน้าจอ ก็เห็นแจ้งเตือนวิดีโอคลิปหนึ่งเด้งขึ้นมา เขาชะงักไปเล็กน้อย เดิมทีกะจะปัดทิ้ง แต่พอเห็นว่าเป็นชายแซ่จางที่เขาเจอถึงสองครั้งในวันนี้ ก็เลยลองเปิดดู เป็นการถ่ายทอดสด ชายซูบผอมคนนั้นกำลังนั่งอยู่หน้ากองอาหารเนื้อสัตว์มันเยิ้ม สายตาจดจ่ออยู่กับการกินอย่างเอาเป็นเอาตาย
เขาไม่ได้พูดจาโอ้อวดหรือทำท่าทางเกินจริงอะไรเลย เอาแต่กิน กิน แล้วก็กิน
แต่เพียงแค่การกระทำง่ายๆ แบบนั้น กลับสื่อสารข้อความบางอย่างออกมาได้
หอมมาก หิวมาก
แม้แต่ผีจมน้ำที่อยู่ข้างๆ ยังอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
ไลฟ์สตรีมนี่ทำเอาผียังหิวได้เลยแฮะ
ความนิยมและยอดคนดูของไลฟ์สตรีมก็กำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
ดูเหมือนว่า ชีวิตของเขาคงจะมีจุดเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแล้วล่ะมั้ง...
เว่ยหยวนมองดูรูปโปรไฟล์ของไลฟ์สตรีม ซึ่งเป็นรอยยิ้มสดใสของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เขายิ้มออกมา โดยไม่สนใจสายตาที่จ้องมองมาอย่างหิวโหยและอาลัยอาวรณ์ของผีจมน้ำ เขาออกจากไลฟ์สตรีม แล้วกดโทรศัพท์หาเบอร์ของโจวอี๋
"ฮัลโหล ผู้กองโจวเหรอครับ?"
"ผมคิดว่าผมมีวิธีหาตัวผีวาดหนังตนนั้นเจอแล้วล่ะครับ"