เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 302 ปลาใหญ่กินเบ็ด

บทที่ 302 ปลาใหญ่กินเบ็ด

บทที่ 302 ปลาใหญ่กินเบ็ด


เบ็ดตกปลาถูกกระชากอย่างแรง คันรอกก็หมุนอย่างรวดเร็ว ความเร็วในการหมุนของรอกเร็วจนน่าตกใจ นี่คงเป็นปลาตัวใหญ่อีกตัว

ทุกวันนี้ปลามีขนาดตัวใหญ่มากในแม่น้ำและทะเล สารเคมีต่างๆจากโรงงานยังไม่ถูกปล่อยลงสักเท่าไหร่ แม่น้ำและทะเลเลยทั้งใสสะอาดและเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก

โดยเฉพาะแม่น้ำที่มาจากภูเขาหรือพวกทะเลสาปพวกนั้น ที่นั้นจะเต็มไปด้วยปลาขนาดใหญ่มากมาย

ขนาดในทุ่งนายังสามารถเห็นปลาไหลตัวยักษ์ได้เลย

น่าเสียดายที่ธรรมชาติอันสวยงามพวกนี้จะต้องถูกทำลายลงโดยมือมนุษย์

"แกร๊กๆๆ"

รอกตกปลาของซูข่านหมุนจนเกิดเสียงดัง ซูข่านพยายามเอามือจับรอกและค่อยๆหมุนทีละนิด ในระหว่างที่หมุนเขาก็ต้องดึงคันเบ็ดสู่แรงปลาตัวนี้ไปด้วย

โชคดีที่คันเบ็ดอันนี้เป็นของที่มีคุณภาพสูง ความยืดยุ่นของมันเหมาะสำหรับตกปลาขนาดใหญ่

"อึ้บ"

ด้วยความชำนาญในการตกปลาของซูข่าน ปลาที่ได้ผ่อนแรงจากการกระแชกเบ็ดของซูข่านนั้น ก็โดนซูข่านกระตุกคันเบ็ดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ปลาที่สู้อยู่กับซูข่านก็ได้พ่ายแพ้ให้กับซูข่านอย่างสมบูรณ์แบบ

ที่ด้านหลังของปลาตัวนั้นมีน้ำเงินอยู่เป็นแถบ เห็นได้ชัดว่าคือปลาเฮอร์ริ่งแบบเดียวกับที่ตกได้ตอนแรก แถมขนาดตัวของมันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย

"ปลาตัวใหญ่จัง"

จางหม่านพูดด้วยความดีใจ

"ปลาที่นี้ตัวใหญ่เกือบทุกตัวเลย เมื่อกี้ฉันก็เพิ่งได้ปลาขนาดนี้ไปเหมือนกัน"

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็ค่อยๆหมุนรอกเข้าหาตัวเรื่อยๆ ปลาที่ถูกห้อยบนกับตะขอก็ดิ้นไปมาอย่างแรง

ในตอนที่ปลาอยู่บนศาลา พี่น้องของซงหมิงเจียงคนหนึ่งก็ได้เข้ามาช่วยซูข่านในการแกะตะขอจากปากปลาตัวนี้

"เสร็จแล้วก็ปลามันลงแม่น้ำเหมือนเดิมด้วยล่ะ ตัวใหญ่ก่อนหน้านี้ก็น่าจะพอเพียงที่ทำให้เราทุกคนอิ่มได้แล้ว"

ซูข่านพูดกับพี่น้องซงหมิงเจียงที่กำลังแกะตะขออยู่

"ครับพี่สาม"

พี่น้องซงหมิงเจียงแกะตะขอเสร็จก็ปล่อยปลาเฮอร์ริ่งตัวใหญ่กลับสู่แม่น้ำเหมือนเดิม

"จ๋อม!!"

หลังจากที่ปลาได้ลงสู่แม่น้ำ มันรีบดำน้ำลงไปทันที

"ทำไมเจ้านายถึงปล่อยปลาตัวนั้นไปละคะ?"

จางหม่านถามซูข่านด้วยความประหลาดใจ

ซูข่านมองที่แม่น้ำและตอบจางหม่านด้วยรอยยิ้ม

"ก่อนที่เธอจะมา ฉันก็ได้ตกปลาขนาดใหญ่ขึ้นมาแล้วตัวหนึ่ง แล้วตอนนี้ฉันก็เพิ่งตกได้อีกตัวหนึ่งอีก มันไม่มีเหตุจำเป็นที่ฉันจะต้องเก็บปลาตัวที่สองเอาไว้เลย"

"ปลาขนาดใหญ่นั้นมีจำนวนไม่เยอะในแม่น้ำแห่งนี้ หากว่าตกขึ้นมาทุกวัน เดี่ยววันหนึ่งก็จะไม่เหลือปลาขนาดใหญ่ในแม่น้ำ เราต้องเก็บไว้ตกในโอกาสอื่นบ้าง"

"เอ่อ.."

จางหม่านรู้สึกว่าเจ้านายกำลังพูดถึงอย่างอื่นอยู่ด้วยในประโยคที่ตอบกลับมา

"เจ้านายจะลงทุน 5 ล้านดอลล่าห์จริงๆเหรอคะ?"

จางหม่านถามซูข่านต่อ

ซูข่านได้หันไปมองซุนเจิ้งยี่ที่กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ ซูข่านก็ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะตอบจางหม่าน

"เชื่อฉันสิว่ามันคุ้ม"

จางหม่านตะลึงที่ได้ยิน

"เธอรอพิสูจน์ด้วยตาของเธออีกดีกว่า"

ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้เมื่อมองไปที่จางหม่าน

เธอไม่รู้เลยว่าซอร์ฟแบงค์นั้นจะเติบโตไปเป็นบริษัทที่ใหญ่แค่ไหนในอนาคต

ต้องบอกเลยว่าซุนเจิ้งยี่นั้นเป็นอัจฉริยะในการเป็นนักลงทุนอย่างมาก หลังจากที่เขาตั้งตัวได้เมื่อไหร่ เขาจะเริ่มลงทุนในธุรกิจต่างๆมากขึ้น แน่นอนว่าธุรกิจที่เขาลงทุนไปล้วนแล้วแต่สร้างกำไรให้เขา

ไหนจะยังเอาซอร์ฟแบงค์ไปผูกสัญญาร่วมกับบริษัทอื่นๆอีก ผลประโยชน์ที่ได้ก็เข้าทางซอร์ฟแบงค์เต็มๆ

เงิน 5 ล้านดอลล่าห์แลกกับหุ้น 30% ของซอร์ฟแบงค์ ข้อเสนอนี้ใครๆก็ต่างเห็นว่าเป็นข้อเสนอที่ไม่ดีหรือโง่เอามากๆ

แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่าซอร์ฟแบงค์ในอีก 3 ปีข้างหน้าจะก้าวกระโดดไปได้ไกลแค่ไหน จริงๆแล้วซุนเจิ้งยี่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินจากซูข่านเลยด้วยซ้ำ

ด้วยความสามารถของเขา ซุนเจิ้งยี่สามารถหานักลงทุนรายอื่นให้มาลงทุนได้อีกเยอะ

ซอร์ฟแบงค์ภายใต้การนำของซุนเจิ้งยี่นั้น เป็นอะไรที่น่ากลัวสุดๆ บางทีในอีก 3 ปีข้างหน้า มูลค่าของซอร์ฟแบงค์อาจจะสูงถึง 50-100 ล้านดอลล่าห์เลยก็เป็นได้

ซูข่านอดใจไม่ไหวที่จะเห็นอนาคตของซอร์ฟแบงค์แล้ว เขาอยากจะรู้จริงๆว่าซุนเจิ้งยี่หลังจากที่ได้เงินไป 5 ล้านดอลล่าห์ เขาจะทำให้บริษัทเติบโตได้แค่ไหน

หลังจากที่ได้หุ้นจากซอร์ฟแบงค์ 30% มาแล้ว ซูข่านก็วางแผนที่จะถอนหุ้นนี้ออกเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม

ต้องบอกว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่โดนภัยพิบัติทางธรรมชาติทุกปี ในแต่ละครั้งช่วงที่ภัยพิบัติได้เข้าโจมตีประเทศญี่ปุ่น เศรษฐกิจและการส่งออกจะต้องถูกชะงักลง

แม้แต่ซอร์ฟแบงค์ของซุนเจิ้งยี่ก็ไม่รอดจากเหตุการณ์นี้ เรียกได้ว่าไม่มีบริษัทใดเลยที่จะสามารถทำกำไรได้ในระหว่างประสบภัยพิบัติ

ในช่วงนั้นเองก็เป็นช่วงที่ราคาหุ้นบริษัทต่างๆได้ตกต่ำ ถ้าอยากจะซื้อหุ้นของบริษัทใดในญี่ปุ่นค่อยรอช่วงเวลานั้นก็ได้ แต่ที่จำเป็นเลยคือต้องขายก่อนภัยพิบัติจะมา

ซูข่านรู้ดีอยู่แล้วว่าปีไหนญี่ปุ่นต้องเจอกับอะไรบ้าง เขามีแผนการในหัวของเขาอยู่

การลงทุนให้กับซอร์ฟแบงค์ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ไม่เพียงแต่จะสามารถทำกำไรได้เท่านั้น ยังสามารถมัดใจของซุนเจิ้งยี่ได้อีก

ซุนเจิ้งยี่จะได้รับการไว้วางใจในว่านเซี่ยงกรุ๊ปมากขึ้น เมื่อถึงเวลาที่ซุนเจิ้งยี่สามารถตั้งหลักได้ สุดท้ายแล้วสิ่งที่เขาจะไม่ลืมเลยก็คือบุญคุณของว่านเซี่ยงกรุ๊ป

ต้องรู้ว่าจะให้อะไรกับใครตอนไหน

คนที่หิวก็จะต้องกินข้าวกับเขา คนที่ป่วยก็ต้องให้ยา หากว่าซื้อยาให้คนหิว มันก็ไม่ช่วยบรรเทาความหิวของเขาได้หรอก และเช่นเดียวกันถ้าเอาข้าวให้กับคนที่ป่วย สุดท้ายแล้วเขาก็ยังจะป่วยเหมือนเดิม

กรณีเดียวกันกับซอร์ฟแบงค์ ตอนนี้เขาต้องการเงินอย่างมากในการทำให้บริษัทของเขาเติบโต หากว่ายื่นข้อเสนอที่ไม่เอาเปรียบกับเขา สุดท้ายแล้วยังไงซุนเจิ้งยี่ก็จะไม่ลืมในการกระทำครั้งนี้ของซูข่าน

"ว่าไงครับ?"

ซูข่านมองไปยังซุนเจิ้งยี่แล้วถามช้าๆ

ซุนเจิ้งยี่รู้สึกตัวหลังจากที่จมดิ่งไปกับความคิดของตัวเอง เขามองไปที่ซูข่านโดยก็ยังไม่รู้คำตอบว่าทำไมอีกฝ่ายถึงตีมูลค่าของตัวเขาและบริษัทมากขนาดนี้

ตัวของเขานั้นไม่คู่ควรหรือเหมาะสมกับมูลค่าที่อีกฝ่ายประเมินเลย

ยิ่งไปกว่านั้นคือข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธของเขา เป็นข้อเสนอที่นักลงทุนทั่วไปไม่มีใครกล้าเสี่ยงที่จะทำแบบนี้

"ตกลงครับคุณซู"

"ผมยอมรับเงื่อนไข 5 ล้านดอลล่าห์แลกกับหุ้น 30% ของซอร์ฟแบงค์ในอีก 3 ปีข้างหน้าครับ"

ซุนเจิ้งยี่ตอบเสียงทุ้ม

หลังจากที่ซุนเจิ้งยี่ได้ตกลงยอมรับเงื่อนไขของซูข่าน ทำให้มูลค่าบริษัทซอร์ฟแบงค์เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ซอร์ฟแบงค์ได้เติบโตขึ้นอีก 2 เท่าด้วยการพูดคุยไม่กี่ประโยค

"ฮ่าๆๆ"

ซูข่านหัวเราะและมองไปที่ซุนเจิ้งยี่

"คุณจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ เดี่ยวคุณจะต้องกลับมาขอบคุณผมด้วยซ้ำ"

"ไม่จำเป็นต้องรอโอกาสนั้นหรอกครับ ผมจะขอบคุณคุณซูตั้งแต่ตอนนี้เลย"

"ไม่มีใครให้ข้อเสนอที่ดีกว่าคุณซูอีกแล้วครับ คุณเป็นนักลงทุนที่ใจดีที่สุดในโลกเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย"

"ฮ่าๆๆๆ"

ซูข่านหัวเราะอย่างมีความสุข ในที่สุดเขาก็โน้มน้าวใจของซุนเจี้งยี่ได้

"พี่สามครับ"

ทันใดนั้นซงหมิงเจียงก็เดินเข้ามา ตัวของซงหมิงเจียงสวมผ้ากันเปื้อนที่มีเกล็ดปลาเฮอร์ริ่งติดอยู่

"ผมจัดการปลาเรียบร้อยแล้วครับ"

ซงหมิงเจียงพูดด้วยรอยยิ้ม

จบบทที่ บทที่ 302 ปลาใหญ่กินเบ็ด

คัดลอกลิงก์แล้ว