เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 301 เหยื่อล่อปลาใหญ่

บทที่ 301 เหยื่อล่อปลาใหญ่

บทที่ 301 เหยื่อล่อปลาใหญ่


ซุนเจิ้งยี่ส่ายหัวและรีบตอบซูข่านอย่างเร็วรวด

"คุณซูครับ ทางซอร์ฟแบงค์ต้องการที่เปิดระดมทุนโดยแลกกับหุ้น 10% เท่านั้นเองครับ ซึ่งแลกกับเงิน 1 ล้านดอลล่าห์"

ซุนเจิ้งยี่อยากได้เงิน 5 ล้านดอลล่าห์ก็จริงอยู่ แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะยอมขายหุ้น 50% ของเขาเพื่อแลกกับเงินจำนวนนี้หรอก

หุ้น 50% รวมกับบริษัทในเครืออีก 10% ถ้าโดนเปลี่ยนผู้ถือหุ้นรายใหญ่เขากลัวว่าจะโดนไล่ออกทันที

จางหม่านก็รีบพูดขึ้นมาเช่นกัน

"เจ้านายคะ มันเยอะไปไหมคะ?"

ซูข่านตอบด้วยรอยยิ้ม

"เยอะตรงไหน? ฉันคิดว่ามันก็สมเหตุสมผลแล้วที่ซอร์ฟแบงค์จะมีมูลค่าถึง 10 ล้านดอลล่าห์ เธอรู้ไหมว่าญี่ปุ่นเศรษฐกิจโตขนาดไหนในช่วงเวลาที่ผ่านมา?"

จางหม่านตกตะลึง

มันคุ้มที่ลงทุนกับซอร์ฟแบงค์จริงๆงั้นเหรอ?

ถ้าจางหม่านรู้เรื่องนี้มาก่อน ตอนที่ซอร์ฟแบงค์ได้เปิดระดมทุนครั้งแรก เธอน่าจะลงมากกว่า 1 แสนดอลล่าห์ ตอนนั้นสามารถซื้อหุ้นได้ถึง 30-40% เลยทีเดียว

"เอ่อ..คุณซูครับ"

ซุนเจิ้งยี่รู้สึกอับอายอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่คิดเลยว่ามูลค่าบริษัทที่เขาตั้งขึ้นมาเล่นๆจะสามารถใช้ได้จริงกับชายคนนี้

"เป็นไปได้ไหมครับที่คุณจะยอมลด % หุ้นลงมาหน่อย"

"ฮ่าๆๆ"

ซูข่านหัวเราะออกมาที่ได้ยิน ซุนเจิ้งยี่ก็ตกตะลึงที่เห็นซูข่านหัวเราะ

ซูข่านยิ้มที่มุมปากก่อนจะพูดกับซุนเจิ้งยี่

"ไม่ต้องห่วง ฉันให้เงินคุณ 5 ล้านดอลล่าห์ก็จริง แต่ฉันไม่ได้ต้องการหุ้นถึง 50% ของบริษัทคุณหรอก"

"อะไรนะครับ?"

ซุนเจิ้งยี่ตกใจอีกครั้ง

เขาประหลาดใจที่อีกฝ่ายไม่ได้ต้องการหุ้น 50% เพื่อแลกกับเงิน 5 ล้านดอลลห่

หรือว่าเขาจะต้องการหุ้นที่ 40%?

เมื่อรวมกับบริษัทในเครือก็จะมีอยู่ที่ 50% เท่ากับเรา ก็จริงอยู่ที่ 50% ไม่สามารถไล่เราออกบริษัทได้ แต่การที่อีกฝ่ายถือหุ้นอยู่ 50% ก็ไม่ต่างอะไรจากการเอาปืนมาจ่อทีหัว

สำหรับซุนเจิ้งยี่แล้วตัวเลขนี้มันก็ยังอันตรายเกินไปสำหรับเขาอยู่ดี

ปืนที่จ่อหัวนั้นจะยิงตอนไหนก็ได้ เช่นเดียวกันกับเขา ถ้าหุ้นของเขาถูกแบ่งไปอีกสัก 1% ก็อาจถูกไล่ออกได้ทุกเมื่อ

ซุนเจิ้งยี่มองไปที่ซูข่านอย่างหวาดระแวง ชายคนนี้อายุไม่ห่างจากเขาเท่าไหร่ก็จริง แต่เขากลับน่ากลัวกว่าที่เห็นมาก ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะทุ่มเงินเพื่อช่วยเหลือตลาดอสังหาฯได้เป็นพันๆล้าน

ยิ่งไปกว่านั้นเขายังดูอำนาจและมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่อีก เขาไม่ไหวติงอะไรกับการประเมินมูลค่าบริษัทที่เกินจริงของเราแม้แต่น้อย

ในชีวิตของซุนเจิ้งยี่ มีครั้งหนึ่งที่เขาได้พบกับประธานบริษัทของมิตซูบิซิกับพานาโซนิค พวกเขาทั้งสองมีอะไรบางอย่างเหมือนกับชายที่ซูข่านคนนี้เลย

อำนาจของคนรวยงั้นเหรอ? นักลงทุนบางคนก็ไม่ได้อำนาจอะไรแบบนี้สักหน่อย

บอกได้เลยว่าชายที่ซูข่านคนนี้เป็นคนที่น่ากลัวคนหนึ่งเลยแหละ ฉันคิดว่าเขาสามารถเขย่าโลกใบนี้ได้ทั้งใบเลยด้วย

ลองมาเทียบกับเราที่อายุไล่เรี่ยกันดูสิ ไม่ต่างอะไรจากลูกไก่ที่อยู่ในกำมือของชายคนนี้เลย

จากนั้นสายตาของซุนเจิ้งยี่ที่มองซูข่านก็เริ่มเปลี่ยนไป ซูข่านเห็นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมซุนเจิ้งยี่ถึงได้ยิ่งใหญ่ในชาติก่อนของซูข่าน

เขาสามารถประเมินอะไรต่างๆได้จากคำพูดไม่กี่คำเท่านั้น บางทีเขาอาจจะคิดเรื่องการลงทุนของเราไปถึง 20-30 ปีในอนาคตแล้วก็ได้ วิสัยทัศน์ของเขากว้างไกลจริงๆ

ซูข่านชอบความสามารถนี้ของซุนเจิ้งยี่อย่างมาก น้อยคนนักที่จะมีความสามารถแบบนี้

"ฟังให้จบก่อนสิ"

ซูข่านรีบโบกมือขัดซุนเจิ้งยี่ที่กำลังจะพูด

"ฉันจะใช้คุณ 5 ล้านดอลล่าห์โดยยังไม่เอาอะไรเลยตอนนี้ แต่สิ่งที่ฉันต้องการคือหุ้น 30% ของซอร์ฟแบงค์ในอีก 3 ปีข้างหน้า"

"คุณซูรบกวนอธิบายโดยละเอียดด้วยครับ"

ซุนเจิ้งยี่ถามด้วยความสงสัย

จางหม่านหันหน้ามามองซูข่านพร้อมกับใบหน้าที่มีคำถามเป็นร้อย เธอรู้สึกงงกับข้อเสนอนี้ของซูข่านอย่างมาก เท่ากับว่าว่านเซี่ยงกรุ๊ปต้องเสียเงิน 5 ล้านดอลล่าห์โดยไม่ได้อะไรกลับมาเลยเนี่ยนะ?

แถมมูลค่าหุ้นของซอร์ฟแบงค์ในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเป็นยังไงก็ไม่รู้?

หากว่าบริษัทซอร์ฟแบงค์ขาดทุนจากการดำเนินธุรกิจ เท่ากับว่าว่านเซี่ยงกรุ๊ปจะเสียเงิน 5 ล้านดอลล่าห์ไปเลยฟรีๆ

ซูข่านมองที่จางหม่านและซุนเจิ้งยี่ที่มีสีหน้างงงวยทั้งสองก่อนจะอธิบายด้วยรอยยิ้ม

"ก็ตามที่ฉันได้บอกทีแรกนั่นแหละ คุณเอาเงินไปก่อนเลย 5 ล้านดอลล่าห์ โดยแลกกับหุ้น 30% แต่หุ้นนี้คุณค่อยโอนมาให้ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยไม่สนว่ามูลค่าหุ้นของซอร์ฟแบงค์ในตอนนั้นจะเป็นเท่าไหร่"

"เอ่อ.."

ซุนเจิ้งยี่รู้สึกประหลาดใจที่ได้ยินข้อเสนอนี้ นี่เป็นข้อเสนอที่แปลกประหลาดที่สุดตั้งแต่เขาทำธุรกิจมา

ในแง่ของนักลงทุนมันไม่มีอะไรมาการันตีเงิน 5 ล้านนี้ได้เลย มันอาจจะสูงขึ้นเป็นร้อยล้านหรืออาจจะหมดจนติดลบก็ได้

เขาไม่กลัวเลยเหรอว่าซอร์ฟแบงค์จะล้มละลายหรือขาดทุนจากธุรกิจ

และสมุมติว่าไม่ขาดทุนก็จริง หากมูลค่าบริษัทในอีก 3 ปีข้างหน้าคือ 10 ล้านดอลล่าห์ เท่ากับว่าหุ้น 30% ที่จะโอนให้ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปก็จะมีมูลค่าแค่ 3 ล้านดอลล่าห์เท่านั้น

"คุณซูครับ"

ซุนเจิ้งยี่แสดงท่าทางประหลาดใจและถามซูข่านด้วยความสงสัย

"คุณไม่กลัวเหรอครับว่าทางซอร์ฟแบงค์จะไม่ขาดทุน? "

"ถ้ามูลค่าบริษัทของผมลดลง"

"30% ของคุณก็อาจจะมีมูลค่าไม่ถึง 5 ล้านดอลล่าห์นะครับ"

"ฮ่าๆๆๆๆ"

ซูข่านหัวเระาออกมาเสียงดัง จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัยกับซุนเจิ้งยี่

"ขาดทุนกับ 5 ล้านงั้นเหรอ? นี่เป็นเพียงเงินส่วนหนึ่งของผมเท่านั้นเอง ถ้าคุณขาดทุนผมก็ไม่ได้เสียดายอะไรเงินส่วนนี้เลย"

สำหรับซูข่านแล้วเงิน 5 ล้านนั้นเป็นจำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นถ้าแลกกับการซื้อซุนเจิ้งยี่

ยังไงมันก็คุ้มค่าสุดๆ

"ฉันคิดว่าคุณมีค่ามากกว่านั้นอีกนะ มูลค่าของตัวคุณสูงเป็นร้อยเป็นพันล้านดอลล่าห์เลย"

"อึ้ก"

เมื่อได้ยินคำพูดของซูข่าน ซุนเจิ้งยี่ก็กลืนน้ำลายอึ้กใหญ่ด้วยความยากลำบาก เขาไม่คิดว่าตัวของเขาจะมีมูลค่ามากขนาดนี้

แถมยังถูกยกย่องจากเจ้าของบริษัทที่แท้จริงของว่านเซี่ยงกรุ๊ปอีก

ว่านเซี่ยงกรุ๊ปเองก็เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเซียงเจียง ขนาดเขาที่อยู่ประเทศญี่ปุ่นยังได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของว่านเซี่ยงกรุ๊ปเลย

แทบจะไม่มีบริษัทไหนหรือเครือไหนทำได้แบบว่านเซี่ยงกรุ๊ป นี่นับเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับคำชมจากคนที่เป็นเจ้าของคนนี้

แถมยังถูกตีมูลค่าว่าตัวเขามีคุณค่ามากมายหลายพันล้านดอลล่าห์อีก

ซุนเจิ้งยี่รู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่ได้รับคำยกย่องจากซูข่าน

ซูข่านมองดูซุนเจิ้งยี่ที่กำลังครุ่นคิดถึงข้อเสนอของเขาอยู่นั้น เขาก็ไม่สนใจและหันไปตั้งใจตกปลาในแม่น้ำต่อ ที่แม่น้ำแห่งนี้ยังคงมีปลาตัวเล็ก-ใหญ่ซ่อนตัวอีกเยอะ

ซุนเจิ้งยี่เองที่อยู่ข้างเขาก็เป็นหนึ่งในปลาใหญ่ที่เขาต้องตกเหมือนกัน ปลาตัวนี้เป็นปลาที่หายากแถมยังมีคุณภาพดีอีกด้วย

หลังจากที่ซูข่านเหวี่ยงเบ็ดล่อปลาตัวนี้ กลิ่นของเหยื่อที่ติดกับเบ็ดนั้น จะล่อปลาที่ชื่อซุนเจิ้งยี่ได้หรือไม่

"แกร็กๆ"

ระหว่างที่กำลังมองแม่น้ำที่ไหลไปอย่างช้าๆ ซูข่านก็ตกใจที่เบ็ดของเขานั้นถูกดึงอย่างแรงอีกครั้ง

ดูเหมือนว่าปลาตัวใหญ่จะมากินเหยื่อของเขาอีกแล้ว

จบบทที่ บทที่ 301 เหยื่อล่อปลาใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว