เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 303 สร้างตึกสูงอีกแล้วเหรอ?

บทที่ 303 สร้างตึกสูงอีกแล้วเหรอ?

บทที่ 303 สร้างตึกสูงอีกแล้วเหรอ?


ซูข่านหันกลับมามองจางหม่านและซุนเจิ้งยี่ก่อนจะพูดกับทั้งสองด้วยรอยยิ้ม

"เที่ยงแล้ว กินข้าวกันก่อนเถอะ เดี่ยวค่อยจัดการเรื่องสัญญาทีหลัง"

"ค่ะ"

จางหม่านพยักหน้า

ซุนเจิ้งยี่ก็พยักหน้าตามจางหม่าน เขาไม่สามารถปฏิเสธคำชวนของนักลงทุนที่ลงเงินในบริษัทเขา 5 ล้านดอลล่าห์ได้หรอก

ด้วยเงิน 5 ล้านดอลล่าห์ ซอร์ฟแบงค์จะมีเงินหมุนเวียนในบริษัทมากขึ้น และยังสามารถขยายบริษัทต่อไปได้อีกหลายปี

และด้วยประเทศญี่ปุ่นที่กำลังมีเศรษฐกิจดี เงินก้อนนี้ของซูข่านนี่แหละ ที่จะทำให้ซอร์ฟแบงค์ก้าวนำคนอื่นไปอีก 2-3 ก้าว

ซูข่านยืนขึ้นและเดินนำทั้งสองคนกลับไปยังบ้านสวน จางหม่านและซุนเจิ้งยี่ก็ลุกจากเก้าอี้และเดินตามซูข่าน

ภายในบ้านสวนนั้นสะอาดและสวยงามอย่างมาก แถมยังมีกลิ่นหอมของอาหารลอยอบอวลไปทั่วทั้งบ้านอีก

ซูข่านมองไปที่โต๊ะก็มีปลาเฮอร์ริ่งตุ๋นอยู่ในหม้อวางอยู่บนโต๊ะ นี่คือปลาที่เขาตกได้ในวันนี้ จากนั้นเขาก็นั่งลงและบอกให้จางหม่านและคนอื่นๆนั่งตาม

อาหารเที่ยงมื้อนี้ถึงจะมีแค่ปลาเฮอร์ริ่งตัวเดียวก็ตาม แต่ด้วยขนาดของมันกว่า 5-6 กิโล แค่นี้ก็น่าจะพอทำให้อิ่มได้หลายคนแล้ว

ทั้งซูข่านและคนอื่นๆก็เริ่มกินปลาเฮอร์ริ่ง ซงหมิงเจียงคงใช้ทักษะทำอาหารที่เขาได้จากสงครามเวียดนามมาทำอาหารมื้อนี้ กลิ่นหอมของมันทำให้นึกถึงดินแดนทางตอนใต้ของประเทศจีนเลย

ซุนเจิ้งยี่เองก็กินปลาเช่นเดียวกับซูข่าน

ซูข่านเพิ่งได้เห็นกับตาก็คราวนี้แหละ ก่อนหน้านี้เขารู้จักกับซุนเจิ้งยี่ผ่านทางหนังสืออัตชีวประวัติเท่านั้น หลังจากได้มาเจอตัวจริงซูข่านก็หมดคำถามในหัวของเขาตอนที่อ่านอัตชีวประวัติทันที

ปลาเฮอร์ริ่งนั้นสามารถหาได้จากทั่วทุกมุมโลก หลายประเทศต่างก็คิดเมนูสำหรับปลาชนิดนี้ไว้มากมาย บางประเทศก็ได้นำปลาเฮอร์ริ่งไปตากแห้งเพื่อยืดอายุของมัน บางประเทศก็นำไปกินคู่กับซอสต่างๆ

วัตถุดิบนี้เป็นที่นิยมของทั่วทั้งโลกในเวลาต่อมา

หลังจากที่กินมื้อเที่ยงเสร็จ ซูข่านก็ได้บอกให้จางหม่านไปจัดการทำสัญญากับซุนเจิ้งยี่

ไม่นานตั้งสองก็ลงนามในสัญญาระหว่างสองบริษัทกันเสร็จ

"เจ้านายคะ"

จางหม่านเรียกซูข่านที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขากำลังนั่งมองทิวทัศน์ของทุ่งนาและฟังเสียงของแมลง

ซูข่านเงยหน้าขึ้นมามองจางหม่านที่เรียกเขา

"ว่าไง?"

ซูข่านตอบรับเบาๆ

"ฉันไม่เข้าใจค่ะ"

"ทำไมเจ้านายถึงได้ยื่นข้อเสนอนั้น? เงินตั้ง 5 ล้านดอลล่าห์เลยนะ"

จางหม่านพูดห้วนๆด้วยความสงสัย

สำหรับเจ้านายแล้วเงินจำนวน 5 ล้านดอลล่าห์มันอาจจะไม่ได้เยอะอะไรก็จริง

แต่ที่ในเซียงเจียง อเมริกา หรือในประเทศจีนเองก็ตาม เงินจำนวน 5 ล้านดอลล่าห์นั้นมันมหาศาลมากๆกับแค่บริษัทๆเดียว

เงินจำนวนี้สามารถแบ่งไปลงทุนกับบริษัทสตาร์ทอัพใหม่ๆได้เป็นสิบบริษัท และผลตอบแทนที่จะได้รับก็สามารถมองเห็นได้ในระยะเวลาไม่ถึง 3 ปีด้วย

ซูข่านตอบจางหม่านช้าๆ

"เศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นนั้นเติบโตอย่างต่อเนื่อง ที่นั่นเศรษฐกิจกำลังเฟื่อนฟูสุดๆเลยเธอรู้ไหม?"

"การลงทุนด้วยเงิน 5 ล้านดอลล่าห์กับซอร์ฟแบงค์ ก็จริงอยู่ว่าข้อเสนอของฉันมันเสียเปรียบมากๆ แต่เชื่อฉันเถอะ เราจะไม่ขาดทุนจากเงินจำนวนนี้"

นี้เป็นการลงทุนระยะยาว จางหม่านเองคงไม่รู้ถึงผลตอบแทนที่จะได้กลับคืนมาหรอก

"ฉันก็ยังไม่เข้าใจค่ะ"

จางหม่านถามต่อด้วยความสงสัย

"จริงๆ 5 ล้านดอลล่าห์นั้น มันไม่ได้สำหรับลงทุนซอร์ฟแบงค์หรอก แต่เป็นซุนเจิ้งยี่ต่างหาก"

ซูข่านอธิบายช้าๆ

เมื่อได้ยินคำพูดของซูข่าน จางหม่านก็อ้าปากค้างออกมาด้วยความตกใจ เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าเจ้านายจะให้ความสำคัญกับซุนเจิ้งยี่ขนาดนี้

ก่อนหน้านี้ที่เขาประเมินมูลค่าของซุนเจิ้งยี่หลายล้านนั่นคือเรื่องจริงงั้นเหรอ?

จางหม่านก็พอรู้มาบ้างว่าซุนเจิ้งอี้สามารถทำอะไรได้บ้าง แต่เงิน 5 ล้านดอลล่าร์กับการซื้อซุนเจิ้งยี่ให้มาทำงานด้วยเนี่ย

มันคุ้มจริงๆเหรอ? เขามีค่ามากกว่า 5 ล้านดอลล่าห์อีกอย่างงั้นเหรอ?

เมื่อเห็นท่าทางสับสนของจางหม่าน ซูข่านก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

ซูข่านรู้ดีว่าหากยื่นข้อเสนอนำเงินแลกหุ้นปัจจุบันของซอร์ฟแบงค์นั้น จะต้องทำให้ซุนเจิ้งยี่ไม่พอใจและอติกับว่านเซี่ยงกรุ๊ปแน่ๆ

แต่ข้อเสนอใหม่ที่เขาเสนอไปนั้น จะต้องทำให้ซุนเจิ้งยี่รู้สึกพึงพอใจและจะต้องหาทางมาตอบแทนว่านเซี่ยงกรุ๊ปแน่นอน

เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมซูข่านก็พร้อมที่จะขายหุ้นของทางซอร์ฟแบงค์ทันที ซุนเจิ้งยี่ก็จะยิ่งสบายใจขึ้นไปอีกขั้น

พอถึงเวลาที่ญี่ปุ่นเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ตอนนั้นซูข่านก็จะซื้อหุ้นของซอร์ฟแบงค์ในราคาที่ต่ำ ซุนเจี้งยี่ก็จะซาบซึ้งในน้ำใจอันงามของซูข่านในครั้งนี้

แล้วซูข่านก็จะถือหุ้นของซอร์ฟแบงค์ยาว จนเริ่มแบ่งกำไรกับทางซอร์ฟแบงค์โดยที่ซุนเจิ้งยี่ยังรู้สึกติดหนี้บุญคุณอยู่

ส่วนแบ่งที่ทางซอร์ฟแบงค์จะได้รับหลังปี 2010 นั้นเป็นจำนวนเงินที่มหาศาลอย่างมาก ในยุคนั้นเป็นยุคที่อินเตอร์เน็ตจะเริ่มเข้าสู่ภาคประชาชน คู่แข่งในตลาดก็มีไม่เยอะ

โอกาสที่ซอร์ฟแบงค์จะทำเงินได้จากทั่วโลกก็จะมาจากจุดนี้

ถึงแม้ว่าจะเป็นแผนระยะยาวก็ตาม ธุรกิจมันไม่ใช่เรื่องที่จะหวังผลกันเพียงข้ามคืนได้หรอก การสร้างโอกาสดีๆตั้งแต่เนิ่นๆเนี่ยแหละ จะเป็นอะไรที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

"ตอนนี้บริษัทว่านเซี่ยงมีสภาพคล่องเป็นยังไงบ้าง?"

ซูข่านสูดหายใจเข้าลึกๆและถามกับจางหม่าน

"ครั้งล่าสุดที่เราได้เงินคือจากการซอร์ดตลาดอสังหาฯเซียงเจียง ตอนนั้นเราได้กำไรกว่า 1 พันล้านค่ะ รวมกับก่อนหน้านี้เท่ากับเรามีสภาพคล่องทางการเงิน 13,000 ล้านค่ะ"

"เราได้แบ่งเงิน 1,000 ล้านให้กับบริษัทอสังหาฯจงฮงในการสร้างตึกเมืองเซี่ยงไฮ้ เท่ากับเหลืออยู่ 12,000 ล้าน"

"และด้วยแผนการช่วยเหลือตลาดอสังหาฯเซียงเจียงที่เจ้านายได้บอกอีก 5,000 ล้าน แล้วก็ 1,000 ล้านให้กับการลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกากับสิทธิบัตร"

"ตีเป็นตัวเลขกลมๆตอนนี้บริษัทว่านเซี่ยงเหลือสภาพคล่องอยู่ที่ 6,000 ล้านค่ะ"

จางหม่านตอบอย่างมั่นใจ เธอทำเกี่ยวกับตัวเลขของบริษัทมามาก เธอย่อมรู้สภาพคล่อของบริษัทดีกว่าใคร

"โอเค"

ซูข่านพยักหน้า จากนั้นเขาก็ครุ่นคิอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมา

"เตรียมเงินครึ่งหนึ่งที่เหลือให้ฉันด้วย"

จางหม่านตกใจมากที่ได้ยิน เธอเลยถามด้วยความประหลาดใจ

"เจ้านายจะเอาเงินไปสร้างตึกอีกแล้วเหรอคะ?"

หน้าผากของจางหม่านมีเหงื่อไหลออกมา ทำไมเจ้านายอยากจะสร้างตึกสูงอีกแล้ว?

เขาเป็นพวกบ้าตึกที่มีขนาดสูงเฉียดฟ้ารึยังไง

จางหม่านกระพริบตาดวงโตๆของเธอมองไปที่ซูข่านเหมือนกับเด็กตัวน้อยที่กำลังมองผู้ใหญ่

คนทั่วไปจะรู้จักว่าเธอเป็นเหมือนราชินีในวงการธุรกิจก็จริง แต่ต่อหน้าซูข่านแล้ว เธอก็เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งเท่านั้น

หากว่าคนอื่นมาเห็นจางหม่านในสภาพนี้ คนอื่นจะต้องคิดว่านี่ต้องไม่ใช่จางหม่านที่เขารู้จักแน่

ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้อีกครั้ง จากนั้นเขาก็ได้พูดกับจางหม่านต่อ

"ฉันจะให้เธอแบ่งเงินครึ่งหนึ่งคือ 3,000 ล้านเข้ามาในตลาดหุ้น ช่วงนี้เป็นช่วงที่เหมาะแก่การซื้อ-ขาย มีหุ้นบางตัวจะเติบโดอย่างรวดเร็วในระยะเวลาไม่กี่ปีข้างหน้า"

จบบทที่ บทที่ 303 สร้างตึกสูงอีกแล้วเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว