เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 208 500 ไม่พอก็เพิ่มเป็น 1,000 ถ้ายังไม่พออีกก็เพิ่มเป็น 2,000

ตอนที่ 208 500 ไม่พอก็เพิ่มเป็น 1,000 ถ้ายังไม่พออีกก็เพิ่มเป็น 2,000

ตอนที่ 208 500 ไม่พอก็เพิ่มเป็น 1,000 ถ้ายังไม่พออีกก็เพิ่มเป็น 2,000


สูเจิ้งเหมารู้ว่าซูข่านไม่ได้พูดเล่นเรื่องเงิน หาก 500 ไม่พอก็ 1,000 ล้าน หาก 1,000 ล้านไม่พอก็ 2,000 ล้าน

คุณซูสามารถทำแบบนี้ได้จริงๆ

ในการมาที่เซียงเจียงครั้งแรก เขาได้นำเงินมาให้ไปแลกไม่กี่หมื่นดอลล่าห์ฮ่องกงเท่านั้น จากนั้นในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว เขาก็ขายหยกจักรพรรดิจนได้เงินมาหลายล้าน

ส่วนเงินหลายล้านนั้นของคุณซู ก็ได้นำไปเล่นหุ้นจนได้มาเป็นสิบๆล้าน จากนั้นเขาก็ไปเลเวอเรจจนกลายเป็นร้อยๆล้าน เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น

และตอนนี้ได้ผ่านมาแล้วกว่า 6 เดือน คุณซูสามารถจัดการโอนเงิน 500 ล้านมาให้เราจัดการกับตึกซิงซีได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรเลย นี่เป็นเงินแค่ส่วนเดียวของคุณซูเท่านั้น

หลังจากที่สูเจิ้งได้รับการสั่งสอนจากซูข่านแล้ว ต้าชุนและเหลาหลี่ก็ได้รับผลพลอยได้ไปด้วย

พวกเขากำลังจะก่อตั้งบริษัททำงานที่พวกเขาเชี่ยวชาญ ตอนนี้พวกเขาได้จำฝังใจเลยว่า พี่สามที่พวกเขาทำงานด้วยไม่ชอบการทำงานแบบขอไปที หรือโครงการห่วยๆที่กลายเป็นกากเต้าหู้

เรื่องแบบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นในบริษัทของพวกเขา หากว่าเกิดขึ้นแล้วพี่สามรู้เรื่องละก็ บอกได้เลยว่าบริษัทของพวกเขาอาจไปจากโลกนี้ก็ได้

"เจ้านายครับ พวกผมมาแล้ว"

ขณะนั้นก็ได้มีเสียงดังขึ้นข้างนอกประตู

"เจ้านาย?"

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อย

สูเจิ้งเหมาเลยอธิบายอย่างรวดเร็ว

"คุณซูครับ ผมได้ใช้ให้คนขับรถไปซื้อวัตถุดิบมา เดี๋ยวผมไปเอาวัตถุดิบมาก่อนนะครับ"

"เดี๋ยวผมไปช่วย"

ซงหมิงเจียงพูดอย่างรวดเร็ว

"ผมด้วย"

ไทเกอร์พูดจบก็เดินจากไป จากนั้นคนในห้องทั้งหมดก็ออกไปข้างนอกและช่วยกันหยิบวัตถุดิบเข้ามา พวกเขาถือกันคนละอย่างสองอย่าง

วัตถุดิบต่างๆไม่ได้ถูกใส่ไว้ในถุงพลาสติก ทุกวันนี้ถุงพลาสติกยังไม่เป็นที่นิยมสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์หรือว่าเนื้อปลา พวกเขาจะใช้เชือกฟางเส้นเล็กๆในการมัดรอบเนื้อและทำให้สามารถถือได้เท่านั้น

บางคนก็นำเนื้อสัตว์ไปใส่ไว้ในไม้ไผ่และขายพร้อมไม้ไผ่เลยก็มี

สำหรับผักและผลไม้ต่างๆ ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีตระกร้าใส่ของพวกนี้ไว้เฉพาะ แต่บางคนก็ประยุกต์นำไปใส่กับเนื้อสัตว์ได้แต่ก็ต้องล้างให้ดีเช่นกัน

ที่นี่จะใช้ถุงกระดาษไว้ใส่อาหารที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น

ซูข่านได้มีคนถือเชือกฟางที่ห้อยกับปากของปลาอยู่ด้วย ดูจากปลาแล้วน่าจะสดน่าดู เนื้อของมันแวววาวราวกับกระจก แล้วซูข่านก็ได้กลิ่นของเนื้อแกะอีกต่างหาก น่าจะเป็นแกะของเผิงเฉิง

ในเมืองเผิงเฉิงถึงจะมีโรงงานเยอะก็จริงแต่รอบๆนั้นก็เต็มไปด้วยทุ่งเลี้ยงแพะจำนวนมาก เนื้อแพะที่ถือมาด้วยคงสดน่าดู ไม่อย่างงั้นเขาคงไม่ได้กลิ่นคาวเลือดแพะแน่ๆ

หากเป็นที่หนานจิงพวกเขาคงไม่สามารถหาอาหารที่สดๆแบบนี้ได้

คนในมณฑลกวางตุ้งให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารที่สดใหม่มาก วัตถุดิบที่เพิ่งซื้อมาตอนเย็นก็อาจถูกฆ่าเมื่อตอนบ่ายก็เป็นได้

แต่การที่จะซื้อวัตถุดิบที่สดขนาดนี้ได้ แสดงว่าสูเจิ้งเหมาก็เป็นคนที่มีเส้นสายพอสมควร เพียงแค่เขาใช้คนขับรถไปซื้อ พวกเขาก็ได้วัตถุดิบที่ดีขนาดนี้มาแล้ว ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

"พี่สามครับ เดี๋ยวพวกผมไปทำอาหารกวางตุ้งกันก่อนนะครับ"

ลู่กั๋วเฉียงได้พูดอย่างรวดเร็ว

"ไปเถอะ"

ซูข่านโบกมือไล่ ตอนนี้เกือบจะ 6 โมงเย็นแล้ว น่าจะใช้เวลาสักพักกว่าจะจัดการวัตถุดิบพวกนี้ให้หมด

ซูข่านชอบกินอาหารกวางตุ้งมาก แม่บ้านที่จ้างมาก็เหมือนจะเป็นคนท้องถิ่นที่นี่ด้วย

ระหว่างที่ลู่กั๋วเฉียงไปจัดการเตรียมมื้อเย็น ซูข่านก็ได้นั่งคุยกันต่อสักพัก

"เจ้านายคะ อาหารพร้อมแล้ว"

เสียงแม่บ้านได้ดังมาจากที่ประตู ก่อนหน้านี้ลู่กั๋วเฉียงได้แนะนำแม่บ้านคนนี้ให้กับซูข่านเธอชื่ออาหยาน

"จะไปกินที่ห้องนั่งเล่นหรือจะไปกินในสวนคะ"

"เอาไงดีครับพี่สาม"

ลู่กั๋วเฉียงได้เดินมาที่ประตูและมองไปยังซูข่าน

อากาศช่วงสิ้นเดือนมีนาคมที่เผิงเฉิงนั้นร้อนมาก หากว่าเป็นที่หนานจิงยังคงต้องใส่เสื้อแขนยาวอยู่

ในห้องนี่ก็ดูอึดอัดไม่ใช่เล่น หากว่ากินข้าวกันในนี่น่าจะขาดอากาศหายใจตายกันไปก่อน

"ในสวนละกัน"

"ได้ครับพี่สาม"

จากนั้นลู่กั๋วเฉียงก็ได้ตะโกนบอกแม่บ้านที่ชื่ออาหยานให้ยกอาหารไปที่สวน

"พวกเราย้ายโต๊ะกับเก้าอี้กันเถอะ"

ต้าชุนและเหลาหลี่ได้มองหน้ากัน จากนั้นพวกเขาก็ยกโต๊ะขนาดใหญ่และเก้าอี้ทั้งหมดในบ้านออกไป

ซูข่านและคนที่เหลือก็เดินตามออกมาที่สวน

ตอนนี้พระอาทิตย์เริ่มตกดินแล้ว อากาศเเริ่มจะเย็นขึ้นเล็กน้อย หากว่าเป็นฤดูร้อนที่หนานจิง เวลานี้ก็เหมาะสมที่สุดที่จะวิ่ง มันไม่มีแดดมาเผาผิวให้ไหม้

ซูข่านรู้สึกคุ้นเคยกับบรรยากาศยามเย็นแบบนี้ มีลมเย็นพัดมาปะทะกับหน้าของเขาเบาๆ มีเสียงของต้นไม้ที่โดนลมพัดพร้อมกลิ่นหอมของดอกลิ้นจี่ที่ถูกปลูกอย่างมากในภาคใต้แห่งนี้

นอกจากนี้แล้ว ท้องฟ้าก็โปร่งใสมาก สามารถมองเห็นดาวได้ มีเสียงแมลงร้องกันระงมที่รอบๆบ้าน

"อ๊บ อ๊บ"

ทันใดนั้นเองก็มีเสียงกบร้องออกมา เสียงนี้หาได้ยากมากในเผิงเฉิงอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ธรรมชาติที่สวยงามแบบนี้ได้หายไปพร้อมกับการมาของความเจริญ

ซูข่านรู้สึกชอบบรรยากาศแบบนี้เป็นพิเศษ เขาใช้ชีวิตในเมืองมาตลอด การได้มาซึมซับกับธรรมชาติแบบนี้ทำให้ซูข่านรู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการกลับมาจากเซียงเจียง ที่นั่นเป็นเมืองที่มีตึกคอนกรึตอยู่ทั่วทุกมุม ไหนจะเทคโนโยลีอีก

จากนั้นก็มีกลิ่นหอมอบอวลลอยมาจากที่ไหนสักแห่ง ซูข่านได้มองไปตามกลิ่นก็เห็นว่าลู่กั๋วเฉียงกับแม่บ้านอาหยานได้ถืออาหารออกมาเสริฟ

อาหารที่ยกมาน่ากินมากๆ มีเนื้อแกะกับไข่กวนใส่มะเขือเทศอยู่หนึ่งจาน จานข้างๆก็เป็นเนื้อที่ผัดกับผักใบเขียวใส่กระเทียม และสุดท้ายเป็นซุปที่มีปลาตัวใหญ่ทั้งตัว

ซูข่านได้กลิ่นก็รู้ได้เลยว่าซุปจานนี้ต้องมีรสชาติที่เข้มข้นมาก น้ำซุปที่อยู่ด้านในก็ถูกเคี่ยวจนมันวาว

ลู่กั๋วเฉียงได้วางจานและตะเกียบบนโต๊ะ จากนั้นเขาก็ถ้วยใบหนึ่งส่งให้กับซูข่านและพูดว่า

"พี่สามต้องลองซุปฝีมือผม"

ซูข่านหยิบถ้วยนั้นขึ้นมาดู สีของน้ำซุปน้ำมีสีนวลที่ดูเข้มข้นมาก เนื้อปลาก็เป็นสีขาวเด้งอยู่ข้างใน

เขาได้หยิบช้อนขึ้นมาตักเนื้อปลาพร้อมน้ำซุปก่อนจะเป่ามัน 2-3 ที และกินเบาๆ

"หื้ม"

ทันทีที่น้ำซุปโดนลิ้นของซูข่าน ตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที นี่มันซุปปลาคาร์ฟไม้กางเขน

ไม่มีรสชาติคาวในน้ำซุปเลยแม้แต่น้อย เต็มไปรสความอร่อยล้วนๆ เนื้อปลาก็สดราวกับว่ายังมันว่ายน้ำอยู่

มันมีกลิ่นที่หอมอีกอย่างหนึ่งด้วย น่าจะเป็นขิง

ส่วนความหวานของน้ำซุปก็ไม่น่ามาจากน้ำตาล มันเป็นรสชาติของวัตถุดิบที่ถูกเคี่ยวด้วยความร้อนที่พอดี

"อร่อยดี"

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม

จบบทที่ ตอนที่ 208 500 ไม่พอก็เพิ่มเป็น 1,000 ถ้ายังไม่พออีกก็เพิ่มเป็น 2,000

คัดลอกลิงก์แล้ว