เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 209 มือเปื้อนเลือด

ตอนที่ 209 มือเปื้อนเลือด

ตอนที่ 209 มือเปื้อนเลือด


ซุปปลาที่ลู่กั๋วเฉียงทำนั้นมีรสชาติที่เข้มข้นและอร่อมมาก กลิ่นของมันก็หอมเป็นพิเศษ

ซูข่านได้เติมซุปถ้วยที่สองทันที เขารู้สึกได้ถึงไออุ่นของซุปที่กระจายทุกอณูของตัวเขา

บรรยากาศที่มีสายลมเย็นๆพัดมาเบาๆพร้อมไปซดซุปที่อุ่นกำลังดี มันทำให้ซูข่านรู้สึกผ่อนคลายมาก

"พี่สามครับลองเนื้อแกะดูสิครับ"

ลู่กั๋วเฉียงได้แนะนำเมนูที่ทำจากเนื้อแกะอีก

สูเจิ้งเหมาที่มองดูก็ได้ยิ้มและอธิบาย

"นี่คือเนื้อที่เลี้ยงโดนระบบเปิด พวกมันถูกปล่อยให้ใช้ชีวิตอิสระบนภูเขา"

"เรียกได้ว่าเป็นแกะป่าได้เลย เนื้อของมันจะนุ่มเป็นพิเศษและยังไม่มีกลิ่นคาวอีกด้วย ไขมันของมันก็ไม่เยิ้มจนน่าเกลียด หากกินคู่กันจะเป็นรสชาติที่ดีที่สุด"

สูเจิ้งเหมามองดูซูข่านด้วยสายตาที่คาดหวัง

ซูข่านหยิบเนื้อแกะที่ติดหนังขึ้นมา เนื้อของมันเปื่อยมาก ขนาดไม่กินก็รู้ได้ถึงความนุ่มของเนื้อ

เขารีบอ้าปากและกัดเข้าไปคำเล็กๆ

เป็นอย่างที่สูเจิ้งเหมาบอกเลย เนื้อแกะนี้ไม่มีกลิ่นคาวสักนิดเดียว มันมีแต่กลิ่นหอมของความสดล้วนๆ

รสชาติของมันอร่อยไม่แพ้กับซุปปลาที่กินเมื่อตอนแรกเลย

"ไม่เลว"

ซูข่านชมอีกครั้งหนึ่ง

คนกวางตุ้งให้ความสำคัญกับเรื่องสดใหม่เป็นอย่างแรก เนื้อแกะนี้ไม่ได้ใส่เครื่องเทศอื่นๆเพื่อกลบกลิ่นเลย ใส่เพียงเกลือกับพริกไทยเท่านั้น

อาหยานเป็นคนที่ปรุงอาหารกวางตุ้งได้ดีมากๆคนหนึ่ง

"อร่อยมาก"

ซูข่านกล่าวชื่นชนแม่บ้าน อาหยายหลังได้คำชมของซูข่านเธอก็มีความสุขมาก

สูเจิ้งเหมาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารู้สึกคิดถูกจริงๆที่ยอมไปซื้อวัตถุดิบดีๆมาให้ซูข่านได้กิน

ตอนแรกเขาคิดว่าอาหารกวางตุ้งอาจจะสู้อาหารเซียงเจียงไม่ได้ด้วยซ้ำ แถมคุณซูยังได้กินอาหารดีๆในโรงแรมเพนนินซูล่าอีก

หลังจากทานอาหารกันเสร็จ สูเจิ้งเหมาก็ขอตัวกลับก่อน เขาปล่อยให้ซูข่านได้พักอยู่กับบ้านหลังเล็กๆแห่งนี้

โรงแรมที่สูเจิ้งเหมาจัดให้มีนักข่าวดักรออยู่เต็มไปหมด ซูข่านไม่อยากจะไปพักที่นั่น

วันต่อมา สูเจิ้งเหมาก็ได้พาซูข่านไปดูสถานที่ที่เขาเลือกไว้ในเผิงเฉิง ซูข่านได้พยักหน้าให้กับสูเจิ้งเหมาช้าๆ

สถานที่แห่งนี้จะต้องเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองเผิงเฉิง ทำเลที่ตั้งของมันก็อยู่ในที่ๆพอเหมาะ หลังจากสร้างตึกซิงซีเสร็จแล้ว บริเวรรอบๆก็จะมีมูลค่าสูงขึ้นไปอีก

มันจะกลายเป็นย่านที่มีมูลค่าเม็ดเงินไหลเวียนต่อวันสูงถึงหลายล้าน ไม่ว่านักธุรกิจหรือคนมีชื่อเสียง พวกเขาก็จะแห่กันมาที่สถานที่แห่งนี้

แล้วที่ดินโดยรอบๆก็จะมีมูลค่าสูงขึ้น หากว่าที่ดินรอบๆเป็นของเราทั้งหมดก็อาจจะสูงถึงหลายพันล้านหยวน

จากนั้นอีกวัน ซูข่านก็ได้กลับไปที่โรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียง ในเวลาพักเที่ยงซูข่านได้ว่าอาหารที่นี่ได้ปรับปรุงอย่างที่เขาบอกไว้แล้ว

เขาได้มองเห็นคนงานที่นี่กินข้าวเที่ยงกันอย่างมีความสุข ซูข่านเลยมั่นใจเลยว่าพวกเขามีความสุขมากกว่าแต่ก่อนขนาดไหน

ครั้งก่อนที่มาที่นี่สีหน้าของพวกเขายังไม่ดีขนาดนี้เลย ตอนนี้สีหน้าของพวกเขาดูมีความสุขกันจริงๆ

จากนั้นซูข่านก็ได้สั่งให้ลู่กั๋วเฉียงจัดการหาช่างเทคนิคพัดลมมาจากเซียงเจียง เขาได้บอกให้ว่านเซี่ยง กรุ๊ปวิจัยและค้นคว้าผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมจากโรงงานของลู่กั๋วเฉียง

และหลังจากนั้นซูข่าน ซงหมิงเจียง ไทเกอร์และเสี่ยวจุนก็ได้เดินทางมาที่สถานีรถไฟโดยรถของสูเจิ้งเหมา

พวกเขาขึ้นไปยังตู้นอนที่ลู่กั๋วเฉียงได้จองเอาไว้ รถไฟได้วิ่งออกจากสถานนีช้าๆ กว่าจะไปถึงหนานจิงก็อาจจะใช้เวลาอีกหลายวัน ซูข่านคิดถึงรถไฟฟ้าความเร็วสูงมาก มันสามารถนั่งจากเผิงเฉิงไปหนานจิงได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

เวลาบนรถไฟก็ได้ผ่านไปอย่างช้าๆ ซูข่านหาอะไรทำแก้เบื่อไปเรื่อยแต่สิ่งที่เขาถนัดที่สุดก็คือการนอนฆ่าเวลา

"พี่สามครับ พี่สาม"

ซงหมิงเจียงได้ปลุกซูข่าน

"ถึงแล้วครับ"

ซูข่านค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาช้าๆ เมื่อมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง เขาก็เห็นสถานีรถไฟที่คุ้นเคย มีคนบางส่วนเริ่มลงจากรถไฟกันแล้ว

"ไปกันเถอะ"

ซูข่านและพวกซงหมิงเจียงก็ได้เก็บสัมภาระก่อนจะเดินลงรถไฟไปยังหน้าสถานี พวกเขากำลังมองหารถอยู่ และทันใดนั้นเองพวกเขาก็พบกับใบหน้าที่คุ้นเคยอีกครั้ง เขากำลังยืนอยู่ข้างรถ

"เชิญครับพี่สาม"

จางเฉียงได้เปิดประตูรถให้กับซูข่าน เขาเตรียมรถตู้มาเพื่อรับทุกคน

"เรียบร้อยใช่ไหม?"

ระหว่างที่ซูข่านกำลังเดินขึ้นรถก็ได้พูดกับจางเฉียง

"ครับ"

จางเฉียงปิดประตูรถและรีบวิ่งเข้าไปในรถก่อนจะหันมาคุยกับซูข่าน

"มันโดนจัดการไปแล้วครับ"

"เล่ามา"

ซูข่านเอาหลังพิงกับเบาะและพูดกับจางเฉียงเบาๆ

จางเฉียงได้ยินก็รีบพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว

"มันมีคนแอบเอาสินค้าที่พวกเราส่งมาจากใต้เอาไปขายครับ พวกเขาแอบทำมาประมาณครึ่งเดือนแล้ว"

"จับได้หมดรึยัง?"

ซูข่านถามด้วยน้ำเสียงที่ธรรมดา จางเฉียงพยักหน้าหนึ่งทีก่อนจะตอบซูข่าน

"จับได้หมดแล้วครับ พวกผมสั่งสอนพวกมันไปชุดใหญ่แล้ว"

"จากนั้นผมก็ได้ประกาศข่าวนี้ออกไป ใครก็ตามที่แอบของออกหรือขโมย พวกมันจะต้องโดนแบบนี้"

"ไอ้โง่เอ๊ย!!!"

ซูข่านพูดเสียงดัง

"แกคิดว่าตัวเองเป็นใครกันถึงมาตัดสินโทษคนอื่นเอง แกมีสิทธิอะไรไปสั่งสอนพวกมันแบบนั้น?"

จางเฉียงตกตะลึง เขาพูดอะไรไม่ออก

"แกคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าพ่อที่คุมเมืองนี้อย่างงั้นเหรอ? ทำไมแกจับได้ถึงไม่ยอมส่งให้ตำรวจไปจัดการ หวางเอ๋อก็เคยมีปัญหาแบบแก แต่เขาก็เลือกที่จะให้ตำรวจมาจัดการให้"

ซูข่านต้องทำแบบนี้ก็เพราะเขากลัวปัญหาที่จะมาที่หลัง ที่จางเฉียงทำมันไม่ได้ต่างอะไรกับมาเฟียหรือเจ้าพ่อเลย เป็นนักเลงดีๆนี่เอง

แล้วสินค้าที่เขานำเข้ามาขายมันผิดกฏหมายไหม?

ไม่ใช่เลย มันเป็นสินค้าที่ถูกกฏหมายทุกอย่าง ตำรวจย่อมไม่สามารถเอาผิดอะไรจางเฉียงได้อยู่แล้ว

ซูข่านไม่ต้องการให้ใช้วีธีนั้นจัดการกับพวกคนร้ายเอาเอง มันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่งในหนานจิง

ที่นี่มันไม่เหมือนกับในเซียงเจียง ที่นั่นมีมาเฟียคอยคุ้มครองธุรกิจอยู่ มันเป็นธุรกิจดำมืดที่คนจากเซียงเจียงเลือกจะหลับตาข้างหนึ่งแกล้งมองไม่เห็น

ซูข่านต้องการทำธุรกิจที่ถูกกฏหมายทุกอย่าง เขาไม่ต้องการอะไรที่มันดูดำมืดและชั่วร้ายขนาดนั้น

มันเป็นเรื่องที่จางเฉียงยังไม่รู้ แต่เขากำลังจะได้เรียนรู้จากซูข่านในไม่ช้า วิธีการของจางเฉียงถึงมันจะได้ผลดี แต่ภาพลักษณ์ของเขากำลังจะเปลี่ยนไป

การกระทำดังกล่าวของจางเฉียงทำให้มือของเขาต้องเปื้อนเลือด มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นในการทำธุรกิจซื้อขาย ลูกค้าจะคิดเห็นยังไงถ้าพ่อค้ามีประวัติที่ไม่ดีมาก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 209 มือเปื้อนเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว