- หน้าแรก
- ระบบไพ่โจ๊กเกอร์
- บทที่ 5 - ไพ่ตัวอักษร
บทที่ 5 - ไพ่ตัวอักษร
บทที่ 5 - ไพ่ตัวอักษร
บทที่ 5 - ไพ่ตัวอักษร
จางหยางเริ่มชินชากับความไม่รู้เรื่องรู้ราวเรื่องระบบระดับไพ่เทวะของโจวเค่อแล้ว เขาอธิบายอย่างใจเย็น
"J Q K A ไพ่สี่แต้มนี้เรียกกันติดปากว่า 'ไพ่ตัวอักษร' เมื่อเทียบกับไพ่ตัวเลขใบอื่นๆ แล้ว พลังพิเศษของพวกมันจะทรงพลังกว่ามาก"
"แถมยังลือกันว่า คนที่ได้ไพ่เทวะสี่แต้มนี้ ล้วนได้รับการชี้แนะจากทวยเทพเป็นการส่วนตัวด้วย"
"ฉันรู้แล้ว!"
จู่ๆ จางหยางก็ชี้ไปที่เด็กสาวสวมหน้ากากอนามัยด้วยท่าทีลึกลับ
"เธอต้องเป็นคนที่ทำให้ไฟดับทั้งเมืองเมื่อวานนี้แน่ๆ! มีแค่ไพ่ตัวอักษรเท่านั้นแหละถึงจะมีพลังพิเศษที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้!"
"นายดูสิ เธอถึงกับไม่กล้าเผยโฉมหน้า! ก็เพราะกลัวคนจะจำได้ไง!"
โจวเค่อหัวเราะเบาๆ "คุณไม่ได้บอกว่าคนคนนั้นถือไพ่ 'ดอกจิก' หรอกเหรอครับ"
"ผมได้ยินประตูตรวจจับประกาศข้อมูลออกมา เหมือนไพ่เทวะของเด็กสาวคนนั้นจะเป็นหน้า 'โพดำ' นะครับ"
จางหยางเกาผมยาวของตัวเอง "เหมือนจะจริงแฮะ ฉันลืมไปเลย"
ไม่นานนัก ทั้งสองคนก็เดินมาถึงหัวแถว
"ถึงตาพวกเราแล้ว"
จางหยางมีสีหน้าตึงเครียดเล็กน้อย เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อไปยืนอยู่ใต้ประตูตรวจจับ
[ติ๊ด— ระดับอณูเวท 3 ไพ่เทวะโพแดง 5 ผ่านเกณฑ์]
"ฟู่ โล่งอกไปที"
จางหยางฉีกยิ้มกว้างรับชุดนักเรียนและคู่มือรายงานตัวนักเรียนใหม่มาจากมือของรุ่นพี่
นักเรียนบางคนที่อยู่รอบๆ เริ่มซุบซิบนินทา
"ปริมาณอณูเวทแค่สามเองเหรอ"
"นี่มันเกณฑ์ขั้นต่ำของการเข้าเรียนเลยไม่ใช่หรือไง"
"ดูการแต่งตัวหมอนั่นสิ คงมาจากครอบครัวขุนนางเล็กๆ อีกตามเคย"
ทว่าจางหยางกลับไม่สนใจเสียงรอบข้างแม้แต่น้อย เขาสะบัดแขนทั้งสองข้างไปมา
"โรงเรียนไพ่เทวะ ฉันมาแล้ว!!"
โจวเค่อสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะก้าวเท้าออกไป
"สวัสดีครับ ผมเป็นรุ่นพี่ปีสูงที่รับผิดชอบการทดสอบรอบนี้ กรุณาเดินผ่านประตูตรวจจับบานนี้ด้วยครับ" รุ่นพี่ผิวคล้ำกล่าว
เมื่อไปยืนอยู่ใต้ประตูตรวจจับ โจวเค่อก็หลับตาลงเงียบๆ
การได้เข้าเรียนในโรงเรียนไพ่เทวะคือการยกระดับชนชั้น คือการหาเงินก้อนโต และเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้เขาได้เชิดหน้าชูตา
ประตูตรวจจับส่งเสียงร้องติ๊ดๆ
[ติ๊ด— ระดับอณูเวท : 43 ไพ่เทวะ : ดอกจิก K ผ่านเกณฑ์!]
พริบตานั้น โลกรอบกายคล้ายกับหยุดหมุน
วินาทีต่อมา เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของฝูงชนก็ระเบิดดังตูม
"ทะ... เท่าไหร่นะ"
"สี่สิบสามงั้นเหรอ เด็กใหม่เนี่ยนะ"
"เขามาจากตระกูลไหนกัน"
"ดูจากสไตล์การแต่งตัว น่าจะมาจากขุนนางชั้นผู้น้อยนะ"
"ขุนนางชั้นผู้น้อยบ้าอะไรจะฟาดไปสี่สิบสาม หน้าไพ่เป็นดอกจิก แถมแต้มยังเป็น K อีก"
ตัวโจวเค่อเองกลับไม่ได้แสดงสีหน้าประหลาดใจอะไรมากมายนัก
เขารู้อยู่แล้วว่าไพ่เทวะของตัวเอง 'พิเศษ' มาก จึงเตรียมใจไว้ล่วงหน้าแล้ว
ดูเหมือนเครื่องตรวจจับนี้จะไม่สามารถสแกนพบว่าไพ่เทวะของเขาคือ JOKER ได้
แต่กลับประกาศรูปลักษณ์ที่ไพ่เทวะแปรสภาพไปแล้วออกมาแทน
จางหยางที่เดินผ่านไปก่อนหน้านี้หันขวับกลับมาทันที เขาอ้าปากกว้างจนแทบจะยัดไข่ได้ทั้งใบ พูดจาติดอ่าง
"ดะ... ดอกจิก หรือว่านายก็คือ...?"
โจวเค่อรับชุดนักเรียนและคู่มือเข้าเรียนมาอย่างเยือกเย็น ก่อนจะค้อมตัวลงเล็กน้อยเพื่อขอบคุณรุ่นพี่
จากนั้นเขาก็เดินไปหาจางหยางที่กำลังยืนอึ้ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ขอแนะนำตัวอีกรอบ ผมชื่อโจวเค่อ เป็นสามัญชน"
"คนที่ทำให้ไฟดับทั้งเมืองเมื่อวาน ก็คือผมนี่แหละ"
...
บนหอคอยแห่งหนึ่งของโรงเรียน ศาสตราจารย์สองคนกำลังยืนดูพิธีทดสอบเข้าเรียนเงียบๆ
"หัวหน้าเฉิน คุณนี่ตาแหลมคมจริงๆ" ชายวัยกลางคนทอดสายตามองโจวเค่อที่อยู่ไกลออกไปพร้อมกับเอ่ยเสียงเบา
"ผมได้ยินมาว่าคุณติดต่อไปหาเขาล่วงหน้า แถมยังรับปากว่าจะให้ทุนสนับสนุนเขาด้วยใช่ไหม"
เฉินอวิ๋นหัวเราะหึๆ "แค่โชคดีน่ะค่ะ ตอนนั้นฉันบังเอิญเดินผ่านถนนสายตะวันออกพอดี เลยบังเอิญเห็นเขากำลังแสดงมายากลยอดฮิตในโลกของสามัญชนให้ฉันดู"
"ความบังเอิญก็คือ เขาเป็นอัจฉริยะที่มีระดับอณูเวทสูงลิบลิ่วเสียด้วย"
"แต่คุณนี่สิ ศาสตราจารย์หยวนซิง คลาสที่คุณดูแลรับเฉพาะนักเรียนระดับขุนนางชั้นกลางขึ้นไปเท่านั้น ระวังจะพลาดต้นกล้าชั้นดีไปหลายต้นนะคะ"
ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่าหยวนซิงไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาเพียงแค่ขมวดคิ้ว
"ผมยังคงเชื่อมั่นว่าพรสวรรค์และสายเลือดอยู่เหนือทุกสิ่ง นักเรียนที่มาจากสามัญชนแต่กลับมีระดับอณูเวทสูงถึงสี่สิบสาม มันก็เป็นแค่เรื่องบังเอิญที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากๆ เท่านั้น"
"อีกอย่าง ระดับอณูเวทไม่ได้เป็นตัวตัดสินทุกอย่าง ผลงานในอนาคตของเขาจะเป็นอย่างไรก็ยังไม่มีใครรู้"
"แต่ว่า..." หยวนซิงอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไป
เฉินอวิ๋นช้อนตาขึ้นมองเขา "ฉันรู้ว่าคุณอยากจะพูดอะไร คุณก็สังเกตเห็นไพ่เทวะของเขาแล้วเหมือนกันใช่ไหมล่ะ"
หยวนซิงส่งเสียงอืมเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะกล่าวต่อ
"ดอกจิก K... ไพ่เทวะหน้าดอกจิก ไม่ได้ปรากฏให้เห็นในอาณาจักรมังกรมานานแสนนานแล้ว"
...
"น้องชาย มาเข้าร่วมชมรมของพวกเราเถอะ!" รุ่นพี่ผิวคล้ำที่รับผิดชอบการทดสอบรอบแรกพุ่งเข้ามาขวางหน้าโจวเค่อด้วยความตื่นเต้น
"ฉันชื่อหลี่หานเฟิง เป็นประธาน 'ชมรมดาบทมิฬ' อ้อใช่ ชมรมดาบทมิฬเป็นชมรมนักเรียนที่เจ๋งและยอดเยี่ยมที่สุดในโรงเรียนเลยนะ!"
"อัจฉริยะอย่างนายต้องมาเข้าร่วมกับพวกเราให้ได้นะ!"
รุ่นพี่หลี่หานเฟิงคว้ามือโจวเค่อไปจับไว้แน่นแล้วเขย่าขึ้นลง
นี่สินะความกระตือรือร้นในการรับสมาชิกใหม่ของชมรมในมหาวิทยาลัย...
ยังไม่ทันที่โจวเค่อจะคิดหาคำตอบได้...
"นักเรียนใหม่ที่ผ่านการทดสอบรอบแรกแล้ว เชิญทางนี้เลยค่ะ!" รุ่นพี่ผู้หญิงอีกคนที่อยู่ไกลออกไปส่งเสียงเรียก "การทดสอบรอบที่สองกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!"
เมื่อได้ยินเสียงนี้ โจวเค่อจึงเอ่ยด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย
"ขอโทษทีนะครับรุ่นพี่ ผมยังต้องไปทดสอบเข้าเรียนต่อให้เสร็จ"
"อ้อๆ โทษที" หลี่หานเฟิงยกมือเกาหัว "เดี๋ยวอาจจะมีรุ่นพี่คนอื่นมาดึงนายเข้าชมรมอื่น นายห้ามตกลงเด็ดขาดเลยนะ!"
...
ในการทดสอบรอบแรกมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ระดับอณูเวทไม่ถึงสามแต้ม
ตอนนี้โจวเค่อมาต่อแถวอยู่ท้ายสุดเพื่อรอรับการทดสอบรอบที่สอง
"พระเจ้าช่วย อัจฉริยะสามัญชนผู้ลึกลับคนนั้นคือนายเองเหรอเนี่ย!"
จางหยางบังเอิญยืนต่อคิวอยู่หน้าโจวเค่อพอดี เขาทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ
"นี่ เมื่อกี้รุ่นพี่หลี่ชวนนายเข้าชมรมของเขาใช่ไหม"
"น่าจะใช่นะ"
"แล้วนายตกลงหรือเปล่า"
"เปล่าหนิ"
จางหยางทำหน้าราวกับเห็นผี
"ทำไมไม่ตอบตกลงไปล่ะ! มีตั้งกี่คนที่อยากเข้าชมรมดาบทมิฬใจแทบขาดแต่ก็เข้าไม่ได้!"
"หลี่หานเฟิงเป็นคนดังของโรงเรียนเชียวนะ! ได้ยินมาว่าเขาทำคะแนนสอบเข้าได้เป็นอันดับหนึ่ง พอปีสองก็สามารถเลื่อนขั้นไพ่เทวะได้สำเร็จหนึ่งครั้ง! นี่ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องเรียนเก่งจนคว้าทุนการศึกษาจนนับไม่ถ้วนอีกนะ..."
โจวเค่อปวดหัวตึบกับลิสต์ความสำเร็จอันยาวเหยียดนี้
"แต่ได้ยินมาว่าชมรมดาบทมิฬรับเฉพาะนักเรียนที่มีไพ่เทวะโพดำนี่นา" จางหยางกลอกตาไปมา
"ตกลงว่าไพ่เทวะของนายคือดอกจิก K จริงๆ ดิ"
"ใช่สิ ทำไมเหรอ"
จางหยางทำหน้าเหมือนโดนผีหลอกอีกรอบ จู่ๆ เขาก็ทำท่าจะคุกเข่าลง
"ฝ่าบาท โปรดรับการคารวะจากกระหม่อมด้วยเถิด!"
"เฮ้ยๆ ท่านขุนนางลุกขึ้นเถิด! ข้าผู้ด้อยค่ามิอาจรับการคารวะอันยิ่งใหญ่นี้ได้หรอก!" โจวเค่อไม่รู้ว่าจางหยางกำลังเล่นบ้าอะไร จึงยอมเล่นตามน้ำไปก่อน
"หึๆ" จางหยางหัวเราะร่วนพร้อมอธิบาย "ก่อนหน้านี้ฉันเคยบอกไปแล้วใช่ไหมว่าผู้ถือครองไพ่ตัวอักษรดูเหมือนจะได้รับการชี้แนะจากทวยเทพ"
"แถมตัวอักษรแต่ละตัวก็มีความหมายแตกต่างกันออกไปด้วย"
"J หมายถึงผู้รับใช้ Q หมายถึงราชินี K หมายถึงพระราชา ส่วน A หมายถึงไพ่ตาย"
"ไพ่เทวะของนายคือ K ไม่แน่ว่าในอนาคตนายอาจจะได้เป็นพระราชาก็ได้นะ!"
"นี่ๆ เบาเสียงลงหน่อย!" โจวเค่อรีบเอามือปิดปากเขา "ถึงนี่จะเป็นสังคมยุคใหม่ แต่ถ้าคนอื่นมาได้ยินเข้าก็ต้องมีคนเอาไปนินทาอยู่ดี"
"สรุปแล้วมันก็คือความงมงายใช่ไหมล่ะ ก่อนหน้านี้ก็มีผู้หญิงคนนึงถือไพ่เทวะ Q ไม่ใช่เหรอ อนาคตเธอจะได้เป็นราชินีหรือไง"
"เรื่องนั้นฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แม่ฉันบอกมาแบบนี้แหละ แม่บอกว่าคนที่มีไพ่เทวะ K ล้วนมีชะตากรรมเป็นพระราชา" จางหยางยกมือเกาหัว
โจวเค่อไม่ได้เก็บคำพูดของจางหยางมาใส่ใจมากนัก
ท้ายที่สุดแล้ว ไพ่เทวะของเขาก็คือ JOKER
เขาแค่ใช้พลังพิเศษทำให้ไพ่เทวะเปลี่ยนร่างเป็นดอกจิก K ชั่วคราวเท่านั้น
ถ้าอิงตามทฤษฎีของจางหยาง เขาได้ไพ่โจ๊กเกอร์มา อนาคตก็ต้องกลายเป็นตัวตลกงั้นเหรอ
[จบแล้ว]