- หน้าแรก
- ระบบไพ่โจ๊กเกอร์
- บทที่ 4 - การทดสอบสายเลือด
บทที่ 4 - การทดสอบสายเลือด
บทที่ 4 - การทดสอบสายเลือด
บทที่ 4 - การทดสอบสายเลือด
โจวเค่อเงยหน้าขึ้นมองเห็นนักเรียนชายที่แต่งตัวแปลกประหลาดคนหนึ่ง
นักเรียนชายคนนี้ไว้ผมยาวสลวย หากไม่สังเกตให้ดีอาจถึงขั้นแยกเพศไม่ออก
การแต่งกายของเขาดูเรียบง่ายมาก หากไม่ใช่เพราะโรงเรียนนี้รับเฉพาะชนชั้นสูง โจวเค่อคงนึกว่าอีกฝ่ายเป็นสามัญชนเหมือนกับตัวเองไปแล้ว
โจวเค่อตอบกลับอย่างมีมารยาท "ใช่ครับ ไม่ทราบว่าคุณก็เหมือนกันเหรอ"
นักเรียนชายผมยาวร้องตะโกนลั่น
"เยี่ยมไปเลย โฮฮฮ!!!"
"ตอนนี้ฉันตื่นเต้นมาก กลัวว่าจะสอบไม่ผ่าน กลัวแทบตายอยู่แล้ว!!"
"ในที่สุดก็เจอนักเรียนใหม่ที่เหมือนกันสักที!"
"ฉันชื่อจางหยาง ขอถามหน่อยว่าพี่ชายชื่ออะไร"
"อ้อ ผมชื่อโจวเค่อ"
"เป็นชื่อที่หาฟังยากจัง พี่ชายน่าจะมาจากครอบครัวขุนนางเล็กๆ ที่ไม่มีชื่อเสียงเหมือนกับฉันแน่เลย"
"ฮ่าฮ่า บ้านของฉันแทบจะยากจนเหมือนสามัญชนอยู่แล้ว พ่อแม่ส่งฉันมาเรียนต้องใช้เงินไปตั้งเยอะแน่ะ"
จางหยางสะบัดผมยาวของตัวเอง
"นี่ๆ ฉันได้ยินมาว่าในหมู่นักเรียนใหม่รุ่นนี้ มีบุคคลระดับตำนานมาเรียนด้วยนะ!"
โจวเค่ออยากจะรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุดอยู่แล้ว จึงมองอีกฝ่ายด้วยความสนใจอย่างยิ่ง "อยากฟังรายละเอียดเลยครับ"
จางหยางหัวเราะคิกคัก
"ได้ยินมาว่าคนคนนั้นทำให้ทั้งเมืองตงไห่ไฟดับไปห้าวินาทีเมื่อวานนี้! แถมยังทำให้ระบบไฟของตึกระฟ้าทางการเงินของ 'ตระกูลเยี่ย' ขัดข้องพร้อมกันหมดจนเป็นข่าวฮอตเสิร์ชเลยนะ!"
"แถมยังมีข่าวลือว่าตอนที่เขาสร้างวีรกรรมสะท้านฟ้านี้ เขายังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ!"
"และในวันเดียวกันนั้นเอง เขาก็ได้รับไพ่เทวะของตัวเองและได้สิทธิ์เข้าเรียนที่นี่!"
"ที่สำคัญกว่านั้น... เขาได้ไพ่เทวะ 'ดอกจิก' ที่หายากที่สุดมาครอง!!"
โจวเค่อแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องและเอ่ยถาม "หืม ไพ่เทวะดอกจิกหายากมากเลยเหรอครับ"
"แน่นอนสิ!" จางหยางทำหน้าตาราวกับผู้หยั่งรู้ทุกสรรพสิ่ง "เอาเป็นว่าตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยเห็นไพ่ดอกจิกในอาณาจักรมังกรเลยก็แล้วกัน"
"แถมนะ..." จางหยางทำท่าทางลึกลับซับซ้อน "ตำรวจสองนายหลุดปากแฉมาว่าหมอนั่น... เป็นสามัญชน!"
โจวเค่อถามต่อ "เป็นสามัญชนแล้วมันทำไมเหรอครับ"
จางหยางเบิกตากว้างจ้องมองเขาด้วยความประหลาดใจ
"นายไม่ตกใจเลยเหรอ นี่เป็นสามัญชนเพียงคนเดียวในโลกที่ได้รับไพ่เทวะจากทวยเทพเชียวนะ! แถมเขายังถูกโรงเรียนรับเข้าเรียนเป็นกรณีพิเศษอีกด้วย!"
"จุ๊ๆๆ อยากจะเห็นหน้าคนคนนี้ด้วยตาตัวเองจริงๆ"
"นายว่าทำไมเขาถึงถูกตาต้องใจทวยเทพได้นะ หรือว่าเขามีขาเยอะกว่าคนปกติ หรือว่ามีแขนงอกมาเพิ่ม"
โจวเค่อแกล้งตีมึน "ไม่รู้สิครับ ผมเดาว่าคงเป็นเพราะหล่อมากมั้ง"
ด้านหน้าสุด รุ่นพี่ปีสูงคนนั้นกำลังตะโกนจัดระเบียบแถว
"เข้ามาทีละคน ไม่ต้องรีบร้อน!"
จางหยางก็สังเกตเห็นรุ่นพี่คนนั้นเช่นกัน เขาเขย่าแขนโจวเค่อด้วยความตื่นเต้น
"นายดู... ดูคนนั้นสิ!"
โจวเค่อมองตามไป รุ่นพี่คนนั้นตัวสูงมาก ผิวค่อนข้างคล้ำ ยืนอยู่ไกลเกินไปจึงมองหน้าตาไม่ชัด "ทำไมเหรอครับ"
"ทำไมงั้นเหรอ" จางหยางหันขวับมามองโจวเค่อด้วยสายตาเหลือเชื่อ "นั่นมันรุ่นพี่หลี่หานเฟิงเชียวนะ! ได้ยินมาว่าตอนสอบเข้าเขาทำคะแนนเป็นอันดับหนึ่งของนักเรียนใหม่ทั้งหมดเลยนะ!"
โจวเค่อไม่เคยรู้มาก่อนว่าการทดสอบเข้าเรียนมีการจัดอันดับคะแนนด้วย และไม่เข้าใจว่าคะแนนนี้มันสำคัญอย่างไร
เขาจึงได้แต่พยักหน้าส่งๆ แบบกึ่งเข้าใจกึ่งงุนงง
แถวทดสอบเข้าเรียนยาวเหยียด
โจวเค่อเห็นนักเรียนใหม่ที่อยู่หัวแถวทยอยเดินผ่านเครื่องมือที่หน้าตาคล้ายประตูตรวจจับโลหะทีละคน
[ติ๊ด— ระดับอณูเวท 3 ไพ่เทวะข้าวหลามตัด 4 ผ่านเกณฑ์!]
[ติ๊ด— ระดับอณูเวท 5 ไพ่เทวะโพดำ 6 ผ่านเกณฑ์!]
ถึงตอนนี้ โจวเค่อก็กระซิบถามจางหยางเบาๆ
"นี่ ข้างหน้าเขากำลังทำอะไรกันเหรอ"
"ก็ต้องเป็นการทดสอบเข้าเรียนรอบแรกสิ นายคงรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่านักเรียนใหม่ทุกคนต้องผ่านการทดสอบ 'สามด่าน'"
"และรอบนี้มีชื่อว่า 'การทดสอบสายเลือด' ก็คือการตรวจดูว่าระดับ 'อณูเวท' ในร่างกายของนักเรียนใหม่ถึงเกณฑ์หรือเปล่า"
"แล้วระดับอณูเวทที่ว่านั่นมันหมายความว่ายังไงล่ะครับ" โจวเค่อถามต่อ
จางหยางเบิกตากว้างขึ้นมาทันที "เฮ้ย จริงปะเนี่ย ทำไมนายถึงไม่รู้จักแม้อกระทั่งอณูเวท"
โจวเค่อหาข้ออ้างมาปัดป่าย "ผมเติบโตมาในครอบครัวสามัญชนน่ะครับ เลยไม่มีใครเคยบอกเรื่องพวกนี้"
จางหยางเริ่มอธิบายอย่างจริงจัง "ถ้าอย่างนั้นนายก็น่าจะเคยเล่นเกมบ้างใช่ไหม คอนเซปต์ของค่าพลังต่อสู้นายเข้าใจหรือเปล่า"
"อณูเวทนี่ก็คือพลังงานที่พวกชนชั้นสูงมีติดตัวมาตั้งแต่เกิด คล้ายๆ กับค่าพลังต่อสู้นั่นแหละ"
"ขอแค่ผ่านการฝึกฝนในภายหลัง ก็จะสามารถเพิ่มระดับอณูเวทให้สูงขึ้นได้เรื่อยๆ เมื่อระดับอณูเวทถึงสิบแต้ม ก็จะสามารถทำให้ไพ่เทวะของตัวเองเลื่อนขั้นทะยานขึ้นไปได้หนึ่งระดับ!"
พูดจบ ในดวงตาของจางหยางก็เปล่งประกายแห่งความตื่นเต้น
"มีตั้งกี่คนที่จนเรียนจบแล้วก็ยังไม่สามารถเลื่อนขั้นได้ หรือบางคนทั้งชีวิตก็ไม่สามารถดันระดับอณูเวทให้เกินสิบแต้มได้ด้วยซ้ำ"
"ฉันไม่หวังอะไรมากหรอก ขอแค่ระดับอณูเวทไม่ต่ำกว่าสามก็ผ่านการทดสอบฉลุยแล้ว"
โจวเค่อเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาทันที "ถ้าต่ำกว่าสามจริงๆ โรงเรียนจะปฏิเสธไม่รับเข้าเรียนไหมครับ"
จางหยางตอบกลับอย่างสบายๆ "นายไม่ต้องกลัวหรอก รอบนี้เป็นการทดสอบสายเลือดของนาย ขอแค่นายเกิดมาเป็นชนชั้นสูง ระดับอณูเวทพื้นฐานก็เกินสามแต้มอยู่แล้ว"
"มีแค่สามัญชนเท่านั้นแหละที่ไม่มีอณูเวทในร่างกายเลยสักหยด"
"เพราะงั้นนายวางใจได้เต็มร้อย!"
เมื่อโจวเค่อฟังจบ เขาก็ยิ่งรู้สึกเค้งคว้างกว่าเดิม
ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องอุทานดังขึ้นจากแถวหน้า
[ติ๊ด— ระดับอณูเวท : 11 ไพ่เทวะข้าวหลามตัด 8 ผ่านเกณฑ์!]
เสียงประกาศจากประตูตรวจจับดึงดูดสายตานับไม่ถ้วนให้หันไปมอง
"ระดับอณูเวทสิบเอ็ดงั้นเหรอ ได้ยินมาว่าสิบแต้มคือขีดจำกัดที่นักเรียนใหม่ไม่มีทางก้าวข้ามได้นี่นา แล้วเขาทำได้ยังไงถึงพุ่งไปสิบเอ็ด"
"สมแล้วที่เป็นคนของตระกูลเยี่ย หนึ่งในสี่ตระกูลขุนนางใหญ่ พรสวรรค์แต่กำเนิดก็เหนือกว่าขุนนางชั้นผู้น้อยอย่างพวกเราอยู่แล้ว"
"ตระกูลเยี่ยเป็นตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งรองจากราชวงศ์ สายเลือดบริสุทธิ์ แถมยังรวยล้นฟ้าอีกต่างหาก"
โจวเค่อมมองทอดยาวไปเบื้องหน้า
นักเรียนชายในชุดหรูหราเดินเชิดหน้าชูตาผ่านประตูตรวจจับไป สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งจองหอง
วินาทีนี้ จางหยางเองก็มีปฏิกิริยาไม่ต่างจากคนอื่นๆ เขาอ้าปากค้าง
"เยี่ยหลิงเทียนคนนี้ ทะลวงขีดจำกัดสิบแต้มอณูเวทได้ตั้งแต่ตอนสอบเข้าเชียวหรือเนี่ย..."
โจวเค่อเอ่ยถามอีกครั้ง "เยี่ยหลิงเทียนคือใครเหรอครับ"
"หา" จางหยางตกตะลึงกับคำถามของโจวเค่ออีกรอบ
"นายไม่รู้จักแม้กระทั่งเยี่ยหลิงเทียนงั้นเหรอ งั้นฉันขอถามหน่อย ตึกระฟ้าทางการเงินที่ไฟดับเมื่อวานเป็นของเครือตระกูลเยี่ย นายรู้เรื่องนี้หรือเปล่า"
โจวเค่อพยักหน้า "เรื่องนี้สามัญชนทุกคนน่าจะรู้นะครับ"
"ใช่แล้ว เยี่ยหลิงเทียนก็คือคุณชายของตระกูลเยี่ย หมอนี่ชอบทำตัวกร่างแล้วก็อวดดี ทางที่ดีอย่าไปกระตุกหนวดเสือเขาจะดีกว่า"
ยังไม่ทันที่อารมณ์แตกตื่นของฝูงชนจะสงบลง ความวุ่นวายระลอกใหม่ก็ดังขึ้นจากแถวหน้า
ประตูตรวจจับประกาศผลลัพธ์อันน่าทึ่งออกมาอีกครั้ง
[ติ๊ด— ระดับอณูเวท : 15 ไพ่เทวะโพดำ Q ผ่านเกณฑ์!]
ฝูงชนแตกฮือราวกับน้ำเดือดทันที
"ปริมาณอณูเวทสิบห้า! ต่อให้เป็นขุนนางชั้นสูง พรสวรรค์ระดับนี้ก็ยังหาดูได้ยากเลยนะ!"
"นี่คือคุณหนูตระกูลไหนกัน ทำไมถึงปิดหน้าปิดตาซะมิดชิดขนาดนี้"
"สมคำร่ำลือ ยอดฝีมือมักจะเก็บตัวเงียบ"
โจวเค่อหันไปมองเด็กสาวสูงศักดิ์ที่กำลังเข้ารับการทดสอบคนนั้น
เธอสวมหน้ากากอนามัยสีดำและชุดเดรสยาวสีขาว
สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือเส้นผมสีเงินของเธอ
นี่เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยากยิ่งในอาณาจักรมังกร
โจวเค่อเผลอเหลือบไปมองข้อมือซ้ายของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ
'กำไลเงิน' วงหนึ่งสะท้อนแสงแดดเป็นประกายวาววับ
จางหยางทอดถอนใจอีกครั้ง
"พระเจ้าช่วย ไม่นึกเลยว่ารุ่นนี้จะมีอัจฉริยะระดับท็อปโผล่มาถึงสองคน"
"แถมแต้มบนไพ่เทวะของเธอ ยังเป็น Q อีกต่างหาก!"
โจวเค่อเอ่ยถามอีกรอบ "แต้ม Q มันต่างจากแต้มอื่นยังไงเหรอครับ"
[จบแล้ว]