เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - โรงเรียนขุนนาง

บทที่ 3 - โรงเรียนขุนนาง

บทที่ 3 - โรงเรียนขุนนาง


บทที่ 3 - โรงเรียนขุนนาง

หลังจากเดินเข้าบ้าน โจวเค่อก็รีบพิจารณากระดาษแผ่นนั้นทันที

กลิ่นน้ำหอมเข้มข้นโชยแผ่กระจายออกมาจางๆ

เขาขมวดคิ้วแน่น

โจวเค่อเป็นนักมายากล เขาฝึกฝนวิธีซ่อนของไว้บนตัวคนอื่นอย่างแนบเนียนมาตั้งแต่เด็ก

ทว่า...

กลับมีคนมาใช้ทริคนี้กับโจวเค่อเสียได้!

กลิ่นน้ำหอมนี้ต้องเป็นของผู้หญิงชุดแดงคนนั้นอย่างแน่นอน

โจวเค่อมั่นใจมากว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เข้าใกล้ตัวเขาเลยแม้แต่น้อย

ในฐานะนักมายากลผู้ชำนาญการ เขาย่อมไม่เปิดโอกาสให้ใครลอบเข้าใกล้ตัวเขาได้อย่างแน่นอน

แล้วตกลง... เธอทำได้ยังไงกัน

เธอเอากระดาษแผ่นนี้ใส่ลงในกระเป๋าเสื้อของเขาโดยที่ไม่ได้แตะตัวโจวเค่อเลยได้ยังไง

โจวเค่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ค้นพบคำตอบอย่างรวดเร็ว

หรือว่า... จะมีพลังพิเศษอะไรที่สามารถ 'เคลื่อนย้ายสิ่งของชั่วพริบตา' ได้

พลังพิเศษ... เขาก็มีเหมือนกัน

"ไพ่เทวะ JOKER..."

เขาล้วงไพ่ป๊อกใบนั้นออกมา

ไพ่โจ๊กเกอร์ใบเดิมได้แปรสภาพกลายเป็นอีกใบไปเสียแล้ว

ดอกจิก K

[คิดอะไรอยู่เหรอ]

จู่ๆ ก็มีเสียงแหลมเล็กดังแทรกขึ้นมา

"เฮ้ย ไพ่เทวะพูดได้ด้วยเหรอ"

[โธ่เอ๊ย ฉันไม่ใช่ไพ่เทวะ ฉันคือเทพเจ้าที่ประทานไพ่โจ๊กเกอร์ให้นายต่างหาก! นายเรียกฉันว่า 'เทพโจ๊กเกอร์' ก็ได้!]

"มีเทพเจ้ามาจากไหนกัน ยุคนี้มันสังคมเทคโนโลยีแล้ว ต้องเทิดทูนวิทยาศาสตร์ ต่อต้านความงมงายสิ!"

[เซ็ง คุยกับนายไม่รู้เรื่องเลย ความคิดแบบผู้ข้ามมิติทั่วไปชัดๆ]

"โอเค งั้นก็ลาก่อน"

[เดี๋ยวๆ นายไม่อยากรู้เหรอว่าไพ่ป๊อกใบนี้เอาไว้ทำอะไร]

"ก็พูดมาสิ"

[ตอนนายอยู่ที่สถานีตำรวจก็น่าจะได้ยินแล้วนี่ ผู้มีศักยภาพทุกคนจะได้รับ 'ไพ่เทวะ' ที่ทวยเทพประทานให้ตอนอายุครบ 18 ปี!]

[และไพ่เทวะก็คือไพ่ป๊อกในมือของนาย มันมีพลังอำนาจในการสำแดงพลังพิเศษ!]

[ไพ่เทวะแต่ละใบที่ไม่เหมือนกันก็จะมีพลังพิเศษที่แตกต่างกันออกไป!]

[ส่วน JOKER สามารถจำแลงเป็นไพ่ป๊อกใบไหนก็ได้ มันคือไพ่เทวะที่ทรงพลังที่สุดเพียงหนึ่งเดียวในโลกนี้!]

"ไพ่เทพขนาดนี้ ทำไมถึงให้ผมล่ะ"

[อะแฮ่ม เรื่องนั้นน่ะเหรอ แน่นอนว่าต้องดูจากออร่าของนายสิ เหมาะกับบทโจ๊กเกอร์จะตายไป!]

"หืม ช่วยอธิบายให้มันชัดเจนกว่านี้หน่อยได้ไหม"

[ฮิฮิ ตอนนี้ไพ่โจ๊กเกอร์ของนายจำแลงเป็นดอกจิก K แล้ว หวังว่าจะได้เห็นวินาทีที่นายใช้พลังพิเศษนะ! บ๊ายบาย!]

หลังจากทิ้งท้ายประโยคนี้ เสียงแหลมเล็กนั้นก็อันตรธานหายไป

ไม่ว่าโจวเค่อจะร้องเรียกอย่างไร เสียงของเทพโจ๊กเกอร์ก็ไม่ปรากฏขึ้นอีกเลย

"ดอกจิก K งั้นเหรอ..."

โจวเค่อนึกย้อนไปถึงพลังพิเศษของดอกจิก K เงียบๆ

"เปลี่ยนแปลงอัตราความเป็นไปได้ของเหตุการณ์?"

มันใช้อย่างไรกันนะ ใช้กับเหตุการณ์อะไรก็ได้งั้นเหรอ

ถ้าอย่างนั้นเขาเดินไปซื้อลอตเตอรี่แล้วปรับโอกาสถูกรางวัลที่หนึ่งให้เป็น 100% เลย ไม่รวยเละไปแล้วหรือไง

หรือว่าจะมีโอกาสอื่นที่เหมาะสมกับการใช้พลังพิเศษนี้มากกว่า

ทว่า โจวเค่อจำได้ว่าตอนนั้นเทพโจ๊กเกอร์ยังพูดเอาไว้อีกประโยคหนึ่ง

[คำเตือน เมื่อไพ่เทวะใบนี้ใช้พลังพิเศษไปแล้วหนึ่งครั้ง จะคืนร่างกลับเป็น JOKER]

พลังพิเศษในการเปลี่ยนแปลงความน่าจะเป็นสามารถใช้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น

โจวเค่อยังไม่คิดจะใช้มันทิ้งในทันที เขาจึงเก็บไพ่เทวะเอาไว้อย่างระมัดระวัง

...

วันรุ่งขึ้น

ติ๊งต่อง!

เสียงออดหน้าประตูดึงโจวเค่อให้สะดุ้งตื่น

เขาช้อนตาขึ้นมอง ก็พบว่าเป็นเวลาเช้าตรู่ของวันใหม่แล้ว เขาเผลอหลับไปตลอดทั้งคืนโดยไม่รู้ตัว

เขาลุกขึ้นล้างหน้าล้างตาแล้วเดินตรงไปที่ประตู

แกร๊ก

โจวเค่อบิดลูกบิดประตู

เมื่อเห็นเรือนร่างอรชรที่ยืนอยู่หน้าประตู โจวเค่อก็ถอนหายใจแผ่วเบาออกมา

"เป็นคุณจริงๆ ด้วย"

หญิงสาวชุดแดงเผยรอยยิ้มยั่วยวนอยู่หน้าประตู

"ฮัลโหลพ่อหนุ่มสุดหล่อ ได้รับกระดาษโน้ตของฉันแล้วใช่ไหมล่ะ"

พูดจบเธอก็ถือวิสาสะเดินเข้าประตูมาโดยไม่สนปฏิกิริยาของโจวเค่อ เธอเปิดกระเป๋าหลุยส์วิตตองของตัวเองแล้วเทข้าวของข้างในออกมาดังโครม

ธนบัตรใบละร้อยหยวนสีแดงสดกองเป็นตั้งๆ

โจวเค่อมมองเงินพวกนั้นแล้วกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

โจวเค่อกำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก ต้องหาเลี้ยงชีพด้วยการแสดงมายากลเปิดหมวกไปวันๆ กินมื้อนี้ก็ต้องมานั่งกลุ้มมื้อหน้า

สองปีมานี้อาศัยการไลฟ์สดแสดงมายากล ฐานะทางการเงินถึงได้กระเตื้องขึ้นมาบ้าง พอมีปัญญาเช่าอพาร์ตเมนต์เล็กๆ อยู่

แต่เงินก้อนโตขนาดนี้ โจวเค่อเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก

"พี่สาว อย่าบอกนะว่านี่เป็นเงินทิปค่าดูมายากลเมื่อวาน"

"ไม่ใช่เงินทิปหรอก แต่มันเป็นของนายทั้งหมดนั่นแหละ"

"ทำไมถึงเอาเงินมาให้ผมล่ะ คงไม่ได้คิดจะเลี้ยงดูปูเสื่อผมหรอกนะ"

หญิงสาวระบายยิ้มบาง

"เด็กอย่างนายคิดฟุ้งซ่านอะไรอยู่เนี่ย นี่คือ 'ทุนการศึกษา' ต่างหาก"

"ห๊ะ ทุนการศึกษา"

"อ้อ ลืมแนะนำตัวไปเลย"

หญิงสาวยื่นนามบัตรส่งให้

"ขอแนะนำตัวหน่อยนะ ฉันชื่อเฉินอวิ๋น เป็นศาสตราจารย์ของ 'โรงเรียนขุนนางแห่งอาณาจักรมังกร'"

"ไพ่เทวะ 'ข้าวหลามตัด 5'"

เธอหยิบไพ่ป๊อกของตัวเองออกมา ข้าวหลามตัด 5

ไพ่ป๊อกอีกแล้ว...

โจวเค่อเอ่ยถามด้วยความลังเล

"คุณก็เป็นผู้มีพลังพิเศษเหมือนกันเหรอ"

"ผู้มีพลังพิเศษเหรอ" เธอยกมือปิดปากหัวเราะ "คำเรียกแบบนี้มันพิลึกจัง เอาล่ะ อย่ามัวชักช้าอยู่เลย เดี๋ยวก็จะไปรายงานตัวเข้าเรียนสายหรอก!"

"รายงานตัวเข้าเรียนอะไรกัน"

"ก็รายงานตัวเข้าเรียนของ 'โรงเรียนขุนนางแห่งอาณาจักรมังกร' ไงล่ะ! วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกนะ!"

โรงเรียนขุนนางแห่งอาณาจักรมังกรคือสถาบันอุดมศึกษาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของอาณาจักรมังกร

สถานที่แห่งนี้ปั้นนักการเมือง พ่อค้า และชนชั้นนำในหลากหลายสาขาอาชีพมาแล้วนับไม่ถ้วน

ขอเพียงเรียนจบจากโรงเรียนนี้ อนาคตจะมีรายได้หลักล้าน ได้แต่งงานกับสาวสวยรวยเก่ง การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตก็ไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป

โจวเค่อใฝ่ฝันอยากจะเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ใจแทบขาด

เพียงแต่... โรงเรียนแห่งนี้รับเฉพาะชนชั้นสูงเท่านั้น

"พี่สาวครับ ผมเป็นสามัญชนนะ"

"ฉันรู้ นายได้รับสิทธิพิเศษให้เข้าเรียนเป็นกรณีพิเศษแล้ว"

"หืม"

ความฝันอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ ณ วินาทีนี้ โจวเค่อกลับลังเลขึ้นมา

ไพ่เทวะ... ผู้มีพลังพิเศษ... โรงเรียนขุนนาง...

แถมยังมีผู้หญิงชุดแดงคนนี้ที่จู่ๆ ก็จะดึงตัวเขาเข้าเรียนอีก

แปลก แปลกประหลาดเกินไปแล้ว

โจวเค่อหันไปมองกองภูเขาเงินกองนั้น

"คุณหมายความว่าขอแค่ผมตกลงเข้าเรียน เงินพวกนั้นก็จะเป็นของผมทั้งหมดเลยใช่ไหม"

"แน่นอน!"

โจวเค่อรีบตอบรับทันควัน

"ท่านอาจารย์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมคือลูกศิษย์ของท่านแล้วครับ!!"

ถึงจะแปลกยังไง แต่ใครจะไปยอมขัดใจเงินล่ะ

ลังเลสักวินาทีก็ถือว่าไม่ให้เกียรติเงินแล้ว!

มีเงินแล้วไม่เอาก็ไอ้โง่แล้ว!

"งั้นพวกเราก็รีบไปจัดการเรื่องรายงานตัวเข้าเรียนกันเถอะ!"

ศาสตราจารย์เฉินอวิ๋นเอ่ยถามอีกครั้ง

"นายกินข้าวเช้าหรือยัง ปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ของโรงเรียนจะเริ่มตอนแปดโมงเช้านะ"

"กี่... กี่โมงนะครับ"

"แปดโมงไง"

โจวเค่อชี้ไปที่นาฬิกาแขวนผนัง "แต่ตอนนี้... มันเจ็ดโมงห้าสิบห้านาทีแล้วนะครับ!"

โรงเรียนขุนนางแห่งอาณาจักรมังกรตั้งอยู่ใจกลางเมือง อยู่ห่างจากบ้านของโจวเค่อมาก ต่อให้นั่งแท็กซี่ไปก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง

"อ๋อ นั่นไม่ใช่ปัญหาหรอก พวกเราไม่ได้จะเดินไปเสียหน่อย"

มือซ้ายของเธอกำไพ่เทวะของตัวเองเอาไว้ ส่วนมือขวาก็ยื่นแขนออกมา "จับให้แน่นล่ะ!"

"ทำอะไรครับ"

"ควงแขนฉันไว้ก็พอ"

โจวเค่อวางมือลงบนท่อนแขนของเฉินอวิ๋นด้วยความรู้สึกกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย

เฉินอวิ๋นหลับตาลงพริ้ม ในมือถือไพ่ข้าวหลามตัด 5 ของตัวเองเอาไว้พร้อมกับพึมพำ

"ข้าวหลามตัดจำแลงรูปลักษณ์ มิติทั้งห้ากำหนดหวนคืน"

ข้าวหลามตัด... อะไรนะ ห้าอะไรอีกล่ะเนี่ย ทำไมถึงเป็นกลอนประหลาดอีกแล้ว

พริบตานั้น โจวเค่อรู้สึกเพียงว่าตัวเองถูกบีบอัดเข้าไปในพื้นที่แคบๆ แห่งหนึ่ง

ทั่วทั้งร่างกำลังบิดเบี้ยวผิดรูป อึดอัดทรมานจนแทบจะหายใจไม่ออก

วินาทีต่อมา

อากาศรอบกายพลันกลับมาบริสุทธิ์สดชื่น

เขากะพริบตาถี่ๆ หันมองไปรอบตัว

หืม

สภาพแวดล้อมของอพาร์ตเมนต์ซอมซ่ออันคุ้นเคยอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น

สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือ...

ประตูโรงเรียนอันยิ่งใหญ่อลังการตระการตา

บนนั้นมีตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนเอาไว้ว่า...

โรงเรียนไพ่เทวะ

เบื้องหน้ามีผู้คนเนืองแน่นเป็นภูเขาเลากา

"โรงเรียนขุนนางแห่งอาณาจักรมังกร หรือที่พวกเราเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า 'โรงเรียนไพ่เทวะ'"

"เมื่อกี้ฉันใช้ไพ่เทวะของตัวเอง เทเลพอร์ตตรงมาที่นี่เลยน่ะ"

โจวเค่อดึงสติกลับมาได้ "ถ้าอย่างนั้น กระดาษโน้ตแผ่นนั้น... คุณคงไม่ได้ใช้พลังพิเศษเทเลพอร์ตมันเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของผมโดยตรงหรอกนะ"

ศาสตราจารย์เฉินอวิ๋นเอ่ยชมราวกับกำลังชมเด็กเล็กๆ "ฉลาดมาก!"

เธอเหลือบมองมือถือของตัวเอง

"อ้อ ลืมบอกนายไปเลย ถ้าอยากเข้าเรียน นายยังต้องผ่านการทดสอบเข้าเรียนอีก 'สามด่าน' ด้วยนะ"

"แต่ฉันเชื่อมั่นในตัวนายนะ ด้วยความสามารถของนาย การผ่านการทดสอบสามด่านนี้ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร"

"ฉันยังมีงานอื่นต้องไปทำ ขอตัวลากันตรงนี้เลยแล้วกัน!"

หลังจากศาสตราจารย์สาวทิ้งท้ายประโยคนี้ไว้ เธอก็หายตัววับไปอย่างไร้ร่องรอย

โจวเค่อรู้สึกพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

อายุยังน้อยแท้ๆ กลับได้เป็นถึงศาสตราจารย์ ดูแล้วก็ไม่ค่อยจะเต็มเต็งสักเท่าไหร่ รู้สึกพึ่งพาอะไรไม่ได้เลยแฮะ

เขาถอนหายใจออกมา หันมองไปเบื้องหน้า

ที่ด้านหน้าสุดมีรุ่นพี่ปีสูงคนหนึ่งกำลังร้องตะโกนเรียก "นักเรียนใหม่กรุณาเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบเพื่อรับการทดสอบเข้าเรียนรอบแรก!"

โจวเค่อเดินเข้าไปต่อท้ายแถว

ในใจของเขารู้สึกตุ๊มๆ ต่อมๆ ที่นี่คือโรงเรียนขุนนาง สามัญชนอย่างเขาจะผ่านการทดสอบแล้วเข้าเรียนในสถาบันอุดมศึกษาอันดับหนึ่งของอาณาจักรมังกรได้จริงๆ งั้นเหรอ

"พี่ชาย นายก็เป็นเด็กใหม่เหมือนกันเหรอ" จู่ๆ คนข้างหน้าก็เอ่ยทักขึ้น

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 - โรงเรียนขุนนาง

คัดลอกลิงก์แล้ว