- หน้าแรก
- วาสนาภรรยาสายชิล ทะลุมิติมาเป็นภรรยาทหาร แถมอุ้มท้องแฝดรับโชค
- บทที่ 28: ลำเอียง
บทที่ 28: ลำเอียง
บทที่ 28: ลำเอียง
ระหว่างที่กำลังล้างหน้าล้างตา หานซื่อกั๋วก็พูดขึ้นว่า "วันนี้พวกเรายังไม่ได้ไปในตัวอำเภอ แต่พรุ่งนี้ยังไงก็ต้องเข้าไปอีกรอบ เดี๋ยวผมพาเชี่ยนเชี่ยนไปแล้วค่อยถามเอาตอนนั้นก็แล้วกันครับ แต่ถ้าพี่สามรับปากผมแล้วล่ะก็ พี่เขาต้องจัดการให้ได้อย่างแน่นอน"
เขาเพิ่งจะไปดูตัวเมื่อวานซืนตอนเช้า และบ่ายวันนั้นเขาก็เข้าอำเภอไปหาพี่สาวคนที่สาม ซึ่งพี่สามก็ตอบตกลงทันที
เขารู้นิสัยใจคอของพี่สามดี ถ้าทำไม่ได้หล่อนคงไม่รับปากหรอก แต่ในเมื่อรับปากแล้ว ก็แปลว่าจะต้องจัดการได้แน่ๆ
แม่หานรู้สึกพอใจมาก "ดีเลย!"
แต่จังหวะนั้นเอง หลี่เซี่ย พี่สะใภ้ใหญ่ก็พูดโพล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อเล่นว่า "แม่คะ ซื่อกั๋วจะได้ทั้ง 'สามหมุนหนึ่งเสียง' แถมยังมีเฟอร์นิเจอร์ 'สี่สิบแปดขา' แล้วยังได้สินสอดตั้งร้อยหยวนสำหรับงานแต่ง แต่ตอนที่ซื่อหมินแต่งฉันเข้ามาน่ะ ได้แค่เฟอร์นิเจอร์ 'สามสิบหกขา' กับเงินอีกยี่สิบหยวนเองนะคะ แบบนี้แม่ไม่คิดจะชดเชยให้ฉันบ้างหรือคะ?"
แต่แม่หานรู้ดีว่าหล่อนไม่ได้ล้อเล่น จึงตอบกลับไปตรงๆ ว่า "ตอนที่ซื่อหมินแต่งเธอเข้ามาน่ะ เงินทั้งหมดก็เป็นของฉันกับตาเฒ่าที่หามาได้ทั้งนั้นแหละ ส่วนตอนนี้เจ้าลูกชายคนรองมันจะแต่งงาน มันก็ใช้เงินเก็บของมันเอง ถ้าเธอรู้สึกไม่พอใจ ก็ไปบอกให้สามีเธอหาเงินมาให้เยอะๆ สิ พอเขาหาเงินมาได้มากพอ ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะถ้าเขาจะเอาไปให้เธอเป็นสินสอดเพิ่มเติม"
เธอรู้ดีว่าลูกสะใภ้ใหญ่คนนี้กำลังน้อยเนื้อต่ำใจอย่างหนัก และมักจะพูดจาประชดประชันอยู่บ่อยครั้ง แต่เธอเชื่อว่าเธอไม่เคยทำอะไรที่เป็นการลำเอียงหรือเอาเปรียบลูกสะใภ้คนนี้เลย ในเมื่อหล่อนยังคงรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม่หานก็ไม่คิดจะอ่อนข้อให้หล่อนอีกต่อไป
"แม่พูดแบบนี้ได้ยังไงคะ? เรายังไม่ได้แยกบ้านกันเลยนะ เงินที่หามาได้ก็ต้องถือเป็นกองกลางของครอบครัวสิคะ จะมาแบ่งแยกได้ยังไงว่าใครหามาได้มากได้น้อย?" หลี่เซี่ยทนไม่ได้จึงสวนกลับไป
"ก็เพราะยังไม่ได้แยกบ้านกันไงล่ะ พวกเธอถึงได้มีบ้านอิฐหลังใหญ่โตแบบนี้ให้อยู่อาศัย เธอคิดว่าใครเป็นคนจ่ายค่าต่อเติมห้องให้พวกเธอและลูกๆ ล่ะ? อย่ามาทำเป็นไขสือหน่อยเลย!" แม่หานสวนกลับ
ประโยคเดียวทำเอาหลี่เซี่ยถึงกับพูดไม่ออก
แต่เธอยังคงรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก "เรื่องนั้นมันก็ส่วนเรื่องนั้น เรื่องนี้ก็ส่วนเรื่องนี้สิคะ..."
"เธอหุบปากไปเลยนะ!" หานซื่อหมินตวาดลั่น พร้อมกับลากตัวหล่อนกลับเข้าไปในห้อง
ทันทีที่ถูกลากกลับเข้ามาในห้อง หลี่เซี่ยก็ระเบิดอารมณ์ออกมาทันที "หานซื่อหมิน คุณหมายความว่ายังไง? ตอนเราแต่งงานกันเราแทบไม่มีอะไรเลย แต่พอเขาจะแต่งงานบ้าง กลับได้ทั้งเฟอร์นิเจอร์ 'สี่สิบแปดขา' และ 'สามหมุนหนึ่งเสียง' ทำไมเขาถึงได้ทุกอย่างแต่ฉันไม่ได้อะไรเลย? หรือเพราะฉันเป็นสะใภ้คนโตก็เลยต้องทนลำบากเหรอ? เราต่างก็เป็นลูกสะใภ้ของตระกูลหานเหมือนกัน แล้วทำไมฉันถึงต้องต้อยต่ำกว่าหล่อนด้วยล่ะ?"
หานซื่อกั๋วและพ่อหานต่างก็ขมวดคิ้ว พวกเขารู้ดีว่าหล่อนจงใจพูดให้พวกเขาได้ยิน
แต่ตอนนี้แม่หานกำลังเดือดปุดๆ!
"ในเมื่อเธออยากจะชำระบัญชีให้ชัดเจนนักล่ะก็ เราก็มาชำระกันให้จบๆ ไปเลยดีกว่า เจียต้ง ไปเชิญลุงใหญ่กับหัวหน้าทีมมาที่นี่เดี๋ยวนี้ คืนนี้ ย่าจะแยกบ้านให้พวกมันเอง!" แม่หานประกาศกร้าว
หานเจียต้งคือลูกชายคนโตของหานซื่อหมินและหลี่เซี่ย ปีนี้อายุสิบสองปีแล้ว
เขาเริ่มโตเป็นหนุ่ม ไม่ใช่เด็กเล็กๆ อีกต่อไปแล้ว จึงรีบพูดขึ้นว่า "คุณย่าครับ อย่าเพิ่งวู่วามเลยครับ แม่ผมก็แค่พูดจาเหลวไหลไปอย่างนั้นเอง!"
"แม่พูดเหลวไหลตรงไหนล่ะ? มันไม่ยุติธรรมตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่หรือไง!" หานเจียเยว่ ลูกสาวคนโตวัยสิบขวบพูดแทรกขึ้น "ทำไมแม่ของหนูถึงไม่มีของพวกนั้นบ้างล่ะคะ? ทำไมว่าที่อาสะใภ้เล็กถึงได้ทุกอย่างไปหมดเลย?"
ในวัยสิบขวบ แน่นอนว่าเธอเข้าใจดีว่า 'สามหมุนหนึ่งเสียง' หมายถึงอะไร เพราะเธอเคยไปเยี่ยมบ้านคุณอาคนที่สามที่อยู่ในเมืองกับแม่มาแล้ว
บ้านของคุณอาสามตั้งอยู่ในเขตบ้านพักข้าราชการของคณะกรรมการประจำอำเภอ ซึ่งดูโอ่อ่าใหญ่โต และที่สำคัญ พวกเขามี 'สามหมุนหนึ่งเสียง' ครบชุดเลยทีเดียว
ทั้งจักรยาน จักรเย็บผ้า วิทยุ และนาฬิกาข้อมือ!
ของพวกนี้ราคาแพงหูฉี่เลยนะ!
"หุบปากเดี๋ยวนี้นะ! นี่ใช่เรื่องที่เด็กอย่างแกจะมาสอดได้ไหม?" หานซื่อหมินที่เดินออกมาจากห้องได้ยินเข้าพอดี จึงตวาดใส่อย่างเกรี้ยวกราด
"เจียต้ง ตกลงหลานจะไปหรือไม่ไป? ถ้าหลานไม่ไป ย่าจะไปเอง!" แต่ใบหน้าของแม่หานกลับดำทะมึนขึ้นเมื่อได้ยินหลานสาวคนโตพูดในทำนองเดียวกัน
เธอมีความคิดที่จะแยกบ้านมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่ลูกสะใภ้ใหญ่กลับไม่ยอมเลิกราง่ายๆ ในเมื่อหล่อนระเบิดอารมณ์ออกมาในคืนนี้ แถมหลานสาวก็ยังคิดแบบนี้อีก ก็ชัดเจนแล้วว่าปกติพวกหล่อนแอบคิดอกุศลอะไรกันอยู่
งั้นก็ทำให้มันจบๆ ไปเลยก็แล้วกัน!
"เดี๋ยวผมไปตามพวกเขาให้เองครับ" หานซื่อกั๋วก็ต้องการแยกบ้านอยู่แล้ว เขาจึงก้าวเท้าออกจากบ้านไปทันที
"น้องรอง!" สีหน้าของหานซื่อหมินเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดขณะที่ตะโกนเรียกน้องชาย
อย่างไรก็ตาม หานซื่อกั๋วไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อเขาคุมภรรยาตัวเองให้เลิกทำตัวงี่เง่าไม่ได้ ก็ไม่มีอะไรจะต้องพูดกันอีกแล้ว
หานซื่อหมินรีบหันไปพูดกับพ่อและแม่ว่า "พ่อครับ แม่ครับ อย่าแยกบ้านเลยนะครับ! ผมขอร้องล่ะ อย่าเพิ่งแยกบ้านเลย!"
"มาถึงขั้นนี้แล้ว ถ้าเราไม่แยกกันอยู่ตอนนี้ ในอนาคตพวกแกพี่น้องก็คงจะมองหน้ากันไม่ติดหรอก สู้แยกย้ายกันไปเลยจะดีกว่า" พ่อหานเห็นด้วยกับการตัดสินใจของภรรยา คืนนี้เขาจะชำระบัญชีของครอบครัวให้ชัดเจน และแบ่งสมบัติให้กับลูกชายทั้งสองคนอย่างเท่าเทียม!
หลี่เซี่ยที่อยู่ในห้องถึงกับอึ้งกิมกี่ เธอไม่คาดคิดเลยว่าการทะเลาะเบาะแว้งครั้งนี้จะลุกลามใหญ่โตจนถึงขั้นต้องแยกบ้านกันจริงๆ
แต่ใจจริงแล้ว เธอไม่ได้อยากจะแยกบ้านเลยสักนิด
เธอไม่ได้โง่นะ ถ้าแยกบ้านกันไป แล้วเงินเดือนของซื่อกั๋วจะมาเกี่ยวข้องอะไรกับเธออีกล่ะ?
"พ่อคะ แม่คะ ฉันแค่... ฉันก็แค่..." หลี่เซี่ยรีบวิ่งออกมาเพื่อกู้สถานการณ์
แต่แม่หานไม่อยากฟังคำแก้ตัวไร้สาระของหล่อนอีกต่อไป ในเมื่อเสนอให้แยกบ้านแล้ว ก็ไม่มีทางที่เธอจะกลืนน้ำลายตัวเองเด็ดขาด
เธอปรายตามองลูกสะใภ้ด้วยสายตาเย็นชา "ทำไมล่ะ พอพวกเราจะเป็นธุระจัดการเรื่องแยกบ้านให้ เธอมีปัญหาอะไรอีกงั้นหรือ? จากนี้ไป พวกเธอจะได้ใช้ชีวิตของตัวเองซะที จะได้ไม่มีใครมาเอาเปรียบเธอได้ แล้วเธอก็จะได้ไม่ต้องมานั่งน้อยเนื้อต่ำใจอีกไงล่ะ!"
หลี่เซี่ย: "..."
ไม่นานนัก หานซื่อกั๋วก็พาคุณลุง ซึ่งก็คือเลขาธิการพรรคหานคนเก่า พร้อมด้วยลูกชายคนโตของลุง—ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องคนโตของหานซื่อกั๋ว ชื่อหานซื่อจวิน—และหัวหน้าทีม ซึ่งเป็นพ่อสามีของคุณอาเจียงด้วยเช่นกัน
พ่อหานเป็นคนอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ชายชราทั้งสองฟังด้วยตัวเอง เลขาธิการพรรคหานปรายตามองสองสามีภรรยาหานซื่อหมินและหลี่เซี่ย "ในเมื่อซื่อหมินอยากจะแยกบ้าน ก็ปล่อยให้พวกมันแยกไปเถอะ"
หานซื่อหมินรีบแย้งขึ้นมาทันที "คุณลุงครับ ผมไม่ได้อยากจะแยกบ้านเลยนะครับ พ่อกับแม่ต่างหากที่อยากจะให้แยก ลุงช่วยพูดให้ท่านเปลี่ยนใจหน่อยสิครับ!"
หลี่เซี่ยก็รีบพูดสมทบ "ใช่ค่ะคุณลุง ช่วยเกลี้ยกล่อมพ่อกับแม่ให้ทีเถอะค่ะ ถึงเราจะทะเลาะกันบ้านแตกแค่ไหน แต่เราก็ไม่เคยคิดจะแยกบ้านกันเลยนะคะ!"
พ่อหานไม่ได้พูดอะไร
แต่แม่หานกลับแค่นเสียงเย็นชา "สะใภ้ใหญ่นางรู้สึกว่าเราสองผัวเมียเฒ่าเอาเปรียบนาง นางบอกว่าตอนที่นางแต่งเข้าบ้าน สินสอดก็มีแค่เงินยี่สิบหยวนกับเฟอร์นิเจอร์ 'สามสิบหกขา' แต่พอถึงคราวซื่อกั๋วแต่งบ้าง กลับได้ทั้งเฟอร์นิเจอร์ 'สี่สิบแปดขา' และ 'สามหมุนหนึ่งเสียง' คืนนี้นางก็เลยอาละวาดใหญ่โต แต่ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้ ฉันก็ไม่กลัวที่จะพูดความจริงให้ใครฟังหรอกนะ!"
"ตอนที่ซื่อหมินแต่งงาน เงินทุกบาททุกสตางค์ก็เป็นของเราสองผัวเมียเฒ่าที่จ่ายไป ตอนนั้นเงินยี่สิบหยวนบวกกับเฟอร์นิเจอร์ 'สามสิบหกขา' นี่พวกเราเอาเปรียบนางตรงไหนกัน? ที่เรายอมจ่ายค่าสินสอดให้ตั้งขนาดนั้น ก็เป็นเพราะครอบครัวเราเต็มใจจะให้นางเองต่างหากล่ะ!"
"เงินสินสอดก้อนนั้นน่ะถือว่าสูงมากเลยนะจะบอกให้ บ้านอื่นเขาให้กันแค่สิบหยวนไม่ก็ห้าหยวนกันทั้งนั้นแหละ แค่มีเฟอร์นิเจอร์ยี่สิบสี่ขาก็ถือว่าหรูหราหน้าบานแล้ว!"
"ส่วนตอนนี้ พอถึงคราวซื่อกั๋วแต่งงานบ้าง เราสองผัวเมียเฒ่าไม่ได้กระเด็นเงินออกไปเลยสักแดงเดียว ทั้งเฟอร์นิเจอร์ 'สี่สิบแปดขา' และ 'สามหมุนหนึ่งเสียง' พวกนั้นน่ะ ซื่อกั๋วเป็นคนหาเงินมาซื้อเองทั้งนั้นแหละ เขาใช้เงินตัวเองแต่งเมียเข้าบ้านต่างหาก!"
"แล้วนี่นางยังจะกล้าพูดว่าตัวเองถูกเอาเปรียบอีกเหรอ? นางเคยคิดบ้างไหมว่าหลายปีที่ผ่านมานี้ ทุกอย่างที่ครอบครัวเรามีกิน มีใช้ มีที่ซุกหัวนอน แถมยังช่วยส่งเสียเลี้ยงดูลูกๆ ของนางอีก ทั้งหมดนี้ก็มาจากเงินที่ซื่อกั๋วส่งกลับมาให้ทั้งนั้นแหละ ตอนที่นางเสวยสุขจากเงินพวกนี้ นางไม่เห็นจะปริปากบ่นสักคำ แอบยิ้มกริ่มอยู่คนเดียวล่ะสิ แต่พอตอนนี้ซื่อกั๋วจะแต่งงาน นางกลับมาโวยวายว่าถูกลำเอียง ไม่ยอมรับซะงั้น!"
"เอาล่ะ ในเมื่อเธอรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ ฉันกับตาเฒ่าก็ตัดสินใจว่าจะแยกพี่น้องสองคนออกจากกันซะเลย ต่อไปนี้ต่างคนต่างอยู่ ไม่ว่าจะยากดีมีจนยังไงก็ให้ไปดิ้นรนกันเอาเอง!"
"..."