เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 ผู้กำกับตาแดงก่ำ!

บทที่ 8 ผู้กำกับตาแดงก่ำ!

บทที่ 8 ผู้กำกับตาแดงก่ำ!


กัวฝานเดินไปข้างกายอู๋จิง แล้วพูดกับอู๋จิงว่า "พี่จิง หูฟังนี่ใช้ดีไหมครับ?"

"แน่นอนว่าต้องใช้ดีสิ! ฉันยังไม่เคยเจอหูฟังที่มหัศจรรย์ขนาดนี้มาก่อนเลย! ลองคิดดูสิ หูฟังนี่เอามาใช้ถ่ายทำหนังมันจะเจ๋งขนาดไหน! ฉันสามารถสื่อสารกับนักแสดงชาวต่างชาติได้แบบไร้พรมแดน ซึ่งมันส่งผลดีต่อการแสดงของพวกเราอย่างมหาศาลเลยนะ!"

"พูดตามตรง ฉันยังไม่เคยมีประสบการณ์ใช้หูฟังแปลเสียงพร้อมกันด้วยเอไอมาถ่ายทำหนังมาก่อนเลย!"

กัวฝานถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้น เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ทั้งจริงใจและมีเสน่ห์ของตัวเอง แล้วพูดว่า "ตกลงครับ ในเมื่อพี่จิงพอใจ งั้นพวกเราก็จัดซื้อมาสักล็อตหนึ่งเลย"

เขาหันไปพูดกับเสี่ยวเจียงว่า "ผมต้องการสั่งหูฟังยี่สิบอัน เสี่ยวเจียง คุณทำออกมาได้ไหม?"

เจียงเฉินพยักหน้า บนใบหน้าเผยรอยยิ้มบาง ๆ พลางพูดว่า "ได้ครับ ตอนนี้หูฟังรองรับแค่ภาษาประเทศหลงกับภาษาหมีขาว แต่ถ้าจะเพิ่มแพ็กเกจเสียงก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มนะครับ"

"ต้องจ่ายเงินเพิ่มด้วยเหรอ?"

"ถูกต้องครับ ต้องจ่ายเงินเพิ่ม หูฟังพร้อมแพ็กเกจเสียงสองภาษาแรกถือซะว่าผมสนับสนุนกองถ่ายของเรา ก็เลยให้ราคาพิเศษกับผู้กำกับกัวไป แต่ผู้กำกับกัวก็คงทราบสถานการณ์โรงงานของเราดีนะครับ"

เจียงเฉินอดไม่ได้ที่จะต้องขอบคุณจ้าวซินแล้ว ที่อีกฝ่ายแหกปากป่าวประกาศความน่าสมเพชของโรงงานสกุลเจียงซะดังลั่นขนาดนั้น มันทำให้ตอนที่เจียงเฉินขอเพิ่มเงินสามารถพูดออกมาได้อย่างเต็มปากเต็มคำมากขึ้นเยอะ

และก็เป็นอย่างที่คิด พอกัวฝานได้ยินก็เม้มริมฝีปากแน่น

โรงงานสกุลเจียงกำลังจะเจ๊งอยู่รอมร่อ ในสถานการณ์แบบนี้เจียงเฉินก็ต้องอยากจะกอบกู้โรงงานของตัวเองเป็นธรรมดา หูฟังแปลเสียงพร้อมกันด้วยเอไอราคาพันห้าร้อยหยวน ก็ถือเป็นราคาพิเศษที่อีกฝ่ายมอบให้เขาจริง ๆ อย่างที่พูดนั่นแหละ

พอคิดได้ดังนี้ กัวฝานก็กัดฟันพูดว่า "หูฟังยี่สิบอันหลังจากนี้ ราคาอันละเท่าไหร่?"

"ถ้าเอาแพ็กเกจเสียงครบทุกภาษา ราคาหูฟังจะอยู่ที่อันละหนึ่งหมื่นหยวนครับ ในช่วงที่กองถ่ายใช้งานอยู่ ผมรับประกันการอัปเกรดและซ่อมบำรุงให้ฟรี ส่วนหูฟังสองอันนี้ ผมอัปเกรดแพ็กเกจเสียงให้ฟรีครับ"

"นอกจากนี้ หูฟังแต่ละอันจะมาพร้อมกับจุกหูฟังที่ขนาดแตกต่างกันสามคู่ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละคนครับ"

พอกัวฝานได้ยิน ก็รู้สึกเพียงว่าเจียงเฉินคิดเผื่อรอบคอบเกินไปแล้ว

หูฟังมันแพงก็จริง แต่บริการหลังการขายแบบนี้มันดีกว่าโรงงานใหญ่ ๆ ที่ไหนซะอีก!

"ตกลง เอาตามนี้แหละ!"

เจียงเฉินเห็นกัวฝานตกลง ก็ยิ้มแล้วพูดเสริมขึ้นมาอีกประโยคว่า "แน่นอนว่าราคานี้ถือเป็นราคาที่ผมให้กองถ่ายเช่านะครับ หลังจากกองถ่ายถ่ายทำหนังเสร็จ หูฟังต้องตกเป็นของผมครับ"

หูฟังที่ผ่านการใช้งานจากกองถ่ายเนี่ย มันมีมูลค่าทางธุรกิจมหาศาลซ่อนอยู่เลยนะ

คนที่มีหนี้สินติดตัวเป็นสิบล้านอย่างเจียงเฉิน แน่นอนว่าไม่มีทางปล่อยโอกาสทางธุรกิจนี้ให้หลุดมือไปหรอก

"อะไรนะ?"

กัวฝาน อู๋จิง รวมถึงซุนซ่างต่างก็ตกใจกันไปตาม ๆ กัน

ซุนซ่างดึงแขนเสื้อของเจียงเฉิน แล้วกระซิบเกลี้ยกล่อมว่า "เสี่ยวเจียง ราคาเช่านี้มันสูงเกินไปนะ ยังไงพวกเราก็ร่วมงานกันระยะยาว นายลองดูสิว่า..."

เจียงเฉินยิ้มบาง ๆ แล้วพูดว่า "พี่ซุนครับ หูฟังอันละหมื่นหยวน แต่ไม่ได้จำกัดเวลาเช่านะครับ พวกพี่ถ่ายทำนานแค่ไหนผมก็ให้เช่านานแค่นั้น ถ่ายทำหนึ่งปีก็หมื่นหยวน ถ่ายทำสองปีก็ยังหมื่นหยวนเหมือนเดิมครับ"

"ยิ่งไปกว่านั้น หูฟังสองอันแรกก็ยังราคาแค่พันห้าร้อยหยวน หูฟังยี่สิบสองอันหารเฉลี่ยออกมาก็ตกแค่อันละเก้าพันกว่าหยวนเอง ลองคิดดูแบบนี้แล้วมันถูกมากเลยใช่ไหมล่ะครับ?"

ชาติก่อนเจียงเฉินก็ทำงานในวงการอีคอมเมิร์ซอยู่แล้ว เขาย่อมคุ้นเคยกับลูกไม้การขายแบบเหมารวมแบบนี้เป็นอย่างดี

อันแรกสองอันแรกก็ให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้กำไรไปก่อน พอลูกค้าเริ่มสนใจค่อยขายในราคาปกติ ทีนี้ลูกค้าจะหนีไปไหนก็ยากแล้วล่ะ

พอเจียงเฉินพูดจบ ซุนซ่างก็เงียบไปอย่างที่คิด

ต้องยอมรับเลยว่า สิ่งที่เจียงเฉินพูดมามันคือความจริงทั้งหมด

ทางด้านกัวฝานก็กำลังคำนวณต้นทุนอยู่ในใจเหมือนกัน ถ้าไม่ใช้หูฟังของเจียงเฉิน แค่เวลาถ่ายทำที่ต้องเสียไป ค่าจ้างล่าม แล้วก็ค่าใช้จ่ายในการทำโพสต์โปรดักชัน มันก็เกินเงินจำนวนนี้ไปตั้งเยอะแล้ว

ดูท่าทางเงินก้อนนี้คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องจ่ายซะแล้ว

"ตกลง สองแสนหยวนก็สองแสนหยวน! ถ่ายทำเสร็จเมื่อไหร่หูฟังก็ตกเป็นของนายไปเลย"

"ซุนซ่าง คุณพาเสี่ยวเจียงไปคุยรายละเอียดงานต่อเถอะ แล้วก็ถือโอกาสโอนเงินค่าหูฟังให้เขาด้วยเลย"

พอซุนซ่างได้ยินดังนั้น ก็พาเจียงเฉินที่กำลังอารมณ์ดีอย่างเต็มเปี่ยมเดินออกจากกองถ่ายไป

หลังจากที่อู๋จิงกับลัตสกี้สวมหูฟัง ทั้งสองคนใช้เวลาปรับตัวกับสถานะการสื่อสารที่ไร้อุปสรรคอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็กลับเข้าสู่การถ่ายทำอย่างรวดเร็ว

ฉากบนสถานีอวกาศถ่ายทำผ่านฉลุยอย่างไม่น่าเชื่อ ฉากที่เดิมทีวางแผนไว้ว่าจะใช้เวลาถ่ายทำห้าชั่วโมง กลับใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว

สุดท้ายเนื่องจากสภาพความพร้อมของนักแสดงดีเยี่ยมเกินคาด กัวฝานจึงตัดสินใจเปลี่ยนการทดสอบถ่ายทำเป็นการถ่ายทำจริงไปเลย

"ผู้กำกับกัว ฉากนี้ผมถ่ายทำได้สบายมากเลยครับ หูฟังอันนี้ดึงผมให้เข้าถึงบทบาทได้ในพริบตาเดียวเลย! ความรู้สึกมันเหมือนกับว่าตัวผมเองได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในสถานีอวกาศมาสิบเจ็ดปีจริง ๆ เลย!"

"ก่อนหน้านี้ผมยังกังวลอยู่เลยว่าจะหลุดโฟกัส ผลปรากฏว่านึกไม่ถึงเลยว่าพร็อพจะจัดเต็มขนาดนี้ ผมไม่หลุดออกจากคาแรกเตอร์เลยจริง ๆ!"

"ตอนถ่ายทำผมรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นตัวละครตัวนั้นไปแล้วจริง ๆ!"

"คุณไม่รู้หรอก เมื่อกี้ลัตสกี้เอาแต่บอกผมตลอดเลยว่า ประสบการณ์การถ่ายทำที่นี่มันยอดเยี่ยมยิ่งกว่าตอนถ่ายทำที่ฮอลลีวูดซะอีก!"

หลังจากถ่ายทำเสร็จ อู๋จิงก็เดินไปหากัวฝานแล้วพูดระบายความรู้สึกของตัวเองด้วยความตื่นเต้น

กัวฝานมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า สิ่งที่อู๋จิงพูดมาเขาเองก็สัมผัสได้อย่างลึกซึ้ง ในฐานะผู้กำกับ ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขาอีกแล้วว่านักแสดงหลุดออกจากบทบาทหรือไม่

ผลงานในฉากเมื่อกี้ของอู๋จิงกับลัตสกี้มันเหนือความคาดหมายของกัวฝานไปมาก ที่สำคัญคือไม่มีการเทค (NG) เลยแม้แต่ครั้งเดียว แบบนี้จะไม่ให้กัวฝานดีใจได้ยังไง?

กัวฝานเห็นคนรอบข้างกำลังวุ่นวายกับการเก็บของ ก็เลยหยิบยกเรื่องที่เตรียมไว้ในใจออกมากพูดว่า "พี่จิง หูฟังนี่ใช้ดีก็จริง แต่พูดตามตรงเลยนะว่าตอนนี้งบประมาณเราบานปลายไปเยอะแล้ว แถมตอนนี้ค่ายหนังเชียนต๋าก็ถอนทุนไปแล้วด้วย"

"ค่าตัวที่ตกลงกับพี่ไว้ตอนแรก พี่พอจะ..."

"ค่าตัวเหรอ? งั้นก็ช่างมันเถอะ"

อู๋จิงเริ่มถอดเสื้อผ้าบนตัวออก

กัวฝานเห็นท่าทางของอู๋จิงก็ร้อนรนขึ้นมาทันที เขารีบเข้าไปขวางอู๋จิงด้วยความลุกลี้ลุกลน แล้วพูดว่า "พี่จิง พี่อย่าเพิ่งเลิกเล่นสิครับ เรื่องค่าตัวเดี๋ยวผมจะหาทางระดมทุนมาให้เอง ผมจะขายบ้าน! ไม่สิ บ้านผมก็ขายไปแล้ว!"

"พี่จิง ให้ผมลองหาวิธีอื่นดูก่อนเถอะครับ!"

"พี่จิง พี่อย่าเพิ่งไปเลยนะ! หนังเรื่องนี้ขาดพี่ไม่ได้จริง ๆ!"

อู๋จิงทำหน้างงงวย มองกัวฝานที่กำลังตื่นตระหนกแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ "ความหมายของฉันคือ ฉันไม่เอาค่าตัวแล้ว"

พอกัวฝานได้ยิน ก็ถึงกับยืนอึ้งเป็นหินไปเลย

"พี่จิง พี่ล้อผมเล่นหรือเปล่าเนี่ย?"

อู๋จิงตบไหล่ปลอบใจกัวฝาน แล้วพูดต่อว่า "ตอนแรกฉันคิดว่าที่นายถ่ายทำหนังไซไฟก็คงเหมือนผู้กำกับคนอื่น ๆ แค่อยากจะลองโยนหินถามทางดู"

"แต่หูฟังอันนี้ทำให้ฉันมีความหวังกับหนังเรื่องดาวพเนจรฝ่าสุริยะขึ้นมาจริง ๆ"

"นี่สิถึงจะเรียกว่าหนังไซไฟของจริง! เอาเงินไปใช้ให้ถูกที่ถูกทาง ต่อให้นักแสดงค่าตัวแพงลิบลิ่วแล้วมันจะทำไมล่ะ? สุดท้ายก็ยังสร้างหนังดี ๆ ออกมาไม่ได้อยู่ดี!"

"การที่นายยอมทุ่มเงินกับพร็อพ มันก็ทำให้นายแตกต่างจากผู้กำกับคนอื่น ๆ แล้ว"

พูดมาถึงตรงนี้ อู๋จิงก็หุบรอยยิ้มบนใบหน้าลง แล้วเปลี่ยนมาทำสีหน้าจริงจัง "ค่าตัวนี่ฉันไม่เอาแล้วล่ะ ขอแค่เรื่องเดียวเท่านั้น คือนายต้องรักษาความตั้งใจแบบนี้เอาไว้ แล้วถ่ายทำหนังเรื่องนี้ให้เสร็จสมบูรณ์ซะ!"

"ถ้าเงินไม่พอ ฉันจะร่วมลงทุนให้ห้าล้านหยวน!"

คำพูดของอู๋จิง ทำเอาผู้ชายอกสามศอกอย่างกัวฝานถึงกับตาแดงก่ำขึ้นมาในพริบตา…

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 8 ผู้กำกับตาแดงก่ำ!

คัดลอกลิงก์แล้ว