- หน้าแรก
- สั่งพร็อพประกอบฉาก แต่ไหงได้ลิฟต์อวกาศมาซะงั้น?!
- บทที่ 7 ถ้าสิ่งที่คุณทำมันคือตัวปัญหา ก็ช่วยสร้างปัญหาให้ผมเยอะ ๆ เลยนะครับ!
บทที่ 7 ถ้าสิ่งที่คุณทำมันคือตัวปัญหา ก็ช่วยสร้างปัญหาให้ผมเยอะ ๆ เลยนะครับ!
บทที่ 7 ถ้าสิ่งที่คุณทำมันคือตัวปัญหา ก็ช่วยสร้างปัญหาให้ผมเยอะ ๆ เลยนะครับ!
คำพูดประโยคเดียวของอู๋จิงทำให้ทั้งกองถ่ายเงียบกริบลงทันที
“พี่จิง พี่ว่าไงนะ?”
กัวฝานยังจับใจความความหมายของอู๋จิงไม่ได้ในทันที
“เอ้อ พูดไปก็อธิบายไม่ถูก คุณเอาหูฟังไปใส่เองดีกว่า”
อู๋จิงถอดหูฟังบนหัวตัวเองออก แล้วสวมให้กัวฝาน จากนั้นก็ดึงตัวลัตสกี้ที่ยังยืนทื่ออยู่กับที่เข้ามาใกล้ แล้วพูดกับลัตสกี้เป็นภาษาประเทศหลงว่า
“ลัตสกี้ ถ้านายฟังที่ฉันพูดรู้เรื่อง ก็ลองพูดภาษาหมีขาวกับผู้กำกับกัวฝานสักสองสามประโยคสิ”
กัวฝานหน้าตาเต็มไปด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าอู๋จิงกำลังเล่นตลกอะไรอยู่
ลัตสกี้ที่ต้องซ้อมพูดบทภาษาประเทศหลงประโยคเดียวไปกลับตั้งห้าสิบกว่ารอบ จะไปฟังที่อู๋จิงพูดรู้เรื่องได้ยังไงกัน
แต่ใครจะไปคิด พออู๋จิงพูดจบ ลัตสกี้ก็หันไปรัวภาษาหมีขาวใส่กัวฝานเป็นชุด
แทบจะในเวลาเดียวกัน กัวฝานก็ได้ยินเสียงที่แยกไม่ออกว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย พูดเป็นภาษาประเทศหลงดังขึ้นในหูว่า “ผู้กำกับกัวครับ หูฟังนี่มันมหัศจรรย์มากเลย! มันแปลสิ่งที่เราพูดได้แบบเรียลไทม์เลย! ผมไม่เคยใช้พร็อพที่มหัศจรรย์ขนาดนี้มาก่อนเลยครับ!”
“พระเจ้าช่วย! เทคโนโลยีของประเทศหลงก้าวล้ำไปขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย?”
เวลาคล้ายกับหยุดนิ่งไปหลายวินาที
หลังจากกัวฝานได้ยินเสียงที่ดังมาจากในหูฟัง เขาก็ถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า
“เสี่ยวเจียง ฉันหูฝาดไปเองหรือเปล่า? ทำไมในหูฟังนี่ถึงมีเสียงได้ล่ะ?”
ประโยคเดียวของกัวฝานทำให้เกิดแรงกระเพื่อมราวกับคลื่นยักษ์
หูฟังที่เป็นแค่พร็อพประกอบฉากดันมีเสียงซะงั้น!
ทุกคนในกองถ่ายต่างเบนสายตาไปที่เจียงเฉิน พวกเขาต่างอยากจะค้นหาคำตอบจากชายหนุ่มหน้าตาหมดจดคนนี้
เมื่อสัมผัสได้ถึงความอยากรู้อยากเห็นของทุกคน เจียงเฉินก็ก้าวออกไปข้างหน้าอย่างสงบนิ่ง แล้วพูดว่า
“หูฟังอันนี้คือหูฟังแปลเสียงพร้อมกันด้วยเอไอที่ผมพัฒนาขึ้นตามข้อเรียกร้องของกองถ่ายครับ ถึงแม้ภายนอกมันจะดูเหมือนเป็นแค่อุปกรณ์ประกอบฉาก แต่ในสถานการณ์จริง มันก็ยังสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องแปลภาษาได้ด้วยครับ”
“แต่เพราะเวลาค่อนข้างกระชั้นชิด ผมเลยใส่ไปแค่แพ็กเกจเสียงภาษาประเทศหลงกับภาษาหมีขาวแค่สองภาษาครับ อาจารย์อู๋จิงลองใช้แล้วมีปัญหาอะไรไหมครับ?”
เจียงเฉินพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่กลับเป็นการโชว์พาวแบบเนียน ๆ!
เวลาแค่สามวัน เขาไม่เพียงแต่ออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกของหูฟังใหม่และสร้างมันขึ้นมาได้สำเร็จเท่านั้น แต่ยังใส่ฟังก์ชันแปลเสียงพร้อมกันด้วยเอไอของจริงลงไปข้างในอีกด้วย!
อู๋จิงมองดูใบหน้าอ่อนเยาว์ตรงหน้า เขาคว้ามือเจียงเฉินไว้แน่น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “เสี่ยวเจียง นายว่าไงนะ? นายวิจัยหูฟังแปลเสียงพร้อมกันด้วยเอไอของจริงออกมางั้นเหรอ?”
บนใบหน้าของเจียงเฉินเผยให้เห็นความไร้เดียงสาอย่างถูกจังหวะ เขาตอบกลับด้วยท่าทีขัดเขินเล็กน้อยว่า “ไอ้นี่เป็นของที่ผมทำเล่น ๆ เวลาว่างน่ะครับ คราวนี้เห็นว่ากองถ่ายต้องการหูฟังแปลเสียงพร้อมกันด้วยเอไอ ก็เลยคิดอยากจะลองเพิ่มฟังก์ชันนี้เข้าไปดู”
“แบบนี้จะได้ทำให้นักแสดงสื่อสารกันได้แบบไร้รอยต่อด้วยครับ”
เจียงเฉินจงใจเว้นจังหวะเล็กน้อย ทำทีเป็นระมัดระวัง แล้วพูดต่อว่า “พี่จิง ผมไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้พวกพี่ใช่ไหมครับ?”
เจียงเฉินผ่านการใช้ชีวิตมาแล้วสองชาติภพ ย่อมรู้ดีว่าเวลาไหนควรโชว์ของ เวลาไหนควรถ่อมตัว
คนเราน่ะ ถ่อมตัวไว้ก่อนเป็นดีที่สุด
และก็เป็นอย่างที่คิด พอเจียงเฉินพูดจบ สีหน้าของอู๋จิงก็เต็มไปด้วยความชื่นชม “ไอ้หนุ่มนี่ นายจะมาสร้างความเดือดร้อนอะไรให้พวกเราได้ล่ะ?”
“ใช่ไหมครับ ผู้กำกับกัว?”
ผู้กำกับกัวที่ถูกพาดพิงถึง ตอนนี้ยังไม่หายช็อกเลย
เดิมทีเขาแค่อยากได้พร็อพที่หน้าตาดูสมจริงสักชิ้น ใครจะไปคิดว่าเจียงเฉินจะสร้างหูฟังแปลเสียงพร้อมกันด้วยเอไอของจริงขึ้นมาให้เขาตามข้อเรียกร้องของกองถ่ายเป๊ะ ๆ แบบนี้
เนื้อเรื่องของดาวพเนจรฝ่าสุริยะเกี่ยวข้องกับมวลมนุษยชาติ กองถ่ายจึงขาดนักแสดงชาวต่างชาติไปไม่ได้เลย
ทุกครั้งที่จะคุยธุระกับนักแสดงชาวต่างชาติ กัวฝานก็ต้องคอยหาล่ามหลาย ๆ ภาษามาช่วยสื่อสารความต้องการของเขาให้ ซึ่งมันไม่สะดวกเอาซะเลย
ยังไม่ต้องพูดถึงตอนถ่ายทำเลย นักแสดงชาวต่างชาติเพื่อจะรับส่งบทกับนักแสดงชาวประเทศหลงให้ได้ ก็ต้องคอยสังเกตท่าทางของอีกฝ่ายเพื่อประเมินว่าถึงคิวที่ตัวเองต้องเล่นหรือยัง
แบบนี้ยังไงมันก็ต้องมีจังหวะเวลาที่คลาดเคลื่อนกันบ้าง
เพื่อจะปรับจังหวะที่คลาดเคลื่อนนี้ กัวฝานต้องเสียเวลาไปไม่น้อยกว่าจะทำให้นักแสดงชาวต่างชาติอย่างลัตสกี้คุ้นเคยกับนักแสดงชาวประเทศหลงได้
ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อสร้างความรู้สึกให้คนดูสัมผัสได้ว่า คนที่พูดกันคนละภาษาสามารถสื่อสารกันได้อย่างไร้พรมแดนภายใต้การทำงานของหูฟังแปลเสียงพร้อมกันด้วยเอไอ
นี่คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการสร้างโลกของดาวพเนจรฝ่าสุริยะ
ถ้าทำขั้นตอนนี้ออกมาได้ดี ผู้ชมถึงจะรู้สึกอินไปกับหนังได้อย่างเต็มที่
ด้วยเหตุนี้ กัวฝานจึงต้องเตรียมแผนสำรองเอาไว้
ถ้านักแสดงชาวประเทศหลงกับนักแสดงชาวต่างชาติไม่สามารถรับส่งบทกันได้อย่างไหลลื่น ก็ต้องให้คนคอยทำสัญญาณมือบอกคิวอยู่ข้าง ๆ
แต่ถ้าทำแบบนี้ มันก็ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพที่ถ่ายทำออกมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เพื่อแก้ปัญหานี้ กัวฝานถึงกับนอนกระสับกระส่ายคิดไม่ตกมาพักใหญ่
ในยามค่ำคืน เขาเบิกตาดำคล้ำที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า พลิกตัวไปมายังไงก็ข่มตาหลับไม่ลง
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ พอถึงวันทดสอบการถ่ายทำ เจียงเฉินกลับเป็นคนแก้ปัญหานี้ให้เขาซะงั้น!
“เสี่ยวเจียงเอ๊ย! ถ้าสิ่งที่คุณทำมันคือตัวปัญหา ก็ช่วยสร้างปัญหาให้ผมเยอะ ๆ เลยนะครับ!”
มือของกัวฝานตบบนไหล่ของเจียงเฉิน แล้วพูดว่า “ผมคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าสิ่งที่มีอยู่แค่ในจินตนาการ พวกคุณจะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้จริง ๆ!”
“เสี่ยวเจียง คุณบอกความจริงมาเถอะ เทคโนโลยีเอไอนี่ใครเป็นคนวิจัยขึ้นมาเหรอ?”
ผู้กำกับกัวคิดอย่างมีเหตุผลว่า เสี่ยวเจียงอายุยังน้อย ไม่มีทางวิจัยเทคโนโลยีแปลเสียงพร้อมกันด้วยเอไอออกมาได้หรอก เทคโนโลยีนี้น่าจะเป็นผลงานการวิจัยของยอดฝีมือสักคนในโรงงานสกุลเจียงแน่ ๆ
แต่ปัญหาก็คือ มีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าขนาดนี้ แล้วทำไมโรงงานสกุลเจียงถึงต้องเผชิญกับภาวะใกล้ล้มละลายด้วยล่ะ?
เจียงเฉินมองออกว่ากัวฝานกำลังสงสัยถึงที่มาที่ไปของเทคโนโลยีเอไอ
เขารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังกังวลว่าหากเทคโนโลยีนี้ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง การที่ดาวพเนจรฝ่าสุริยะไปร่วมงานกับโรงงานสกุลเจียงก็คงจะนำพาความเดือดร้อนมาให้
เพื่อคลายความกังวลของอีกฝ่าย เจียงเฉินจึงพูดว่า “ผู้กำกับกัววางใจได้ครับ เทคโนโลยีนี้ผมเป็นคนวิจัยขึ้นมาเองคนเดียวครับ เดิมทีผมก็เป็นนักศึกษาคณะคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว และก็สนใจเรื่องปัญญาประดิษฐ์มากเป็นพิเศษด้วย”
“เทคโนโลยีแปลเสียงพร้อมกันด้วยเอไอเป็นสิ่งที่ผมทำเล่น ๆ เป็นงานอดิเรกครับ คราวนี้ที่เอามันใส่ลงไปในหูฟังก็เพื่ออยากจะลองดูผลลัพธ์เท่านั้นเอง”
“พูดตามตรง เทคโนโลยีนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นการพัฒนาครับ ฟังก์ชันการทำงานยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่”
เจียงเฉินตั้งใจบอกว่าฟังก์ชันการทำงานยังไม่สมบูรณ์ เพื่อไม่ให้กัวฝานและคนอื่น ๆ ต้องตกใจกลัวถ้ารู้ความจริงทั้งหมด
สถานะของเจียงเฉินในตอนนี้เป็นแค่นักศึกษาชั้นปีที่สองเท่านั้น
เขาต้องรู้จักสงวนท่าทีไว้บ้าง
แต่ถึงกระนั้น ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ กัวฝานและคนอื่น ๆ ก็ยังอดตกตะลึงไม่ได้อยู่ดี
คนทั้งกองถ่ายต่างพากันถกเถียงเรื่องนี้อย่างออกรส
“เสี่ยวเจียงเป็นแค่นักศึกษาปีสองเองเหรอเนี่ย? แล้ววิจัยเทคโนโลยีเอไอออกมาได้ยังไง?”
“คนธรรมดาไม่มีทางทำได้แน่ ๆ เสี่ยวเจียงคงจะจัดอยู่ในกลุ่มคนที่มีพรสวรรค์สูงลิ่วล่ะมั้ง! ถ้าฉันฉลาดได้สักครึ่งของเสี่ยวเจียงก็คงจะดีสิ!”
“ทำพร็อพก็เป็น เทคโนโลยีเอไอก็ได้? นี่มันบุคลากรระดับไหนกันเนี่ย?”
ปกติแล้วคนในทีมพร็อพมักจะจบสายศิลปะมา ให้พวกเขาทำพร็อพเพื่อสร้างบรรยากาศน่ะพอไหว แต่พอเจอของที่เป็นสายวิทย์สายช่างเข้าไป พวกเขาก็ทำได้แค่มองตาปริบ ๆ แล้ว
ในตอนนี้ สายตาที่พวกเขามองเจียงเฉิน ล้วนเจือปนไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
เมื่อเห็นหูฟังของเจียงเฉินได้รับความนิยมขนาดนี้ จ้าวซินก็โกรธจนควันออกหู
เขาถือหูฟังของโรงงานเต๋อซินเตรียมจะเข้าไปคุยกับซุนซ่างอีกสักสองสามประโยค เผื่อจะยังมีโอกาสได้ร่วมงานกันบ้าง
ผลปรากฏว่าอีกฝ่ายมัวแต่ยุ่งอยู่กับการทดลองใช้หูฟังที่เจียงเฉินทำมา จนไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย
จ้าวซินเพิ่งจะอายุยี่สิบกว่า ๆ ด้วยความโมโห เขาจึงไม่ได้บอกลาใคร แล้วเดินกระทืบเท้าจากไปดื้อ ๆ
ส่วนกัวฝานในตอนนี้ ไม่สามารถเก็บซ่อนความปีติยินดีไว้ในใจได้อีกต่อไปแล้ว
กัวฝานคิดว่า พอมีหูฟังของเจียงเฉิน เขาก็สามารถร่นระยะเวลาในการถ่ายทำร่วมกันระหว่างนักแสดงชาวต่างชาติกับนักแสดงชาวประเทศหลงได้
แถมยังช่วยประหยัดค่าจ้างล่ามไปได้อีก
ประเด็นสำคัญคือ การใช้หูฟังของเจียงเฉิน จะทำให้นักแสดงอินกับบทบาทได้มากขึ้นด้วย!
ภาพที่ถ่ายทำออกมาก็ย่อมดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นอย่างแน่นอน!
แต่ปัญหาคือ หูฟังของเจียงเฉินไม่ได้ราคาถูกเลย
แม้ว่าเมื่อเทียบกับมูลค่าที่แท้จริงของหูฟังเจียงเฉิน ราคาพันห้าร้อยหยวนจะถือว่าถูกมากแล้ว แต่กองถ่ายไม่มีเงินแล้วจริง ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เซอร์ไพรส์ที่เจียงเฉินมอบให้กัวฝาน ยิ่งทำให้เขาอยากจะร่วมงานกับเจียงเฉินเพื่อผลิตอุปกรณ์ประกอบฉากชิ้นอื่น ๆ ต่อไป
ในเมื่อตอนนี้โรงงานสกุลเจียงกำลังเผชิญกับภาวะใกล้ล้มละลาย กัวฝานก็กระดากปากเกินกว่าจะขอติดหนี้ค่าพร็อพจากเจียงเฉินไปก่อน
กัวฝานค่อย ๆ หันหน้าไป สายตาของเขาจับจ้องไปที่อู๋จิงซึ่งกำลังเอ่ยปากชมเจียงเฉินไม่หยุด
(จบบท)