เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 ทำไมในหูฟังนี่ถึงมีคนพูดอยู่ล่ะ?

บทที่ 6 ทำไมในหูฟังนี่ถึงมีคนพูดอยู่ล่ะ?

บทที่ 6 ทำไมในหูฟังนี่ถึงมีคนพูดอยู่ล่ะ?


เวลาเปิดกล้องใกล้เข้ามาทุกที

หลังจากที่อู๋จิงและลัตสกี้สวมหูฟังเรียบร้อยแล้ว การถ่ายทำฉากบนสถานีอวกาศก็เริ่มต้นขึ้น

ฉากนี้เจียงเฉินจำได้แม่นยำมาก เนื้อหาหลัก ๆ คือเรื่องราวบนสถานีอวกาศ ตอนที่ตัวละครของอู๋จิงกำลังจะเกษียณอายุ

ในเลนส์ของกล้องวิดีโอความละเอียดสูง อู๋จิงกำลังนั่งอยู่บนเตียงเล็ก ๆ ของตัวเอง ใช้ปากกาวาดวงกลมเทียบกับขอบดาวพฤหัสบดีบนกระจก

บนหน้าต่างมีวงกลมที่วาดเสร็จแล้วเรียงรายจากเล็กไปใหญ่ นั่นเป็นสัญลักษณ์แทนเวลาสิบเจ็ดปีที่ตัวละครของอู๋จิงจากบลูสตาร์มา

แววตาของอู๋จิงฉายแววปลาบปลื้มใจ และเต็มไปด้วยความคาดหวังที่จะได้กลับไปยังโลกในเร็ววัน

หลังจากวาดวงกลมเสร็จ อู๋จิงก็หยิบหูฟังที่วางอยู่ริมหน้าต่างมาสวมไว้ที่หูขวาของตัวเอง เขากดปุ่มเปิดเครื่องบนหูฟังอย่างเป็นธรรมชาติ

เสียงระบบเริ่มทำงานเบา ๆ ดังแว่วเข้าหูอู๋จิง

วินาทีต่อมา ก็มีเสียงดังออกมาจากหูฟังว่า “ระบบแปลเสียงพร้อมกันเปิดใช้งานแล้ว”

หูฟังนี่มีเสียงด้วยเหรอ?

นี่ทำพร็อพออกมาสมจริงเกินไปหรือเปล่าเนี่ย?

ผู้กำกับกัวไม่เห็นจะบอกผมสักคำเลย หรือว่านี่จะเป็นมาตรฐานของหนังไซไฟกันนะ?

ก่อนหน้านี้อู๋จิงไม่เคยถ่ายทำหนังไซไฟมาก่อน จึงไม่รู้ว่าพร็อพในหนังพวกนี้เขาทำกันถึงระดับไหน

ในฐานะนักแสดงรุ่นเก๋า ทักษะการแสดงของอู๋จิงย่อมยอดเยี่ยมไร้ที่ติ แม้ว่าเสียงในหูฟังจะดังขึ้นมาเหนือความคาดหมาย แต่เขาก็ไม่ได้แสดงอาการผิดปกติใด ๆ ออกมาเลย

“เพื่อนเอ๋ย สุขสันต์วันเกษียณนะ!”

ลัตสกี้ นักแสดงชาวหมีขาวพูดภาษาประเทศหลงตามบท พร้อมกับหยิบวอดก้าขวดหนึ่งออกมา

อู๋จิงมองดูวอดก้าที่ลัตสกี้ยื่นให้ เขายิ้มออกมา ลุกขึ้นยืนแล้วยื่นวอดก้าในมือส่งคืนให้อีกฝ่าย จากนั้นก็เริ่มพูดบทว่า

“อีกแค่วันเดียวฉันก็จะได้กลับบ้านแล้ว ไม่อยากจะมาเสียประวัติเอาตอนแก่ เหล้านี่นายเก็บไว้กินเองเถอะ!”

พูดจบ อู๋จิงก็ยื่นวอดก้าให้ลัตสกี้ จากนั้นเขาก็หยิบเสื้อผ้าบนชั้นลงมา ถึงตรงนี้ลัตสกี้ควรจะรับช่วงพูดบทต่อ แต่ตอนนี้ลัตสกี้กลับยืนอึ้งไปเลย

ใบหน้าของลัตสกี้แข็งค้าง รูม่านตาสั่นระริก เขาไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยว่าเมื่อกี้เขาเพิ่งได้ยินอะไรไป!

อู๋จิงพูดภาษาประเทศหลงชัด ๆ แต่เสียงที่เขาได้ยินในหูกลับเป็นภาษาบ้านเกิดของตัวเอง!

ภาษาหมีขาว!

เมื่อลัตสกี้มัวแต่อึ้ง ท่าทางก็เลยชะงักงันไปด้วย

อู๋จิงนึกว่าอีกฝ่ายลืมบท จึงเผลอพูดออกไปตามสัญชาตญาณว่า “ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกร็งนะ”

คราวนี้ ลัตสกี้ก็ได้ยินเสียงจากในหูฟัง พูดเป็นภาษาหมีขาวอีกครั้งว่า—ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกร็งนะ!

ลัตสกี้มองอู๋จิงด้วยความเหลือเชื่อ พลางพูดตะกุกตะกักว่า “ฉัน... ฉันเหมือนจะฟังที่นายพูดรู้เรื่องด้วย”

คราวนี้ถึงตาอู๋จิงชะงักไปบ้างแล้ว

อู๋จิงมองลัตสกี้ด้วยแววตาประหลาดใจ ตอนนี้ลัตสกี้คว้าตัวเขาไว้ด้วยความตื่นเต้น แล้วพูดว่า “สหาย! ฉันฟังที่นายพูดรู้เรื่องด้วยว่ะ!”

อู๋จิงเหมือนจะยังตั้งสติไม่ได้ สมองขาวโพลนไปหมด

ในตอนนั้นเอง เสียงที่ออกเสียงภาษาประเทศหลงได้อย่างชัดถ้อยชัดคำก็ดังมาจากหูฟังว่า “เพื่อนรัก! ฉันฟังที่นายพูดรู้เรื่องด้วยว่ะ!”

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

กัวฝานที่นั่งอยู่หน้ามอนิเตอร์ขมวดคิ้ว

ลัตสกี้พูดบทช้าไปหลายวินาที แถมบทยังดูเหมือนจะไม่ค่อยตรงด้วย

ปฏิกิริยาของอู๋จิงก็มีปัญหา

นี่พวกเขาสองคนไม่ได้อ่านบทมาล่วงหน้าหรือไง?

กัวฝานอดไม่ได้ที่จะรู้สึกร้อนใจขึ้นมา

เพื่อจะถ่ายทำดาวพเนจรฝ่าสุริยะ เขาถึงขนาดยอมขายบ้านทิ้ง กองถ่ายมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นทุกวินาที แค่ตอนทดสอบการถ่ายทำก็ยังไม่ราบรื่นขนาดนี้ กัวฝานจึงรู้สึกท้อแท้ขึ้นมานิดหน่อย

“คัต!”

“ล่ามมาถามลัตสกี้หน่อยสิว่าเกิดอะไรขึ้น ภาษากายเขาไม่ถูกต้อง แล้วก็ช่วยคอนเฟิร์มบทกับเขาด้วย!”

ใครจะคิดว่าล่ามสาวสวยยังไม่ทันจะเดินเข้าไป อู๋จิงก็ชิงพูดขึ้นมาก่อนแล้ว

“ผู้กำกับกัว หูฟังนี่มันแปลก ๆ นะครับ!”

พอผู้กำกับกัวได้ยินประโยคนี้ก็ขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่คิดเลยว่าสาเหตุที่ทำให้นักแสดงทั้งสองคนเล่นพลาดจะเป็นเพราะหูฟัง

จ้าวซินที่ยืนอยู่ตรงมุมห้อง พอได้ยินอู๋จิงพูดแบบนั้น ก็คิดว่าโอกาสของตัวเองมาถึงแล้ว

“ฮะ! หูฟังที่ใช้เวลาทำแค่สามวัน ต่อให้ภายนอกจะทำออกมาสวยหรูดูดียังไงแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ!”

“ดีไม่ดีไฟอาจจะรั่วอยู่ข้างในหูฟังก็ได้!”

“เจียงเฉิน ถึงแม้โรงงานสกุลเจียงของพวกนายจะใกล้เจ๊งเต็มที คนงานก็หนีหายกันไปหมดแล้ว แต่นายก็ไม่ควรจะเอาของห่วยแตกมาหลอกขายคนอื่นเพื่อหวังฟันกำไรนะเว้ย ถ้าเกิดทำให้นักแสดงอย่างพี่จิงต้องเจ็บตัวขึ้นมา พวกนายจะมีปัญญาชดใช้เหรอ?”

คำพูดของจ้าวซินพุ่งเป้าโจมตีเจียงเฉินทุกประโยค เป็นการแฉโต้ง ๆ ว่าตอนนี้โรงงานสกุลเจียงกำลังจะปิดตัวลง ไม่มีทางทำพร็อพดี ๆ ออกมาได้หรอก

ประกอบกับตอนนี้อู๋จิงบอกว่าหูฟังมีปัญหา ก็ยิ่งทำให้ทุกคนพากันสงสัยในคุณภาพของหูฟังที่เจียงเฉินเอามา

ซุนซ่างในฐานะทีมพร็อพคือคนที่เครียดที่สุดในตอนนี้ อุปกรณ์ประกอบฉากทุกชิ้นในกองถ่ายเขาควรจะเป็นคนคอยตรวจสอบดูแล ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบไปจนถึงความปลอดภัยของชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์

หูฟังที่เจียงเฉินนำมา รูปลักษณ์ภายนอกมันไร้ที่ติจริง ๆ ใครจะไปคิดล่ะว่าหูฟังมันจะมีอันตรายซ่อนอยู่

ตอนนี้นักแสดงเบอร์ใหญ่ที่สุดในกองถ่ายอย่างอู๋จิงบอกว่าหูฟังมีปัญหา เรื่องนี้ทำเอาซุนซ่างเหงื่อแตกพลั่กเต็มหน้าผาก

ถ้าหูฟังมันไฟรั่วจนทำให้อู๋จิงเจ็บตัวขึ้นมาจริง ๆ หนังเรื่องดาวพเนจรฝ่าสุริยะทั้งเรื่องก็คงถ่ายทำต่อไม่ได้แล้ว

พอคิดได้แบบนี้ ซุนซ่างก็ตวาดใส่เจียงเฉินที่ยังคงทำหน้าตายนิ่งเฉย “เจียงเฉิน! นายรีบไปตรวจดูหูฟังเดี๋ยวนี้เลย! ดูสิว่ามันไฟรั่วหรือเปล่า!”

“ไม่รู้จะไปทะลึ่งแก้ดีไซน์ทำไม! ถ้าเกิดทำให้คนอื่นบาดเจ็บขึ้นมาจะทำยังไง!”

ยังไงซะกัวฝานก็เป็นถึงผู้กำกับ ในสถานการณ์แบบนี้ เขาจึงยังคงความเยือกเย็นเอาไว้ได้

ในมุมมองของเขา การที่หูฟังมีปัญหาก็คงหนีไม่พ้นสองสาเหตุ หนึ่งคือใส่แล้วไม่สบาย สองคือกระแสไฟที่รั่วออกมาจากหูฟังอาจจะทำให้คนใส่รู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ

พอคิดถึงเอฟเฟกต์แสงบนหูฟังที่เจียงเฉินทำขึ้นมา กัวฝานก็เริ่มสงสัยเรื่องปัญหาไฟรั่วในหูฟังเหมือนกัน

แต่เขาไม่ได้โวยวายเสียงดังลั่นกองถ่าย

เขาห้ามซุนซ่างที่กำลังจะด่าเจียงเฉิน แล้วเรียกเจียงเฉินที่เอาแต่เงียบให้เดินไปหาอู๋จิงด้วยกัน

“พี่จิง มันแปลกยังไงเหรอครับ? พี่ลองเล่ารายละเอียดมาสิครับ เสี่ยวเจียงก็อยู่ที่นี่ มีปัญหาอะไรพี่บอกมาได้เลย ทางเขาจะได้หาทางปรับปรุงให้ครับ”

พอคำพูดนี้ของกัวฝานหลุดออกมา จ้าวซินก็ถึงกับอึ้ง

เดิมทีเขาคิดว่าคำพูดเมื่อกี้ของตัวเองจะทำให้กัวฝานล้มเลิกความคิดที่จะร่วมงานกับเจียงเฉินแล้วเชียว แต่ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายกลับหมายความว่าจะให้อู๋จิงออกความเห็นเพื่อที่เจียงเฉินจะได้เอาไปแก้ต่อ?

กัวฝานโดนยาเสน่ห์อะไรเข้าไปหรือเปล่าเนี่ย?

ถึงได้เชื่อใจเจียงเฉินขนาดนี้?

ทำไมล่ะ?

เมื่อจ้าวซินเห็นว่ากัวฝานไม่เปลี่ยนใจเรื่องที่จะร่วมงานกับโรงงานสกุลเจียง เขาก็แอบแค่นหัวเราะอยู่ในใจ

เขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าเจียงเฉินจะรับมือกับคำพูดของอู๋จิงยังไง

พอคิดว่าเดี๋ยวเจียงเฉินอาจจะโดนอู๋จิงด่าเปิง จ้าวซินก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที

ตราบใดที่อู๋จิงไม่พอใจของจากโรงงานสกุลเจียง ถึงตอนนั้นกัวฝานก็คงต้องบากหน้ามาขอร้องให้โรงงานเต๋อซินช่วยอยู่ดี

มุมปากของจ้าวซินกระตุกยิ้มเยาะเย้ย เขากอดอกรอชมเรื่องสนุก

เมื่อเผชิญกับปฏิกิริยาของทุกคน อู๋จิงก็ทำหน้างงงวย “มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรหรอกครับ พวกคุณจะไปรุมต่อว่าเสี่ยวเจียงทำไมเนี่ย?”

“ผมก็แค่อยากจะถามว่า ทำไมในหูฟังนี่ถึงมีคนพูดอยู่ล่ะครับ?”

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 6 ทำไมในหูฟังนี่ถึงมีคนพูดอยู่ล่ะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว