- หน้าแรก
- สั่งพร็อพประกอบฉาก แต่ไหงได้ลิฟต์อวกาศมาซะงั้น?!
- บทที่ 6 ทำไมในหูฟังนี่ถึงมีคนพูดอยู่ล่ะ?
บทที่ 6 ทำไมในหูฟังนี่ถึงมีคนพูดอยู่ล่ะ?
บทที่ 6 ทำไมในหูฟังนี่ถึงมีคนพูดอยู่ล่ะ?
เวลาเปิดกล้องใกล้เข้ามาทุกที
หลังจากที่อู๋จิงและลัตสกี้สวมหูฟังเรียบร้อยแล้ว การถ่ายทำฉากบนสถานีอวกาศก็เริ่มต้นขึ้น
ฉากนี้เจียงเฉินจำได้แม่นยำมาก เนื้อหาหลัก ๆ คือเรื่องราวบนสถานีอวกาศ ตอนที่ตัวละครของอู๋จิงกำลังจะเกษียณอายุ
ในเลนส์ของกล้องวิดีโอความละเอียดสูง อู๋จิงกำลังนั่งอยู่บนเตียงเล็ก ๆ ของตัวเอง ใช้ปากกาวาดวงกลมเทียบกับขอบดาวพฤหัสบดีบนกระจก
บนหน้าต่างมีวงกลมที่วาดเสร็จแล้วเรียงรายจากเล็กไปใหญ่ นั่นเป็นสัญลักษณ์แทนเวลาสิบเจ็ดปีที่ตัวละครของอู๋จิงจากบลูสตาร์มา
แววตาของอู๋จิงฉายแววปลาบปลื้มใจ และเต็มไปด้วยความคาดหวังที่จะได้กลับไปยังโลกในเร็ววัน
หลังจากวาดวงกลมเสร็จ อู๋จิงก็หยิบหูฟังที่วางอยู่ริมหน้าต่างมาสวมไว้ที่หูขวาของตัวเอง เขากดปุ่มเปิดเครื่องบนหูฟังอย่างเป็นธรรมชาติ
เสียงระบบเริ่มทำงานเบา ๆ ดังแว่วเข้าหูอู๋จิง
วินาทีต่อมา ก็มีเสียงดังออกมาจากหูฟังว่า “ระบบแปลเสียงพร้อมกันเปิดใช้งานแล้ว”
หูฟังนี่มีเสียงด้วยเหรอ?
นี่ทำพร็อพออกมาสมจริงเกินไปหรือเปล่าเนี่ย?
ผู้กำกับกัวไม่เห็นจะบอกผมสักคำเลย หรือว่านี่จะเป็นมาตรฐานของหนังไซไฟกันนะ?
ก่อนหน้านี้อู๋จิงไม่เคยถ่ายทำหนังไซไฟมาก่อน จึงไม่รู้ว่าพร็อพในหนังพวกนี้เขาทำกันถึงระดับไหน
ในฐานะนักแสดงรุ่นเก๋า ทักษะการแสดงของอู๋จิงย่อมยอดเยี่ยมไร้ที่ติ แม้ว่าเสียงในหูฟังจะดังขึ้นมาเหนือความคาดหมาย แต่เขาก็ไม่ได้แสดงอาการผิดปกติใด ๆ ออกมาเลย
“เพื่อนเอ๋ย สุขสันต์วันเกษียณนะ!”
ลัตสกี้ นักแสดงชาวหมีขาวพูดภาษาประเทศหลงตามบท พร้อมกับหยิบวอดก้าขวดหนึ่งออกมา
อู๋จิงมองดูวอดก้าที่ลัตสกี้ยื่นให้ เขายิ้มออกมา ลุกขึ้นยืนแล้วยื่นวอดก้าในมือส่งคืนให้อีกฝ่าย จากนั้นก็เริ่มพูดบทว่า
“อีกแค่วันเดียวฉันก็จะได้กลับบ้านแล้ว ไม่อยากจะมาเสียประวัติเอาตอนแก่ เหล้านี่นายเก็บไว้กินเองเถอะ!”
พูดจบ อู๋จิงก็ยื่นวอดก้าให้ลัตสกี้ จากนั้นเขาก็หยิบเสื้อผ้าบนชั้นลงมา ถึงตรงนี้ลัตสกี้ควรจะรับช่วงพูดบทต่อ แต่ตอนนี้ลัตสกี้กลับยืนอึ้งไปเลย
ใบหน้าของลัตสกี้แข็งค้าง รูม่านตาสั่นระริก เขาไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยว่าเมื่อกี้เขาเพิ่งได้ยินอะไรไป!
อู๋จิงพูดภาษาประเทศหลงชัด ๆ แต่เสียงที่เขาได้ยินในหูกลับเป็นภาษาบ้านเกิดของตัวเอง!
ภาษาหมีขาว!
เมื่อลัตสกี้มัวแต่อึ้ง ท่าทางก็เลยชะงักงันไปด้วย
อู๋จิงนึกว่าอีกฝ่ายลืมบท จึงเผลอพูดออกไปตามสัญชาตญาณว่า “ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกร็งนะ”
คราวนี้ ลัตสกี้ก็ได้ยินเสียงจากในหูฟัง พูดเป็นภาษาหมีขาวอีกครั้งว่า—ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกร็งนะ!
ลัตสกี้มองอู๋จิงด้วยความเหลือเชื่อ พลางพูดตะกุกตะกักว่า “ฉัน... ฉันเหมือนจะฟังที่นายพูดรู้เรื่องด้วย”
คราวนี้ถึงตาอู๋จิงชะงักไปบ้างแล้ว
อู๋จิงมองลัตสกี้ด้วยแววตาประหลาดใจ ตอนนี้ลัตสกี้คว้าตัวเขาไว้ด้วยความตื่นเต้น แล้วพูดว่า “สหาย! ฉันฟังที่นายพูดรู้เรื่องด้วยว่ะ!”
อู๋จิงเหมือนจะยังตั้งสติไม่ได้ สมองขาวโพลนไปหมด
ในตอนนั้นเอง เสียงที่ออกเสียงภาษาประเทศหลงได้อย่างชัดถ้อยชัดคำก็ดังมาจากหูฟังว่า “เพื่อนรัก! ฉันฟังที่นายพูดรู้เรื่องด้วยว่ะ!”
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
กัวฝานที่นั่งอยู่หน้ามอนิเตอร์ขมวดคิ้ว
ลัตสกี้พูดบทช้าไปหลายวินาที แถมบทยังดูเหมือนจะไม่ค่อยตรงด้วย
ปฏิกิริยาของอู๋จิงก็มีปัญหา
นี่พวกเขาสองคนไม่ได้อ่านบทมาล่วงหน้าหรือไง?
กัวฝานอดไม่ได้ที่จะรู้สึกร้อนใจขึ้นมา
เพื่อจะถ่ายทำดาวพเนจรฝ่าสุริยะ เขาถึงขนาดยอมขายบ้านทิ้ง กองถ่ายมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นทุกวินาที แค่ตอนทดสอบการถ่ายทำก็ยังไม่ราบรื่นขนาดนี้ กัวฝานจึงรู้สึกท้อแท้ขึ้นมานิดหน่อย
“คัต!”
“ล่ามมาถามลัตสกี้หน่อยสิว่าเกิดอะไรขึ้น ภาษากายเขาไม่ถูกต้อง แล้วก็ช่วยคอนเฟิร์มบทกับเขาด้วย!”
ใครจะคิดว่าล่ามสาวสวยยังไม่ทันจะเดินเข้าไป อู๋จิงก็ชิงพูดขึ้นมาก่อนแล้ว
“ผู้กำกับกัว หูฟังนี่มันแปลก ๆ นะครับ!”
พอผู้กำกับกัวได้ยินประโยคนี้ก็ขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่คิดเลยว่าสาเหตุที่ทำให้นักแสดงทั้งสองคนเล่นพลาดจะเป็นเพราะหูฟัง
จ้าวซินที่ยืนอยู่ตรงมุมห้อง พอได้ยินอู๋จิงพูดแบบนั้น ก็คิดว่าโอกาสของตัวเองมาถึงแล้ว
“ฮะ! หูฟังที่ใช้เวลาทำแค่สามวัน ต่อให้ภายนอกจะทำออกมาสวยหรูดูดียังไงแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ!”
“ดีไม่ดีไฟอาจจะรั่วอยู่ข้างในหูฟังก็ได้!”
“เจียงเฉิน ถึงแม้โรงงานสกุลเจียงของพวกนายจะใกล้เจ๊งเต็มที คนงานก็หนีหายกันไปหมดแล้ว แต่นายก็ไม่ควรจะเอาของห่วยแตกมาหลอกขายคนอื่นเพื่อหวังฟันกำไรนะเว้ย ถ้าเกิดทำให้นักแสดงอย่างพี่จิงต้องเจ็บตัวขึ้นมา พวกนายจะมีปัญญาชดใช้เหรอ?”
คำพูดของจ้าวซินพุ่งเป้าโจมตีเจียงเฉินทุกประโยค เป็นการแฉโต้ง ๆ ว่าตอนนี้โรงงานสกุลเจียงกำลังจะปิดตัวลง ไม่มีทางทำพร็อพดี ๆ ออกมาได้หรอก
ประกอบกับตอนนี้อู๋จิงบอกว่าหูฟังมีปัญหา ก็ยิ่งทำให้ทุกคนพากันสงสัยในคุณภาพของหูฟังที่เจียงเฉินเอามา
ซุนซ่างในฐานะทีมพร็อพคือคนที่เครียดที่สุดในตอนนี้ อุปกรณ์ประกอบฉากทุกชิ้นในกองถ่ายเขาควรจะเป็นคนคอยตรวจสอบดูแล ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบไปจนถึงความปลอดภัยของชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์
หูฟังที่เจียงเฉินนำมา รูปลักษณ์ภายนอกมันไร้ที่ติจริง ๆ ใครจะไปคิดล่ะว่าหูฟังมันจะมีอันตรายซ่อนอยู่
ตอนนี้นักแสดงเบอร์ใหญ่ที่สุดในกองถ่ายอย่างอู๋จิงบอกว่าหูฟังมีปัญหา เรื่องนี้ทำเอาซุนซ่างเหงื่อแตกพลั่กเต็มหน้าผาก
ถ้าหูฟังมันไฟรั่วจนทำให้อู๋จิงเจ็บตัวขึ้นมาจริง ๆ หนังเรื่องดาวพเนจรฝ่าสุริยะทั้งเรื่องก็คงถ่ายทำต่อไม่ได้แล้ว
พอคิดได้แบบนี้ ซุนซ่างก็ตวาดใส่เจียงเฉินที่ยังคงทำหน้าตายนิ่งเฉย “เจียงเฉิน! นายรีบไปตรวจดูหูฟังเดี๋ยวนี้เลย! ดูสิว่ามันไฟรั่วหรือเปล่า!”
“ไม่รู้จะไปทะลึ่งแก้ดีไซน์ทำไม! ถ้าเกิดทำให้คนอื่นบาดเจ็บขึ้นมาจะทำยังไง!”
ยังไงซะกัวฝานก็เป็นถึงผู้กำกับ ในสถานการณ์แบบนี้ เขาจึงยังคงความเยือกเย็นเอาไว้ได้
ในมุมมองของเขา การที่หูฟังมีปัญหาก็คงหนีไม่พ้นสองสาเหตุ หนึ่งคือใส่แล้วไม่สบาย สองคือกระแสไฟที่รั่วออกมาจากหูฟังอาจจะทำให้คนใส่รู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ
พอคิดถึงเอฟเฟกต์แสงบนหูฟังที่เจียงเฉินทำขึ้นมา กัวฝานก็เริ่มสงสัยเรื่องปัญหาไฟรั่วในหูฟังเหมือนกัน
แต่เขาไม่ได้โวยวายเสียงดังลั่นกองถ่าย
เขาห้ามซุนซ่างที่กำลังจะด่าเจียงเฉิน แล้วเรียกเจียงเฉินที่เอาแต่เงียบให้เดินไปหาอู๋จิงด้วยกัน
“พี่จิง มันแปลกยังไงเหรอครับ? พี่ลองเล่ารายละเอียดมาสิครับ เสี่ยวเจียงก็อยู่ที่นี่ มีปัญหาอะไรพี่บอกมาได้เลย ทางเขาจะได้หาทางปรับปรุงให้ครับ”
พอคำพูดนี้ของกัวฝานหลุดออกมา จ้าวซินก็ถึงกับอึ้ง
เดิมทีเขาคิดว่าคำพูดเมื่อกี้ของตัวเองจะทำให้กัวฝานล้มเลิกความคิดที่จะร่วมงานกับเจียงเฉินแล้วเชียว แต่ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายกลับหมายความว่าจะให้อู๋จิงออกความเห็นเพื่อที่เจียงเฉินจะได้เอาไปแก้ต่อ?
กัวฝานโดนยาเสน่ห์อะไรเข้าไปหรือเปล่าเนี่ย?
ถึงได้เชื่อใจเจียงเฉินขนาดนี้?
ทำไมล่ะ?
เมื่อจ้าวซินเห็นว่ากัวฝานไม่เปลี่ยนใจเรื่องที่จะร่วมงานกับโรงงานสกุลเจียง เขาก็แอบแค่นหัวเราะอยู่ในใจ
เขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าเจียงเฉินจะรับมือกับคำพูดของอู๋จิงยังไง
พอคิดว่าเดี๋ยวเจียงเฉินอาจจะโดนอู๋จิงด่าเปิง จ้าวซินก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที
ตราบใดที่อู๋จิงไม่พอใจของจากโรงงานสกุลเจียง ถึงตอนนั้นกัวฝานก็คงต้องบากหน้ามาขอร้องให้โรงงานเต๋อซินช่วยอยู่ดี
มุมปากของจ้าวซินกระตุกยิ้มเยาะเย้ย เขากอดอกรอชมเรื่องสนุก
เมื่อเผชิญกับปฏิกิริยาของทุกคน อู๋จิงก็ทำหน้างงงวย “มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรหรอกครับ พวกคุณจะไปรุมต่อว่าเสี่ยวเจียงทำไมเนี่ย?”
“ผมก็แค่อยากจะถามว่า ทำไมในหูฟังนี่ถึงมีคนพูดอยู่ล่ะครับ?”
(จบบท)