- หน้าแรก
- สั่งพร็อพประกอบฉาก แต่ไหงได้ลิฟต์อวกาศมาซะงั้น?!
- บทที่ 5 นี่คือพร็อพเหรอ? นักแสดงชาวหมีขาวถึงกับอึ้ง!
บทที่ 5 นี่คือพร็อพเหรอ? นักแสดงชาวหมีขาวถึงกับอึ้ง!
บทที่ 5 นี่คือพร็อพเหรอ? นักแสดงชาวหมีขาวถึงกับอึ้ง!
กัวฝานข่มความโกรธเอาไว้ แค่เสนอราคาพร็อพแพงหูฉี่ก็ช่างเถอะ แต่นี่ยังจะมาหน้าด้านขอลิขสิทธิ์อีกเหรอ?
จ้าวซินที่อยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นกัวฝานทำหน้าตึง ก็คิดว่านี่แหละคือโอกาสทองที่เขาจะได้พูดบ้าง
“ใช่แล้ว หูฟังก็เป็นทีมพร็อพที่ออกแบบมาแท้ ๆ นายมีสิทธิ์อะไรมาขอลิขสิทธิ์การออกแบบ?”
กัวฝานไม่ได้สนใจจ้าวซิน เขาหันไปมองซุนซ่าง เป็นเชิงส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายพูด
เรื่องความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การออกแบบถือเป็นปัญหาใหญ่เลยนะ ถ้าจะพัฒนาสินค้าออฟฟิเชียลของหนังในภายหลัง แล้วไม่มีลิขสิทธิ์การออกแบบ กองถ่ายก็จะได้ส่วนแบ่งน้อยลง
แม้กัวฝานจะไม่ได้ตั้งความหวังกับการขายสินค้าออฟฟิเชียลไว้มากนัก แต่ตอนนี้ก็ต้องจัดการเรื่องความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ให้ชัดเจนเสียก่อน
ของที่ทีมพร็อพของกองถ่ายออกแบบมา กลับถูกโรงงานแห่งหนึ่งฮุบลิขสิทธิ์ไปเนี่ยนะ ตลกไปหน่อยไหม?
จะสูบเลือดสูบเนื้อกัน มันก็ต้องมีขอบเขตบ้างสิ!
พอพูดถึงเรื่องการออกแบบหูฟัง ซุนซ่างก็ยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ “ผู้กำกับกัวครับ ภาพคอนเซ็ปต์อาร์ตของหูฟังที่เราออกแบบมา แบบที่สร้างเสร็จสมบูรณ์คือรุ่นนี้ครับ”
ซุนซ่างชี้ไปที่ของในมือของกัวฝานที่จ้าวซินเอามา
หูฟังสีดำทะมึนที่ดูจืดชืดไร้จุดเด่น
“ส่วนรุ่นของเสี่ยวเจียง เป็นรุ่นที่พวกเขานำไปปรับปรุงใหม่ครับ”
เมื่อได้ยินคำพูดของซุนซ่าง กัวฝานก็เข้าใจแจ่มแจ้งทันที
หูฟังที่เจียงเฉินทำออกมา เป็นรุ่นที่ทางโรงงานสกุลเจียงนำไปปรับปรุงและออกแบบใหม่เอง ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับภาพคอนเซ็ปต์อาร์ตของทีมพร็อพสักเท่าไหร่
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ยังจะมีอะไรให้พูดอีก?
“ไม่มีปัญหา ลิขสิทธิ์เป็นของพวกนาย”
“แต่ตกลงกันไว้ก่อนนะ หลังจากพวกนายพัฒนาสินค้าออฟฟิเชียลแล้ว ทางกองถ่ายขอส่วนแบ่งกำไรสิบเปอร์เซ็นต์”
เพื่อจะสร้างหนังเรื่องนี้ กัวฝานควักเงินเก็บจนหมดตัวแล้ว เงินจากการขายสินค้าออฟฟิเชียลถึงจะน้อยนิด แต่สำหรับเขาแล้ว ได้เงินมาเพิ่มอีกนิดก็ยังดี
เมื่อเจอข้อเรียกร้องของกัวฝาน เจียงเฉินก็ถึงกับพูดไม่ออก
ในชาติก่อน สินค้าออฟฟิเชียลของดาวพเนจรฝ่าสุริยะทำยอดขายทะลุเป้าร้อยล้านหยวนไปเลยนะ!
ตอนนี้กัวฝานกลับขอส่วนแบ่งแค่สิบเปอร์เซ็นต์เนี่ยนะ?
เอาเถอะ จัดให้ตามคำขอ!
ยังไงซะในเรื่องหูฟัง เขาก็ยอมลดกำไรให้แล้ว
กัวฝานก็ถือว่าไม่ขาดทุนหรอก!
เจียงเฉินคิดในใจว่า ยังไงซะของที่เขาทำออกมาก็คือหูฟังแปลเสียงพร้อมกันด้วยเอไอของจริงนะ
ขายอันละพันห้าร้อยหยวนนี่มันถือว่าถูกแสนถูกแล้ว
แต่สิ่งที่เจียงเฉินมองเห็นไม่ได้มีแค่ผลประโยชน์ตรงหน้าเท่านั้น
หากเขาต้องการสร้างอุปกรณ์ประกอบฉากเพื่อทำภารกิจของระบบให้สำเร็จ เขาก็ต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีกับกองถ่ายดาวพเนจรฝ่าสุริยะให้ได้เสียก่อน
ด้วยวิธีนี้ ชื่อของเจียงเฉินถึงจะเริ่มเป็นที่รู้จักในวงการทำพร็อพ และโรงงานสกุลเจียงก็จะสามารถรอดพ้นจากวิกฤตใกล้ล้มละลายได้
พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าไม่มีงานเข้ามา เจียงเฉินก็ไม่สามารถทำภารกิจของระบบให้สำเร็จได้
พอคิดได้แบบนี้ การยอมเสียเปรียบสักหน่อยในตอนนี้ก็กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย ยังไงซะเดี๋ยวก็ได้เงินคืนมาในภายหลังอยู่ดี
“ไม่มีปัญหาครับผู้กำกับกัว เรื่องสัญญาส่วนแบ่ง หลังจากที่พวกคุณร่างเสร็จแล้ว ผมจะเป็นคนเซ็นเองครับ”
เมื่อกัวฝานเห็นเจียงเฉินตอบตกลงอย่างตรงไปตรงมา ความไม่พอใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มีต่อเขาเมื่อครู่นี้ก็มลายหายไปจนสิ้น
“ผู้กำกับกัวครับ ฉากบนสถานีอวกาศใกล้จะเริ่มทดสอบการถ่ายทำแล้วครับ นักแสดงประจำที่กันหมดแล้วครับ”
เสี่ยวอู๋ ผู้ช่วยของกัวฝานเดินเข้ามาเตือนเรื่องเวลา
“โอเค เข้าใจแล้ว งั้นถ้าเสี่ยวเจียงไม่มีธุระอะไร จะตามพวกเราไปดูผลการใช้งานของนักแสดงด้วยกันก็ได้นะ เผื่อว่าภาพที่ถ่ายทำออกมาดูไม่ดี หูฟังของนายนี่ก็คงหนีไม่พ้นต้องเอากลับไปแก้ใหม่นะบอกไว้ก่อน!”
กัวฝานรู้สึกว่าจำเป็นต้องพูดดักคอไว้ก่อน เพราะน้อยครั้งนักที่พร็อพจะผ่านฉลุยตั้งแต่ครั้งแรก
หากภาพที่ถ่ายทำออกมาดูไม่ดี หรือนักแสดงสวมใส่แล้วรู้สึกไม่สบาย การนำพร็อพกลับไปแก้ใหม่ก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยเฉพาะในภาพยนตร์ไซไฟ การนำพร็อพชิ้นหนึ่งไปออกแบบใหม่มากกว่าสามเวอร์ชันถือเป็นเรื่องปกติมาก
การออกแบบหูฟังในครั้งนี้เป็นผลงานการปรับปรุงของโรงงานสกุลเจียง ดังนั้นการให้เจียงเฉินไปที่หน้าเซ็ตด้วยจึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
เมื่อเจียงเฉินได้ยินดังนั้น แน่นอนว่าเขาย่อมไม่มีความเห็นขัดข้อง
ประจวบเหมาะเลย เขาก็อยากจะเห็นปฏิกิริยาของนักแสดงตอนที่สวมหูฟังด้วยตาตัวเองเหมือนกัน
เมื่อจ้าวซินเห็นกัวฝานพาเจียงเฉินและคนในทีมพร็อพเดินออกไป ในใจก็รู้สึกไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย
เดิมทีเขาคิดว่างานนี้โรงงานเต๋อซินคว้ามาได้ชัวร์ ๆ ไม่คิดเลยว่าโรงงานสกุลเจียงจะทำหูฟังคุณภาพดีขนาดนี้ออกมาได้
ไม่สิ
การจะสร้างหูฟังที่มีดีไซน์เอฟเฟกต์แสงให้ออกมาได้ภายในสามวันมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
เพื่อประหยัดเวลา โรงงานสกุลเจียงจะต้องตุกติกอะไรกับข้างในหูฟังแน่ ๆ
ถ้าเป็นอย่างนั้น หูฟังที่เจียงเฉินเอามาก็ไม่มีทางผ่านการทดสอบหรอก
แค่หน้าตาสวยแต่คุณภาพไม่ผ่าน แล้วยังจะมาหน้าด้านขอเพิ่มงบอีกเหรอ?
นี่มันหลอกลวงกันชัด ๆ
ใช่แล้ว ตอนนี้โรงงานสกุลเจียงใกล้จะเจ๊งอยู่รอมร่อ ได้ข่าวว่ายังเป็นหนี้อยู่ตั้งสิบล้าน เจียงเฉินจะต้องฉวยโอกาสนี้ขูดรีดเงินจากผู้กำกับกัวก้อนโตแน่ ๆ
จ้าวซินรู้สึกว่าตัวเองจับจุดสำคัญของเรื่องนี้ได้แล้ว ไม่แน่เขาอาจจะใช้โอกาสนี้ทำให้โรงงานสกุลเจียงต้องปิดตัวลงอย่างถาวรเลยก็ได้ เขาตัดสินใจเดินตามพวกกัวฝานไปเงียบ ๆ เตรียมหาจังหวะแฉความจริงของเจียงเฉิน
พวกเขาทั้งหลายเดินมาถึงเซ็ตถ่ายทำฉากสถานีอวกาศที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“พี่จิง รอนานเลยนะครับ เมื่อกี้ผมไปเอาหูฟังมาน่ะครับ พี่ลองดูหูฟังนี่สิครับ”
ทันทีที่มาถึงกองถ่าย กัวฝานก็ยื่นหูฟังให้อู๋จิง
นี่คือนักแสดงเบอร์ใหญ่ที่เขาหว่านล้อมให้มารับเชิญ แถมยังเคยแสดงในภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดของประเทศหลงมาแล้วหลายเรื่อง
แถมอู๋จิงเองก็เป็นผู้กำกับใหญ่ เรื่องพร็อพพวกนี้ให้เขาช่วยดูผ่าน ๆ ตาก่อน รับรองว่าไม่มีปัญหาแน่นอน
อู๋จิงรับหูฟังมาถือไว้ในมือแล้วพิจารณาอย่างละเอียด เขาหัวเราะออกมาอย่างจนใจ “ผู้กำกับกัว นี่คุณเอาของจริงมาหลอกผมหรือเปล่าเนี่ย? ผิวสัมผัสแบบนี้มันจะเป็นแค่พร็อพได้ยังไง?”
กัวฝานได้ยินอู๋จิงพูดแบบนั้น ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
ขนาดอู๋จิงยังคิดว่าเป็นของจริงเลย แสดงว่าคุณภาพของหูฟังอันนี้ เขาไม่ได้ตาฝาดไปจริง ๆ
“ฮ่าฮ่า พี่จิง นี่เป็นของที่โรงงานพร็อพของพวกเสี่ยวเจียงทำออกมาครับ ก็ต้องเป็นพร็อพสิครับ จะเป็นของจริงไปได้ยังไง”
“แต่ว่าโรงงานของพวกเสี่ยวเจียงเขาใส่ใจรายละเอียดมาก ทำหูฟังออกมาซะเหมือนของจริงเปี๊ยบเลย ขนาดปุ่มเปิดเครื่องก็ยังมี”
กัวฝานพูดไปพลางดึงตัวเจียงเฉินมาตรงหน้าอู๋จิง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับซูเปอร์สตาร์ระดับอู๋จิง คนทั่วไปคงตื่นเต้นจนพูดไม่ออกไปแล้ว
แต่เจียงเฉินกลับมีสีหน้าเรียบเฉย เพียงแค่กล่าวทักทายอู๋จิงอย่างมีมารยาท โดยไม่พูดอะไรให้มากความ
ด้วยเหตุนี้ อู๋จิงจึงอดไม่ได้ที่จะมองเจียงเฉินเพิ่มอีกสองสามที
เมื่อรู้ว่าหูฟังในมือเป็นฝีมือการผลิตจากโรงงานของเจียงเฉิน บนใบหน้าของอู๋จิงก็ฉายแววประหลาดใจ “โอ้? เดี๋ยวนี้ระดับฝีมือช่างของโรงงานพร็อพพัฒนาไปไกลขนาดนี้แล้วเหรอ?”
“เสี่ยวเจียงใช่ไหม? เดี๋ยวแอดวีแชตกันไว้หน่อยนะ วันหลังถ้าฉันต้องการใช้พร็อพอะไร อาจจะต้องรบกวนนายบ้างแล้วล่ะ!”
คำพูดประโยคนี้ของอู๋จิงคือเป้าหมายที่เจียงเฉินต้องการบรรลุพอดี แน่นอนว่าเขาไม่มีทางปฏิเสธ
หลังจากทีมพร็อพแจกจ่ายหูฟังให้ทุกคนแล้ว ลัตสกี้ นักแสดงชาวหมีขาวที่แสดงคู่กับอู๋จิงถึงกับอึ้งกันไปเลย
โดยเฉพาะตอนที่ทีมพร็อพสาธิตวิธีเปิดสวิตช์หูฟังให้เขาดู แสงจากหูฟังสะท้อนเข้าตาเขา ความตกตะลึงที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ในดวงตาก็ไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป
เขาไม่เคยเห็นพร็อพที่สมจริงขนาดนี้ในหนังเรื่องไหนมาก่อนเลย
หูฟังที่เปล่งแสงสีฟ้าอมเขียว ราวกับหลุดออกมาจากโลกไซไฟจริง ๆ
ก่อนหน้านี้ลัตสกี้ก็เคยรับบทตัวประกอบในหนังฮอลลีวูดของอเมริกามาบ้าง เดิมทีเขาก็ไม่ได้เห็นหัวหนังเรื่องดาวพเนจรฝ่าสุริยะหรอก คิดว่าคงจะหยาบและลวกเหมือนหนังไซไฟเรื่องก่อน ๆ ของประเทศหลงนั่นแหละ
เดิมทีลัตสกี้ก็แค่กะจะมารับบทตัวประกอบ หาเงินไว ๆ แล้วก็ชิ่ง แต่ในตอนนี้ เขาได้เก็บซ่อนความดูแคลนนั้นเอาไว้แล้ว
แค่หูฟังอันเดียวยังประณีตขนาดนี้ ดูท่าหนังเรื่องนี้คงตั้งใจทำจริง ๆ แฮะ
ลัตสกี้ที่ตอนแรกแค่กะจะมาเดินผ่านกล้องเล่น ๆ ในเวลานี้ ภายในใจก็เกิดความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันสังเกตเห็น
(จบบท)