- หน้าแรก
- สั่งพร็อพประกอบฉาก แต่ไหงได้ลิฟต์อวกาศมาซะงั้น?!
- บทที่ 4 ลิขสิทธิ์ดีไซน์หูฟังต้องเป็นของผม!
บทที่ 4 ลิขสิทธิ์ดีไซน์หูฟังต้องเป็นของผม!
บทที่ 4 ลิขสิทธิ์ดีไซน์หูฟังต้องเป็นของผม!
ซุนซ่างมองดูหูฟังในมือ แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า
“เสี่ยวเจียง งบมันสูงเกินไปนะ เราต้องหาทางลดต้นทุนลงมาให้ได้ งบสำหรับหูฟังแต่ละอันมีแค่ห้าร้อยหยวนเท่านั้น จู่ ๆ ก็ขึ้นราคามาตั้งสองเท่าแบบนี้ จะให้ฉันไปพูดกับผู้กำกับกัวยังไงล่ะ?”
เจียงเฉินยิ้มบาง ๆ ไม่ได้มีท่าทีเดือดร้อนอะไรเลย “พี่ซุน นี่เป็นราคาต่ำสุดที่เราให้ได้แล้วครับ ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น ของที่ทำออกมาในราคาห้าร้อยหยวน ก็คงใช้ได้กับกองถ่ายทั่วไปเท่านั้นแหละครับ”
เจียงเฉินปรายตามองหูฟังในมือของจ้าวซินที่ยืนอยู่ริมกำแพงอย่างไม่ตั้งใจ
“พูดง่าย ๆ ก็คือ ผมเองก็อยากมีส่วนร่วมอุทิศตนเพื่อวงการหนังไซไฟของประเทศหลงเรา ถึงได้ยอมกดราคาให้ต่ำขนาดนี้น่ะครับ”
ซุนซ่างเหลือบมองเจียงเฉิน เขารู้สึกตงิด ๆ ว่าท่าทางของเจียงเฉินในตอนนี้มันดูคุ้นตาพิกล
เหมือนผู้กำกับกัวตอนที่เปิดโหมดพ่นไฟรัว ๆ ไม่มีผิด
“พี่ซุน เอาแบบนี้ไหมครับ ลองให้ผู้กำกับกัวดูของก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ ผมเห็นว่าคนจากโรงงานเต๋อซินก็อยู่ด้วย คงจะเอาสินค้าของพวกเขามาให้ดูเหมือนกัน ผู้กำกับกัวจะได้ดูว่าหูฟังรุ่นไหนถูกใจเขามากกว่ากัน”
เมื่อเจียงเฉินเห็นว่าซุนซ่างไม่พูดอะไร เขาจึงเป็นฝ่ายเสนอตัวไปหาผู้กำกับกัวเอง
เป้าหมายหลักที่เจียงเฉินออกมาในวันนี้ ก็คือการขายสินค้าให้ได้
หาเงินเข้ากระเป๋าทั้งที เป็นฝ่ายเข้าหาก่อนก็ไม่เห็นจะน่าอายตรงไหน!
ยิ่งไปกว่านั้น คนของโรงงานเต๋อซินก็อยู่ที่นี่ด้วย เพื่อโรงงานพร็อพสกุลเจียง เขาจะต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้!
ซุนซ่างเองก็เป็นเสือเฒ่าในวงการ เขาเข้าใจความหมายของเจียงเฉินดี และเขาก็รู้สึกว่าเรื่องนี้เขาตัดสินใจเองไม่ได้จริง ๆ จึงเห็นด้วยกับข้อเสนอของเจียงเฉิน และเตรียมตัวจะพาเขากับจ้าวซินไปหาผู้กำกับกัว
แต่ทว่าตอนที่ทั้งสามคนกำลังจะเดินออกจากประตู ผู้กำกับกัวกลับเป็นฝ่ายเดินมาหาเสียเอง
“ซุนซ่าง ทำไมยังไม่เอาหูฟังมาส่งอีก?”
ผู้กำกับกัวฝานรออยู่ที่กองถ่ายอยู่นานสองนานก็ยังไม่เห็นวี่แววของหูฟัง จนร้อนใจต้องเดินมาดูสถานการณ์ที่ทีมพร็อพด้วยตัวเอง
“ผู้กำกับกัวครับ หูฟังเพิ่งจะเอามาส่งเลยครับ ลองดูสิครับ”
ซุนซ่างรับหูฟังที่โรงงานสกุลเจียงทำจากมือคนในทีมพร็อพ แล้วส่งต่อให้กัวฝาน ส่วนเจียงเฉินก็ยืนทอดแขนสบาย ๆ อยู่ด้านข้างด้วยท่าทีสงบนิ่ง
“รอตั้งนาน หูฟังนี่มัน... เอ๊ะ?”
สายตาของกัวฝานจับจ้องไปที่แสงสีเงินที่เปล่งประกายออกมาจากตัวหูฟัง แววตาของเขาฉายแววประหลาดใจระคนยินดี
“ผิวสัมผัสดูดีทีเดียว ใครทำเนี่ย?”
ซุนซ่างดึงตัวเจียงเฉินเข้ามา แล้วแนะนำตัวให้รู้จัก “หูฟังอันนี้โรงงานสกุลเจียงเป็นคนทำครับ คนนี้คือเจียงเฉิน ลูกชายของผู้อำนวยการโรงงานครับ”
เจียงเฉินจึงกล่าวทักทายตามมารยาท
กัวฝานเห็นว่าเจียงเฉินอายุยังน้อย แต่ทุกท่วงท่ากลับดูสุขุมเยือกเย็น บวกกับที่กัวฝานพอใจกับหูฟังมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ในใจจึงเกิดความรู้สึกดี ๆ ขึ้นมาทันที
“เจียงเฉิน ฝีมือโรงงานของพวกนายยอดเยี่ยมไปเลยนะ หูฟังนี่ให้ความรู้สึกเป็นเครื่องจักรกลแบบสุด ๆ เหมือนของจริงไม่มีผิด ฉันได้ยินซุนซ่างบอกว่าหูฟังนี่ราคาแค่ห้าร้อยหยวนเอง คุ้มค่าเกินราคาไปมากเลยนะเนี่ย?”
ซุนซ่างยิ้มเจื่อน ๆ ถูมือไปมาพลางพูดกับกัวฝานว่า “ผู้กำกับกัวครับ งบมันเพิ่มขึ้นแล้วครับ ตอนนี้ราคาอันละพันห้าร้อยหยวนครับ”
“อันละพันห้าร้อยหยวน?”
“ซุนซ่าง คุณแน่ใจนะ?”
พอผู้กำกับกัวได้ยินราคาที่ซุนซ่างบอก ก็รู้สึกราวกับว่าหูฟังในมือมันร้อนลวกขึ้นมาทันที
เมื่อเจอคำถามของผู้กำกับกัว ซุนซ่างก็ทำได้เพียงโยนเผือกร้อนไปให้เจียงเฉิน “เจียงเฉิน ของเป็นของพวกนาย นายก็อธิบายให้ผู้กำกับกัวฟังเองแล้วกัน”
เจียงเฉินพยักหน้า แล้วเริ่มขายของทันที “ผู้กำกับกัวครับ หูฟังนี่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาสวยงามนะครับ คุณดูตรงนี้นะครับ ปุ่มเปิดเครื่องนี่มันกดได้จริง ๆ ครับ”
กัวฝานลองกดปุ่มเปิดเครื่องตามที่บอก
จากนั้น แสงสีฟ้าอมเขียวก็ปรากฏขึ้นบนตัวหูฟัง แสงนั้นไหลลื่นไปตามร่องบนตัวเครื่อง ก่อนจะไปบรรจบกันที่ปลายหูฟัง กลายเป็นจุดแสงสว่างวาบ
สว่างไสวราวกับไข่มุกเม็ดงามในยามค่ำคืน
หูฟังมีเอฟเฟกต์แสงด้วยเหรอเนี่ย?
แววตาของกัวฝานฉายแววตกตะลึงออกมาอย่างปิดไม่มิด
ต้องรู้ก่อนนะว่า ในภาพยนตร์ไซไฟ นอกเหนือจากซีจีแล้ว เอฟเฟกต์แสงก็ถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งเลยทีเดียว
กัวฝานที่คุ้นเคยกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดเป็นอย่างดี ย่อมรู้ดีว่าหนึ่งในอุปกรณ์ประกอบฉากที่สำคัญที่สุดในหนังระดับสตาร์วอร์สก็คือดาบเลเซอร์
ลองคิดดูสิ ดาบที่ไม่มีแสงส่องสว่างออกมา จะนับว่าเป็นพร็อพของหนังไซไฟได้ยังไง?
ดาบที่ไม่มีแสง มันจะไปต่างอะไรกับดาบในซีรีส์กำลังภายในทั่วไปล่ะ?
ของที่เจียงเฉินทำออกมามันดีมากก็จริง แต่ตอนนี้กัวฝานรู้สึกเหมือนเลือดในอกกำลังหยดติ๋ง ๆ!
หูฟังอันละพันห้าร้อยหยวน มันแพงเกินไปจริง ๆ!
ซุนซ่างเห็นกัวฝานถือหูฟังนิ่งเงียบไม่ยอมพูดจา ก็เลยกวักมือเรียกจ้าวซินให้นำหูฟังที่เขาทำเข้ามาให้ดู
“ผู้กำกับกัวครับ นี่เป็นหูฟังที่อีกโรงงานหนึ่งทำมาครับ ถ้าคิดว่าอันนั้นแพงเกินไปจริง ๆ เราจะใช้หูฟังอันนี้แทนก็ได้นะครับ”
กัวฝานยื่นมือไปรับหูฟังจากซุนซ่าง
พอมองดูปุ๊บ
เขาก็แทบจะโมโหจนเป็นลม
“ฉันจำได้ว่างบสำหรับหูฟังคือห้าร้อยหยวนใช่ไหม? คุณคิดว่าไอ้ของพรรค์นี้มันหน้าตาเหมือนของราคาห้าร้อยหยวนตรงไหน?”
คำพูดนี้สับเละแบบไม่ไว้หน้ากันเลยทีเดียว
ซุนซ่างในฐานะหัวหน้าทีมพร็อพ พอได้ยินแบบนี้ก็ถึงกับหน้าแดงก่ำ
ส่วนจ้าวซินที่ได้ยินคำพูดนี้เข้า ก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก ยืนกระสับกระส่ายอยู่กับที่
ไม่เปรียบเทียบก็คงไม่รู้ แต่พอเอามาเทียบกัน กัวฝานก็แทบจะถอนหายใจวันละร้อยรอบ
ซุนซ่างคนนี้นะ เวลาจะหาโรงงานผลิตของน่าจะหาโรงงานที่ฝีมือพอ ๆ กันมาเปรียบเทียบสิ พอมาดูตอนนี้ ฝีมือการผลิตของสองโรงงานนี้มันคนละชั้นกันชัด ๆ
ไหนบอกว่าจะตั้งใจทำหนังไซไฟฟอร์มยักษ์ออกมาไง แล้วผลลัพธ์คือไอ้นี่เนี่ยนะ?
กัวฝานถือหูฟังที่จ้าวซินเอามา แล้วหันไปเทียบกับหูฟังที่เจียงเฉินทำ ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่าหูฟังของจ้าวซินมันทุเรศลูกตาจนทนดูไม่ได้
ความต่างมันเหมือนของแท้ถูกลิขสิทธิ์กับของก็อปเกรดเอราคาถูกชัด ๆ!
ถ้าของที่จ้าวซินเอามามันพอจะถูไถใช้ได้ กัวฝานก็คงไม่ต้องมานั่งหนักใจแบบนี้หรอก
ก็เพราะมันถูกกว่าไงล่ะ
แต่เขารู้ดีว่า ดาวพเนจรฝ่าสุริยะเป็นภาพยนตร์ไซไฟ มีเพียงอุปกรณ์ประกอบฉากที่มีความสมจริงเท่านั้น ที่จะช่วยให้เขาสร้างโลกไซไฟที่สมจริงขึ้นมาได้
ถ้าพลาดรายละเอียดไปแค่นิดเดียว หนังทั้งเรื่องก็อาจจะพังไม่เป็นท่าได้เลย
ประเทศหลงสร้างหนังไซไฟมาตั้งกี่เรื่องต่อกี่เรื่อง มีเรื่องไหนบ้างที่ไม่ถูกด่าเละเทะเพราะงานสร้างที่หยาบและลวก?
อย่าว่าแต่นักแสดงจะอินไม่ลงเลย คนดูก็หลุดโฟกัสเหมือนกันนั่นแหละ
กัวฝานไม่อยากจะซ้ำรอยเดิมอีกแล้ว
การจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของภาพยนตร์ไซไฟเป็นเรื่องที่ยากมาก กัวฝานรู้ดี
หนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากผลงานของต้าหลิว ถ้าดัดแปลงออกมาดี แฟนนิยายก็คงไม่พอใจอยู่ดี แต่ถ้าดัดแปลงออกมาแย่ ก็ต้องโดนด่าเปิงแน่นอน
แม้จะอยู่ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ เขาก็ยังอยากจะทุ่มสุดตัวลองสู้ดูสักตั้ง
ก่อนหน้านี้กัวฝานเคยไปเยี่ยมชมกองถ่ายหนังฟอร์มยักษ์ของฮอลลีวูดที่อเมริกามาก่อน ความอลังการของพร็อพสารพัดชนิดที่งดงามตระการตาในนั้น ยังคงสร้างความตื่นตะลึงและตราตรึงอยู่ในใจเขาไม่รู้ลืม
ในเมื่ออเมริกาสามารถสร้างหนังระดับอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่แบบนี้ได้ แล้วทำไมประเทศหลงถึงจะทำไม่ได้ล่ะ?
ใคร ๆ ก็บอกว่าประเทศหลงสร้างหนังไซไฟแนวฮาร์ดคอร์ระดับอุตสาหกรรมไม่ได้หรอก แต่เขาไม่เชื่อเด็ดขาด
คนอื่นไม่กล้าทำ งั้นเขาจะเป็นคนบุกเบิกให้เอง!
ตอนที่กำลังเตรียมงานสร้างภาพยนตร์ กัวฝานก็กังวลมาตลอดว่าพร็อพจะทำออกมาไม่ได้ดั่งใจ
แต่ตอนนี้ เขามองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้ว
กัวฝานมองดูหูฟังที่เจียงเฉินนำมา ไม่ว่าจะเป็นเส้นสาย รูปลักษณ์ภายนอก หรือผิวสัมผัส ล้วนไร้ที่ติในทุก ๆ ด้าน
ให้ความรู้สึกเหมือนหยิบของจริงออกมาจากโลกไซไฟเลยทีเดียว
คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว
กัวฝานตัดสินใจอย่างเด็ดขาด “ตกลง พันห้าร้อยหยวนก็พันห้าร้อยหยวน เจียงเฉิน นายต้องรับประกันนะว่าคุณภาพของทุกอันจะต้องเหมือนกับอันนี้เป๊ะ ๆ”
เมื่อได้ยินว่าผู้กำกับกัวเลือกที่จะร่วมงานกับโรงงานสกุลเจียง เจียงเฉินก็รีบตอบรับทันที “ไม่มีปัญหาครับ แต่ว่าผู้กำกับกัวครับ ราคานี้เป็นราคาพิเศษสำหรับกองถ่ายเท่านั้นนะครับ แต่ลิขสิทธิ์การออกแบบโดยรวมของหูฟังทั้งหมด จะต้องตกเป็นของโรงงานสกุลเจียงของเราครับ”
“อะไรนะ? หูฟังนี่ทีมพร็อพของเราไม่ได้เป็นคนออกแบบหรอกเหรอ?”
กัวฝานโพล่งถามออกไปด้วยความตกใจ
(จบบท)