เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 หลินปู้ฝานถูกชาวเน็ตทัวร์ลง

บทที่ 2 หลินปู้ฝานถูกชาวเน็ตทัวร์ลง

บทที่ 2 หลินปู้ฝานถูกชาวเน็ตทัวร์ลง


บทที่ 2 หลินปู้ฝานถูกชาวเน็ตทัวร์ลง

หน้าสถานีตำรวจ สายลมแผ่วเบาพัดพาความเย็นเยียบมาจางๆ

หลินจือเซี่ยก้าวฉับๆ มาหยุดตรงหน้าหลินปู้ฝาน กวาดสายตามองเขารอบตัว แววตาปิดบังความห่วงใยเอาไว้ไม่มิด "ไอ้ตัวแสบ เป็นอะไรหรือเปล่า? พวกนั้นทำอะไรแกไหม?"

หลินปู้ฝานมองความห่วงใยในแววตาของพี่สาว ความรู้สึกผิดและความอบอุ่นที่มาจากส่วนลึกในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมเอ่อล้นขึ้นมาอีกครั้ง ถึงขั้นรู้สึกว่าคำด่าว่า 'ไอ้ตัวแสบ' นี่มันช่างสนิทสนมคุ้นเคยเสียจริง เขาส่ายหน้า ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม "ไม่เป็นไรครับเจ๊"

"เจ๊ที่ไหน แกเรียกใครว่าแก่!" หลินจือเซี่ยกลอกตาบน เห็นท่าทางกวนประสาทน่าโดนอัดของหลินปู้ฝานแล้วก็ค่อยวางใจลงได้บ้าง จึงพูดต่อว่า "สภาพนี้แกเรียกว่าไม่เป็นไรเหรอ? หลินปู้ฝาน แกจำได้ไหมว่าแกไปก่อเรื่องใหญ่ขนาดไหนไว้..."

ซูวั่งอวี่ที่อยู่ข้างๆ ขยับแว่นตากรอบทองบนดั้งจมูก รีบพูดขัดขึ้นมา "พี่จือเซี่ย ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้นะคะ พวกเราขึ้นรถกันก่อนเถอะ ที่นี่คนพลุกพล่าน หูตาเยอะแยะ"

พูดพลางหล่อนก็เปิดประตูรถ แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่หลินปู้ฝาน หลินปู้ฝานคนนี้... มีบางอย่างผิดปกติ!

ถ้าเป็นหลินปู้ฝานเมื่อก่อน เวลาเจอเรื่องแบบนี้ ถ้าไม่โวยวายสติแตก ก็ต้องกลัวจนหัวหด ร้องห่มร้องไห้หาคนในครอบครัวให้ช่วยแล้ว

แต่ตอนนี้ เขากลับนิ่งสงบ... สงบเสียจนซูวั่งอวี่แทบจะเชื่อมโยงเขากับหลินปู้ฝานในความทรงจำไม่ได้เลย

โดยเฉพาะในห้องสอบสวน เขาเป็นคนยืนอยู่ตรงนั้น ส่วนตำรวจที่ชื่อถังซงกลับลงไปนอนกุมท้องขย้อนน้ำดีอยู่บนพื้น ภาพแบบนั้น... ไม่ว่าคิดยังไง คนที่ลงไปนอนกองกับพื้นก็ควรจะเป็นหลินปู้ฝานมากกว่าไม่ใช่หรือไง

เมื่อเข้ามานั่งในเบาะหลังของรถโรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) ความเงียบสงบอันหรูหราภายในรถก็ตัดขาดความวุ่นวายจากโลกภายนอก

หลินจือเซี่ยยังคงโมโหไม่หาย ถลึงตาใส่เขา "แกก็พูดอะไรบ้างสิ! สรุปมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ผู้หญิงที่ชื่อหลิ่วหรูเยียนนั่น แกกับหล่อนมีความสัมพันธ์ยังไง?"

"ไม่สนิท" หลินปู้ฝานพ่นคำสองคำออกมาเรียบๆ หลับตาลง เอนหลังพิงเบาะหนังนุ่มสบาย คล้ายกับกำลังพักสายตา

เขาต้องการเวลาเพื่อย่อยข้อมูลของร่างกายนี้และโลกใบนี้อย่างละเอียด และยิ่งต้องเรียบเรียงให้ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นมันยังไงกันแน่ เปิดเรื่องมาก็ฟ้องร้องว่าข่มขืนเลยเนี่ย มีความแค้นอะไรกันนักหนา

"ไม่สนิท? ไม่สนิทแล้วแกจะไปนอนเตียงเดียวกับหล่อนได้ยังไง?" หลินจือเซี่ยแทบจะถูกท่าทาง 'ทองไม่รู้ร้อน' ของเขาทำให้โมโหจนหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก

ซูวั่งอวี่ถอนหายใจ หยิบแท็บเล็ตออกมาจากกระเป๋าเอกสารข้างตัว ยื่นส่งให้ "ไอ้ตัวแสบ นายลองดูนี่ก่อน เรื่องนี้... อาจจะยุ่งยากกว่าที่พวกเราคิดไว้"

หลินปู้ฝานลืมตาขึ้น รับแท็บเล็ตมา

บนหน้าจอ ปรากฏหน้าต่างไลฟ์สดอย่างชัดเจน ยอดคนดูออนไลน์ทะลุหลักล้านไปแล้ว และยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

ในภาพถ่ายทอดสด คือใบหน้าที่เขาเพิ่งจะได้เจอมาเมื่อไม่นานนี้... หลิ่วหรูเยียน

หล่อนเปลี่ยนมาใส่ชุดเดรสสีขาวเรียบๆ ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอาง ปล่อยผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาหงส์คู่นั้นแดงก่ำและบวมเป่งราวกับลูกวอลนัทสองลูก หล่อนกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่หน้ากล้อง

"สวัสดีค่ะชาวเน็ตและพี่น้องทุกคน ฉันชื่อหลิ่วหรูเยียน... ฉันขอออกมายืนหยัด และขอใช้ชื่อจริงเพื่อแจ้งความเอาผิดหลินปู้ฝาน..."

น้ำเสียงของหล่อนแหบพร่า เจือเสียงสะอื้น ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจและสิ้นหวัง

"ฉันรู้ดีว่า การที่ฉันลุกขึ้นมาพูด อาจจะต้องเผชิญกับคำครหามากมาย หรือถึงขั้นหมดอนาคต ชาติตระกูลของเขายิ่งใหญ่คับฟ้า มีอำนาจล้นฟ้าล้นแผ่นดิน ส่วนฉันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ไม่มีเส้นสายอะไร ฉันสู้เขาไม่ได้หรอกค่ะ ฉันสู้เขาไม่ได้จริงๆ..."

"แต่ว่า... ถ้าฉันไม่ออกมาพูด นั่นหมายความว่าฉันยอมรับสภาพใช่ไหม? ยอมรับว่าผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างพวกเรา สมควรแล้วที่จะถูกลูกหลานผู้มีอำนาจพวกนี้รังแก? วันนี้ฉันยอมเอาหน้าตัวเองเข้าแลก ฉันแค่อยากจะทวงความยุติธรรมให้กับตัวเอง! ฉันขอร้องล่ะค่ะ ทุกคนช่วยฉันด้วย!"

พูดจบ หล่อนก็โค้งคำนับให้กล้องอย่างสุดซึ้ง เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียน น้ำตายิ่งร่วงหล่นราวกับไข่มุกสายขาด ท่าทางน่าสงสารจับใจเช่นนั้น มากพอที่จะกระตุ้นสัญชาตญาณการปกป้องของคนปกติทุกคนได้

ช่องคอมเมนต์ในไลฟ์สด ตอนนี้บ้าคลั่งไปแล้วอย่างสมบูรณ์

"เชี่ย! ไอ้หลินปู้ฝานนี่มันจะกร่างเกินไปแล้ว! โดนจับแล้วยังรอดตัวมาได้อีกเนี่ยนะ?"

"สงสารพี่สาวจัง อย่ากลัวไปเลยนะ พวกเราสนับสนุนคุณ!"

"คุณชายอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงอะไรกัน? ถุย! ก็แค่เศษสวะ! คนพรรค์นี้ไม่เอาไปยิงทิ้ง จะเก็บไว้ดูเล่นตอนปีใหม่หรือไง?"

"ดันแฮชแท็ก #ลงโทษหลินปู้ฝานขั้นเด็ดขาด# ให้ขึ้นเทรนด์! ส่งมันไปเหยียบจักรเย็บผ้าในคุกซะ!" (หมายเหตุ: เหยียบจักรเย็บผ้า = แสลงหมายถึงการใช้แรงงานนักโทษในเรือนจำ)

"บ้านมันรวยนักไม่ใช่เหรอ? แม่มันคือซูหว่านชิงที่เป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งสินะ? มีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นสิ? @ตำรวจนครบาลเมืองหลวง พวกแกเป็นตำรวจประสาอะไรวะเนี่ย!"

เมื่อเห็นคอมเมนต์ที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นเหล่านี้ ใบหน้าของหลินจือเซี่ยก็ซีดเผือด หล่อนคว้าแท็บเล็ตแย่งกลับมา โกรธจนมือสั่น "ไอ้สารเลวเอ๊ย! ยัยนี่มันกำลังพล่ามบ้าอะไรอยู่! หล่อนกำลังจะทำลายแกนะ!"

สีหน้าของซูวั่งอวี่ก็เคร่งเครียดถึงขีดสุด หล่อนเลื่อนหน้าจออย่างรวดเร็ว เอ่ยเสียงขรึม "ไม่ใช่แค่ไลฟ์สดนะ เธอคอยดูสิ ใน 10 อันดับแรกของเทรนด์ฮิตบนโต่วอิน มี 7 อันดับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้  #หลินปู้ฝานข่มขืน#,

#ลูกชายมหาเศรษฐีถูกแฉคดีล่วงละเมิด#,   #เหยื่อสาวไลฟ์สดร่ำไห้#...  กระแสสังคมมันจุดติดหมดแล้ว ฝ่ายนั้นเตรียมตัวมาอย่างดี แถมยังมีทีมงานมืออาชีพคอยปั่นกระแสอยู่เบื้องหลังด้วย"

หล่อนชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงจริงจังขึ้นกว่าเดิม "ที่แย่ที่สุดก็คือ... สถานีตำรวจตงเฉิงเพิ่งจะออกประกาศอย่างเป็นทางการ"

หล่อนเปิดข่าวอีกข่าวขึ้นมาให้ดู

[ประกาศจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ: เกี่ยวกับกรณีที่ชาวเน็ตกล่าวหาว่า "นายหลิน (นามสมมุติ) พัวพันกับคดีข่มขืนกระทำชำเรา" ทางสถานีย่อยของเราได้ดำเนินการรับแจ้งความและเริ่มสืบสวนตามกฎหมายแล้วในวันนี้ ขณะนี้ คดีกำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติม ขอให้ชาวเน็ตทุกท่านอย่าเพิ่งหลงเชื่อหรือส่งต่อข่าวลือ โปรดรอผลการสืบสวนอย่างเป็นทางการ]

ประกาศฉบับนี้ ราวกับเป็นการสาดน้ำเย็นลงในกระทะน้ำมันที่กำลังเดือดพล่าน ระเบิดตู้มขึ้นมาในทันที

"กำลังสืบสวน? จับคนไปแล้ว หลักฐานก็มัดตัวแน่นหนา แต่พวกแกกลับปล่อยตัวมาเนี่ยนะ นี่มันสืบสวนหาพระแสงอะไร! เห็นชัดๆ ว่าปกปิดความผิดให้กัน!"

"หึๆ เข้าใจละ เริ่มเตะถ่วงเวลา หวังรอให้กระแสซา แล้วพวกข้าราชการก็ปกป้องพวกเดียวกันเอง กดเรื่องให้เงียบสินะ"

"อย่าเชื่อข่าวลืออย่าส่งต่อข่าวลือ? แล้วรอยช้ำบนคอของพี่สาวหลิ่วหรูเยียนมันของปลอมหรือไง? พวกแกเห็นชาวเน็ตเป็นคนตาบอดเหรอ?"

"อำนาจทุนนิยมมันน่ากลัวเกินไปแล้ว แม้แต่ประกาศของตำรวจยังเขียนแบบคลุมเครือขนาดนี้เลย"

"พี่น้อง บุกไปถล่มแอคเคานต์ออฟฟิเชียลของตำรวจนครบาลเมืองหลวงกัน! วันนี้ถ้าไม่ได้คำอธิบาย เรื่องนี้ไม่จบแน่!"

หลินจือเซี่ยมองดูคอมเมนต์เหล่านี้ รู้สึกราวกับโลกหมุนคว้าง

สถานการณ์หลุดลุ่ยเหนือการควบคุมไปโดยสมบูรณ์แล้ว ในยุคอินเทอร์เน็ตแบบนี้ หากถูกแปะป้ายว่าเป็น "นักข่มขืน" และถูกกระแสสังคมตอกฝาโลงประจานไปแล้ว ต่อให้สุดท้ายจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ชาตินี้ทั้งชาติก็ถือว่าจบเห่แล้ว

หล่อนหันขวับไปมองหลินปู้ฝาน น้ำเสียงแฝงความเด็ดขาด "ปู้ฝาน... ถ้าไม่ไหวจริงๆ แกหนีไปต่างประเทศก่อนเถอะ!"

ซูวั่งอวี่ขมวดคิ้วแน่น สมองกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว ในฐานะทนายความ หล่อนรู้ดีว่าสถานการณ์ตรงหน้านี้พวกตนตกเป็นรองมากแค่ไหน อีกฝ่ายไม่ยอมเล่นตามเกมกฎหมายด้วย แต่เลือกที่จะคว่ำกระดานแล้วใช้กระแสสังคมมาเล่นงานแทน เดินหมากตานี้ได้สวยงามจริงๆ

ทว่า บุคคลที่อยู่ท่ามกลางจุดศูนย์กลางของพายุอย่างหลินปู้ฝาน กลับยังคงพิงพนักเบาะ บนใบหน้าไม่มีแม้แต่ร่องรอยของอารมณ์ใดๆ แสดงออกมาให้เห็น เขาเพียงแค่ทอดสายตามองทิวทัศน์ของถนนที่ถอยร่นไปอย่ารวดเร็วนอกหน้าต่าง นัยน์ตาลึกล้ำคู่นั้นสะท้อนแสงไฟนับหมื่นดวงของเมืองหลวง แต่กลับเย็นเยียบยิ่งกว่าดวงดาวในคืนที่เหน็บหนาวเสียอีก

เขาค่อยๆ เอ่ยปาก น้ำเสียงไม่ดังนัก แต่กลับดังก้องชัดเจนเข้าไปในหูของทุกคนในรถ

"พี่... ยัยปลาบื้อ"

"ไม่ต้องรีบ เกมนี้... มันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหากล่ะ"

จบบทที่ บทที่ 2 หลินปู้ฝานถูกชาวเน็ตทัวร์ลง

คัดลอกลิงก์แล้ว