เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 เปิดเรื่องมาก็โดนฟ้องว่าข่มขืนเลยเนี่ยนะ?

บทที่ 1 เปิดเรื่องมาก็โดนฟ้องว่าข่มขืนเลยเนี่ยนะ?

บทที่ 1 เปิดเรื่องมาก็โดนฟ้องว่าข่มขืนเลยเนี่ยนะ? 


บทที่ 1 เปิดเรื่องมาก็โดนฟ้องว่าข่มขืนเลยเนี่ยนะ?

ปวด... ปวดหัวแทบระเบิด

หลินปู้ฝานเบิกตาโพลง นวดขมับที่ปวดตุบๆ ด้วยความมึนงง

เขาเพิ่งจะถูกรถบรรทุกชนจนร่างแหลกเหลวไปแล้วไม่ใช่หรือ? นี่เขาทะลุมิติมาอยู่ต่างโลกจริงๆ งั้นหรือ?

เมื่อสายตาเริ่มปรับโฟกัสได้ ภาพแรกที่ปรากฏคือโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดใหญ่ในโรงแรมหรูหรา กลิ่นอายของน้ำหอมผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยอวลอยู่ในอากาศ ฟูกใต้ร่างนุ่มจนเกินพอดี และที่ข้างกาย มีเรือนร่างอวบอิ่มขาวเนียนของหญิงสาวนางหนึ่งกำลังแนบชิดติดกับเขา

หญิงสาวดูเหมือนจะรู้สึกตัวจากการเคลื่อนไหวของเขา ขนตายาวงอนขยับไหว ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาขึ้นมา

"กรี๊ดดดด!"

เสียงกรีดร้องราวกับใจจะขาดดังลั่น

หญิงสาวผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ดึงผ้าห่มไหมมาพันตวัดรัดกายจนแน่น หดตัวคุดคู้ไปที่มุมเตียง มองเขาด้วยแววตาน่าสงสาร น้ำตาไหลพรากสั่งได้ดั่งใจนึก "นายน้อยหลิน... ทะ...ทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้?"

การแสดงของหล่อนเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ทุกจังหวะการสั่นเทา ทุกเสียงสะอื้นไห้ ราวกับผ่านการซักซ้อมมาเป็นอย่างดี

ทว่าดวงตาอันเฉียบคมของหลินปู้ฝาน กลับจับสังเกตเห็นหางตาของหล่อนที่ลอบมองไปยังกระถางต้นไม้ตรงมุมห้อง... ที่ตรงนั้น มีจุดสีแดงเล็กๆ กำลังกะพริบอยู่

กล้องรูเข็ม

หลินปู้ฝานไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร ความทรงจำแปลกปลอมถาโถมเข้าสู่สมองราวกับน้ำหลาก ยี่สิบสามปีในชีวิตของ "หลินปู้ฝาน" คุณชายเสเพลอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ฉายชัดราวกับภาพยนตร์ที่ถูกกดกรอไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

บิดาเป็นผู้มีอิทธิพลในกองทัพ มารดาเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของวงการธุรกิจ พี่สาวเป็นแพทย์นิติเวชระดับท็อป อาอีกสองคนล้วนเป็นข้าราชการระดับสูงในส่วนภูมิภาค และปู่ของเขา... ยิ่งเป็นถึงบุคคลระดับยอดพีระมิดของแคว้นมังกร

เรียกได้ว่าภูมิหลังยิ่งใหญ่คับฟ้า ชาติตระกูลสูงส่งเกินใคร

แต่เจ้าของร่างเดิม กลับเป็นขยะไม่เอาถ่านโดยสมบูรณ์แบบ

ส่วนเขา นักฆ่าระดับแนวหน้าเจ้าของรหัสลับ "พรุ่งนี้" (Tomorrow) หัวหน้าองค์กรนักเก็บกวาดที่มือเปื้อนเลือดมานับไม่ถ้วน กลับทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณชายเสเพลที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดคนนี้เสียได้

มองดูหญิงสาวตรงหน้าที่ยังคงแสดงละครอย่างสุดความสามารถ ความคิดแรกของหลินปู้ฝานคือ ทำให้หล่อนหุบปากไปตลอดกาล ด้วยทักษะของเขา เขาสามารถทำให้ผู้หญิงคนนี้และไฟล์วิดีโอนั้นระเหยหายไปจากโลกโดยไม่เหลือร่องรอยใดๆ ได้อย่างง่ายดาย

แต่ความคิดนั้นก็แล่นเข้ามาเพียงวูบเดียว

ชาติก่อน เขาเป็นดั่งจอกแหนไร้ราก การฆ่าฟันคือหนทางเดียวในการเอาชีวิตรอด มาชาตินี้ เขามี "ครอบครัว" แล้ว และจากความยึดติดที่ยังหลงเหลืออยู่ของหลินปู้ฝาน ดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกผิดต่อครอบครัวเหล่านี้มาก โดยเฉพาะพี่สาวคนนั้น...

เฮ้อ หลินปู้ฝานลอบถอนหายใจ ในใจคิดว่า ในเมื่อก็รู้ตัวว่าตัวเองไม่เอาไหน แล้วจะหาเรื่องใส่ตัวไปเพื่ออะไรกัน

ทว่าในเมื่อยึดครองร่างของนายมาแล้ว ถ้าอย่างนั้น... ฉันจะยอมเล่นเป็นเพื่อนพวกมันสักหน่อยก็แล้วกัน

หญิงสาวเห็นหลินปู้ฝานไม่ตอบสนองใดๆ แววตาของหล่อนก็ฉายแววลุกลี้ลุกลน ก่อนจะรีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา และโทรแจ้งความด้วยมือที่สั่นเทา

"หึ" หลินปู้ฝานแค่นหัวเราะในใจ

เปิดเรื่องมาก็โดนผู้หญิงฟ้องร้องปรักปรำว่าข่มขืนเลยเนี่ยนะ? ช่างเป็นการเริ่มต้นที่พังพินาศเสียจริง

ไม่ๆๆ เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก

ส่วนเหตุผลที่มั่นใจนักหนาว่าเป็นการปรักปรำนั้น... เขาคิดว่าใครก็ตามที่เคยดื่มเหล้าคงรู้กันดีว่า ในยามที่เมามายจนภาพตัด ลำกล้องของคุณมันไม่มีทางผงาดขึ้นมาได้หรอก ไอ้อาการที่เรียกว่า 'เมาจนขาดสติแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศ' น่ะ มันไม่มีอยู่จริง...

"ปัง!"

ไม่นานนัก ประตูห้องพักของโรงแรมก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างหยาบคาย กลุ่มตำรวจกรูกันเข้ามา นำโดยชายวัยกลางคนหน้าเหลี่ยม ผมเกรียน ที่มีแววตาดุดัน

"ตำรวจ! ทุกคนห้ามขยับ!" ชายคนนั้นตวาดลั่น สายตาจับจ้องไปที่หลินปู้ฝาน

เขาชื่อ 'ถังซง' เป็นตำรวจสายสืบมือเก๋าประจำสถานีตำรวจเขตตงเฉิง

หลิ่วหรูเยียนรีบพุ่งตัวเข้าไปหาทันที ร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาอาบแก้ม "คุณตำรวจคะ ช่วยฉันด้วย! เขา... เขาข่มขืนฉัน!"

ในแววตาของถังซงฉายความรังเกียจและเหยียดหยามออกมาวูบหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าเขาเคยได้ยินชื่อเสียงอันฉาวโฉ่ของ "คุณชายเสเพลอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง" อย่างหลินปู้ฝานมานานแล้ว เขาโบกมือ ตำรวจสองนายก็เดินเข้าไปสวมกุญแจมือเย็นเฉียบเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างของชายหนุ่ม

ตั้งแต่ต้นจนจบ บนใบหน้าของหลินปู้ฝานไม่มีคลื่นอารมณ์ใดๆ ปรากฏให้เห็น ไม่ได้เอ่ยปากแม้แต่ครึ่งคำ ความเยือกเย็นที่ผิดปกตินี้ กลับทำให้ตำรวจมากประสบการณ์อย่างถังซงรู้สึกใจสั่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

สถานีตำรวจเขตตงเฉิง ห้องสอบสวน

หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่สว่างจ้าแขวนอยู่เหนือศีรษะ สาดส่องใบหน้าที่หล่อเหลาเกินพอดีของหลินปู้ฝานจนดูซีดเซียวไร้สีเลือด

"ชื่อ?"

"……"

"อายุ?"

"……"

"พูดมา! เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมแกถึงไปนอนอยู่กับหลิ่วหรูเยียนได้?" น้ำเสียงของถังซงเต็มไปด้วยแรงกดดัน พยายามใช้คำถามชี้นำเพื่อเค้นคำให้การ

ทำไมแกถึงไปนอนอยู่กับหลิ่วหรูเยียนได้?

คำถามนี้ถามได้ดีจริงๆ หากคุณตอบว่า 'ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันเมามาก'

ถ้าเช่นนั้นก็ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้ยอมรับแล้วว่านอนกับเธอจริงๆ และคำถามต่อไปก็คือ 'แล้วคุณได้ใช้กำลังบังคับข่มขู่หลิ่วหรูเยียนเพื่อมีเพศสัมพันธ์กับเธอหรือไม่?'

หากเป็นหลินปู้ฝานคนก่อนคงจะลนลานตอบไปแล้วว่า 'ฉันไม่ได้ทำ หล่อนเต็มใจเสนอตัวมาเองต่างหาก'

ถ้าเป็นแบบนั้นก็จบเห่ บวกกับคำให้การของหลิ่วหรูเยียน ข้อหาข่มขืนก็ดิ้นไม่หลุดแน่ๆ

ทว่า ในเวลานี้หลินปู้ฝานเพียงแค่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เปลือกตาปิดลงครึ่งหนึ่ง ราวกับกำลังหลับอยู่ ตอนนี้เขากำลังปรับตัวให้เข้ากับร่างกายที่ถูกสุรานารีสูบจนกลวงโบ๋นี้ ในขณะเดียวกันก็กำลังวิเคราะห์ตำรวจที่อยู่ตรงหน้าไปด้วย

ทุกการแสดงออกทางสีหน้าเล็กๆ น้อยๆ ของถังซง ทุกจังหวะการหายใจที่เปลี่ยนไป ล้วนถูกประกอบสร้างขึ้นเป็นข้อมูลตัวบุคคลอย่างสมบูรณ์แบบในหัวของเขา: หหยิ่งยโส เกลียดชังพวกผู้ดีมีอำนาจ และร้อนวิชาอยากสร้างผลงาน

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป หลินปู้ฝานไม่แตะน้ำสักหยด และไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว

ความอดทนของถังซงหมดลงแล้ว เขาส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่จดบันทึกออกไป จากนั้นก็มีเสียง "แกร๊ก" ดังขึ้น เขากดปิดกล้องวงจรปิด

ภายในห้องสอบสวนเหลือเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น

"หลินปู้ฝาน อย่าคิดนะว่าแกเงียบแล้วมันจะจบแค่นี้" ถังซงเดินเข้าไปหาเขา มองต่ำลงมาพร้อมกับแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา "ไอ้พวกขยะที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดอย่างแก ฉันเห็นมาเยอะแล้ว จะบอกความจริงให้เอาบุญนะ ต่อให้แกไม่พูดสักคำ ฉันก็สามารถส่งแกเข้าซังเตได้ด้วยพยานหลักฐานที่มีอยู่แล้วโว้ย!"

พูดจบ เขาก็ยกมือขึ้น หวังจะตบหน้าหลินปู้ฝานเบาๆ เพื่อเป็นการหยามเกียรติ

ทว่า ข้อมือของเขากลับถูกมือข้างหนึ่งคว้าหมับเอาไว้กลางอากาศ

มือข้างที่สมควรจะถูกใส่กุญแจมือล็อกติดไว้กับเก้าอี้!

ม่านตาของถังซงหดเกร็งอย่างรุนแรง เขาถึงกับมองไม่ทันด้วยซ้ำว่าหลินปู้ฝานปลดกุญแจมือออกไปตั้งแต่ตอนไหน!

"ตัวตลกสิ้นดี"

หลินปู้ฝานค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยเกียจคร้าน บัดนี้กลับเย็นเยียบเสียดกระดูก ภายในนั้นเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่ลึกจนหยั่งไม่ถึง เขาบีบข้อมือของถังซง เพียงแค่ออกแรงเล็กน้อย เสียงกระดูกเคลื่อน "กร๊อบ" ก็ดังก้องชัดเจน

"อ๊ากกก!" ถังซงแผดเสียงร้องลั่น หยาดเหงื่อเย็นผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากในชั่วพริบตา

วินาทีต่อมา หลินปู้ฝานก็ลุกขึ้นยืน มืออีกข้างพุ่งราวกับสายฟ้าแลบเข้าบีบคอถังซง ยกตัวเขาขึ้นจนลอยเหนือพื้น ก่อนจะกระแทกอัดเข้ากับกำแพงอย่างแรง

"อึก..." ถังซง ตำรวจสายสืบมือเก๋าผู้นี้ เมื่ออยู่ใต้เงื้อมมือของหลินปู้ฝาน กลับไม่ต่างอะไรกับไก่ที่รอถูกเชือด สองเท้าลอยเหนือพื้น เขาพยายามดิ้นรนอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่กลับไม่อาจสั่นคลอนมือของหลินปู้ฝานที่บีบรัดคอตัวเองอยู่ได้เลยแม้แต่น้อย

ความรู้สึกขาดอากาศหายใจถาโถมเข้ามาดั่งเกลียวคลื่น หลินปู้ฝานมีสีหน้าเรียบเฉย ปล่อยหมัดหนักๆ กระแทกเข้าที่หน้าท้องของถังซงอย่างจัง

"เชี่ย--"

ถังซงรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดรุนแรงที่แล่นปราดเข้าใส่ช่องท้อง เมื่อถูกปล่อยตัว เขาก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น กุมท้องเอาไว้ ขย้อนเอาน้ำดีออกมา ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้เขาไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้

หลินปู้ฝานมองต่ำลงมาที่เขาด้วยสายตาเย็นชา ซ้ำยังหยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะขึ้นมาเช็ดมืออย่างเชื่องช้า

วินาทีนั้นเอง ประตูห้องสอบสวนก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"

เสียงผู้หญิงที่ฟังดูเยือกเย็นและเฉียบขาดดังขึ้น ที่หน้าประตูมีผู้หญิงสองคนยืนอยู่ ด้านหลังมีผู้กำกับการสถานีตำรวจที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นเดินตามมาด้วย

หญิงสาวที่เดินนำหน้าสวมชุดเดรสตัดเย็บประณีต นัยน์ตาสวยดุดัน บุคลิกเย็นชา หล่อนคือแพทย์นิติเวชระดับ

ท็อปของประเทศ พี่สาวของหลินปู้ฝาน... 'หลินจือเซี่ย'

เมื่อหล่อนเห็นภาพเหตุการณ์ข้างใน ใบหน้าที่เย็นชาราวกับภูเขาน้ำแข็งก็เผยความประหลาดใจออกมา เอ๊ะ? คนที่นอนกองอยู่บนพื้นมันควรจะเป็นน้องชายไม่เอาถ่านของฉันไม่ใช่เหรอ...

คนที่เดินตามอยู่ข้างกายหลินจือเซี่ย คือ 'ซูวั่งอวี่' ในชุดสูททำงาน หล่อนมีใบหน้าที่สวยสดงดงามระดับล่มเมือง หางตาหงส์ตวัดขึ้นเล็กน้อย ไฝหยาดน้ำตาที่ใต้หางตายิ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์เย้ายวนที่ทำให้ผู้คนรู้สึกอยากทะนุถนอม

หล่อนคือเพื่อนสมัยเด็กของหลินปู้ฝาน และยังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งวงการกฎหมายของเมืองหลวงอีกด้วย

สายตาของซูวั่งอวี่กวาดมองถังซงที่นอนกองอยู่บนพื้นสลับกับหลินปู้ฝานที่มีสีหน้าไม่ยี่หระ หล่อนลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะปรับสีหน้าให้ขึงขัง และกล่าวกับถังซงบนพื้นด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

"ฉันคือทนายความของหลินปู้ฝาน ซูวั่งอวี่... และตอนนี้ ฉันต้องการขอประกันตัวลูกความของฉันค่ะ"

จบบทที่ บทที่ 1 เปิดเรื่องมาก็โดนฟ้องว่าข่มขืนเลยเนี่ยนะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว