- หน้าแรก
- มหาอำนาจสีเงิน ผู้พิชิตแกรนด์ไลน์
- บทที่ 49 - ฟีนิกซ์ มาร์โก
บทที่ 49 - ฟีนิกซ์ มาร์โก
บทที่ 49 - ฟีนิกซ์ มาร์โก
บทที่ 49 - ฟีนิกซ์ มาร์โก
คู่ต่อสู้ของไป๋ชวนในตอนแรกคือพวกลูกกระจอกที่จำชื่อไม่ได้ในกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว สำหรับบทบาทที่ไม่สำคัญเหล่านี้ ไป๋ชวนจึงไม่มีความจำเป็นต้องออมมือแต่อย่างใด
บางทีอาจเป็นเพราะไป๋ชวนลงมือหนักเกินไป หัวหน้าหน่วยคนหนึ่งจึงปรากฏตัวขึ้นมาขวางหน้าเขาไว้
"หน้าตาไม่คุ้นเลยนะ เป็นลูกเรือใหม่ของกลุ่มโรเจอร์งั้นเหรอ?" ในระหว่างการปะทะกัน เขาเอ่ยปากถามไป๋ชวน
"ใช่ครับ ผมชื่อไป๋ชวน แล้วคุณล่ะเป็นใคร?"
"ฉันคือหัวหน้าหน่วยที่เก้าแห่งกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว บลูไฮม์ จำชื่อฉันไว้ให้ดีล่ะ" พูดจบ เขาก็ออกแรงส่งผ่านดาบกระแทกจนไป๋ชวนต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"หัวหน้าหน่วยที่เก้างั้นเหรอ? เป็นคู่ต่อสู้ที่ดูจะสูสีพอดีเลยแฮะ"
หากต้องสู้กับหัวหน้าหน่วยที่ 1 ถึง 5 ของหนวดขาว ไป๋ชวนรู้ตัวว่ายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาแน่ แต่ถ้าเป็นหน่วยที่ 6 ลงมา แม้เขาจะไม่กล้าการันตีว่าจะชนะ แต่เขาก็มั่นใจว่าจะไม่พ่ายแพ้โดยง่ายแน่นอน
แววตาของไป๋ชวนพลันเฉียบคมขึ้น รัศมีพลังที่ดุดันแผ่กระจายออกมา และในพริบตานั้น ดาบแห่งดาโมเคลสเล่มมหึมาก็ปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้า
"นั่นมันตัวอะไรน่ะ?" สมาชิกกลุ่มหนวดขาวที่เพิ่งเคยเห็นดาบเล่มนี้ต่างพากันตกใจ เพราะหากดาบยักษ์นั่นร่วงหล่นลงมา พวกเขาคงได้พินาศกันหมดแน่
วินาทีนั้น สายตาของทุกคนในสนามรบต่างก็จับจ้องมาที่ไป๋ชวน แม้แต่หนวดขาวเองก็ยังเหลียวมอง
"โรเจอร์ ไม่นึกเลยว่าบนเรือของแกจะมีเด็กที่มีความสามารถน่าสนใจแบบนี้อยู่ด้วย" การประทะกันของโรเจอร์และหนวดขาวหยุดชะงักลงชั่วครู่
"ฮ่าๆ เขาคือหนึ่งในลูกเรือที่ฉันภูมิใจที่สุดเลยล่ะ" โรเจอร์ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างร่าเริง
"แต่ก็นะ ตอนนี้เขาก็ยังเป็นแค่เด็กที่ยังเติบโตไม่เต็มที่เท่านั้นเอง"
เมื่อได้ยินโรเจอร์เอ่ยชมขนาดนั้น หนวดขาวก็เริ่มให้ความสำคัญกับไป๋ชวนมากขึ้น เพราะมีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่โรเจอร์จะยอมยกย่องถึงขั้นนี้
"อย่างนั้นเรอะ? ฉันล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าในอนาคตเขาจะเติบโตไปได้ถึงระดับไหนกัน"
"วางใจเถอะ เขาไม่มีทางด้อยไปกว่าพวกเราแน่นอน" พูดจบ ทั้งคู่ก็เริ่มเปิดฉากสู้กันต่อ เมื่อเห็นกัปตันลงมือ ลูกเรือที่เหลือย่อมไม่มีเหตุผลที่จะยืนดูเฉยๆ
ทว่าพวกเขาก็ยังต้องแบ่งสมาธิส่วนหนึ่งคอยระแวดระวังดาบยักษ์ที่แขวนอยู่กลางอากาศลำนั้นด้วย
"ผู้ใช้พลังผลปีศาจงั้นเหรอ?" บลูไฮม์เอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอพลังแบบนี้ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
"จะคิดแบบนั้นก็ได้ครับ แต่อย่าไปใส่ใจมันมากเลย มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรขนาดนั้นหรอก"
"จริงเหรอ?" บลูไฮม์ถามย้อน น้ำเสียงแฝงไปด้วยความไม่เชื่อ เพราะดาบเล่มใหญ่ขนาดนั้นถ้าบอกว่าไม่มีประโยชน์ล่ะก็ ผีก็คงหลอกเขาแล้วล่ะ
การต่อสู้ระหว่างโรเจอร์และหนวดขาวสร้างความฮือฮาและแรงสั่นสะเทือนมหาศาล จนรอบตัวพวกเขาไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไปใกล้ เพราะพลังของผลสั่นสะเทือนของหนวดขาวนั้นยามคลุ้มคลั่งขึ้นมาจะทำลายทุกอย่างโดยไม่สนว่าเป็นมิตรหรือศัตรู
ทุกครั้งที่เขาลงมือ จะเกิดแผ่นดินแยก และเกาะที่มีขนาดไม่เล็กแห่งนี้ก็ถูกการปะทะของทั้งคู่ฉีกขาดออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งคือสมรภูมิส่วนตัวของหนวดขาวและโรเจอร์ ส่วนที่เหลือคือสนามรบของคนอื่นๆ
"คุณพ่อนี่บ้าพลังจริงๆ นะ" มาร์โกที่กำลังต่อสู้อยู่ดูท่าทางไม่ได้เอาจริงเอาจังนัก แม้แต่กาบันที่เป็นคู่ต่อสู้ของเขาก็แค่สู้ไปตามมารยาทและยิงปืนขู่ไปไม่กี่นัดเท่านั้น
แม้แต่สมรภูมิของเรลี่และโคสึกิ โอเด้ง เองก็เป็นการโจมตีแบบหยั่งเชิงกันเสียส่วนใหญ่ เรียกได้ว่าในสนามรบแห่งนี้ คนที่ต่อสู้อย่างจริงจังกับหัวหน้าหน่วยของหนวดขาวมีเพียงไป๋ชวนคนเดียวเท่านั้น
"ให้ตายสิ ไม่ธรรมดาจริงๆ นะไอ้หนู" บลูไฮม์เริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาบ้างแล้วที่เลือกคู่ต่อสู้ที่เคี้ยวยากขนาดนี้ รู้อย่างนี้ไปเลือกคนอื่นดีกว่า จะได้มีเวลาอู้งานบ้าง
ตอนนี้สถานการณ์กลับกลายเป็นว่า หากเขาไม่ตั้งใจสู้ให้ดี เขาอาจจะถูกเด็กคนนี้ฟันเข้าสักแผลแน่ๆ และที่น่าโมโหที่สุดคือ เด็กคนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลย หรืออาจจะเป็นเพราะเขามีความสามารถในการฟื้นตัวที่คล้ายกับมาร์โกกันแน่
หลังจากยื้อกันอยู่พักใหญ่ บลูไฮม์ก็เริ่มจะทนความน่ารำคาญของเด็กหนุ่มที่ดูเหมือนจะมีพลังโกงคนนี้ไม่ไหว เพราะถ้าฝีมือไม่เหนือชั้นกว่าจริงๆ อีกฝ่ายก็พร้อมจะยื้อเวลาสู้ไปได้เรื่อยๆ
"เป็นอะไรไป? ไม่อยากสู้ต่อแล้วเหรอ?" ไป๋ชวนถามด้วยความฉงนเมื่อเห็นบลูไฮม์กระโดดถอยฉากออกไป ตอนนี้เขากำลังเครื่องติดและสู้ได้อย่างสนุกสนาน โดยไม่ได้สังเกตความรู้สึกของคู่ต่อสู้เลย
"มาร์โก เรามาสลับคู่กันหน่อยสิ ฉันว่านายน่าจะสนใจเด็กคนนี้มากกว่านะ" บลูไฮม์ตะโกนบอกมาร์โกที่กำลังทำท่าทางเรื่อยเปื่อยอยู่
ถึงแม้เขาจะสู้กาบันไม่ได้ แแต่อย่างน้อยการสู้กับกาบันก็ไม่ทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจเท่ากับการสู้กับไป๋ชวน
"ก็ได้นะ" มาร์โกชายตามองไป๋ชวนด้วยความสนใจ
"คิดจะมาประลองกับไป๋ชวนงั้นเหรอ? พอดีเลย ฉันจะได้พักบ้าง พลังของเด็กคนนั้นคล้ายกับนายมากเลยล่ะ" กาบันที่ได้ยินบทสนทนาระหว่างทั้งคู่เอ่ยขึ้นพลางขยับแว่นดำ
"จริงเหรอครับ?" คำพูดของกาบันทำให้มาร์โกยิ่งอยากรู้มากขึ้นไปอีก
"นายไม่เป็นห่วงเขาเหรอ?" บลูไฮม์ยืนอยู่ต่อหน้ากาบัน แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้เริ่มลงมือ บลูไฮม์รู้ตัวดีว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของกาบันจึงไม่อยากหาเรื่องเจ็บตัว ส่วนกาบันเองก็ยินดีที่จะอยู่นิ่งๆ เพราะนั่นหมายความว่าเขาสามารถถ่วงเวลาตัวหลักของกลุ่มหนวดขาวไว้ได้คนหนึ่ง
"พลังของเขาน่ะแข็งแกร่งกว่าที่นายคิดเยอะ ถ้าขืนยื้อเวลานานไป นายเองนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้" กาบันหยิบขวดเหล้าข้างเอวขึ้นมาดื่มพลางส่งเสียงครางด้วยความสบายใจ
"อย่างนั้นเชียว?" บลูไฮม์ไม่ค่อยยอมรับนัก ตราบใดที่การต่อสู้ยังไม่จบ ผลลัพธ์ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน
"ก็คอยดูต่อไปแล้วกัน"
"ได้ยินว่าพลังของนายเหมือนฉันเหรอ?" มาร์โกเดินมาหยุดตรงหน้าไป๋ชวนด้วยท่าทางเฉื่อยชาตามสไตล์ดวงตาปลาตายของเขา
"มาร์โกผู้เป็นอมตะ พลังของพวกเราคล้ายกันจริงๆ นั่นแหละครับ แต่ผมมีความรู้สึกว่าพลังของผมอาจจะเหนือกว่าคุณอยู่นิดหน่อยนะ"
"งั้นเหรอ?"
สิ้นคำพูด มาร์โกก็พุ่งเข้าถึงตัวไป๋ชวนในพริบตาและเตะออกไปเต็มแรง ลูกเตะนั้นส่งร่างไป๋ชวนปลิวไปไกลหลายสิบเมตร
"ไม่เป็นห่วงจริงๆ เหรอเนี่ย?" บลูไฮม์เห็นไป๋ชวนเสียท่าในพริบตาก็หันไปถามกาบันที่ยังนั่งจิบเหล้าสบายใจเฉิบ เขาลอบกลืนน้ำลายด้วยความอยากร่วมวงเหล้า พลางเสียดายที่ไม่ได้หยิบเหล้ามาจากเรือด้วย
"ไม่ห่วงหรอก เพราะเขาไม่เป็นอะไรแน่นอน"
และก็เป็นไปตามคาด เมื่อฝุ่นควันจางลง ไป๋ชวนก็ยืนปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนในสภาพไร้รอยขีดข่วน
"ว้าว พลังเหมือนหัวหน้าหน่วยมาร์โกจริงๆ ด้วย" ลูกเรือหนวดขาวอุทาน เพราะลูกเตะเมื่อครู่คนปกติย่อมต้องบาดเจ็บแน่ๆ
"ใช่ครับ คล้ายกับพลังของฟีนิกซ์จริงๆ" ทว่าในตอนที่ไป๋ชวนฟื้นตัว กลับไม่มีเปลวเพลิงสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของฟีนิกซ์ปรากฏออกมาเหมือนของมาร์โก
ทันใดนั้น มาร์โกก็รู้สึกว่าร่างกายของตนหนักอึ้งขึ้นมาอย่างกะทันหัน จนแม้แต่พื้นดินที่เขาเหยียบอยู่ยังทรุดตัวลงต่ำกว่าบริเวณรอบข้าง
"แรงดึงดูด?" มาร์โกหลุดอุทานด้วยความตกใจ เขาไม่นึกเลยว่าไป๋ชวนจะมีความสามารถในการควบคุมแรงดึงดูดด้วย และแรงกดทับนี้ก็ส่งผลต่อความเร็วของเขาอย่างมาก
"แย่แล้ว" มาร์โกรู้สึกถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา ไป๋ชวนมาปรากฏตัวตรงหน้าเขาในพริบตา ในเมื่อรู้ว่ามาร์โกมีความสามารถในการฟื้นตัว ไป๋ชวนจึงไม่จำเป็นต้องออมมือให้อีกต่อไป
ทว่าในจังหวะที่ไป๋ชวนกำลังจะจู่โจมถึงตัว มาร์โกก็แปลงร่างเป็นนกฟีนิกซ์ทันที เขาสามารถสะบัดหลุดจากการควบคุมของแรงดึงดูดและบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้การโจมตีของไป๋ชวนพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย
(จบแล้ว)