- หน้าแรก
- มหาอำนาจสีเงิน ผู้พิชิตแกรนด์ไลน์
- บทที่ 36 - บาเล็ตต์ ปะทะ โรเก้
บทที่ 36 - บาเล็ตต์ ปะทะ โรเก้
บทที่ 36 - บาเล็ตต์ ปะทะ โรเก้
บทที่ 36 - บาเล็ตต์ ปะทะ โรเก้
โรเก้ที่ถูกหมัดหนักๆ ซัดเข้าที่ใบหน้าเต็มแรงถึงกับเซไปไม่น้อย เมื่อเขายันกายลุกขึ้นยืนบนพื้นได้อีกครั้ง บนใบหน้าก็ปรากฏรอยหมัดที่เห็นได้ชัดเจน พร้อมกับมีเลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก
ทว่าจากสภาพโดยรวม ดูเหมือนว่าโรเก้จะยังไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอะไรนัก
"แกเป็นใครกัน?"
โรเก้ตะคอกถามด้วยน้ำเสียงดุดัน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เพราะเขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากชายผู้มาใหม่
ทว่าชายคนนั้นกลับไม่ตอบคำถามของโรเก้ เขากลับก้มตัวลงแล้วหิ้วคอไป๋ชวนขึ้นมาเหมือนแมวคาบลูกหนู ก่อนจะเดินไปหิ้วบากี้และแชงคูสขึ้นมาด้วยวิธีเดียวกัน
ต้องยอมรับเลยว่ามือของเขานั้นใหญ่โตมหาศาลจริงๆ การหิ้วคอเสื้อคนสองคนไว้ในมือเดียวดูจะเป็นเรื่องง่ายนิดเดียวสำหรับเขา จากนั้นเขาก็ปรายตามองแคทเธอรีนที่นอนอยู่ข้างๆ บากี้ด้วยแววตาสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากแล้วหิ้วเธอตามมาด้วยอีกคน
เขาเดินไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ดูแข็งแรงพอประมาณ แล้วโยนทั้งสี่คนลงบนพื้นอย่างไม่ใยดีโดยไม่สนว่าใครจะเจ็บตรงไหนหรือเปล่า
หลังจากจัดการเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เสร็จ เขาก็เดินกลับมาประจันหน้ากับโรเก้อีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยชื่อตัวเองออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึก
"บาเล็ตต์... นั่นคือชื่อของฉัน"
"แกเป็นพวกเดียวกับพวกมันงั้นเหรอ?"
"ก็น่าจะใช่นะ อย่างน้อยตอนนี้เราก็ยังอยู่ฝ่ายเดียวกัน"
ใช่แล้ว ชายผู้มาใหม่ก็คือบาเล็ตต์นั่นเอง ไป๋ชวนที่เห็นบาเล็ตต์มาถึงก็หมดห่วงจนยอมปล่อยให้สติของตัวเองดับวูบลง เพราะเขามั่นใจในฝีมือของบาเล็ตต์ว่าสามารถปกป้องทุกคนได้อย่างแน่นอน
"แกมีสั่งเสียอะไรไหม?" เสียงที่สั้นและเย็นชาของบาเล็ตต์ดังขึ้นข้างหูของโรเก้อีกครั้ง
"แกหมายความว่ายังไง?"
"การที่แกบังอาจทำร้ายพรรคพวกของฉัน นั่นหมายความว่าแกไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีชีวิตอยู่ต่อแล้วล่ะ ถ้าปล่อยให้โรเจอร์รู้ว่าแกยังรอดอยู่ หมอนั่นคงได้บ่นฉันหูชาแน่ๆ"
ถึงแม้บาเล็ตต์จะมองโรเจอร์เป็นคู่แข่งมาตลอด แต่หลังจากที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เขาก็เริ่มหลอมรวมเข้ากับครอบครัวใหญ่ที่ชื่อว่ากลุ่มโจรสลัดโรเจอร์แห่งนี้ไปโดยปริยาย
"แกมั่นใจนักเหรอว่าจะกำจัดฉันได้?"
"แน่นอน ถึงแกจะมีฝีมืออยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับฉันแล้ว แกยังห่างชั้นอีกเยอะ... แกเองก็น่าจะสัมผัสได้ไม่ใช่หรือไง"
"หนอย! งั้นฉันจะให้แกได้เห็นดีกัน!"
"ฮ่า!" โรเก้คำรามลั่นก่อนจะพุ่งเข้าใส่บาเล็ตต์ด้วยความเร็วที่แทบจะเหมือนกับการเทเลพอร์ต
ทว่าบาเล็ตต์กลับยืนนิ่งไม่ไหวติง เขาเพียงแต่เหวี่ยงหมัดตรงออกไปข้างหน้าเพียงหมัดเดียว
ทันใดนั้น หมัดที่เคลือบด้วยฮาคิเกราะของทั้งคู่ก็เข้าปะทะกันอย่างรุนแรง พร้อมกับปลดปล่อยฮาคิราชันจากทั้งสองฝ่ายออกมาปะทะกันจนบรรยากาศสั่นสะเทือน
"แกเองก็มีเหมือนกันงั้นเหรอ!" ในระหว่างที่ประหมัดกันอยู่ โรเก้ก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาเคยเจอคนที่มีฮาคิราชันนับครั้งได้ แต่วันนี้เขากลับต้องมาเจอถึงสองคนในวันเดียว
นี่ทำให้เขาเริ่มสงสัยในตัวเองขึ้นมาจริงๆ อาจารย์ของเขาเคยบอกว่า ฮาคิราชันคือพลังที่มีโอกาสเกิดขึ้นเพียงหนึ่งในล้านคนเท่านั้น แต่ความจริงมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เหรอ?
"การเสียสมาธิระหว่างต่อสู้ไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะ"
บาเล็ตต์เอ่ยเตือนด้วยความหวังดี (กระชาก) ก่อนจะออกแรงกระแทกหมัดของศัตรูออกไป แล้วส่งหมัดซ้ายตามไปชกเข้าที่หน้าท้องของโรเก้อย่างจัง
โรเก้ที่ไม่ได้ตั้งตัวป้องกันด้วยฮาคิถึงกับจุกจนตาแทบถลน น้ำลายกระเด็นออกมา ร่างกายคุดคู้เป็นกุ้งแห้งทันที
"แค็กๆ!" โรเก้ไอออกมาอย่างรุนแรงจนมีเลือดปนออกมาด้วยหลายหยด
"แก... ฉันจะทำให้แกต้องชดใช้อย่างสาสม!"
ในตอนนั้นเอง ดวงตาของโรเก้ก็พลันแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอย เขี้ยวแหลมยาวสองซี่เริ่มงอกออกมาจากปาก ร่างกายเริ่มแปรเปลี่ยนไปในทางที่เป็นสัตว์ป่ามากขึ้นเรื่อยๆ
"โอ้? พลังผลปีศาจสายโซออนงั้นเหรอ?"
บาเล็ตต์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ศัตรูมีพลังผลปีศาจ แต่นั่นกลับยิ่งปลุกเร้าจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ในตัวเขาให้ลุกโชนขึ้น
"สายพันธุ์โบราณ... เสือเขี้ยวดาบงั้นเหรอ?"
ใช่แล้ว โรเก้ในสายตาของบาเล็ตต์ตอนนี้ได้กลายร่างเป็นเสือเขี้ยวดาบเต็มตัว ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
"โฮก!" โรเก้คำรามกึกก้อง แววตาที่จ้องมองบาเล็ตต์เต็มไปด้วยเพลิงแห่งโทสะราวกับจะแผดเผาอีกฝ่ายให้มอดไหม้
"แบบนี้สิถึงจะค่อยน่าสนุกหน่อย" บาเล็ตต์เผยรอยยิ้มที่ดูพึงพอใจ
"ฉันจะฉีกแกเป็นชิ้นๆ!" ทันทีที่พูดจบ โรเก้ในร่างเสือเขี้ยวดาบก็พุ่งเข้าใส่บาเล็ตต์และเลือนหายไปจากสายตา
"ความเร็วเพิ่มขึ้นขนาดนี้เลยเหรอ"
บาเล็ตต์รู้สึกทึ่งในใจ เขาหันกลับไปเหวี่ยงหมัดสวนกลับทันควัน แต่ที่น่าเหลือเชื่อคือคราวนี้เขากลับเป็นฝ่ายเสียเปรียบด้านพละกำลังจนเซถอยหลังไป
"ฮ่าๆๆ! สมแล้วที่เป็นสายพันธุ์โบราณ ยิ่งสู้ยิ่งน่าสนใจจริงๆ!"
บาเล็ตต์ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ความเร็วและพลังหมัดของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ท่าทางดูเหมือนคนเสียสติที่กำลังสนุกสุดเหวี่ยง
ทว่าถึงจะดูเหมือนคนบ้า แต่สติของบาเล็ตต์กลับเยือกเย็นอย่างประหลาด เขาคอยระวังเขี้ยวแหลมยาวทั้งสองข้างของโรเก้อยู่ตลอดเวลา เพราะขืนพลาดท่าถูกกัดเข้าสักทีคงไม่ใช่เรื่องตลกแน่ๆ
ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทั้งหมัดทั้งเท้าเข้าปะทะกันไม่หยุด สมรภูมิเริ่มขยายวงกว้างออกไปจากค่ายโจรภูเขา เข้าสู่ป่าลึกข้างทาง
ต้นไม้ใหญ่ตามเส้นทางถูกทั้งคู่ซัดจนหักพังระเนระนาด ป่าทึบที่เคยเขียวขจีกลับถูกเบิกทางจนกลายเป็นถนนเส้นใหม่ด้วยพละกำลังอันมหาศาล
"แกยังเป็นคนอยู่หรือเปล่าเนี่ย!"
หลังจากปะทะกันมาพักใหญ่ โรเก้ก็ตะโกนถามด้วยความตกตะลึง เพราะหลังจากที่เขาแปลงร่างและใช้พลังเต็มที่ เขากลับยังไม่อาจชิงความเป็นต่อเหนือชายตรงหน้าได้เลย
ชายคนนี้ราวกับอสูรกายจากขุมขน เมื่อเขาเพิ่มความเร็วและพลัง อีกฝ่ายก็เพิ่มตามได้ทันท่วงที แถมพละกำลังในร่างกายของคู่ต่อสู้ดูเหมือนจะไม่มีวันหมดสิ้น
ทุกครั้งที่เขาคิดว่าบาเล็ตต์มาถึงขีดจำกัดแล้ว อีกฝ่ายก็มักจะมอบเซอร์ไพรส์ที่หนักหน่วงกว่าเดิมให้เขาเสมอ
"จะเรียกฉันว่าสัตว์ประหลาดก็ได้นะ" บาเล็ตต์ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟัน
"สัตว์ประหลาดงั้นเหรอ?" คำนี้ปกติมีแต่คนอื่นใช้เรียกโรเก้ แต่ไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งเขาจะต้องมาใช้คำนี้เรียกคนอื่นบ้าง
"เอาล่ะ การต่อสู้ครั้งนี้ควรจะจบลงได้แล้ว"
สิ้นคำพูดของบาเล็ตต์ ร่างกายของเขาก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม ดวงตาแดงฉานราวกับโลหิต เส้นผมเริ่มมีสีขาวโพลนแซมออกมา
"นี่... นี่มันอะไรกัน?"
ในสภาวะนี้ โรเก้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่เข้มข้นจนขนลุกไปทั้งตัว
นี่คือร่างปีศาจของบาเล็ตต์ เป็นร่างที่แข็งแกร่งที่สุดจากการผสานไอปีศาจในตัวเข้ากับฮาคิเกราะและฮาคิราชัน ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาถูกขนานนามว่า "ทายาทปีศาจ"
"เตรียมรับหมัดเดียวปิดบัญชีได้เลย"
"แย่แล้ว... ตายแน่ๆ!" นี่คือความคิดสุดท้ายที่แล่นผ่านสมองของโรเก้
"หมัดพิฆาต!" เมื่อเผชิญกับหมัดที่รวดเร็วและหนักหน่วงเกินกว่าจะหลบพ้น โรเก้จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรับมันไว้ตรงๆ
เขารวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อป้องกัน ทว่านั่นกลับไร้ผล แขนทั้งสองข้างที่ใช้ป้องกันหักสะบั้นทันที หมัดของบาเล็ตต์พุ่งทะลุผ่านราวกับแทงผ่านแผ่นกระดาษ และกระแทกเข้าที่ศีรษะของโรเก้อย่างจังจนเขาสิ้นสติไปในทันที
(จบแล้ว)