- หน้าแรก
- สั่งให้เปิดบ้านผีสิง ไม่ใช่ให้เอาผีจริงมาปล่อย
- บทที่ 46 ปิดประตูตีฉัน!!!
บทที่ 46 ปิดประตูตีฉัน!!!
บทที่ 46 ปิดประตูตีฉัน!!!
บทที่ 46 ปิดประตูตีฉัน!!!
"ออกมาแล้ว... ออกมาจริงๆ ด้วย!"
เสียงโห่ร้องที่สะกดกลั้นมานานระเบิดขึ้นท่ามกลางฝูงชน
"นี่คือ... การผ่านด่านงั้นเหรอ?"
อากุนที่ชูมือถือไลฟ์สดอยู่เริ่มรู้สึกล้าจนมือสั่น เขามึนงงจนต้องพึมพำกับตัวเอง
"นี่มันเหมือนไปผ่านด่านเคราะห์มามากกว่ามั้ง?"
หลินเฟิงยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์คิดเงิน เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะเดินเข้าไปหา
"เถ้าแก่!"
อากุนหมุนตัวกลับมากะทันหัน เลนส์กล้องแทบจะจิ้มเข้าไปในรูจมูกของหลินเฟิง
"ผ่านด่านแล้ว! พวกสารวัตรหวังผ่านด่านแล้ว! ฮีโร่ทั้งสามคนนี้สุดยอดจริงๆ! คุณจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ?"
ในห้องไลฟ์สด คอมเมนต์เด้งรัวจนบ้าคลั่ง
[เจ๋งมาก! ผ่านด่านได้จริงๆ ด้วย!] [พวกนาย ฉันดูจนร้องไห้เลย ช่วงสปรินต์สุดท้ายนั่นมันเร้าใจสุดๆ!] [สามคนนี้เป็นยอดมนุษย์หรือเปล่าเนี่ย?] [เถ้าแก่ล่ะ? เถ้าแก่ออกมารับคำชมหน่อย! การออกแบบมิชชันลับนี้มันสุดยอดไปเลย!]
หลินเฟิงผลักเลนส์กล้องมือถือของอากุนออกเบาๆ พร้อมกับจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะมองไปยังร่างของทั้งสามคนที่ประคองกันออกมา
"คนที่ผ่านด่าน ไม่ได้มีแค่สามคนนี้หรอก"
อากุนชะงักไป "เอ๊ะ? แต่ว่า..."
"ยังมีอีกห้าคน"
หลินเฟิงชี้ไปยังเหล่าจ้าว นิติเวชหลิว และเสี่ยวโจว ที่กำลังนั่งพักอยู่บนพื้นข้างๆ
"ถ้าไม่มีเหล่าจ้าวฝ่ายพิสูจน์หลักฐานกับเสี่ยวโจวที่ใช้ร่างกายขวางเจ้าเลื่อยไฟฟ้าคลั่งเอาไว้ พวกเขาก็ผ่านระเบียงนั่นไปไม่ได้"
"ถ้าไม่มีนิติเวชหลิวที่ยอมเสียสละผลักเพื่อนในเขาวงกตกระจก พวกเขาก็เดินไปไม่ถึงหอประชุม"
หลินเฟิงเว้นจังหวะ แววตาของเขาดูเคร่งขรึมขึ้น
"ผู้กล้าทั้งแปดคน ขาดใครไปไม่ได้แม้แต่คนเดียว นี่ไม่ใช่ชัยชนะของคนสามคน แต่มันคือเกียรติยศของทีมนี้ทั้งทีม"
สิ้นคำพูดนี้ บรรยากาศในที่นั้นก็เงียบสงัดลงยิ่งกว่าเดิม
เหล่าจ้าวที่ได้ยินคำนี้ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดยิ้มขมขื่นออกมาพลางส่ายหน้า ทว่าขอบตาของเขากลับเริ่มแดงระเรื่อ
ทิศทางคอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดเปลี่ยนไปทันที
[ซึ้งเลยว่ะพวกนาย] [ขอคารวะ! นี่แหละคือทีมที่แท้จริง!] [ถึงจะรู้ว่าเป็นแค่เกม แต่เถ้าแก่คนนี้พูดจามีระดับมาก ใจนายกว้างสุดๆ!] [เมื่อกี้ใครบอกว่าเถ้าแก่เป็นพ่อค้าหน้าเลือดนะ? นี่มันเถ้าแก่ผู้มีอุดมการณ์ที่ให้เกียรติฮีโร่ชัดๆ!]
ในวินาทีนั้นเอง
หวังเจิ้นกั๋วผลักเหล่าหลี่ที่ประคองเขาอยู่ให้ออกห่าง แล้วค่อยๆ เดินเข้ามาหาหลินเฟิงทีละก้าว
ระยะห่างของทั้งคู่ไม่ถึงครึ่งเมตร
อากาศพลันเงียบสงัดลงในพริบตา
ใจของหลินเฟิงเต้นรัวเป็นกลองรบ
"ตำรวจรุ่นใหญ่คนนี้คิดจะทำอะไร?"
"เมื่อกี้ข้างในโดนปั่นหัวซะเละเทะ พอออกมาแล้วจะมาชำระความย้อนหลังเหรอ?"
"ฉันควรโทรแจ้งตำรวจก่อนดีไหม..."
"อ้อ ไม่สิ คนที่อยู่ข้างหน้านี่แหละคือหัวหน้าตำรวจตัวจริงเสียงจริงเลย"
"คุณหลิน"
หวังเจิ้นกั๋วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"ครับ อยู่ครับ อยู่ๆๆ!"
หลินเฟิงยืนตัวตรงโดยสัญชาตญาณ
หวังเจิ้นกั๋วยื่นมือใหญ่ที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อออกมา
"มือถือ ขอยืมหน่อย"
หลินเฟิงอึ้งไปครู่หนึ่ง แต่ไม่กล้าชักช้า รีบส่งมือถือของตัวเองให้อีกฝ่าย
"ไม่ใช่เครื่องนี้"
หวังเจิ้นกั๋อส่ายหน้า
"ขอยืมห้องไลฟ์สดของคุณหน่อย"
หลินเฟิงตกใจจนสะดุ้ง รีบส่งมือถือที่กำลังไลฟ์สดอยู่ให้ทันที
"สารวัตรหวังเชิญครับ! เชิญเลย!"
หวังเจิ้นกั๋วรับมือถือไปแล้วหันกล้องเข้าหาตัวเอง
"สวัสดีครับทุกคน ผมหวังเจิ้นกั๋ว จากหน่วยสืบสวนอาชญากรรม สำนักงานตำรวจนครบาลเจียงไห่"
สารวัตรหวังเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ทุกคนในโถงต่างพากันกลั้นหายใจ
[นี่เขาจะทำอะไรน่ะ?] [จะประกาศสั่งปิดมิชชันลับต่อหน้าสาธารณชน? หรือจะออกหมายจับ?]
เหงื่อเริ่มซึมออกมาตามฝ่ามือของหลินเฟิง
หวังเจิ้นกั๋วมองกล้อง นิ่งเงียบไปไม่กี่วินาทีก่อนจะค่อยๆ เปิดปากพูด
"เกี่ยวกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้ และเกี่ยวกับมิชชันลับแห่งนี้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความลับในคดีของทางตำรวจ ผมจึงไม่สะดวกที่จะเปิดเผยรายละเอียดมากนัก"
"แต่ว่า..."
เขาหมุนตัวกลับมามองทางหลินเฟิง
"ผมต้องขอบคุณคุณหลินเฟิงแห่งสวนสนุกสยองขวัญ"
"ประสบการณ์ในฉากพิเศษที่นี่จัดเตรียมไว้... ได้มอบทิศทางและแนวคิดที่สำคัญอย่างยิ่งให้กับทางตำรวจในการคลี่คลายคดีเก่าที่ค้างคามานาน"
"จุดบอดมากมายที่เราเคยละเลยไป ที่นี่ทำให้เรากลับมามองเห็นมันได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง"
พูดจบ หวังเจิ้นกั๋วก็ถอยหลังไปครึ่งก้าว
ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของทุกคน ตำรวจรุ่นใหญ่ที่ทำงานมาสามสิบปีคนนี้ กลับก้มตัวลงคำนับหลินเฟิงอย่างสุดตัว
เก้าสิบองศา
เป๊ะ!
และหนักแน่น!
"คุณหลิน ขอบคุณในความเสียสละของคุณมาก! ผมขอเป็นตัวแทนเด็กๆ เหล่านั้น ขอบคุณคุณครับ!"
ตูม——!
สมองของหลินเฟิงขาวโพลนไปหมด
เขายืนแข็งทื่ออยู่กับที่ มือเท้าไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน
การก้มหัวครั้งนี้มันหนักเกินไป!
นั่นมันการก้มหัวจากสารวัตรสืบสวนเชียวนะ!
มูลค่าของมันนี่ยิ่งกว่าเกรด S ที่ระบบให้มาซะอีก!
"จิ้งจอกเฒ่าตัวนี้... คิดจะยกยอให้ฉันตายใจหรือเปล่า?"
"ต้องใช่แน่ๆ!"
"เอาฉันขึ้นไปแขวนไว้บนที่สูงแบบนี้ เพื่อให้วันหลังฉันอยากจะทำตัวโลว์โปรไฟล์ก็ทำไม่ได้งั้นเหรอ?"
ในใจหลินเฟิงมีความคิดวิ่งพล่านเป็นหมื่นๆ แต่ร่างกายกลับตอบสนองเร็วกว่าสมอง
เขาพุ่งตัวเข้าไปประคองแขนของหวังเจิ้นกั๋วไว้ทันทีตามสัญชาตญาณ แล้วฝืนฉุดให้อีกฝ่ายยืดตัวขึ้น
"สารวัตรหวัง! ไม่ได้ครับ! แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!"
หลินเฟิงปั้นรอยยิ้มที่ดูแย่ยิ่งกว่าการร้องไห้ออกมา สมองหมุนจี๋
"การให้ความร่วมมือกับตำรวจ ปราบปรามอาชญากรรมผิดกฎหมาย นั่นเป็นหน้าที่ที่พลเมืองทุกคนพึงกระทำอยู่แล้วครับ!"
"ความร่วมมือระหว่างตำรวจและประชาชน ตำรวจกับประชาชนเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้วนี่นา!"
"การคำนับของคุณครั้งนี้ ร้านเล็กๆ ของผมรับไม่ไหวหรอกครับ มันจะทำให้อายุสั้นเอาจริงๆ นะครับ!"
คำพูดเหล่านี้แม้จะดูเป็นตามสูตรไปหน่อย แต่ในสถานการณ์เช่นนี้กลับดูเหมาะสมและไร้ที่ติอย่างยิ่ง
"แชะ! แชะ!"
แสงแฟลชรอบตัววูบวาบไม่หยุด
อากุนและนายเฟอร์รารีที่อยู่ข้างๆ ตื่นเต้นจนตบหน้าขาตัวเองฉาดใหญ่
"ช็อตเด็ด! นี่มันช็อตประวัติศาสตร์ชัดๆ!"
"เถ้าแก่คนนี้เจ๋งว่ะ! รับมือสถานการณ์แบบนี้ได้นิ่งขนาดนี้เลยเหรอ?"
"คำตอบนี้ไร้รอยรั่ว! มีกึ๋นไม่เบา!"
หวังเจิ้นกั๋อยืดตัวขึ้นตามแรงประคอง เขามองหลินเฟิงพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้งออกมา
เขายื่นมือออกมาตบไหล่หลินเฟิงหนักๆ
"ปึก! ปึก!"
สองที
แรงมาก จนร่างกายซีกหนึ่งของหลินเฟิงถึงกับชาไปหมด
"คุณหลินครับ ประเทศชาติยังต้องการคนหนุ่มที่มีอุดมการณ์แบบคุณนะ"
หลินเฟิงพยักหน้าพลางทำหน้าเหยเก
"ครับๆ คุณพูดถูกแล้วครับ ผมจะตั้งใจพยายามต่อไปเพื่อทำประโยชน์ให้สังคมครับ"
หวังเจิ้นกั๋วส่งมือถือคืนให้หลินเฟิง
"เอาล่ะ เลิกถ่ายได้แล้ว ถอนกำลัง!"
จนถึงตอนนี้ หลินเฟิงถึงเพิ่งรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง เพราะมันเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ
สายตาเมื่อกี้...
ทำไมรู้สึกเหมือนตัวอีเห็นมาสวัสดีปีใหม่ไก่เลยล่ะ?
เขาลอบมองเข้าไปในห้องไลฟ์สด
ให้ตายเถอะ!
ระเบิดไปแล้ว!
หน้าจอเต็มไปด้วยคำว่า "เถ้าแก่หลินใจกว้างมาก" "นี่แหละคือระดับของเถ้าแก่หลิน" "เถ้าแก่หลินรวยๆ"
ที่น่ากลัวที่สุดคือเอฟเฟกต์ของขวัญ
[ผู้ใช้ "นายเฟอร์รารี" ส่ง Carnival x10!] [ผู้ใช้ "ผมคืออากุน" ส่ง ลูกศรทะลุเมฆ x5!] [ผู้ใช้ "พลเมืองดีเจียงไห่" ส่ง จรวด x1!]
หน้าจอทั้งหมดถูกเอฟเฟกต์บดบังจนมองไม่เห็นใบหน้าคน
หลินเฟิงรีบหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาเปิดดูหลังบ้าน
"เชี้ย..."
เขาอดไม่ได้จนเกือบจะสบถออกมา
รายได้จากการไลฟ์สดคืนนี้ หักเปอร์เซ็นต์ที่แพลตฟอร์มดึงไปแล้ว บวกกับของขวัญที่เหล่าสตรีมเมอร์ตัวท็อปพากันถล่มส่งมาให้...
ยอดเงินที่ถอนได้: 253,400 หยวน!
รวยในข้ามคืน!
นี่สินะที่เขาเรียกว่ารวยข้ามคืนของจริง?!
หลินเฟิงรู้สึกว่ามือของตัวเองกำลังสั่นเทิ้ม
เงินหกหมื่นของเฮียหลี่นั่น ตอนนี้ฉันสามารถเอาเงินฟาดหัวเขาจนสลบได้เลย!
เงินเดือนเสี่ยวจางเหรอ? จ่าย! จ่ายสามเท่าไปเลย! แถมโบนัสปลายปีด้วย!
แม้แต่จะจ้างคนดูแลที่ดีที่สุดให้แม่ หรือซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกายที่ดีที่สุดก็ยังทำได้!
"นิ่งไว้... หลินเฟิง นายต้องนิ่งไว้"
"นายคือคนที่ผ่านโลกมาเยอะ นายคือผู้ชายที่มีระบบครอบครองอยู่"
หลินเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ฝืนกดมุมปากที่กำลังจะฉีกยิ้มจนถึงใบหูไว้ แล้วเก็บมือถือเข้ากระเป๋า
ในเมื่อเงินได้มาแล้ว เรื่องต่อจากนี้ก็ง่ายขึ้น
ส่งแขก
รีบส่งพวกตำรวจพวกนี้ออกไปซะ เขาจะได้ปิดประตูมานั่งนับเงินเงียบๆ พร้อมกับศึกษาระดับไอ้ "ภารกิจลับระดับ D" นั่นด้วย
พอคิดได้ดังนั้น หลินเฟิงก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นรอยยิ้มที่กระตือรือร้น แล้วก้าวเร็วๆ ไปหาหวังเจิ้นกั๋วที่กำลังดื่มน้ำอยู่
"สารวัตรหวังครับ ขอยืมตัวคุยหน่อย"
หวังเจิ้นกั๋ววางขวดน้ำลงแล้วมองเขา
"มีอะไร?"
หลินเฟิงหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้ง เปิดหน้าต่างโอนเงินแล้วเอ่ยอย่างใจป้ำ
"สารวัตรหวังครับ เราตกลงกันไว้แล้ว รางวัลสำหรับการผ่านด่านครั้งแรก เงินสดห้าหมื่นหยวน!"
"ผมรู้ว่าทุกท่านเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่รับทรัพย์สินของประชาชนแม้แต่เข็มเล่มเดียวหรือด้ายเส้นเดียว แต่เงินนี้มันเป็นกฎของร้านผม และเป็นเงินรางวัลที่ผมประกาศไว้ต่อหน้าคนทั้งเน็ตเมื่อกี้"
"ถ้าคุณไม่รับ นั่นเท่ากับตบหน้าผม และทำให้ชาวเน็ตมองเป็นเรื่องตลก"
"เพราะฉะนั้นเงินนี้ คุณต้องรับไว้! ส่วนจะจัดการยังไง นั่นเป็นเรื่องภายในของหน่วยคุณ จะบริจาค หรือจะเอาไปเลี้ยงข้าวพี่น้องในทีมก็ตามแต่ แต่ยังไงผมก็ต้องโอนให้คุณครับ!"
คำพูดของหลินเฟิงนับว่าสวยหรูมาก
ให้ทั้งหน้าตา ให้ทั้งผลประโยชน์ แถมยังทำให้ตัวเองใสสะอาด
ความหมายแฝงของเขาชัดเจนมาก
"เอาเงินไป แล้วเราหายกัน พวกคุณรีบพากันกลับไปได้แล้ว ผมจะปิดร้านแล้ว"
หวังเจิ้นกั๋วมองดูหน้าจอมือถือที่หลินเฟิงยื่นมาให้
เฉินอวี่ที่กำลังเช็ดเหงื่ออยู่ข้างๆ พอได้ยินคำนี้ การกระทำของเขาก็ชะงักไปเล็กน้อย
บรรยากาศในโถงพลันเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดขึ้นมาทันที
หลินเฟิงชูมือถือค้างไว้จนเริ่มเมื่อย
"สารวัตรหวังครับ? คุณจะสแกนหรือจะให้ผมสแกนดี?"
หวังเจิ้นกั๋วไม่ได้หยิบมือถือออกมา
เขายื่นมือออกมา แล้วกดมือข้างที่ถือมือถือของหลินเฟิงลงเบาๆ
ใจของหลินเฟิง "กึก" ขึ้นมาทันที
"สารวัตรหวังครับ?"
หวังเจิ้นกั๋วค่อยๆ กดมือของหลินเฟิงลงจนสุด
ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ออกมา
"คุณหลินครับ เงินเนี่ย... ไม่หนีไปไหนหรอก"
เสียงของหวังเจิ้นกั๋วเบามาก
"ส่วนคน... ก็หนีไม่พ้นเหมือนกัน"
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเฟิงแข็งค้างไปในทันที
"สารวัตรหวังครับ คุณพูดแบบนี้... หมายความว่าไง?"
หวังเจิ้นกั๋วโน้มตัวเข้ามาใกล้ จนใบหน้าของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกัน
"ก่อนหน้านั้น เรามาคุยกันให้ดีก่อนดีกว่า—"
หวังเจิ้นกั๋วเน้นเสียงทีละคำ
"เรื่องปัญหาของคุณ"
"ปัญหา... ของผม?"
หลินเฟิงลอบกลืนน้ำลาย น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
"ผมมีปัญหาอะไรครับ? เมื่อกี้ยังบอกว่าเป็นความร่วมมือระหว่างตำรวจและประชาชนอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?"
หวังเจิ้นกั๋วไม่ตอบ
เขาเพียงแค่จ้องมองหลินเฟิงเงียบๆ
"คลิก"
เสียงล็อกประตูที่ดังขึ้นอย่างชัดเจนท่ามกลางโถงที่ว่างเปล่า ฟังดูแสบแก้วหูเป็นพิเศษ
หลินเฟิงหันขวับไปมอง
เห็นเพียงเฉินอวี่เดินไปที่หน้าประตูนิรภัยของโถงมิชชันลับตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
เขาปิดประตูลงด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก จากนั้นก็คล้องกุญแจรูปตัว U แล้วดึงกุญแจออกใส่กระเป๋าเสื้อ
หลินเฟิงมองไปยังหวังเจิ้นกั๋วที่กำลังยิ้มเยาะ แล้วหันไปมองเฉินอวี่ที่ยืนคุมเชิงอยู่ตรงประตู
"นี่มันไม่ใช่ตำรวจกับประชาชนเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว!"
"นี่มันชัดๆ เลยว่า... ปิดประตูตีหมา!"
"เอ๊ย ไม่ใช่!"
"ปิดประตูตีฉัน!!!"
(จบตอน)