เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 64 งานประมูล

บทที่ 64 งานประมูล

บทที่ 64 งานประมูล


บทที่ 64 งานประมูล

ภายในสถานที่จัดงานของเป่าจือหลิน ถูกตกแต่งไว้อย่างวิจิตรตระการตามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

โดมทรงกลมหลังคาเหลี่ยม ประดับลวดลายดอกไม้รวมศูนย์ โคมไฟระย้าคริสตัลสีทองทิ้งตัวลงมาราวกับน้ำตก คานขวางแต่ละเส้นที่ดูคล้ายหล่อจากทองคำบริสุทธิ์สลักลวดลายค่ายกลซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ พาดผ่านไปมาตั้งแต่ยอดโดม ด้วยความลึกของโถงที่สูงหลายชั้น เมื่อแหงนหน้าขึ้นมอง จึงดูโอ่อ่าอลังการยิ่งนัก

เบื้องหน้าคือเวทีประมูล ด้านล่างเวทีมีที่นั่งทรงกลมราวสองร้อยที่นั่งกั้นด้วยแผ่นไม้เตี้ยๆ แผ่นกั้นแต่ละแผ่นมีความโค้งมนไล่ระดับความสูงกำลังดี ทำให้ผู้ที่นั่งอยู่แต่ละที่นั่งมองไม่เห็นกันจากด้านข้าง แต่สามารถมองเห็นเวทีประมูลและผู้ประมูลได้อย่างชัดเจน

บนชั้นสอง ฝั่งที่ติดกับที่นั่งผู้ชมเป็นห้องวีไอพีหลายสิบห้อง ส่วนฝั่งที่ติดกับเวทีประมูลเป็นห้องเก็บของมีค่าที่นำมาจัดแสดงชั่วคราว

เยว่เหวินสวมหน้ากากของเป่าจือหลินที่คุ้นเคย นั่งอยู่ในที่นั่งสำหรับผู้ร่วมประมูล ผู้คนรอบข้างที่สวมชุดสูทภูมิฐานส่วนใหญ่ก็สวมหน้ากากเหมือนเขา มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เปิดเผยใบหน้าที่แท้จริง ส่วนจ้าวซิงเอ๋อร์นั่งอยู่ในโซนผู้ชมด้านล่าง นางมาแค่เพื่อดูความคึกคักเท่านั้น

ที่นั่งสำหรับผู้ร่วมประมูลที่ชั้นหนึ่งราคาที่นั่งละห้าพันหยวน สามารถลงประมูลเองได้ หรือจะใช้บริการตัวแทนสวมหน้ากากที่ทางเป่าจือหลินจัดเตรียมไว้ให้ก็ได้ ผู้ซื้อสามารถสั่งการตัวแทนจากหลังฉากได้ ค่าจ้างตัวแทนก็ห้าพันหยวนต่อคนเช่นกัน

ส่วนห้องวีไอพีบนชั้นสองนั้น ราคาพุ่งกระฉูดถึงห้องละหนึ่งแสนหยวน เช่าได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง แพงกว่าที่นั่งชั้นหนึ่งลิบลับ ราคานี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการปล้นกันซึ่งๆ หน้าแล้ว

ถึงกระนั้น ห้องวีไอพีก็ยังถูกจองจนเต็มเอี้ยด แม้แต่ผู้มีชื่อเสียงในวงการบำเพ็ญเพียรในท้องถิ่นหลายคนอยากได้ยังหาไม่ได้เลย เพราะห้องส่วนใหญ่ถูกกันไว้สำหรับคนจากสำนักงานใหญ่ของเป่าจือหลิน ซึ่งถือเป็นกลุ่มอำนาจระดับสูงจากภายนอก

ผู้ร่วมประมูลหลายคนที่นั่งอยู่ในที่นั่งจะสวมหูฟังไว้ที่หูข้างหนึ่ง เพราะตัวแทนจำเป็นต้องรับคำสั่งจากผู้ซื้อที่อยู่เบื้องหลังตลอดเวลา

เยว่เหวินไม่มีทางยอมจ่ายเงินจ้างคนมาทำเรื่องพรรค์นี้หรอก

แต่เขาก็สวมหูฟังอยู่เหมือนกัน... แสร้งทำเป็นตัวแทนรับคำสั่ง แต่จริงๆ แล้วกำลังคุยสายกับจ้าวซิงเอ๋อร์ต่างหาก

"เถ้าแก่ สถานการณ์ไม่ค่อยดีเลยแฮะ" เสียงของจ้าวซิงเอ๋อร์ดังมาจากปลายสาย

"มีอะไรเหรอ?" เยว่เหวินถาม

"ข้าลองสังเกตการณ์รอบๆ ดูแล้ว..." จ้าวซิงเอ๋อร์อธิบาย "การรักษาความปลอดภัยแน่นหนามาก ค่ายกลก็เพียบ มีผู้บำเพ็ญเพียรขั้นที่หกคอยคุมเชิงอยู่ในมุมมืดอย่างน้อยสามคน แล้วก็อาจจะมีระดับปรมาจารย์ขั้นที่เจ็ดซ่อนตัวอยู่อีก ถ้าเจ้าประมูลของที่อยากได้มาไม่ได้ แผนปล้นของเราคงไม่มีทางสำเร็จหรอก"

"เดี๋ยวนะ" เยว่เหวินชะงัก "เรามีแผนปล้นตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?"

"เมื่อคืนนี้ไง ข้าทำแผนส่งให้เจ้าแล้วนะ มีทั้งจังหวะลงมือ การแบ่งหน้าที่แบบละเอียด แล้วก็เส้นทางหลบหนี" จ้าวซิงเอ๋อร์ตอบหน้าตาเฉย "ส่งให้แล้วเห็นเจ้าไม่สั่งให้แก้ใหม่ ข้าก็นึกว่าเจ้าตกลงตามแผนนี้แล้วซะอีก"

เยว่เหวินรีบมาที่งานจนไม่มีเวลาดูมือถือเลยจริงๆ พอได้ยินจ้าวซิงเอ๋อร์พูดแบบนั้น เขาเลยลองเปิดมือถือดู ก็เจอไฟล์ชื่อ "แผนปฏิบัติการปล้นเป่าจือหลินฉบับสำนักงานผู้บำเพ็ญเพียรตระกูลเยว่กรณีประมูลพลาดจนหน้ามืด (ฉบับร่างที่ 1)" จริงๆ ด้วย

"ใครเอาไอ้ของพรรค์นี้มาใส่ไว้ในมือถือข้าเนี่ย?" เยว่เหวินรีบลบไฟล์ทิ้งแบบไม่ต้องดูไส้ใน "เจ้ารีบลบของเจ้าทิ้งเดี๋ยวนี้เลยนะ อยากตายก็อย่าลากข้าไปซวยด้วยสิ! นี่ข้าเกือบคิดว่าตัวเองทะลุมิติมาแล้วนะเนี่ย ตอนนี้มันยุคสังคมแห่งกฎหมายนะโว้ย!"

"ก็ข้าเห็นช่วงนี้เจ้าเอาแต่พะวงเรื่องงานประมูลนี่นา เลยนึกว่ามีของที่อยากได้จนตัวสั่น" จ้าวซิงเอ๋อร์แก้ตัว "เจ้าวางใจเถอะ ข้าเป็นคนรักเพื่อนพ้อง ต่อให้โดนจับ ข้าก็ไม่ซัดทอดเจ้าหรอก... ลุง มองอะไรของลุง? แอบฟังคนอื่นคุยโทรศัพท์มันเสียมารยาทรู้ไหม!"

นางหันไปด่าคนข้างๆ สองประโยค แล้วพูดต่อ "ชิ ตาลุงข้างๆ เมื่อกี้แอบฟังข้าคุยโทรศัพท์ ไร้มารยาทชะมัด โดนข้าด่าไปฉาดนึงเดินหนีหางจุกตูดไปเลย"

"เดี๋ยวนะ นี่โจรปล้นทรัพย์อย่างเจ้า กำลังอบรมเรื่องมารยาทกับคนอื่นอยู่เหรอเนี่ย?" เยว่เหวินพูดไม่ออก "รีบลบประวัติการแชทในมือถือเจ้าให้หมดเลยนะ เงินเดือนที่สำนักงานเราจ่ายให้เจ้า มันไม่คุ้มให้เจ้าไปทำเรื่องแบบนี้หรอกนะ"

"วางใจเถอะ ข้าจำไว้ในหัวหมดแล้ว เดี๋ยวจะลบ... เอ๊ะ?" เสียงโวยวายดังมาจากฝั่งจ้าวซิงเอ๋อร์ "พวกเจ้ามาจับข้าทำไม? ข้าซื้อตั๋วเข้ามานะ เป็นรปภ. แล้วเจ๋งนักรึไง? เอ๊ะ—"

เยว่เหวินหันไปมอง ก็เห็นรปภ.สองคนกำลังหิ้วปีกหญิงสาวร่างเพรียวคนหนึ่งออกจากที่นั่งผู้ชม

ข้างๆ มีตาลุงพลเมืองดีที่ไปฟ้องยืนอยู่

ก็โทษตาลุงแกไม่ได้หรอกนะ ถ้าเยว่เหวินนั่งอยู่ตรงนั้นแล้วได้ยินคนข้างๆ วางแผนปล้นกันกลางวันแสกๆ เขาก็คงตั้งใจฟังเหมือนกันแหละ

เสียงโวยวายของจ้าวซิงเอ๋อร์ยังคงดังแว่วมาตามหูฟัง "เถ้าแก่ ข้าช่วยเจ้าไม่ได้แล้วนะ! ระวังตัวด้วยล่ะ!"

ไม่ต้องช่วยหรอก แค่เวลาโดนสอบสวนอย่าซัดทอดข้าเพื่อขอลดโทษก็พอแล้ว...

โชคดีที่พวก รปภ. ดูเหมือนจะไม่ได้คิดว่านางเป็นโจรจริงๆ แค่คิดว่าเป็นคนสติไม่ดีเลยไล่ออกไป ก็แน่ล่ะ โจรปกติที่ไหนเขาจะมาวางแผนกันเสียงดังฟังชัดในที่สาธารณะแบบนี้?

ทางด้านจ้าวซิงเอ๋อร์ถูก รปภ. โยนออกจากงานประมูลไปแล้ว เยว่เหวินก็ค่อยๆ หันกลับมามองเวทีตามเดิม

...

แปะ!

เมื่อถึงเวลา ไฟทั้งโถงจัดงานก็ดับพรึบลงในพริบตา เหลือเพียงแสงจากโคมไฟติดผนังด้านบนและสปอตไลต์ที่สาดส่องมารวมกันตรงกลางเวทีประมูล ผู้ดำเนินการประมูลหญิงในชุดสูทผูกหูกระต่ายเดินก้าวขึ้นมาบนเวที

"ขอต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเข้าสู่เป่าจือหลิน และนี่คืองานประมูลฉลองเทศกาลดับเบิ้ลอีเลฟเว่นประจำปีของทางร้านเราอีกครั้ง รายได้ร้อยละสามสิบจากการประมูลในวันนี้จะถูกนำไปบริจาคให้กับองค์กรการกุศลเช่นเคย ได้ยินมาว่าวันนี้มีผู้บำเพ็ญเพียรจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาร่วมงาน ข้าขอแสดงความเคารพอย่างสูงต่อสหายธรรมทุกท่าน ณ ที่นี้!" นางค้อมศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะผายมือไปทางชั้นลอย "และขอขอบคุณนักพรตจื่อกวงจากกรมควบคุมสิ่งเหนือธรรมชาติที่ให้เกียรติมาร่วมงานในวันนี้ด้วยค่ะ!"

ผู้คนด้านล่างต่างหันไปมองตามทิศทางที่นางผายมือ

ในห้องวีไอพีห้องกลางบนชั้นสอง มีร่างอรชรอวบอิ่มของหญิงสาวในชุดราตรีสีดำยืนอยู่ริมกระจกบานใหญ่ ใบหน้าของนางงดงามผุดผ่อง

นางคือรองอธิบดีกรมควบคุมสิ่งเหนือธรรมชาติสาขาเมืองหมายเลขเจ็ด นักพรตจื่อกวง นั่นเอง

เมื่อเผชิญกับสายตาของฝูงชน นักพรตจื่อกวงก็พยักหน้าเล็กน้อยเป็นการทักทาย ก่อนจะโบกมือให้รอบทิศ จากนั้นกระจกบานใหญ่ก็มืดสนิทลง กลายเป็นกระจกวันเวย์ ในโถงจัดงานมีเสียงตะโกนเรียก "ท่านแม่" ดังแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะ เรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่

ภายในห้องวีไอพีที่มองจากข้างนอกไม่เห็น มีพนักงานเสิร์ฟชายหญิงของเป่าจือหลินในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสวมทับด้วยเสื้อกั๊กสีดำ ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ตามมุมห้อง กลางห้องมีโต๊ะตัวหนึ่งล้อมรอบด้วยเก้าอี้สามตัว บนโต๊ะมีของว่างและไมโครโฟนตั้งโต๊ะสามตัววางอยู่ แค่กดกริ่งก็สามารถเชื่อมต่อกับตัวแทนของแต่ละคนได้ทันที

นอกจากนักพรตจื่อกวงแล้ว ยังมีผู้ชายอีกสองคนอยู่ในห้องด้วย

คนหนึ่งคือชายหนุ่มในชุดนักพรตเต๋า สวมมงกุฎสีม่วงบนศีรษะ แม้เรือนผมจะขาวโพลน แต่ใบหน้ากลับดูอ่อนเยาว์ นัยน์ตาคมกายแฝงไว้ด้วยประกายแห่งความสงบเยือกเย็นที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน

เมื่อผู้บำเพ็ญเพียรบรรลุถึงขั้นที่หกแล้ว จะไม่สามารถประเมินอายุจากรูปลักษณ์ภายนอกได้อีกต่อไป ในขณะที่พวกเขาหล่อหลอมกายาเซียนขึ้นมาใหม่ ก็สามารถขจัดร่องรอยแห่งความชราของตนเองไปได้ด้วย ตราบใดที่ยังมีตบะบารมีอยู่ การคงความหนุ่มสาวไว้ตลอดกาลก็ไม่ใช่เรื่องยาก

ท่านนี้คือเจ้าสำนักเสวียนเฟิงคนปัจจุบัน นักพรตเจียเฟิง

และยังเป็นอาจารย์ของหลิวหยวนจวินกับหลี่เฟยเซี่ยอีกด้วย

ส่วนอีกคนเป็นชายวัยกลางคนในชุดสูทเข้ารูปสีน้ำตาล หวีผมเรียบแปล้ ดูอายุราวๆ สี่สิบกว่าปี เวลายิ้มจะเห็นฟันทองอร่ามสองซี่

แม้ชายคนนี้จะดูไม่มีราศีของเซียนเอาเสียเลย แต่เขาก็คือผู้นำตระกูลหู ตระกูลผู้บำเพ็ญเพียรที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเจียงเฉิง หูฮั่นอี

เรียกได้ว่าการที่สองคนนี้มานั่งอยู่ตรงนี้ ก็เปรียบเสมือนตัวแทนของขุมกำลังอำนาจสองขั้วที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการบำเพ็ญเพียรของเมืองเจียงเฉิง นั่นคือสำนักเซียนอันดับหนึ่งและตระกูลเซียนอันดับหนึ่ง ในขณะที่นักพรตจื่อกวงเป็นเพียงรองอธิบดีสาขาเมืองบริวาร ฟังดูแล้วฐานะไม่ค่อยจะทัดเทียมกันนัก

แต่นักพรตจื่อกวงกลับนั่งอยู่ตรงกลางอย่างสบายอารมณ์ ในขณะที่สายตาของหูฮั่นอีที่ลอบมองนางเป็นระยะๆ กลับแฝงไปด้วยความยำเกรง

ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับอธิบดีกรมควบคุมสิ่งเหนือธรรมชาติสาขาใหญ่ของเมืองเจียงเฉิง หูฮั่นอีก็คงไม่มีท่าทีเช่นนี้ สาเหตุก็เพราะทั้งสองคนในห้องต่างรู้ดีว่า ภูมิหลังของนักพรตจื่อกวงนั้นไม่ธรรมดา

ในโครงสร้างของกรมควบคุมสิ่งเหนือธรรมชาตินั้น อธิบดีมีหน้าที่บริหารจัดการ ส่วนรองอธิบดีคือคนที่มีฝีมือการต่อสู้ที่แท้จริง

และนักพรตจื่อกวงไม่เพียงแต่เป็นผู้ที่มีระดับการบำเพ็ญเพียรสูงที่สุดในสาขาเมืองหมายเลขเจ็ดเท่านั้น ต่อให้นับรวมคนในสาขาใหญ่ทั้งหมด นางก็ยังเป็นผู้ที่มีระดับการบำเพ็ญเพียรสูงที่สุดอยู่ดี ในแง่หนึ่ง หากมีการจัดอันดับผู้แข็งแกร่งที่สุดในเผ่ามนุษย์ของเมืองเจียงเฉิง นางย่อมเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างแน่นอน

เหตุผลที่นางยอมลดตัวลงมาประจำการอยู่ที่เมืองหมายเลขเจ็ด ก็เพราะมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ที่นี่

"ได้ยินมาว่าช่วงนี้มีคดีประหลาดเกิดขึ้นสองคดีแถวๆ เจดีย์สะกดจิ้งจอก" นักพรตจื่อกวงหันไปมองหูฮั่นอีหลังจากนั่งลง พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ "ผู้นำตระกูลหูได้ติดตามสถานการณ์ทางนั้นบ้างหรือเปล่า?"

"แน่นอนครับ" สีหน้าของหูฮั่นอีดูระมัดระวังตัว "มีคดีเด็กหายตัวไปอย่างลึกลับสองคดี แต่ต่อมาคนของกรมควบคุมสิ่งเหนือธรรมชาติก็หาตัวจนพบทั้งหมด ผมได้ส่งคนไปตรวจสอบสภาพภายในเจดีย์สะกดจิ้งจอกทันที ผนึกยังคงสมบูรณ์ดี ไม่มีปัญหาอะไรครับ"

"อีกสองสามวันข้าว่าจะไปตรวจดูด้วยตัวเองสักหน่อย ใกล้จะครบกำหนดสามร้อยปีแล้ว นี่คือช่วงเวลาที่ปีศาจจิ้งจอกจะถูกหลอมละลาย และก็เป็นช่วงเวลาที่มันจะดิ้นรนต่อสู้เฮือกสุดท้ายอย่างรุนแรงที่สุดด้วย ช่วงเวลานี้จะปล่อยให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว" นักพรตจื่อกวงกล่าว "ยังไงซะ เป้าหมายที่ข้ามาประจำการที่นี่ ก็เพื่อเรื่องนี้อยู่แล้ว"

"ไม่มีปัญหาครับ" หูฮั่นอีพยักหน้ารับ "มีท่านนักพรตคอยดูแลอยู่ พวกเราก็เบาใจไปเปราะหนึ่ง"

"พวกเราทุกคนล้วนอยู่ในเมืองเจียงเฉิงด้วยกัน หากมีฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำ ทุกฝ่ายย่อมได้รับผลกระทบ หากฝ่ายใดรุ่งเรือง ทุกฝ่ายย่อมเจริญรอยตาม หากท่านนักพรตจื่อกวงมีสิ่งใดให้รับใช้ ขอเพียงเอ่ยปาก พวกเรายินดีเสมอ" นักพรตเจียเฟิงกล่าวเสริม

"แน่นอนค่ะ" นักพรตจื่อกวงแย้มยิ้มงดงาม "ในเมื่อข้ามารับตำแหน่งที่เมืองเจียงเฉิง ข้าก็คงขาดความช่วยเหลือจากพวกท่านทั้งสองไปไม่ได้"

"มิกล้าครับ เป็นเพราะท่านนักพรตคอยเป็นเสาหลักให้ต่างหาก เมืองหมายเลขเจ็ดถึงได้สงบร่มเย็นเช่นนี้" หูฮั่นอีประจบประแจง

"ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือของเจ้าหน้าที่กรมควบคุมสิ่งเหนือธรรมชาติและผู้บำเพ็ญเพียรฝ่ายธรรมะทุกท่านต่างหาก" คำตอบของนักพรตจื่อกวงดูเป็นทางการมาก แต่แล้วนางก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา "แต่ถ้าใครคิดจะมาก่อเรื่องในเมืองหมายเลขเจ็ด ก็ต้องผ่านด่านข้าไปให้ได้ก่อน อย่างเช่นวันนี้ ได้ยินมาว่ามีคนสนใจงานประมูลครั้งนี้เยอะ ข้าก็เลยต้องมาดูสักหน่อย"

"มาดูหน่อยก็ดีครับ" นักพรตเจียเฟิงทอดสายตาไปยังเวทีประมูลเบื้องล่าง "ได้ยินมาว่าสำนักเซียนและตระกูลเซียนหลายแห่งส่งคนมาร่วมงานด้วย คึกคักน่าดูเลยทีเดียว"

"โอ้?" หูฮั่นอีอุทาน "ของประมูลชิ้นแรกคือ กิ่งหยกม่วง เลยหรือนี่? งานประมูลวันนี้น่าจับตามองจริงๆ แฮะ"

จบบทที่ บทที่ 64 งานประมูล

คัดลอกลิงก์แล้ว