- หน้าแรก
- ฉันก็แค่ปากหมาจนจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดต้องร้องไห้
- บทที่ 49 : สังหารราชาปีศาจ ! การต่อสู้ครั้งแรกของห้อง 1 ประสบความสำเร็จ ! เหล่าผู้คุ้มครองต่างตกตะลึง !
บทที่ 49 : สังหารราชาปีศาจ ! การต่อสู้ครั้งแรกของห้อง 1 ประสบความสำเร็จ ! เหล่าผู้คุ้มครองต่างตกตะลึง !
บทที่ 49 : สังหารราชาปีศาจ ! การต่อสู้ครั้งแรกของห้อง 1 ประสบความสำเร็จ ! เหล่าผู้คุ้มครองต่างตกตะลึง !
“นะ... นี่...”
เมื่อเห็นมือเล็ก ๆ นั้นที่เนียนนุ่มราวกับหยก นัยน์ตาของราชาปีศาจก็หดแคบลง ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“มึง... เกี่ยวของอะไรกับมันกันแน่”
ลั่วซือหานขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะไม่รู้เรื่องว่าอีกฝ่ายพูดเรื่องอะไร
แต่ตอนนี้เรากำลังรบกันอยู่ การเสียสมาธิก็เท่ากับฆ่าตัวตาย
“มึงก็พูดมากไป !”
ฉวยโอกาสที่ราชาปีศาจเผลอ ลั่วซือหานจึงฝ่ามือซ้ายขึ้นและตบเข้าที่หน้าอกมัน
ปัง ! ! !
พรวด ! ! !
เปลวไฟสีน้ำเงินที่ระเบิดอย่างรุนแรงทำลายซี่โครงของราชาปีศาจไปหลายซี่ ทำให้มันกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง
แต่ความเจ็บปวดนี้เองที่ทำให้ราชาปิศาจได้สติกลับคืนมาในทันที
มันหยุดการเซถอยของตัวเองในทันที พยายามจะดึงดาบใหญ่กลับมา แต่ด้วยความรีบร้อนจึงทำไม่ได้
ราชาปิศาจตกใจและออกแรงแขนขวาอย่างกะทันหัน แต่ลั่วซือหานดูเหมือนจะรู้เรื่องนี้และปล่อยมือในทันทีในจังหวะที่มันออกแรงดึง
ในขณะนั้นเอง ราชาปีศาจก็เสียหลักอีกครั้งซึ่งที่นี้มันจะหงายหลัง
เมื่อเห็นแบบนั้น ดวงตาของลั่วซือหานก็ฉายแววเฉียบคม เธอชูมือเล็ก ๆ สีขาวขึ้น กำหมัดแน่นแล้วซัดเข้าที่หน้าอกของราชาปีศาจอย่างแรง
ปัง ! ! !
เมื่อถูกต่อยเข้าที่หัวใจ ราชาปิศาจก็กระอักเลือดอีก แต่ลั่วซือหานไม่ยอมปล่อยมันไปง่าย ๆ เธอสับศอกหัวใจมันซ้ำอีกที
ปัง ! ! !
กร๊อบ !
พรวด ! ! !
ร่างกายของราชาปีศาจสูญเสียการควบคุมในที่สุด แล้วมันก็หงายหลังล้มลงไป ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้จิตใจของมันว่างเปล่า
อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นเองเย่จิ่นชิวและคณะรวม 8 คนก็มาอยู่ตรงหน้าทั้งคู่
จากนั้นภายใต้สีหน้าเรียบเฉย พวกเธอยกมือหยกขาวที่เหมือนกันขึ้นมาแล้วปล่อยหมัดเท้าเข่าศอก ฉวยโอกาสตอนที่ราชาปีศาจล้มลงกับพื้นรุ่มสะกรัมกระน้ำซ้ำเติมมันอย่างต่อเนื่อง
ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ! ! !
เสียงหมัดเท้าเข่าศอกที่ดังรัว ๆ ประหนึ่งสายฝนตกใส่ใบกล้วย ราชาปีศาจรู้สึกว่าหน้าอก ท้อง ใบหน้า หน้าผาก และขมับของตนถูกราชาอะไรสักอย่างกระทืบซ้ำรัว ๆ
เมื่อเราอ่อนแอ เราก็จะถูกรังแก
ในเวลาเพียง 10 วินาที มันเห็นดาวระยิบระยับมึนหัวไปหมด
ในฐานะราชาปีศาจ มันรู้ดีว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปตัวเองนี่แหละที่จะพินาศเอาในที่สุด
แม้จะยังเวียนหัวและเจ็บปวดอยู่ แต่มันก็ยังระเบิดพลังเลือดลมทั้งหมดในร่างออกมาอย่างฉับพลัน
“ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกก ! ! ! อีพวกชั่ววววววววววววว ! ! !”
เปรี้ยะ ๆ ๆ เปรี้ยง ! ! !
พลังโลหิตปราณที่พุ่งพล่านอย่างรุนแรงพร้อมด้วยประกายไฟฟ้าได้พัดเอาพวกเย่จิ่นชิวทั้ง 8 คนกระเด็นไปไกล
เมื่อเห็นแบบนั้นลั่วซือหานจึงอยากจะเข้าไปซ้ำให้จบงาน แต่ราชาปิศาจมันจับจังหวะทัน มันกระแทกพื้นดันตัวเองให้ถอยออกไปแล้วลุกขึ้นยืนได้เสียก่อน
ทว่าในขณะนั้นมันรู้สึกไม่ค่อยสบาย
เพราะแขนซ้ายคือหักไปแล้ว แบบใช้การไม่ได้โดยสิ้นเชิง ซี่โครงที่ยังสมบูรณ์อยู่ก็ไม่ครบสักซี่ อวัยวะภายในเสียหายในระดับต่าง ๆ กันไป และแม้แต่ใบหน้ารวมทั้งหัวก็มีแต่รอยปูดบวมจนเหมือนหัวหมู
เมื่อมองแวบแรก มันดูไม่เหมือนมนุษย์อีกต่อไปแล้ว
มันกำดาบแน่น กุมแขนซ้ายไว้ และจ้องมองอย่างเดือดดาลผ่านช่องว่างดวงตาที่ปูดโปน
“หาที่ตาย... พวกมึงหาที่ตายยยยยยยยยยยยยยยย ! ! !”
“ใต้เท้า ! ! ! ใต้เท้าช่วยข้ารับใช้ด้วย ใต้เท้า ! ! !”
ทันทีที่มันพูดจบ เสียงคร่ำครวญของจ้าวปิศาจทั้ง 3 ตัวดังมาจากด้านหลัง
มันรีบหันกลับไปดูโดยไม่รู้ตัวและเห็นจ้าวปิศาจ 3 ตัวเลือดโชกไปทั้งตัว ใบหน้าหัวหมูที่เหมือนตัวมันเองทุกประการแสดงออกว่าหวาดกลัวสุดขีดขณะที่กำลังโดนไล่ฆ่าอย่างกับหมาขี้เรื้อน
“พวกมันบ้า ! ใต้เท้า ! อีพวกนี้มันบ้ากันหมดแล้ว ! พวกมันเป็นพวกวิกลจริต ! ! !”
ปัง !
เอ๋งงงงงง ! ! !
ต้าติงผู้บัญชาการของจ้าวปิศาจถูกเตะ และตัวเสือทั้งตัวก็เสียการควบคุมล้มหน้าคว่ำจุ่มลงไปในโคลน
ตอนนั้นเองราชาปีศาจจึงพึ่งสังเกตเห็นว่ามีสาวสวย 9 คนที่ตาแดงก่ำไล่ฆ่ามันอย่างกับคนบ้าอยู่
เมื่อหันมองจ้าวปิศาจอีก 2 ตัวแล้วก็สภาพเหมือนกันทุกประการ
แต่ที่โหดเหี้ยมยิ่งกว่าคือ...
หลังจากไล่ตามทันแล้ว เหล่าคนบ้าตัวกระเปี๊ยกนั่นก็ระดมหมัดเท้าเข่าศอกซ้ำลงไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
นังบ้าพวกนี้เล่นซ้ำแต่จุดเจ็บทั้งนั้น บางนางก็บ้ากว่า เล่นซ้ำเอาแต่จุดอ่อนของเสือตัวผู้จนทำให้จ้าวปิศาจต้องตาเหลือกด้วยความเจ็บปวด
แม่มันสิโว้ย
พวกจิตวิปริตนี่กะทำให้เผ่าปิศาจสูญพันธุ์รึไงวะ
นี่มันฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันชัด ๆ เลยนี่หว่า
ชั่วขณะหนึ่ง แม้แต่ราชาปิศาจก็ยังเป็นงง
เดิมทีมันคิดว่าลั่วซือหานกับเย่จิ่นชิวก็แข็งแกร่งมากพอแล้ว และการที่สามารถปราบจ้าวปิศาจได้ก็ผิดปกติมากแล้ว
แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าพวกที่เธอพามาด้วยนั้นกลับวิปริตยิ่งกว่า
แต่ในขณะที่ราชาปิศาจกำลังเอ๋ออยู่นั้น เสียงเย็นชาของลั่วซือหานก็ดังมาจากด้านหลังเธออย่างกะทันหัน
“มองทำไม เด๋วมึงก็โดน !”
ปัง ! ! !
ราชาปีศาจรู้สึกโดนตีที่ทัดดอกไม้ทำให้มันเสียหลัก ตอนนี้คือไม่รู้ตัวแล้วว่าตัวเองมานอนวัดพื้นอีท่าไหน หรือถูกเตะกระเด็นไปมาได้อย่างไรอีก
มันรู้แค่ว่าทั่วร่างของตนไม่มีส่วนไหนที่ยังดีอยู่เลย กระดูกหักเส้นเอ็นขาด และอวัยวะภายในแหลกเหลว
หลังจากเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบ และเห็นว่าราชาปิศาจหายใจแผ่วเบาแล้ว ในที่สุดลั่วซือหานก็โบกมือสั่งหยุดการทุบตี
“ว่ามาซิ ราชาปิศาจอย่างมึงเข้ามาที่นี่ได้ไง”
ราชาปีศาจกระอักเลือดเต็มปาก ตัวสั่นเล็กน้อยก่อนจะส่งเสียงเยาะเย้ยโดยไม่ตอบอะไรเลย
เมื่อเห็นแบบนั้นลั่วซือหานก็ไม่ได้โกรธ เธอเหยียบลงบนหน้าอกที่ซูบผอมของมันแล้วโน้มตัวลงมามองด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
“มึงมาที่นี่มีจุดประสงค์อะไร ?”
“เหอะ ๆ……”
“ช่วงนี้เผ่าปีศาจกะลังทำไรอยู่”
“เหอะ ๆ……”
เมื่อรู้ว่าตนเองต้องตาย ราชาปิศาจก็เปรียบเสมือนหมูตายที่ไม่กลัวน้ำเดือดจริง ๆ
ลั่วซือหานเอียงคอเล็กน้อย จากนั้นก็โน้มตัวลงมาและใช้มือเล็ก ๆ ของเธอบีบไหล่มันเบา ๆ...
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ! ! !”
ราชาปีศาจคิดว่าตนเองกำลังจะตาย แต่ใครจะรู้ว่าตัวมันเองยังสามารถแหกปากเพราะความเจ็บปวดได้อีก
ลั่วซือหานบีบไหล่มัน 3 ครั้งติด แต่มันก็ไม่ยอมตอบอยู่ดี
“เหอะ ๆ... เก่งนักก็ฆ่าก็ฆ่ากูเลย ! อยากได้ข้อมูลจากกู ? มึงก็ไร้เดียงสาเกิ๊นอีเด็กเวร !”
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ราชาปิศาจผู้ซึ่งตั้งใจจะใช้ชีวิตที่เหลืออันน้อยนิดอย่างสบาย ๆ กลับชะงักไปหลังจากพูดคำเหล่านั้นจบ
ไม่รู้เพราะอะไรจู่ ๆ มันก็เกิดสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา
เดี๋ยว ?
ไม่สิ !
นังเด็กนี่กับไอ้หมอนั่นมี...
แควก !
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก ! ! !”
ก่อนที่ราชาปิศาจจะคิดจบ แขนซ้ายมันก็ถูกลั่วซือหานดึงขาด
เมื่อแขนขาดออกจากตัวแล้วมันจะกลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิมคือขาของเสือทันที
ลั่วซือหานเช็ดเลือดออกจากแก้มเบา ๆ ยกขาเสือขึ้นมาดมแล้วพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ถึงพลังวิญญาณจะน้อย แต่ก็พอรับได้”
ทันทีที่ลั่วซือหานพูดจบหัวใจของราชาปีศาจก็เต้นแรงขึ้น นัยน์ตาของมันหดวูบลงทันที
เอาจริงเหรอวะ !
ก่อนที่ลั่วซือหานจะทันได้พูดอะไร เหยาจื่อซวนก็รีบหยิบเตาย่าง ถ่าน และขี้ใต้ออกมาจากถุงเก็บของ ตั้งเตา จุดไฟ
จากนั้นเธอก็หยิบโต๊ะเล็ก ๆ ออกมา ตามด้วยขวดและกระปุกที่บรรจุเมล็ดยี่หร่า ผงยี่หร่า พริกป่นหยาบ พริกป่นละเอียด เกลือ น้ำซุปไก่ งา ฯลฯ ออกมา แล้วรับขาเสือจากมือของลั่วซือหาน
ขณะที่ถ่านลุกไหม้เป็นสีแดงฉาน สาว ๆ คนอื่น ๆ ที่ฆ่าจ้าวปิศาจเสร็จแล้วก็มาเข้าแถวกันเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่รอบ ๆ ตัวมันแล้วจ้องเขม็งมา
ราชาปิศาจคงคิดว่าการพบกับราชานรกนั้นก็ยังไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเหมือนตอนนี้เลย
เหี้ย... พวกเหี้ยนี่กับกู ใครกันแน่ที่เป็นปิศาจ
เปลือกตาของราชาปีศาจกระตุกและหนาวสั่นไปทั้งตัว
มันไม่กลัวความตาย แต่ถ้าต้องตายบนเตาย่าง มันคงเป็นหนึ่งในปีศาจกลุ่มแรก ๆ ที่ได้ตายแบบนี้ จริงไหม
“จะถามเป็นครั้งสุดท้าย ถ้ามึงตอบก็ได้ตายเร็วสบายแฮ”
ลั่วซือหานกล่าวด้วยดวงตาที่เย็นชาและหรี่ลง
“แต่ถ้าไม่ตอบ กูรับประกันได้เลยว่าต่อให้มึงเหลือแค่หัว กูก็จะบังคับให้มึงมีชีวิต”
ราชาปิศาจกัดฟันแน่น แววตาที่จ้องเขม็งใส่ลั่วซือหานเต็มไปด้วยความเกลียดชังราวกับอยากจะกลืนเธอลงท้องไปทั้งเป็น
...
ในขณะนี้เอง
คนแก่ทั้ง 4 ที่เฝ้าดูอยู่บนต้นไม้ต่างเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด และตอนนี้ต่างก็ตกตะลึงและพูดอะไรกันไม่ออกเลย
ทั้ง 4 พึ่งได้สติเมื่อเห็นราชาปีศาจซึ่งถูกสาว ๆ ล้อมรอบได้สิ้นสติไปโดยสิ้นเชิง
“นะ... นี่... จบแล้วเหรอ ?”
คนแก่คนหนึ่งตัวสั่นเทา หน้าซีดเผือดไปหมด
เขาอุทานด้วยความตกใจ
“มหาปรมาจารย์ยุทธ์... ยัยหนูนั่นเป็นมหาปรมาจารย์ยุทธ์เหรอ ? !”
“พึ่งเรียนได้แค่เดือนเดียว... ก็เลื่อนขั้นเป็นมหาปรมาจารย์ยุทธ์แล้วเหรอเนี่ย ? ! ?”
“นี่มันความเร็วการฝึกฝนอะไรกัน ? ? ?”