เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 : ผู้คุ้มครองตาย ! บ้าไปแล้ว !

บทที่ 50 : ผู้คุ้มครองตาย ! บ้าไปแล้ว !

บทที่ 50 : ผู้คุ้มครองตาย ! บ้าไปแล้ว !


คนแก่เหล่านั้นบ้าไปแล้ว  คราวนี้คือบ้าไปโดยสิ้นเชิง

เพราะพวกเขาไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ  แต่ในสมัยนั้นพวกเขาคืออัจฉริยะชั้นยอด  ติดอันดับหัวกะทิในรุ่นของทั้งประเทศหลง

แม้กระทั่งตอนนี้พวกเขาทั้งหมดก็ยังดำรงตำแหน่งที่ได้รับการเคารพนับถือในตระกูลของตน  มิฉะนั้นแล้วจะมากลายเป็นผู้คุ้มครองได้อย่างไรกันล่ะ

ดังนั้นเมื่อพูดถึงความรู้  มุมมอง  และความเข้าใจเกี่ยวกับการฝึกฝน  พวกเขาต้องพิจารณาแง่มุมเหล่านี้ด้วย

ในกับประเทศหลงอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้แท้จริงแล้วมีไม่กี่คนหรอกที่แข็งแกร่งกว่าพวกเขา

แต่ด้วยเหตุนี้เอง  พวกเขาจึงรู้ดีว่าการเลื่อนขั้นจากขอบเขตศิษย์ยุทธ์ 1 ดาวไปสู่ขอบเขตมหาปรมาจารย์ยุทธ์ในเวลาแค่เดือนเดียวนั้นเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อขนาดไหน

ไม่  นี่ไม่ใช่แค่เรื่องน่าเหลือเชื่อ  แต่มันไร้สาระสิ้นดี ! มันเป็นเรื่องที่น่าขันที่สุดเท่าที่เคยมีมา !

ทว่าข้อเท็จจริงก็ได้ปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว

แล้วจะไม่ให้บ้าได้ยังไงอีก

มันก็เหมือนกับศรัทธาของนักคณิตศาสตร์ล่มสลายลงเมื่อกฎฟิสิกส์จบลงนั่นแหละ

สิ่งนี้พลิกผันความเข้าใจเกี่ยวกับการฝึกฝนของพวกเขาไปโดยสิ้นเชิง

“นี่มัน...  เป็นไปได้ยังไง ? นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน ? ? ?”

“เลื่อนขั้นเป็นมหาปรมาจารย์ยุทธ์ภายในหนึ่งเดือน—พรสวรรค์แบบนี้ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะธรรมดา ๆ แล้ว !”

“เสนาบดีซู  เสนาบดีฉิน  พวกท่านช่วยอธิบายเรื่องนี้ให้พวกเราฟังหน่อยเถอะ ! ว่าตกลงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? ? ?”

คนแก่อีก 2 คนกุมหัวพร้อมสีหน้าแบบว่ากูขอบ้าแป๊บ  แต่เมื่อเห็นอีก 2 คนที่ไม่พูดไม่จาอะไรเลยก็ได้แต่อึ้ง

“เสนาบดีซู ? เสนาบดีฉิน ? ยังอยู่มั้ยเนี่ย ?”

เสนาบดีฉินส่ายหัว  จากนั้นก็หันไปมองเสนาบดีซูด้วยสีหน้าประหลาดใจ

“เฮีย...  ตะกี๊นังหนูซือหานนั่นใช้...  ใช้วิชาลับของตระกูลซู  วิชาหัตถ์หยกขาวใช่มั้ย”

เสนาบดีซูกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก  ใบหน้าแข็งทื่อและสั่นเทาขณะพูด

“นั่น  นั่นไม่ใช่หัตถ์หยกขาว...  หัตถ์หยกขาวมันแค่ทำให้มือขาวเหมือนหยก  แล้วมันก็เพิ่มแค่ความสามารถในการป้องกันเท่านั้น”

“แต่สิ่งที่ยัยหนูพวกนั้นใช้คือเปลี่ยนทั้งมือให้กลายเป็นหยก  นี่มันต่างกันคนละเรื่องเลย...”

“ไม่นะ  นี่มันแย่แล้วทุกคน...”

เมื่อเห็นว่าหน้าผากของเสนาบดีซูเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นที่ไหลลงมาตามแก้มและปกเสื้อ  แต่เขากลับไม่กล้าขยับ  เสนาบดีฉินจึงรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ

“เฮีย  มะ...  ไม่เป็นไรใช่มั้ย”

เสนาบดีซูค่อย ๆ หันหน้ามามองด้วยริมฝีปากซีดเผือดเพราะความหวาดกลัว

“พวกเธอ...  พวกเธอไม่ได้ใช้หัตถ์หยก...  พวกเธอใช้หัตถ์แยก...”

หลังจากพูดยังไม่ทันจบเสนาบดีซูก็แทบจะร้องไห้โฮ

“เหี้ยแล้วไง  กูไม่น่ามาเพราะอยากรู้อยากเห็นเล้ย  ก่อเรื่องยุ่งตายห่าแล้วมั้ยล่า...”

“เร็ว ๆ ๆ ! รีบวิ่ง ๆ !”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นคนแก่ทั้ง 3 ที่เหลือก็ลืมบ้าและทำหน้างงเต้ก

“เกิดอะไรขึ้นเสนาบดีซู  ทำไมกระวนกระวายแบบนี้  หัตถ์แยกอะไรนั่นมันอะไรกัน”

“พอ ๆ ๆ หยุดถามเลย ! ตอนนี้พาผมออกจากที่นี่ด่วน  พวกเราต้องรีบหนีก่อน !”

เสนาบดีฉินตกใจ  และโดยไม่รู้ตัวก็ได้ประคองเสนาบดีซูที่กำลังจะล้มพร้อมทั้งถามด้วยความงุนงง

“ไม่ใช่สิเฮีย  ทำไมต้องให้เราพาไปล่ะ  อยากไปก็ไปเองเลยสิ”

“ไม่ไหว  ขาตะคริวแดก  เดินไม่ได้แล้ว...”

ทั้ง 3 คนต่างอึ้งกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

“ไม่เอาสิเฮีย  ทำไรอยู่...”

“หวัดดีทุกทั่น ~”

ทันใดนั้นเอง  น้ำเสียงเยาะเย้ยแปลก ๆ ก็ดังขึ้นในหูของพวกเขาทำให้ทั้ง 4 คนสะดุ้งโหยง

แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นคือความรู้สึกกดดันที่ยากจะบรรยายซึ่งทำให้หนังหัวเสียวแปล๊บไปหมดที่มาพร้อมกัน

“ใคร ? ! ตะกี๊ใครพูด”

“หาดูสิ”

หลังจากที่พูดจาไร้สาระอีกครั้ง  พวกคนแก่ที่ยังไม่เจอใครแถวนี้ก็ตั้งสติกลับมาสู่โลกความเป็นจริงโดยด่วน

“ส่งเสียงพันลี้ ? นี่ใช่ส่งเสียงพันลี้จริงเหรอเนี่ย ? ? ?”

เมื่อเห็นว่าทั้ง 3 คนกำลังจะพูด  เสนาบดีซูผู้หวาดกลัวจะตายอยู่แล้วจึงรีบห้ามปรามและโค้งคำนับโดยไม่สนใจความรู้สึกเสียวแปล๊บที่หนังหัวเลย

“ผู้...น้อย  คา...  ระ...  วะ...  ผู้อาวุโส !”

“เราจะรีบไปเดี๋ยวนี้  เดี๋ยวนี้เลยครับ !”

เมื่อเห็นว่าไม่มีเสียงตอบกลับ  เฮียซูซึ่งรู้สึกว่าคุณทวดกำลังเรียกหาอยู่ก็คิดได้เร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต

“ท่านผู้อาวุโสโปรดวางใจ  พวกผมไม่เห็นอะไรเลยครับ  และเราจะไม่ยอมให้ใครพูดถึงเรื่องนี้แม้แต่คำเดียว  พวกเราจะกลับบ้านไปเก็บตัวเงียบ ๆ ตอนนี้เลย  เว้นแต่ว่าตระกูลเราจะเผชิญกับวิกฤตความเป็นความตายพวกเราจะไม่มีวันออกมาจากที่กักตนอีกเลยในชาตินี้ !”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นทั้ง 3 คนก็ตกใจสุดขีด  ถ้าพวกเขายังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นอีกก็ไม่สมควรที่จะมีชีวิตอยู่จนอายุปูนนี้แล้วล่ะ

เมื่อเห็นเสนาบดีซูเหงื่อท่วมตัวหัวใจของพวกเขาก็ยิ่งปั่นป่วน

คราวนี้ไม่มีใครกล้าพูดอะไร  โชคดีที่เสียงนั้นดูเหมือนจะไม่ต้องการทำอะไร  และในไม่ช้ามันก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ก็ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก  ไปกินไปดื่มตามใจชอบนั่นแหละ  ชีวิตคือการสนุกสนานนะ”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นเสนาบดีซูจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ตามที่ท่านสั่งครับ”

เมื่อรู้สึกว่าสายตาที่น่ากลัวนั่นหายไปแล้ว  หัวใจของเสนาบดีซูก็เต้นแรงขึ้นทันที  เขารีบคว้าแขนของเสนาบดีฉินพลางร้องออกมาด้วยความตกใจ

“ไม่ต้องพูด ! เร็วเข้า  ไปกันเถอะ !”

ในเวลานี้  อีก 3 คนจะกล้าพูดอะไรอีก  พวกเขาหน้าซีดเผือดรีบช่วยพยุงเสนาบดีซูแล้วก็หายตัวไปจากที่นั่นทันที

...

บนต้นไม้อีกต้นหนึ่ง

อาจารย์หูเองก็ตกใจไม่แพ้กัน

นอกจากนี้  เขายังชื่นชอบผงพริกยี่หร่าเป็นอย่างมากอีกด้วย

แต่หลังจากเป็นอาจารย์มานานหลายปี  ครั้งนี้เขาได้เปิดหูเปิดตาโดยแท้จริง

“ฆะ...  ฆ่าเรียบเลยเหรอ ?”

“แม้แต่ราชาปิศาจก็ตายแล้วเหรอ”

“และระดับการฝึกฝนของพวกเธอ...”

อาจารย์หูมองด้วยความตกใจ  ปากเดี๋ยวอ้าเดี๋ยวหุบแต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร

ถึงแม้เขาจะเป็นเพียงบรรพชนยุทธ์ก็ตาม  แต่เขาก็สามารถรับรู้ถึงความผันผวนของโลหิตปราณที่แผ่ออกมาจากพวกลั่วซือหานได้อย่างชัดเจน

มหาปรมาจารย์ยุทธ์ !

ขอบเขตมหาปรมาจารย์ยุทธ์ทุกคนเลยเร้อออออออ !

เนื่องจากตัวเองยังเป็นเพียงแค่ขอบเขตบรรพชนยุทธ์เอง  แล้วเรื่องนี้จะไม่ทำให้เขาตกใจได้อย่างไร

เด็กที่พึ่งพลังตื่นได้เพียง 2 เดือนกลับมีระดับการฝึกฝนสูงเกือบเท่าตัวเองที่อายุ 40 ปี  นี่มันโกหกหลอกลวงกันชัด ๆ ไม่ใช่หรือ

“ไม่แปลกใจเลยที่พวกเธอไม่กลัว  กับระดับการฝึกฝนขนาดนี้พวกเธอย่อมมีเหตุให้ภาคภูมิใจอยู่แล้ว”

“ยิ่งไปกว่านั้น  เป็นกลยุทธ์ที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง  และระเบียบวินัยที่เข้มงวดยังเป็นเครื่องรับประกันว่าพลังรบจะเพิ่มขึ้นอย่างมกา  ดูเหมือน  ตัวอาจารย์จะไม่...”

“! ! !”

“ใคร ? !”

ก่อนที่อาจารย์หูจะพูดจบก็มีคนมาตบไหล่เบา ๆ

เขาตกใจมากจนเกือบล้ม

โชคดีที่มือใหญ่ข้างหนึ่งช่วยประคองหลังไว้จึงช่วยหลีกเลี่ยงเหตุการณ์น่าอายได้

อย่างไรก็ตาม  เมื่อเขาหันหน้าไปและว่าคนที่นั่งย่อตัวอยู่ข้าง ๆ ซึ่งตบไหล่ตนนั้นเป็นเด็กหนุ่มน่าตาดีคนหนึ่งดวงตาของเขาก็หรี่ลงทันที

“คุณ……”

แม้ว่าเขาจะตกใจกับฝีมือของพวกลั่วซือหานอยู่ก็ตาม  แต่เขาก็เป็นถึงขอบเขตบรรพชนยุทธ์  การที่ใครบางคนสามารถเข้าใกล้เขาได้โดยที่ตนไม่รู้ย่อมแสดงว่าระดับการฝึกฝนของคน ๆ นั้นต้องสูงกว่าราชันยุทธ์

ใครจะรู้  อีกฝ่ายอาจเป็นจอมยุทธ์ขอบเขตปราชญ์ยุทธ์ก็เป็นได้ !

แล้วเขาจะไม่รู้สึกตกใจได้อย่างไรที่คนอายุน้อยขนาดนี้กลับมีความรู้ความสามารถมากมายขนาดนี้

“ใจเย็น ๆ”

เด็กหนุ่มตบไหล่เขาอีกครั้งพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน

“ขอบคุณที่ปกป้องพวกเธอนะ”

อาจารย์หูรู้สึกตกใจเล็กน้อย  แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายใครก็เลยผ่อนคลายลง

“เอ่อ...  ไม่เป็นไรครับ  ผมแค่...  เอ่อ...  เป็นห่วงว่าอาจจะมีอะไรเกิดขึ้นกับอัจฉริยะเหล่านี้น่ะ”

“แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า...  ผมจะคิดมากไป”

อาจารย์หูรู้สึกเขินเล็กน้อย

“ไม่หรอก  ผมก็ยังรู้สึกขอบคุณคุณมากอยู่ดี  สมัยนี้หาอาจารย์ดี ๆ แบบคุณได้ยากแล้วล่ะ”

เมื่อได้ยินคำชมอาจารย์หูก็รู้สึกเขินเล็กน้อย

ที่สำคัญคือการได้รับการยกย่องจากคนหนุ่มแบบนี้กลับรู้สึกแปลกประหลาดอย่างยิ่ง

เมื่อเห็นอาจารย์หูเกาหัว  เด็กหนุ่มจึงหัวเราะเบา ๆ แล้วมองสำรวจเขา

“ดูเหมือนคุณจะติดอยู่ขอบเขตบรรพชนยุทธ์เก้าดาวมาได้สิบปีแล้วสินะ”

ขณะที่เขาพูดมือก็เบา ๆ เอาผลไม้สีฟ้าออกมายัดใส่มือให้

“ของนี่ช่วยคุณทะลวงคอขวดได้  ขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยคุ้มครองนะ”

เมื่ออาจารย์หูมองผลไม้ในมือสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน

“นะ...  นี่มันสมุนไพรระดับปราชญ์  ผลกล้วยไม้ใยเหรอ ? ? ?”

“เดี๋ยวก่อน ๆ ? !”

อาจารย์หูรีบกระโดดลงจากต้นไม้และมองไปยังเด็กชายที่กำลังจะจากไปด้วยความกังวลใจ

“ผมรับสมบัติชิ้นนี้ไม่ได้ ! คุณควรเอาไว้ใช้เอง !”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นเด็กหนุ่มจึงโบกมือไปด้านหลังแล้วพูดว่า...

“ไม่ต้องหรอก  คุณเอาไปใช้แล้วขยันฝึกเถอะ  หวังว่าในอนาคตคุณจะบ่มเพาะนักศึกษาที่ยอดเยี่ยมอีกหลาย ๆ คนนะ”

เปลือกตาของอาจารย์หูกระตุกเบา ๆ เขาดีใจเป็นอย่างยิ่ง

ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าการทำหน้าที่อาจารย์ธรรมดา ๆ แบบนี้จะนำไปสู่โอกาสอันน่าทึ่งเช่นนี้ได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม  เขาไม่ใช่คนโง่  เขารู้ว่าการมาเยี่ยมของเด็กหนุ่มไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อให้ของกับตนเท่านั้น

คิดถึงเรื่องนี้แล้วก็พลันนึกอะไรบางอย่างออก

“เอ่อ...  คุณไม่ต้องห่วงนะ  วันนี้ผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้น  แล้วก็จะไม่พูดอะไรด้วย !”

ช่างเถอะ

เด็กหนุ่มโบกมืออีกครั้ง

และเขาเพียงแค่ก้าวเท้าออกไปก้าวเดียว  ร่างก็หายวับไปอยู่อีกหลายสิบเมตรข้างหน้าแล้ว

2 ก้าวต่อมาร่างของเขาก็หายไปจากสายตาสร้างความประหลาดใจให้แก่อาจารย์หูเป็นอย่างยิ่ง

จบบทที่ บทที่ 50 : ผู้คุ้มครองตาย ! บ้าไปแล้ว !

คัดลอกลิงก์แล้ว