เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 : เหล่าพี่น้องผนึกกำลัง ! สู้กับราชาปีศาจ ! สร้างความตกตะลึงแก่เผ่าปีศาจ !

บทที่ 48 : เหล่าพี่น้องผนึกกำลัง ! สู้กับราชาปีศาจ ! สร้างความตกตะลึงแก่เผ่าปีศาจ !

บทที่ 48 : เหล่าพี่น้องผนึกกำลัง ! สู้กับราชาปีศาจ ! สร้างความตกตะลึงแก่เผ่าปีศาจ !


ณ  ขณะนี้

ชายวัยกลางคนในชุดสีขาวที่มีลวดลายสายฟ้าค่อย ๆ ปรากฏตัวออกมาจากด้านหลังของจ้าวปิศาจ

สีหน้าดูเคร่งขรึม  แต่ปากกลับยิ้มแย้ม  ราวกับว่าทุกย่างก้าวที่เดินนั้นสอดคล้องกับจังหวะการเต้นของหัวใจของทุกคนที่อยู่  ณ  ที่นั้น

ถ้าสังเกตดี ๆ แม้แต่บรรยากาศรอบตัวมันก็ยังดูเหมือนจะบิดเบี้ยว

นับตั้งแต่วินาทีที่มันปรากฏตัวก็ได้สร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลให้กับพวกลั่วซือหาน

เมื่อเห็นแบบนั้นลั่วซือหานจึงเอียงคอเล็กน้อยและพูดอย่างใจเย็นว่า

“แปลงร่างงั้นเหรอ ? ราชาปีศาจสินะ”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นรอยยิ้มของชายวัยกลางคนก็ยิ่งกว้างขึ้น

“สายตาเจ้าช่างดีเยี่ยม  ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าจะทรงพลังขนาดทำลายกองทัพปิศาจข้าได้จนเกลี้ยงขนาดนี้”

เมื่อเห็นแบบนั้นจ้าวปิศาจทั้ง 3 จึงละทิ้งความโกรธและรีบก้มลงกราบตัวสั่นงันงก

“ข้ารับใช้ถวายบังคมใต้เท้าราชาปิศาจ !”

“กองขยะไร้ประโยชน์”

ราชาปีศาจเหลือบมองเหล่าจ้าวปิศาจอย่างไม่แยแส  จากนั้นก็หันไปมองลั่วซือหานแล้วยิ้ม

“แม่หนูน้อย  เจ้าเก่งมากเลยนะ  นอกจากเจ้าหมอนั่นเมื่อหกปีก่อนแล้ว  เจ้าเป็นคนที่สองเลยที่ทำให้เปิ่นหวางต้องมองด้วยสายตาใหม่”

“อืม...  ต้องบอกว่า  เจ้าดูคล้ายมันผู้นั้นอยู่บ้างล่ะนะ”

“เพราะงั้น……”

ราชาปีศาจเปลี่ยนน้ำเสียง  รอยยิ้มจางหายไปขณะที่พูดเสียงเบา ๆ

“มึง...  ตัดสินใจได้ยังว่าจะอยากตายยังไง !”

เมื่อเผ่าปีศาจบรรลุถึงขอบเขตราชาแล้ว  พวกมันจะเข้าขอบเขตที่ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง

นี่คือเส้นแบ่ง  เป็นช่องว่างที่ไม่อาจเชื่อมต่อติดได้ด้วยจำนวนคนเพียงอย่างเดียว

ดังนั้นถึงแม้กองทัพของมันจะพ่ายแพ้ไปแล้ว  และกำลังของมันก็เหลือน้อยกว่าครึ่งของช่วงพีกสุด  แต่มันก็ไม่ต้องกลัวอะไร  ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกลัวแพ้

อีกด้าน  ลั่วซือหานมาที่นี่ก็เพื่อฆ่ามัน  และการที่มันออกมาเองแบบนี้ก็ช่วยประหยัดเวลาและความยุ่งยากไปได้มาก

“อยากฆ่ากู ? งั้นมาดูกันว่ามึงมีปัญญามั้ย”

หลังจากถูกเฉินมู่ทรมานมา 1 เดือนเต็ม  ตัวเธอเองก็ดูเหมือนจะลืมไปแล้วว่าตัวเองคือจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดที่แท้ทรู

ต่อหน้าเฉินมู่แล้วเธอไม่สามารถเชิดหน้าชูตาใด ๆ ได้เลย  แต่ก็นั่นไม่ได้หมายความว่าความภาคภูมิใจของเธอจะดับสูญไป  หรือความเย่อหยิ่งทรนงของเธอจะหายไปจากโลกนี้

แม้ว่าพลังของทั้งสองขอบเขตจะแตกต่างกันอย่างมากก็ตามที  แต่เธอก็ไม่แสดงความหวาดกลัวใด ๆ ตรงกันข้ามเธอกลับกระตือรือร้นที่จะลองของ

เพราะนี่จะเป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของตนอย่างแท้จริง

ในชาติก่อน  เธอหยิ่งผยองและไร้ประสบการณ์  และราชาปิศาจตัวนี้ก็ถูกผู้คุ้มครองของเธอฆ่าไป

แต่ในชาตินี้  เธอจะพิสูจน์ให้เห็นว่าตนก็ไม่ได้ด้อยกว่าใครเลย

นอกจากนี้เรายังต้อง...  ฆ่าไอ้ปิศาจนี่ซะและไปตบหน้าไอ้เหี้ยเฉินมู่ด้วย !

ประกายแสงวาบขึ้นในดวงตาของลั่วซือหาน  พลังต่อสู้ของเธอเริ่มพลุ่งพล่านไปพร้อมกับโลหิตปราณ

ดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องไปยังราชาปีศาจและกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“สามทีมปิดล้อมและเข้าตี ! หนึ่งทีมบุกทะลวง !”

“แยกย้าย !”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นทุกคนก็รีบขยายค่างกลศึกรูปเพชรออกไปอีกครึ่ง

เมื่อเห็นแบบนั้น  ลั่วซือหานจึงกำหมัดแน่นและตะโกนออกมา

“เข้าตีสามทาง ! ฆ่า !”

“ฆ่า ! ! !”

เมื่อพวกสาว ๆ ตะโกนด้วยความโกรธพร้อมกัน  โลหิตปราณของพวกเธอก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างฉับพลัน

พลังการต่อสู้ที่ถูกเก็บกดไว้แต่เดิมนั้นบัดนี้ได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่แล้ว

มันเปรียบเสมือนเสือที่ลงมาจากภูเขา  ด้วยพละกำลังที่สามารถกลืนกินภูผาวารีได้  มีข้อได้เปรียบในการรบด้วยเจตจำนงที่แข็งแกร่ง  และจิตใจที่ไม่ย่อท้อในการก้าวไปข้างหน้า

แม้แต่ราชาปิศาจก็ยังอดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพนั้น

“ถึงแม้จะไม่รู้ว่ามึงกับมันเกี่ยวไรกัน  แต่แค่มึงคล้ายมันเพียงแค่เล็กน้อยก็พอให้กูไม่ปล่อยให้มึงมีชีวิตรอดกลับไปได้แล้ว !”

“ยิ่งไม่ต้องพูดถึง...  การบรรลุถึงขอบเขตมหาปรมาจารย์ยุทธ์หลังพลังตื่นแค่สองเดือนอีก  มนุษย์อัจฉริยะแบบนี้ไม่อนุญาตให้มีชีวิตอยู่ต่อเด็ดขาด !”

เมื่อเห็นลั่วซือหานนำทัพบุกเหมือนลูกปืนใหญ่  จึงเป็นธรรมดาที่เธอจะเข้าปะทะก่อนใคร

สีหน้าของราชาปีศาจเปลี่ยนไปอีกครั้ง  มันกำหมัดขึ้นมาเตรียมต่อยลั่วซือหาน

“พยัคฆ์คำรามภูผาพงไพร !”

“โฮกกกกกกกกกก ! ! !”

ในขณะที่ราชาปิศาจออกหมัด  พวกจ้าวปิศาจยังไม่ทันตั้งตัว  พลังหมัดของมันมหาศาลมากจนลั่วซือหานรู้สึกเจ็บแปลบที่แก้มจากระยะห่าง 3 เมตร

อย่างไรก็ตาม  นี่ก็ไม่ได้ทำให้เธอท้อแท้เลยแม้แต่น้อย  ตรงกันข้ามมันกลับทำให้เธอตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น

“ฝ่ามือเพลิง ! ! !”

ลั่วซือหานรวบรวมพลังโลหิตปราณทั้งหมดในร่างกายไปที่ฝ่ามือขวา  และเปลวไฟสีขาวอมฟ้าก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือนั้น

สู้กับราชาปิศาจมีแต่ต้องทุ่มสุดตัวเท่านั้น !

พรึบ ๆ ๆ ๆ ! ! !

เปลวไฟสีน้ำเงินราวกับเหล็กที่ร้อนจัดแล้วจุ่มลงในน้ำ  พุ่งขึ้นสามจุดก่อนจะหดลงอย่างฉับพลันหกจุด

ทันทีที่หมัดมายาหัวเสือของราชาปีศาจมาถึงฝ่ามือก็ตบสวนอย่างแรง

ปัง ! ! !

เสียงระเบิดจากการปะทะกันของทั้งคู่รุนแรงมาก  เปลวไฟก็กระเด็นไปทั่วทุกทิศทาง

แต่ราชาปิศาจถอยหลังไปเพียงก้าวเดียว  ในขณะที่ลั่วซือหานถอยหลังไปถึง 5 ก้าวเต็ม ๆ

เมื่อเห็นแบบนั้นใบหน้าของราชาปีศาจก็มืดมนลง  และมันก็พุ่งเข้าใส่อีกครั้งโดยไม่พูดอะไรอีก

ดูเหมือนว่าลั่วซือหานจะพ่ายแพ้อย่างยับเยิน  แต่ราชาปิศาจก็รู้ว่าพลังของนักเด็กนี่มันเหนือชั้นเกินไปแล้ว

ที่สำคัญคือต้องเข้าใจว่าทั้งคู่ระดับการฝึกฝนที่ห่างกัน 2 ขอบเขตใหญ่คืออยู่คนละโลกกันโดยสิ้นเชิง  การที่เธอโดนหมัดนั่นแล้วไม่ตายก็บ่งบอกอะไรได้หลายอย่างแล้ว

แล้วราชาปิศาจจะกล้าประมาทได้อย่างไร  หลังจากลองเชิงกันครั้งหนึ่งแล้วก็เลือกที่จะทุ่มสุดตัวทันที

เมื่อเห็นแบบนั้นลั่วซือหานจึงทรงตัวด้วยความช่วยเหลือของเย่จิ่นชิว  แล้วก็ก้าวขึ้นหน้าด้วยวิชาย่างก้าวสวรรค์

เย่จิ่นชิว  จ้าวหลินซี  รวม 8 คนก็ไม่ยอมแพ้  หลังจากปรับค่ายกลศึกอย่างชาญฉลาดแล้ว  พวกเธอก็ตามลั่วซือหานไปเผชิญหน้ากับความท้าทาย

แล้วอีก 3 ทีมล่ะ ?

ไม่แม้แต่จะเหลียวมองลั่วซือหาน  พวกเธอทั้งหมดพุ่งผ่านจาก 2 ด้านมุ่งหน้าตรงไปยังจ้าวปิศาจ 3 ตัว

ถ้าคนอื่นเห็นแบบนี้คงคิดว่าอีก 3 ทีมนั้นช่างไร้มนุษยธรรมเพราะไม่เห็นจะสนใจหัวหน้าห้องเลย

ทว่าในสายตาของราชาปิศาจ  มันเห็นแบบนั้นก็ยิ่งแสดงเจตจำนงชัดแจ้งว่าจะต้องฆ่าลั่วซือหานให้จงได้

เพราะมันเคยเห็นทหารที่สงบและเชื่อฟังโดยสมบูรณ์แบบเช่นนี้แค่ในหมู่ผู้ใต้บังคับบัญชาของไอ้ผู้ชายสารเลวนั่นเท่านั้น

นี่คือหน่ออ่อนของกองทัพไร้เทียมทาน ! เมื่อนังเด็กเวรพวกนี้เติบโตขึ้นจะต้องกลายเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่งต่อเผ่าปีศาจอย่างแน่นอน !

ยิ่งคิดได้ดวงตาของราชาปีศาจยิ่งแดงก่ำ  ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่า  สายฟ้าแลบวาบรอบแขนขณะที่พุ่งเข้าใส่ลั่วซือหานและเย่จิ่นชิว

“หมัดพยัคฆ์สายฟ้า ! ! !”

เปรี๊ยะ ๆ ๆ ๆ ! ! !

ลำแสงสายฟ้าหนาทึบสองลำพุ่งออกมาแล้วเปลี่ยนร่างเป็นหัวเสือ 2 หัว  จากนั้นก็คำรามขณะพุ่งตรงไปยังใบหน้าของทั้ง 2 สาว

เมื่อเห็นแบบนั้นเลือดของพวกเธอยิ่งเดือดพล่านเข้าไปใหญ่  คนหนึ่งเดือดดาลแบบไฟผา  อีกคนหนึ่งเดือดดาลแบบน้ำแข็งปะทุ  และพวกเธอก็ออกหมัดต่อยสวนไปพร้อมกัน

“หมัดแปดสุดขั้วถล่มสวรรค์ !”

ปัง ! ! !

ทั้งคู่ตะโกนและแลกหมัดกันก่อนจะถอยห่างออกไปหลายก้าว

แต่คราวนี้ลั่วซือหานจะไม่เปิดโอกาสให้ราชาปิศาจได้ตั้งตัว

อย่าลืมว่าคู่ต่อสู้ไม่ได้มีแค่ลั่วซือหานกับเย่จิ่นชิวเท่านั้น  แต่ยังมีพวกจ้าวหลินซีและพวกซูเสี่ยวเถาซึ่งรวมทั้งหมดเจ็ดคน !

ขณะที่ทั้งคู่ถอยอย่างควบคุมไม่ได้  สาว ๆ ทั้งเจ็ดจึงฉวยโอกาสจากจังหวะกำลังเซของราชาปิศาจ  ปลดปล่อยพลังของหมัดแปดสุดขั้วถล่มสวรรค์อัดใส่มันเต็มแรง

เมื่อเห็นหมัดหลากสีพุ่งเข้ามาหา  สีหน้าของราชาปีศาจก็เปลี่ยนไป  มันไม่สนร่างกายที่ยังตั้งตัวไม่ติดและรีบยกแขนขึ้นมากัน

ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ! ! !

เสียงกำหมัดหนัก ๆ ดังขึ้นรัว ๆ ราวกับฝนตกกระทบใบกล้วย  ส่งราชาปิศาจให้ต้องเซถอยหลังไปอีกหลายก้าว

ยิ่งไปกว่านั้น  คณะทั้ง 7 ของจ้าวหลินซีก็ยังฉลาดมาก  พวกเธอถอยหนีทันทีที่ยั่วยุเสร็จทำให้ราชาปิศาจไม่มีโอกาสตีโต้

เพราะพวกเธอรู้ดีว่าตนเองอยู่แค่ขอบเขตปรมาจารย์ยุทธ์เท่านั้น  ถึงแม้ร่างกายจะผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงเพียงใดก็ยังคงได้รับบาดเจ็บหากถูกราชาปิศาจตบหน้าแค่ 2 ที

ดังนั้นพวกเธอจึงใช้วิธีตอดแล้วหนี  ซึ่งทำให้ลั่วซือหานกับเย่จิ่นชิวมีโอกาสบุกเข้ามาอีกครั้งได้สะดวกสบาย

“เตรียมตัวตายซะ !”

ทั้งคู่ดูบ้าคลั่ง  ดวงตาราวกับออยากจะกินคนทั้งเป็น  ฉวยโอกาสในจังหวะที่ราชาปีศาจเซถอย  พวกเธอได้ยื่นมือเล็ก ๆ ออกมาและตะปบไปที่อุ้งตีนเสือ

“ถอดกระดูก !”

“กร๊อบ !”

เสียงกระดูกหลุดดังสนั่นขึ้นมาทันทีทำให้ราชาปิศาจเหงื่อแตกพลั่กด้วยความเจ็บปวด

มันกัดฟันแทบแตกไม่ให้แหกปากออกมา  แต่เมื่อยกอุ้งตีนใหญ่ ๆ นั่นขึ้นมาตบกลับต้องอึ้งเพราะตบโดนแต่อากาศ

เพราะในขณะนั้นสองสาวได้ใช้แรงส่งพลิกตัวขึ้นไปกลางอากาศ  จากนั้นก็เหยียดแขนของราชาปีศาจออก  ใช้มือที่จับข้อมือของมันช่วยในการหมุนตัวอย่างคล่องแคล่ว  แล้วสะบัดขาเตะเข้าเต็ม ๆ หน้ามันอย่างแรง

ปัง ! ! !

พรวด ! ! !

ราชาปีศาจรู้สึกราวกับว่าแก้มของตนถูกราชาสักคนทุบตี  ขณะที่หน้าของมันสะบัดเงยขึ้นอย่างไม่อาจหยุด  ปากของมันก็กระอักเอาฟันเปื้อนเลือดหลายซี่ออกมา

ทว่าเรื่องไม่ได้จบแค่นั้น  อย่าลืมว่าสองสาวยังคงจับข้อมือของมันไว้แน่น  เมื่อเห็นมันเซถอยไปอีกและกลับมาอยู่ท่าเดิม  พวกเธอก็สะบัดมือทำให้ข้อต่อแขนทั้งสองข้างของราชาปิศาจหลุดในทันที

กร๊อบ !

ราชาปีศาจเซถอยหลังไปอีกหลายก้าวก่อนจะทรงตัวได้ในที่สุด  แขนทั้งสองข้างห้อยย้อยอยู่ข้างลำตัวอย่างอ่อนแรงไม่ต่างจากเส้นก๋วยเตี๋ยวลวกแล้ว

“แค่ก ๆ...”

ราชาปีศาจค่อย ๆ หันหน้ากลับมาแล้วกระอักเลือดอีกสองสามที  ทว่าในขณะนั้นเองมันก็เห็นพวกจ้าวหลินซีมาอีกแล้ว  ทั้ง 7 สาวปล่อยทั้งหมัดทั้งลูกเตะซ้ำมันอีกครั้ง

ราชาปิศาจตัวสั่นด้วยความโกรธแค้น  ร่างทั้งร่างของมันสั่นไปหมด

“ดี...  ดี...  ดีมาก !”

ใบหน้าของราชาปีศาจแดงก่ำ  มันกระชากตัวกลับขึ้นมาอย่างกระทันหัน  ต่อแขนและข้อมือกลับเข้าที่ก่อนจะแหกปากคำรามอย่างโกรธแค้น

“พวกมึงหาที่ตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ! ! !”

ฟิ้ว ! หมับ !

ทันทีที่ราชาปีศาจแหกปากตบ  ดาบใหญ่เล่มหนึ่งก็บินมาจากเต็นท์ด้านหลังมาเข้ามือ

จากนั้นมันก็ขบฟันกรามที่ตอนนี้ไม่มีแล้วไว้แน่น  ยกแขนขึ้นและฟาดฟันอย่างบ้าคลั่ง

“ไปตายให้เปิ่นหวางซะ ! !”

“วิชาดาบพยัคฆ์สายฟ้า ! ! !”

ฉับ !

เปรี๊ยะ ๆ ๆ ๆ ๆ !

ดาบใหญ่หัวเสือฟาดใส่หน้าของจ้าวหลินซีพร้อมกับเสียงหวีดหวิวและประกายสายฟ้า

ถ้าฟันเข้าเป้าเต็ม ๆ จ้าวหลินซีจะต้องถูกผ่าเป็นสองท่อนอย่างแน่นอน !

ปัง ! ! !

เมื่อคมดาบฟาดลงไปแล้ว  ราชาปีศาจก็ยิ้มอย่างชั่วร้าย  ความสงบเยือกเย็นของมันสลายหายไปอย่างสิ้นเชิง

แต่ในวินาทีต่อมารอยยิ้มเยาะบนใบหน้ามันก็หายวับไปทันที

เพราะมันรู้ตัวดีว่าดาบเมื่อกี๊ฟันไม่โดน

มันไม่มีแม้แต่เสียงกระทบกันด้วยซ้ำ

สีหน้าของราชาปีศาจแข็งค้าง  มันเหลียวลงไปมองและเห็นว่าสิ่งที่รับคมดาบของมันไว้คือมือหยกสีขาวนวลขนาดเล็กที่เปล่งประกายแสงจาง ๆ ซึ่งไม่ใช่สีผิวของมนุษย์

และในตอนนั้นเอง...

ลั่วซือหานเงยหน้ามองสวนขึ้นมาโดยไม่มีสีหน้าใด ๆ

“คิดฆ่าน้องกูเนี่ย  ถามกูยัง ?”

จบบทที่ บทที่ 48 : เหล่าพี่น้องผนึกกำลัง ! สู้กับราชาปีศาจ ! สร้างความตกตะลึงแก่เผ่าปีศาจ !

คัดลอกลิงก์แล้ว