- หน้าแรก
- ฉันก็แค่ปากหมาจนจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดต้องร้องไห้
- บทที่ 48 : เหล่าพี่น้องผนึกกำลัง ! สู้กับราชาปีศาจ ! สร้างความตกตะลึงแก่เผ่าปีศาจ !
บทที่ 48 : เหล่าพี่น้องผนึกกำลัง ! สู้กับราชาปีศาจ ! สร้างความตกตะลึงแก่เผ่าปีศาจ !
บทที่ 48 : เหล่าพี่น้องผนึกกำลัง ! สู้กับราชาปีศาจ ! สร้างความตกตะลึงแก่เผ่าปีศาจ !
ณ ขณะนี้
ชายวัยกลางคนในชุดสีขาวที่มีลวดลายสายฟ้าค่อย ๆ ปรากฏตัวออกมาจากด้านหลังของจ้าวปิศาจ
สีหน้าดูเคร่งขรึม แต่ปากกลับยิ้มแย้ม ราวกับว่าทุกย่างก้าวที่เดินนั้นสอดคล้องกับจังหวะการเต้นของหัวใจของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น
ถ้าสังเกตดี ๆ แม้แต่บรรยากาศรอบตัวมันก็ยังดูเหมือนจะบิดเบี้ยว
นับตั้งแต่วินาทีที่มันปรากฏตัวก็ได้สร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลให้กับพวกลั่วซือหาน
เมื่อเห็นแบบนั้นลั่วซือหานจึงเอียงคอเล็กน้อยและพูดอย่างใจเย็นว่า
“แปลงร่างงั้นเหรอ ? ราชาปีศาจสินะ”
เมื่อได้ยินเแบบนั้นรอยยิ้มของชายวัยกลางคนก็ยิ่งกว้างขึ้น
“สายตาเจ้าช่างดีเยี่ยม ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าจะทรงพลังขนาดทำลายกองทัพปิศาจข้าได้จนเกลี้ยงขนาดนี้”
เมื่อเห็นแบบนั้นจ้าวปิศาจทั้ง 3 จึงละทิ้งความโกรธและรีบก้มลงกราบตัวสั่นงันงก
“ข้ารับใช้ถวายบังคมใต้เท้าราชาปิศาจ !”
“กองขยะไร้ประโยชน์”
ราชาปีศาจเหลือบมองเหล่าจ้าวปิศาจอย่างไม่แยแส จากนั้นก็หันไปมองลั่วซือหานแล้วยิ้ม
“แม่หนูน้อย เจ้าเก่งมากเลยนะ นอกจากเจ้าหมอนั่นเมื่อหกปีก่อนแล้ว เจ้าเป็นคนที่สองเลยที่ทำให้เปิ่นหวางต้องมองด้วยสายตาใหม่”
“อืม... ต้องบอกว่า เจ้าดูคล้ายมันผู้นั้นอยู่บ้างล่ะนะ”
“เพราะงั้น……”
ราชาปีศาจเปลี่ยนน้ำเสียง รอยยิ้มจางหายไปขณะที่พูดเสียงเบา ๆ
“มึง... ตัดสินใจได้ยังว่าจะอยากตายยังไง !”
เมื่อเผ่าปีศาจบรรลุถึงขอบเขตราชาแล้ว พวกมันจะเข้าขอบเขตที่ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง
นี่คือเส้นแบ่ง เป็นช่องว่างที่ไม่อาจเชื่อมต่อติดได้ด้วยจำนวนคนเพียงอย่างเดียว
ดังนั้นถึงแม้กองทัพของมันจะพ่ายแพ้ไปแล้ว และกำลังของมันก็เหลือน้อยกว่าครึ่งของช่วงพีกสุด แต่มันก็ไม่ต้องกลัวอะไร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกลัวแพ้
อีกด้าน ลั่วซือหานมาที่นี่ก็เพื่อฆ่ามัน และการที่มันออกมาเองแบบนี้ก็ช่วยประหยัดเวลาและความยุ่งยากไปได้มาก
“อยากฆ่ากู ? งั้นมาดูกันว่ามึงมีปัญญามั้ย”
หลังจากถูกเฉินมู่ทรมานมา 1 เดือนเต็ม ตัวเธอเองก็ดูเหมือนจะลืมไปแล้วว่าตัวเองคือจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดที่แท้ทรู
ต่อหน้าเฉินมู่แล้วเธอไม่สามารถเชิดหน้าชูตาใด ๆ ได้เลย แต่ก็นั่นไม่ได้หมายความว่าความภาคภูมิใจของเธอจะดับสูญไป หรือความเย่อหยิ่งทรนงของเธอจะหายไปจากโลกนี้
แม้ว่าพลังของทั้งสองขอบเขตจะแตกต่างกันอย่างมากก็ตามที แต่เธอก็ไม่แสดงความหวาดกลัวใด ๆ ตรงกันข้ามเธอกลับกระตือรือร้นที่จะลองของ
เพราะนี่จะเป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของตนอย่างแท้จริง
ในชาติก่อน เธอหยิ่งผยองและไร้ประสบการณ์ และราชาปิศาจตัวนี้ก็ถูกผู้คุ้มครองของเธอฆ่าไป
แต่ในชาตินี้ เธอจะพิสูจน์ให้เห็นว่าตนก็ไม่ได้ด้อยกว่าใครเลย
นอกจากนี้เรายังต้อง... ฆ่าไอ้ปิศาจนี่ซะและไปตบหน้าไอ้เหี้ยเฉินมู่ด้วย !
ประกายแสงวาบขึ้นในดวงตาของลั่วซือหาน พลังต่อสู้ของเธอเริ่มพลุ่งพล่านไปพร้อมกับโลหิตปราณ
ดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องไปยังราชาปีศาจและกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“สามทีมปิดล้อมและเข้าตี ! หนึ่งทีมบุกทะลวง !”
“แยกย้าย !”
เมื่อได้ยินเแบบนั้นทุกคนก็รีบขยายค่างกลศึกรูปเพชรออกไปอีกครึ่ง
เมื่อเห็นแบบนั้น ลั่วซือหานจึงกำหมัดแน่นและตะโกนออกมา
“เข้าตีสามทาง ! ฆ่า !”
“ฆ่า ! ! !”
เมื่อพวกสาว ๆ ตะโกนด้วยความโกรธพร้อมกัน โลหิตปราณของพวกเธอก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างฉับพลัน
พลังการต่อสู้ที่ถูกเก็บกดไว้แต่เดิมนั้นบัดนี้ได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่แล้ว
มันเปรียบเสมือนเสือที่ลงมาจากภูเขา ด้วยพละกำลังที่สามารถกลืนกินภูผาวารีได้ มีข้อได้เปรียบในการรบด้วยเจตจำนงที่แข็งแกร่ง และจิตใจที่ไม่ย่อท้อในการก้าวไปข้างหน้า
แม้แต่ราชาปิศาจก็ยังอดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพนั้น
“ถึงแม้จะไม่รู้ว่ามึงกับมันเกี่ยวไรกัน แต่แค่มึงคล้ายมันเพียงแค่เล็กน้อยก็พอให้กูไม่ปล่อยให้มึงมีชีวิตรอดกลับไปได้แล้ว !”
“ยิ่งไม่ต้องพูดถึง... การบรรลุถึงขอบเขตมหาปรมาจารย์ยุทธ์หลังพลังตื่นแค่สองเดือนอีก มนุษย์อัจฉริยะแบบนี้ไม่อนุญาตให้มีชีวิตอยู่ต่อเด็ดขาด !”
เมื่อเห็นลั่วซือหานนำทัพบุกเหมือนลูกปืนใหญ่ จึงเป็นธรรมดาที่เธอจะเข้าปะทะก่อนใคร
สีหน้าของราชาปีศาจเปลี่ยนไปอีกครั้ง มันกำหมัดขึ้นมาเตรียมต่อยลั่วซือหาน
“พยัคฆ์คำรามภูผาพงไพร !”
“โฮกกกกกกกกกก ! ! !”
ในขณะที่ราชาปิศาจออกหมัด พวกจ้าวปิศาจยังไม่ทันตั้งตัว พลังหมัดของมันมหาศาลมากจนลั่วซือหานรู้สึกเจ็บแปลบที่แก้มจากระยะห่าง 3 เมตร
อย่างไรก็ตาม นี่ก็ไม่ได้ทำให้เธอท้อแท้เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามมันกลับทำให้เธอตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น
“ฝ่ามือเพลิง ! ! !”
ลั่วซือหานรวบรวมพลังโลหิตปราณทั้งหมดในร่างกายไปที่ฝ่ามือขวา และเปลวไฟสีขาวอมฟ้าก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือนั้น
สู้กับราชาปิศาจมีแต่ต้องทุ่มสุดตัวเท่านั้น !
พรึบ ๆ ๆ ๆ ! ! !
เปลวไฟสีน้ำเงินราวกับเหล็กที่ร้อนจัดแล้วจุ่มลงในน้ำ พุ่งขึ้นสามจุดก่อนจะหดลงอย่างฉับพลันหกจุด
ทันทีที่หมัดมายาหัวเสือของราชาปีศาจมาถึงฝ่ามือก็ตบสวนอย่างแรง
ปัง ! ! !
เสียงระเบิดจากการปะทะกันของทั้งคู่รุนแรงมาก เปลวไฟก็กระเด็นไปทั่วทุกทิศทาง
แต่ราชาปิศาจถอยหลังไปเพียงก้าวเดียว ในขณะที่ลั่วซือหานถอยหลังไปถึง 5 ก้าวเต็ม ๆ
เมื่อเห็นแบบนั้นใบหน้าของราชาปีศาจก็มืดมนลง และมันก็พุ่งเข้าใส่อีกครั้งโดยไม่พูดอะไรอีก
ดูเหมือนว่าลั่วซือหานจะพ่ายแพ้อย่างยับเยิน แต่ราชาปิศาจก็รู้ว่าพลังของนักเด็กนี่มันเหนือชั้นเกินไปแล้ว
ที่สำคัญคือต้องเข้าใจว่าทั้งคู่ระดับการฝึกฝนที่ห่างกัน 2 ขอบเขตใหญ่คืออยู่คนละโลกกันโดยสิ้นเชิง การที่เธอโดนหมัดนั่นแล้วไม่ตายก็บ่งบอกอะไรได้หลายอย่างแล้ว
แล้วราชาปิศาจจะกล้าประมาทได้อย่างไร หลังจากลองเชิงกันครั้งหนึ่งแล้วก็เลือกที่จะทุ่มสุดตัวทันที
เมื่อเห็นแบบนั้นลั่วซือหานจึงทรงตัวด้วยความช่วยเหลือของเย่จิ่นชิว แล้วก็ก้าวขึ้นหน้าด้วยวิชาย่างก้าวสวรรค์
เย่จิ่นชิว จ้าวหลินซี รวม 8 คนก็ไม่ยอมแพ้ หลังจากปรับค่ายกลศึกอย่างชาญฉลาดแล้ว พวกเธอก็ตามลั่วซือหานไปเผชิญหน้ากับความท้าทาย
แล้วอีก 3 ทีมล่ะ ?
ไม่แม้แต่จะเหลียวมองลั่วซือหาน พวกเธอทั้งหมดพุ่งผ่านจาก 2 ด้านมุ่งหน้าตรงไปยังจ้าวปิศาจ 3 ตัว
ถ้าคนอื่นเห็นแบบนี้คงคิดว่าอีก 3 ทีมนั้นช่างไร้มนุษยธรรมเพราะไม่เห็นจะสนใจหัวหน้าห้องเลย
ทว่าในสายตาของราชาปิศาจ มันเห็นแบบนั้นก็ยิ่งแสดงเจตจำนงชัดแจ้งว่าจะต้องฆ่าลั่วซือหานให้จงได้
เพราะมันเคยเห็นทหารที่สงบและเชื่อฟังโดยสมบูรณ์แบบเช่นนี้แค่ในหมู่ผู้ใต้บังคับบัญชาของไอ้ผู้ชายสารเลวนั่นเท่านั้น
นี่คือหน่ออ่อนของกองทัพไร้เทียมทาน ! เมื่อนังเด็กเวรพวกนี้เติบโตขึ้นจะต้องกลายเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่งต่อเผ่าปีศาจอย่างแน่นอน !
ยิ่งคิดได้ดวงตาของราชาปีศาจยิ่งแดงก่ำ ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่า สายฟ้าแลบวาบรอบแขนขณะที่พุ่งเข้าใส่ลั่วซือหานและเย่จิ่นชิว
“หมัดพยัคฆ์สายฟ้า ! ! !”
เปรี๊ยะ ๆ ๆ ๆ ! ! !
ลำแสงสายฟ้าหนาทึบสองลำพุ่งออกมาแล้วเปลี่ยนร่างเป็นหัวเสือ 2 หัว จากนั้นก็คำรามขณะพุ่งตรงไปยังใบหน้าของทั้ง 2 สาว
เมื่อเห็นแบบนั้นเลือดของพวกเธอยิ่งเดือดพล่านเข้าไปใหญ่ คนหนึ่งเดือดดาลแบบไฟผา อีกคนหนึ่งเดือดดาลแบบน้ำแข็งปะทุ และพวกเธอก็ออกหมัดต่อยสวนไปพร้อมกัน
“หมัดแปดสุดขั้วถล่มสวรรค์ !”
ปัง ! ! !
ทั้งคู่ตะโกนและแลกหมัดกันก่อนจะถอยห่างออกไปหลายก้าว
แต่คราวนี้ลั่วซือหานจะไม่เปิดโอกาสให้ราชาปิศาจได้ตั้งตัว
อย่าลืมว่าคู่ต่อสู้ไม่ได้มีแค่ลั่วซือหานกับเย่จิ่นชิวเท่านั้น แต่ยังมีพวกจ้าวหลินซีและพวกซูเสี่ยวเถาซึ่งรวมทั้งหมดเจ็ดคน !
ขณะที่ทั้งคู่ถอยอย่างควบคุมไม่ได้ สาว ๆ ทั้งเจ็ดจึงฉวยโอกาสจากจังหวะกำลังเซของราชาปิศาจ ปลดปล่อยพลังของหมัดแปดสุดขั้วถล่มสวรรค์อัดใส่มันเต็มแรง
เมื่อเห็นหมัดหลากสีพุ่งเข้ามาหา สีหน้าของราชาปีศาจก็เปลี่ยนไป มันไม่สนร่างกายที่ยังตั้งตัวไม่ติดและรีบยกแขนขึ้นมากัน
ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ! ! !
เสียงกำหมัดหนัก ๆ ดังขึ้นรัว ๆ ราวกับฝนตกกระทบใบกล้วย ส่งราชาปิศาจให้ต้องเซถอยหลังไปอีกหลายก้าว
ยิ่งไปกว่านั้น คณะทั้ง 7 ของจ้าวหลินซีก็ยังฉลาดมาก พวกเธอถอยหนีทันทีที่ยั่วยุเสร็จทำให้ราชาปิศาจไม่มีโอกาสตีโต้
เพราะพวกเธอรู้ดีว่าตนเองอยู่แค่ขอบเขตปรมาจารย์ยุทธ์เท่านั้น ถึงแม้ร่างกายจะผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงเพียงใดก็ยังคงได้รับบาดเจ็บหากถูกราชาปิศาจตบหน้าแค่ 2 ที
ดังนั้นพวกเธอจึงใช้วิธีตอดแล้วหนี ซึ่งทำให้ลั่วซือหานกับเย่จิ่นชิวมีโอกาสบุกเข้ามาอีกครั้งได้สะดวกสบาย
“เตรียมตัวตายซะ !”
ทั้งคู่ดูบ้าคลั่ง ดวงตาราวกับออยากจะกินคนทั้งเป็น ฉวยโอกาสในจังหวะที่ราชาปีศาจเซถอย พวกเธอได้ยื่นมือเล็ก ๆ ออกมาและตะปบไปที่อุ้งตีนเสือ
“ถอดกระดูก !”
“กร๊อบ !”
เสียงกระดูกหลุดดังสนั่นขึ้นมาทันทีทำให้ราชาปิศาจเหงื่อแตกพลั่กด้วยความเจ็บปวด
มันกัดฟันแทบแตกไม่ให้แหกปากออกมา แต่เมื่อยกอุ้งตีนใหญ่ ๆ นั่นขึ้นมาตบกลับต้องอึ้งเพราะตบโดนแต่อากาศ
เพราะในขณะนั้นสองสาวได้ใช้แรงส่งพลิกตัวขึ้นไปกลางอากาศ จากนั้นก็เหยียดแขนของราชาปีศาจออก ใช้มือที่จับข้อมือของมันช่วยในการหมุนตัวอย่างคล่องแคล่ว แล้วสะบัดขาเตะเข้าเต็ม ๆ หน้ามันอย่างแรง
ปัง ! ! !
พรวด ! ! !
ราชาปีศาจรู้สึกราวกับว่าแก้มของตนถูกราชาสักคนทุบตี ขณะที่หน้าของมันสะบัดเงยขึ้นอย่างไม่อาจหยุด ปากของมันก็กระอักเอาฟันเปื้อนเลือดหลายซี่ออกมา
ทว่าเรื่องไม่ได้จบแค่นั้น อย่าลืมว่าสองสาวยังคงจับข้อมือของมันไว้แน่น เมื่อเห็นมันเซถอยไปอีกและกลับมาอยู่ท่าเดิม พวกเธอก็สะบัดมือทำให้ข้อต่อแขนทั้งสองข้างของราชาปิศาจหลุดในทันที
กร๊อบ !
ราชาปีศาจเซถอยหลังไปอีกหลายก้าวก่อนจะทรงตัวได้ในที่สุด แขนทั้งสองข้างห้อยย้อยอยู่ข้างลำตัวอย่างอ่อนแรงไม่ต่างจากเส้นก๋วยเตี๋ยวลวกแล้ว
“แค่ก ๆ...”
ราชาปีศาจค่อย ๆ หันหน้ากลับมาแล้วกระอักเลือดอีกสองสามที ทว่าในขณะนั้นเองมันก็เห็นพวกจ้าวหลินซีมาอีกแล้ว ทั้ง 7 สาวปล่อยทั้งหมัดทั้งลูกเตะซ้ำมันอีกครั้ง
ราชาปิศาจตัวสั่นด้วยความโกรธแค้น ร่างทั้งร่างของมันสั่นไปหมด
“ดี... ดี... ดีมาก !”
ใบหน้าของราชาปีศาจแดงก่ำ มันกระชากตัวกลับขึ้นมาอย่างกระทันหัน ต่อแขนและข้อมือกลับเข้าที่ก่อนจะแหกปากคำรามอย่างโกรธแค้น
“พวกมึงหาที่ตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ! ! !”
ฟิ้ว ! หมับ !
ทันทีที่ราชาปีศาจแหกปากตบ ดาบใหญ่เล่มหนึ่งก็บินมาจากเต็นท์ด้านหลังมาเข้ามือ
จากนั้นมันก็ขบฟันกรามที่ตอนนี้ไม่มีแล้วไว้แน่น ยกแขนขึ้นและฟาดฟันอย่างบ้าคลั่ง
“ไปตายให้เปิ่นหวางซะ ! !”
“วิชาดาบพยัคฆ์สายฟ้า ! ! !”
ฉับ !
เปรี๊ยะ ๆ ๆ ๆ ๆ !
ดาบใหญ่หัวเสือฟาดใส่หน้าของจ้าวหลินซีพร้อมกับเสียงหวีดหวิวและประกายสายฟ้า
ถ้าฟันเข้าเป้าเต็ม ๆ จ้าวหลินซีจะต้องถูกผ่าเป็นสองท่อนอย่างแน่นอน !
ปัง ! ! !
เมื่อคมดาบฟาดลงไปแล้ว ราชาปีศาจก็ยิ้มอย่างชั่วร้าย ความสงบเยือกเย็นของมันสลายหายไปอย่างสิ้นเชิง
แต่ในวินาทีต่อมารอยยิ้มเยาะบนใบหน้ามันก็หายวับไปทันที
เพราะมันรู้ตัวดีว่าดาบเมื่อกี๊ฟันไม่โดน
มันไม่มีแม้แต่เสียงกระทบกันด้วยซ้ำ
สีหน้าของราชาปีศาจแข็งค้าง มันเหลียวลงไปมองและเห็นว่าสิ่งที่รับคมดาบของมันไว้คือมือหยกสีขาวนวลขนาดเล็กที่เปล่งประกายแสงจาง ๆ ซึ่งไม่ใช่สีผิวของมนุษย์
และในตอนนั้นเอง...
ลั่วซือหานเงยหน้ามองสวนขึ้นมาโดยไม่มีสีหน้าใด ๆ
“คิดฆ่าน้องกูเนี่ย ถามกูยัง ?”