- หน้าแรก
- ฉันก็แค่ปากหมาจนจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดต้องร้องไห้
- บทที่ 47 : สังหารหมู่ ! การสังหารหมู่ที่สมบูรณ์แบบและไร้ที่ติ !
บทที่ 47 : สังหารหมู่ ! การสังหารหมู่ที่สมบูรณ์แบบและไร้ที่ติ !
บทที่ 47 : สังหารหมู่ ! การสังหารหมู่ที่สมบูรณ์แบบและไร้ที่ติ !
จ้าวปิศาจนั้นเทียบเท่ากับบรรพชนยุทธ์ในหมู่มนุษย์
กระนั้น เนื่องจากร่างกายของปีศาจแข็งแกร่งกว่าของมนุษย์หลายเท่า เมื่อพูดในแง่ของพลังการต่อสู้แล้ว จ้าวปีศาจ 1 ดาวจึงเกือบเทียบเท่ากับบรรพชนยุทธ์ 5 ดาว
เมื่อจ้าวปิศาจทั้ง 3 ตัวปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับปิศาจใหญ่กว่า 200 ตัว ทหารปีศาจกว่า 2,000 ตัว และปีศาจกีกี้อีกเพียบไปหมด อาจารย์หูผู้มีระดับการฝึกฝนที่ขอบเขตบรรพชนยุทธ์ 9 ดาว จึงสามารถรับรู้ได้ทันทีว่า จ้าวปิศาจทั้ง 3 ตัวที่รอบตัวหนาแน่นไปด้วยโลหิตปราณที่เกิดจากการปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมานั้นล้วนมีระดับการฝึกฝนที่จ้าวปิศาจ 2 ดาว โดยตัวที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ที่ 3 ดาวเต็ม
ต่อให้ตัวเองไปรับมือพวกมันแบบ 3 รุม 1 ก็ยังไม่อาจหนีพ้นโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีปิศาจใหญ่อีกกว่า 200 ตัว และทหารปิศาจอีกมากมาย
“เวรแล้วไง ! มีจ้าวปิศาจนำทัพ พวกปีศาจคงไม่ไร้สมองกันแล้ว พวกเธอตกอยู่ในอันตราย”
“แต่ถ้าเราลงมือตอนนี้ ตามกฎของการแข่งขัน สัตว์ปิศาจใด ๆ ที่พวกเธอฆ่าหลังจากที่เราปรากฏตัวจะไม่นับคะแนน”
“แถมเรายังเป็นคนจากมหาลัยอื่น การฝ่าฝืนกฎอาจทำให้พวกเธอเสียแต้มสังหารก้อนโต แต่ถ้าเราอยู่เฉย เหล่าอัจฉริยะก็จะตกอยู่ในอันตราย !”
“เรา... จะทำไงดี...”
อาจารย์หูยิ่งวิตกกังวลมากขึ้นเมื่อมองไปรอบ ๆ ในใจก็อยากจะไปแต่ก็ไม่กล้าไป แต่ก็ไม่อาจทนเห็นนักศึกษาหญิงเหล่านั้นตายที่นั่นได้
“ไม่ ! รอดูก่อน พวกเธอยังแข็งแรงพอ อาจมีโอกาสหนีรอดได้ ถ้าล้มเหลวเราค่อยเสี่ยงตายเข้าปกป้อง”
“เราไม่ควรปล่อยให้กลุ่มนักศึกษาที่มีศักยภาพสูงแบบนี้ต้องเจอกับความล้มเหลว ถ้าไม่ได้ผลเราค่อยจัดหาค่าชดเชยให้พวกเธอด้วยตัวเอง”
อาจารย์หูถอนหายใจ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก
ในขณะเดียวกัน คนแก่ทั้ง 4 ที่ซ่อนตัวอยู่ในต้นไม้อีกต้นหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปก็ลังเลใจ
“นักศึกษาในห้องนี้มันเก่งเหลือเชื่อ ! ถ้าระดับการฝึกฝนพวกเธอตามพวกเราทัน แล้วเราจะเอาอะไรไปรับมือไหว”
“หยุดแพล่มไปเลย ฉันเห็นนะว่าแกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตอนเห็นฉินหยุนหลิงบดขยี้สัตว์ปิศาจน่ะ !”
“แกเองก็หยุดแพล่ม ! อย่าคิดนะว่าฉันไม่เห็น ตอนที่แกเห็นเสี่ยวเถาปลดปล่อยพลังออกมา แกนี่ตื่นเต้นออกนอกหน้าจนเกือบตกต้นไม้เลยน่ะ !”
“แก ? !”
“เอาล่ะ ! หยุดเถียงกันได้แล้ว !”
คนที่แก่ที่สุดขมวดคิ้วแล้วพูดว่า...
“ในเมื่อจ้าวปิศาจโผล่มาแล้วพวกเธอก็ตกอยู่ในอันตรายแล้วล่ะนะ ที่สำคัญคือไอ้ราชาปิศาจตัวนั้นก็ยังออกมาดูด้วย ถ้าพวกเธอยังไม่ถอยอีกล่ะก็ได้ถอยไม่ทันเอาจริง ๆ แน่”
“ฮ่า ๆ ๆ ต่อให้ราชาปิศาจนั่นจะบาดเจ็บสาหัสแต่ก็ยังไม่ใช่ระดับที่กลุ่มศิษย์ยุทธ์กับนักยุทธ์จะเทียบได้หรอกนะ ต้องบอกเลยว่านักศึกษาปีนี้นี่ไม่รู้จักดูความเป็นจริงเอาซะเลย”
“นั่นก็จริง แม้ในสภาพของมันตอนนี้จะเป็นราชาปิศาจ แต่ความเจ้าเล่ห์ของมันก็ไม่ใช่ที่ราชันยุทธ์สามดาวธรรมดาจะจัดการได้ง่าย ๆ แม้ยัยหนูพวกนั้นจะมีระเบียบวินัยสูงแล้วยังมีวิชายุทธ์อันยอดเยี่ยมก็เถอะ แต่ระดับการฝึกฝนของพวกเธอก็ยังเป็นจุดอ่อนร้ายแรงอยู่ดี ฉันว่าแค่รับมือกับจ้าวปิศาจสามตัวนั่นก็ยังไม่ไหวด้วยซ้ำ”
“แล้วเราจะเอาไงดีล่ะ เข้าไปช่วยเลยมั้ย”
คำพูดดังกล่าวยิ่งทำให้อีก 3 คนลังเลใจมากขึ้นไปอีก
ถ้าพูดมากกว่านี้ก็มีแต่จะทำให้เรื่องเปลี่ยนเท่านั้น
หลังจากพาฉินหลานและซูซิงหางออกไปแล้วพวกเขาก็หันกลับไปเตรียมสังหารราชาปีศาจ เพื่อที่ทั้งคู่จะได้นำทรัพยากรจากร่างมันไปใช้ในการฝึกฝน
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าจะได้มาเห็นกลุ่มเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ปฏิบัติกับกองทัพสัตว์ปิศาจราวกับเป็นของเล่น
ปัญหาคือกลุ่มนี้ประกอบไปด้วยอัจฉริยะประจำตระกูลต่าง ๆ ซึ่งหากพวกตนเข้าไปยุ่ง ก็จะถือว่าล้ำเส้น แต่หากไม่เข้าไปยุ่ง เรื่องนี้ก็จะถูกเปิดเผยและพวกตนจะต้องโดนลงโทษแน่นอน
ส่วนสาเหตุที่ผู้คุ้มครองของพวกเธอไม่มานั้น คนแก่ทั้ง 4 เองก็ยังหาคำตอบไม่ได้
บางที... ทักษะอาจนำมาซึ่งความกล้าหาญ ?
“ช่างเถอะ”
คนแก่คนหนึ่งถอนหายใจ
“หลายคนเป็นทายาทสายตรง เพราะงั้นพวกเธอคงมีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่แน่ ๆ”
“ถ้าไม่ได้ผลเราจะพาสองคนนั่นไป ส่วนคนที่เหลือให้ดูแลตัวเองไป”
“เดี๋ยวก่อน ๆ พี่สี่ เหมือนมีอะไรแหม่ง ๆ นะ !”
ทันทีที่ผู้คนแก่คนนั้นพูดจบ พี่สี่ก็เงยหน้าขึ้นแล้วเหลือบไปมอง
แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็เป็นต้องอ้าปากค้าง สีหน้ามีแต่ยิ่งตกตะลึง
...
ในสนามรบ หลังจากที่จ้าวปิศาจทั้ง 3 ตัวนำทหารปีศาจที่เหลือออกมาแล้ว ลั่วซือหานไม่เพียงแต่ไม่ถอยหนี แต่กลับโยนทหารปีศาจในมือทิ้งแล้วทำท่าอะไรอบางอย่าง
เมื่อเห็นแบบนั้น คนอื่น ๆ จึงรีบมารวมตัวกันและวิ่งไปข้างหน้าพร้อมกับลั่วซือหานทันที
เมื่อเห็นแบบนั้น จ้าวปิศาจฝั่งตรงข้ามก็คำรามด้วยดวงตาแดงก่ำ
“มึงกล้าดียังไงมาฆ่าลูกน้องกูวะ ! กล้านักใช่มั้ย ! เด็ก ๆ ! ฉีกพวกมันเป็นชิ้น ๆ ! ! !”
“โฮกกกกกกกกกกก ! ! !”
ความแตกต่างระหว่างการมีจ้าวปิศาจนำทัพกับไม่มีนั้นสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนในทันที
ก่อนที่พวกมันจะมาถึง ทหารปีศาจจะบุกเข้าตีตรง ๆ หรือไม่อย่างมากก็จะพยายามโอบล้อมและซุ่มตีจากด้านหลังเพื่อปิดล้อมศัตรู
แต่ภายใต้การนำของจ้าวปิศาจ เหล่าทหารปีศาจเริ่มจัดกำลังพลเป็นหน่วยเล็ก ๆ แล้วค่อยใช้จำนวนที่เหนือกว่าต่อสู้กับศัตรูที่อ่อนกว่า
และฉวยโอกาสจากช่องว่างนั้น พวกมันยังพยายามจะจับแยกทีมของลั่วซือหานและค่อย ๆ จัดการกับพวกเธอทีละคน
แต่ก็น่าเสียดาย เพราะพวกมันกำลังเผชิญหน้ากับอาวุธร้ายแรงที่เฉินมู่ได้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน
ดาบสังหารที่เริ่มเปล่งประกายของความไร้เทียมทาน !
เมื่อเห็นสัตว์ปิศาจเข้ามาในวง ลั่วซือหานยังคงสงบราวกับว่าเธอคาดการณ์ไว้แล้วว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น เธอโบกมือปัดกรงเล็บเสือที่จ้าวปิศาจ 3 ดาวตะปบใส่ทิ้งไปพร้อมกับตะโกน
“แยกย้าย !”
พรึบ !
เมื่อได้รับคำสั่ง สาว ๆ ที่อยู่ริมสุดก็วิ่งออกไปทันที ทำให้แถวที่เว้นระยะห่างกันก่อนหน้านี้ยาวขึ้นเป็นสองเท่าในทันที
เหล่าสัตว์ปิศาจที่คิดจะฉวยโอกาสจับสาว ๆ แยกกันก็เปลี่ยนไป กลายเป็นฝ่ายถูกจับแยกเสียเองซะงั้น
จากนั้น เหล่าสาว ๆ ที่อยู่บริเวณรอบนอกก็รับผิดชอบจัดการกับเหล่าสัตว์ปิศาจที่ล้อมรอบวงกลมด้านนอก ในขณะที่เหล่าสาว ๆ ที่อยู่บริเวณรอบในก็รับผิดชอบจัดการกับเหล่าสัตว์ปิศาจที่กระจัดกระจายอยู่ในวงกลมด้านใน และการสังหารหมู่รอบใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น
เมื่อเห็นว่าลูกน้องกว่าร้อยตัวของตนตายไปในพริบตา จ้าวปิศาจทั้ง 3 ตัวที่กำลังล้อมทีมของลั่วซือหานอยู่ก็คำรามด้วยความโกรธแค้นสุดขีด
“อย่าแยกกันสิโว่ยยยยยยยย ! รวมตัว ! รวมตัวแล้วฝ่าออกไป ! ! !”
กองทัพปีศาจที่หวาดกลัวและพยายามหนี เมื่อได้ยินเสียงคำรามของจ้าวปีศาจพวกมันก็รีบรวมกลุ่มกันอีกครั้ง
แต่จริง ๆ แล้ววนี่กลับเป็นสิ่งที่ลั่วซือหานต้องการ
“ล้อมพวกมันไว้ !”
เมื่อได้ยินเแบบนั้น สาว ๆ ก็รีบหันหลังกลับ โดยคนที่อยู่วงในวิ่งออกไปด้านนอก ส่วนคนที่อยู่วงนอกวิ่งเข้ามาด้านใน
เมื่อทั้งสองกลุ่มวางกำลังกันใหม่เสร็จแล้ว พวกเธอก็แยกออกเป็นกลุ่มละ 3 คนอย่างรวดเร็ว โดยมี 2 กลุ่มอยู่ด้านหลังและอีก 1 กลุ่มเคลื่อนเข้ามาด้านใน จากนั้นก็เริ่มเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอีกครั้ง
คราวนี้ ดูเหมือนว่าพวกสาว ๆ จะถูกล้อมกรอบด้วยวงนอกของเหล่าสัตว์ปิศาจ และขอบเขตการป้องกันของพวกเธอก็กำลังค่อย ๆ หดตัวลง
แต่ในความเป็นจริงแล้วแม่ทัพจ้าวปิศาจที่สู้กับลั่วซือหานสามารถมองเห็นได้ในทันทีว่ากองทัพของตนกำลังเสียเปรียบมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่างหาก
หากสถานการณ์เช่นนี้ยังดำเนินต่อไปอีก 2 ระลอก ไม่เพียงแต่จะไม่สามารถปราบเด็กหญิงแค่ไม่กี่สิบคนนี่ได้เท่านั้น แต่ยังจะสูญเสียลูกน้องทั้งหมดอีกด้วย
เมื่อวงล้อมกระชับขึ้น และลูกน้องที่ตนสั่งการค่อย ๆ ถูกกำจัดทิ้งไปเรื่อย ๆ ดวงตาของจ้าวปิศาจก็เบิกกว้างด้วยความโกรธแค้น และในที่สุดพวกมันก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
“อีเด็กเวรพวกนี้มันโผล่มาจากไหนวะ ? ! ทำไมพลังรบมันถึงได้สูงขนาดนี้ ! ทำไมพวกมันถึงสู้เป็นทีมเก่งขนานี้ ! แล้วนี่มันกลยุทธ์แบบไหนกันแน่ ? ! ใครก็ได้มาบอกกูทีว่านี่มันเรื่องเหี้ยไรกันแน่ ? ! !”
“เหี้ยเอ๊ย ! ! ! หยุดล้อมพวกมัน ! หยุดล้อมพวกมัน ! ! ! กระจายตัว ! กระจายตัวววววววววว ! ! !”
อยากกระจายตัวเอาตอนนี้เนี่ยนะ ? สายไปแล้ว !
ลั่วซือหานยังคงสงบ หลังจากที่เธอกับเย่จิ่นชิวช่วยกันหยุดจ้าวปิศาจทั้ง 3 และทำให้พวกมันอ่อนแรงได้แล้ว เธอก็ออกคำสั่งเย็นชาอีกครั้ง
“กลยุทธ์สามสาม ! หนึ่งจุดสองด้าน !”
“แยกย้าย !”
เมื่อได้ยินเแบบนั้น สาว ๆ เหล่านั้นซึ่งรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มละ 3 คนอยู่แล้วก็กระจายกลุ่มกันออกไปอีกครึ่งหนึ่ง แต่คราวนี้กลุ่มดูจะกระจัดกระจายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม หากมองลงมาจากกลางอากาศจะพบว่าถึงแม้พวกเธอจะดูเหมือนไม่มีระเบียบ แต่แท้จริงแล้วพวกเธอยังคงรักษารูปแบบของค่ายกลศึกคมดาบขนาดใหญ่ 3 กลุ่มเอาไว้อยู่
หลังจากกระจายตัวออกไปแล้ว เหล่าสัตว์ปิศาจที่หวาดกลัวและต่อการกระจายตัวของค่ายกลศึกก็ถูกแยกออกเป็นสามกลุ่มที่ตกอยู่ในสภาพกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ
ทีม 3 คนที่อยู่หัวแถวมีหน้าที่เคลียร์เส้นทาง ในขณะที่ปีกซ้ายและขวาคงรูปค่ายกลศึกสามสามเพื่อกำจัดทหารและกีกี้ที่อยู่ทั้งสองด้าน
สาว ๆ เหล่านั้นสีหน้าไร้ความรู้สึก ราวกับเครื่องบดเนื้อที่กำลังบดขยี้กองทัพสัตว์ปิศาจที่ส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างบ้าคลั่ง
หลังจากปลายดาบฟันทะลุผ่านเส้นทางเปื้อนเลือด ทีม 3 คนก็แยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นแต่ละคนก็เป็นผู้นำทีมเล็ก ๆ ที่แยกตัวออกมาจากปีกซ้ายและขวาหันกลับมาล้อมศัตรูจากทั้งสองด้าน
นี่คือกลยุทธ์การใช้จุดเดียวครอบคลุมสองด้าน
ด้วยจุดบุกทะลวงที่รวมศูนย์เพียงจุดเดียว และการล้อมโจมตีจากสองด้าน ทำให้ฝ่ายศัตรูไม่มีทางหนีรอดได้
ใช่แล้ว นั่นเป็นความจริง
ภายใต้สีหน้าโกรธเกรี้ยวและไร้เรี่ยวแรงของจ้าวปิศาจ ทีมทั้ง 3 ได้กำจัดทหารปีศาจที่เหลืออีกประมาณ 500 ตัวภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในเวลาไม่ถึง 15 นาที จ้าวปิศาจทั้ง 3 ตัวก็ถูกทิ้งให้เหลือตามลำพัง
“นี่มัน... เป็นไปได้ไง...”
เมื่อมองไปยังศพและเลือดเนื้อที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น และนังพวกเด็กมนุษย์ที่ตัวเปื้อนเลือดไปหมดแต่ยังคงไร้ซึ่งสีหน้าใด ๆ
จ้าวปิศาจก็สั่นไปหมดทั้งตัว แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“เด็กมนุษย์ที่พึ่งพลังตื่นจะมาเอาชนะทหารปีศาจสองพันนายของกูง่าย ๆ ได้ไงก่อน !”
“นี่... นี่เป็นไปไม่ได้... นี่มันเป็นไปไม่ได้ ! ! !”
จ้าวปิศาจคลั่งและเสียสติไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
ในฐานะผู้ปกครองภูมิภาคและผู้ยิ่งใหญ่ภายใต้ราชาปีศาจ มันจึงไร้เทียมทานมานานหลายทศวรรษ
แม้จะถูกล้อมและกดดันจากกองทัพทักษิณ แต่พวกมันก็ยังโต้กลับและได้รับชัยชนะมาแล้วหลายครั้ง
แต่ในวันนี้ พวกมันพ่ายแพ้ให้กับเด็กสาวกว่า 30 คนที่พึ่งพลังตื่น—ไม่สิ พูดให้ถูกก็คือพ่ายแพ้ให้กับปีศาจหญิงที่โหดเหี้ยมตรงหน้ามันต่างหาก !
“มึง... มึงเป็นใครกัน ? !”
เมื่อเห็นว่าทุกคนจัดค่ายกลศึกและยืนอยู่ด้านหลังเธอเรียบร้อยแล้ว ลั่วซือหานจึงเงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าเรียบเฉยและพูดเบา ๆ
“มึงไม่คู่ควรจะรู้”
“อ้อ ? งั้นชักสงสัยแล้วสิ... ว่าเปิ่นหวาง (เราผู้เป็นราชา/เราราชา) ล่ะคู่ควรรึเปล่า ?”