เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 : สังหารหมู่ ! การสังหารหมู่ที่สมบูรณ์แบบและไร้ที่ติ !

บทที่ 47 : สังหารหมู่ ! การสังหารหมู่ที่สมบูรณ์แบบและไร้ที่ติ !

บทที่ 47 : สังหารหมู่ ! การสังหารหมู่ที่สมบูรณ์แบบและไร้ที่ติ !


จ้าวปิศาจนั้นเทียบเท่ากับบรรพชนยุทธ์ในหมู่มนุษย์

กระนั้น  เนื่องจากร่างกายของปีศาจแข็งแกร่งกว่าของมนุษย์หลายเท่า  เมื่อพูดในแง่ของพลังการต่อสู้แล้ว  จ้าวปีศาจ 1 ดาวจึงเกือบเทียบเท่ากับบรรพชนยุทธ์ 5 ดาว

เมื่อจ้าวปิศาจทั้ง 3 ตัวปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับปิศาจใหญ่กว่า 200 ตัว  ทหารปีศาจกว่า 2,000 ตัว  และปีศาจกีกี้อีกเพียบไปหมด  อาจารย์หูผู้มีระดับการฝึกฝนที่ขอบเขตบรรพชนยุทธ์ 9 ดาว  จึงสามารถรับรู้ได้ทันทีว่า  จ้าวปิศาจทั้ง 3 ตัวที่รอบตัวหนาแน่นไปด้วยโลหิตปราณที่เกิดจากการปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมานั้นล้วนมีระดับการฝึกฝนที่จ้าวปิศาจ 2 ดาว  โดยตัวที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ที่ 3 ดาวเต็ม

ต่อให้ตัวเองไปรับมือพวกมันแบบ 3 รุม 1 ก็ยังไม่อาจหนีพ้นโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ

ยิ่งไปกว่านั้น  ยังมีปิศาจใหญ่อีกกว่า 200 ตัว  และทหารปิศาจอีกมากมาย

“เวรแล้วไง ! มีจ้าวปิศาจนำทัพ  พวกปีศาจคงไม่ไร้สมองกันแล้ว  พวกเธอตกอยู่ในอันตราย”

“แต่ถ้าเราลงมือตอนนี้  ตามกฎของการแข่งขัน  สัตว์ปิศาจใด ๆ ที่พวกเธอฆ่าหลังจากที่เราปรากฏตัวจะไม่นับคะแนน”

“แถมเรายังเป็นคนจากมหาลัยอื่น  การฝ่าฝืนกฎอาจทำให้พวกเธอเสียแต้มสังหารก้อนโต  แต่ถ้าเราอยู่เฉย  เหล่าอัจฉริยะก็จะตกอยู่ในอันตราย !”

“เรา...  จะทำไงดี...”

อาจารย์หูยิ่งวิตกกังวลมากขึ้นเมื่อมองไปรอบ ๆ ในใจก็อยากจะไปแต่ก็ไม่กล้าไป  แต่ก็ไม่อาจทนเห็นนักศึกษาหญิงเหล่านั้นตายที่นั่นได้

“ไม่ ! รอดูก่อน  พวกเธอยังแข็งแรงพอ  อาจมีโอกาสหนีรอดได้  ถ้าล้มเหลวเราค่อยเสี่ยงตายเข้าปกป้อง”

“เราไม่ควรปล่อยให้กลุ่มนักศึกษาที่มีศักยภาพสูงแบบนี้ต้องเจอกับความล้มเหลว  ถ้าไม่ได้ผลเราค่อยจัดหาค่าชดเชยให้พวกเธอด้วยตัวเอง”

อาจารย์หูถอนหายใจ  หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก

ในขณะเดียวกัน  คนแก่ทั้ง 4 ที่ซ่อนตัวอยู่ในต้นไม้อีกต้นหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปก็ลังเลใจ

“นักศึกษาในห้องนี้มันเก่งเหลือเชื่อ ! ถ้าระดับการฝึกฝนพวกเธอตามพวกเราทัน  แล้วเราจะเอาอะไรไปรับมือไหว”

“หยุดแพล่มไปเลย  ฉันเห็นนะว่าแกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตอนเห็นฉินหยุนหลิงบดขยี้สัตว์ปิศาจน่ะ !”

“แกเองก็หยุดแพล่ม ! อย่าคิดนะว่าฉันไม่เห็น  ตอนที่แกเห็นเสี่ยวเถาปลดปล่อยพลังออกมา  แกนี่ตื่นเต้นออกนอกหน้าจนเกือบตกต้นไม้เลยน่ะ !”

“แก ? !”

“เอาล่ะ ! หยุดเถียงกันได้แล้ว !”

คนที่แก่ที่สุดขมวดคิ้วแล้วพูดว่า...

“ในเมื่อจ้าวปิศาจโผล่มาแล้วพวกเธอก็ตกอยู่ในอันตรายแล้วล่ะนะ  ที่สำคัญคือไอ้ราชาปิศาจตัวนั้นก็ยังออกมาดูด้วย  ถ้าพวกเธอยังไม่ถอยอีกล่ะก็ได้ถอยไม่ทันเอาจริง ๆ แน่”

“ฮ่า ๆ ๆ ต่อให้ราชาปิศาจนั่นจะบาดเจ็บสาหัสแต่ก็ยังไม่ใช่ระดับที่กลุ่มศิษย์ยุทธ์กับนักยุทธ์จะเทียบได้หรอกนะ  ต้องบอกเลยว่านักศึกษาปีนี้นี่ไม่รู้จักดูความเป็นจริงเอาซะเลย”

“นั่นก็จริง  แม้ในสภาพของมันตอนนี้จะเป็นราชาปิศาจ  แต่ความเจ้าเล่ห์ของมันก็ไม่ใช่ที่ราชันยุทธ์สามดาวธรรมดาจะจัดการได้ง่าย ๆ แม้ยัยหนูพวกนั้นจะมีระเบียบวินัยสูงแล้วยังมีวิชายุทธ์อันยอดเยี่ยมก็เถอะ  แต่ระดับการฝึกฝนของพวกเธอก็ยังเป็นจุดอ่อนร้ายแรงอยู่ดี  ฉันว่าแค่รับมือกับจ้าวปิศาจสามตัวนั่นก็ยังไม่ไหวด้วยซ้ำ”

“แล้วเราจะเอาไงดีล่ะ  เข้าไปช่วยเลยมั้ย”

คำพูดดังกล่าวยิ่งทำให้อีก 3 คนลังเลใจมากขึ้นไปอีก

ถ้าพูดมากกว่านี้ก็มีแต่จะทำให้เรื่องเปลี่ยนเท่านั้น

หลังจากพาฉินหลานและซูซิงหางออกไปแล้วพวกเขาก็หันกลับไปเตรียมสังหารราชาปีศาจ  เพื่อที่ทั้งคู่จะได้นำทรัพยากรจากร่างมันไปใช้ในการฝึกฝน

แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าจะได้มาเห็นกลุ่มเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ปฏิบัติกับกองทัพสัตว์ปิศาจราวกับเป็นของเล่น

ปัญหาคือกลุ่มนี้ประกอบไปด้วยอัจฉริยะประจำตระกูลต่าง ๆ ซึ่งหากพวกตนเข้าไปยุ่ง  ก็จะถือว่าล้ำเส้น  แต่หากไม่เข้าไปยุ่ง  เรื่องนี้ก็จะถูกเปิดเผยและพวกตนจะต้องโดนลงโทษแน่นอน

ส่วนสาเหตุที่ผู้คุ้มครองของพวกเธอไม่มานั้น  คนแก่ทั้ง 4 เองก็ยังหาคำตอบไม่ได้

บางที...  ทักษะอาจนำมาซึ่งความกล้าหาญ ?

“ช่างเถอะ”

คนแก่คนหนึ่งถอนหายใจ

“หลายคนเป็นทายาทสายตรง  เพราะงั้นพวกเธอคงมีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่แน่ ๆ”

“ถ้าไม่ได้ผลเราจะพาสองคนนั่นไป  ส่วนคนที่เหลือให้ดูแลตัวเองไป”

“เดี๋ยวก่อน ๆ พี่สี่  เหมือนมีอะไรแหม่ง ๆ นะ !”

ทันทีที่ผู้คนแก่คนนั้นพูดจบ  พี่สี่ก็เงยหน้าขึ้นแล้วเหลือบไปมอง

แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็เป็นต้องอ้าปากค้าง  สีหน้ามีแต่ยิ่งตกตะลึง

...

ในสนามรบ  หลังจากที่จ้าวปิศาจทั้ง 3 ตัวนำทหารปีศาจที่เหลือออกมาแล้ว  ลั่วซือหานไม่เพียงแต่ไม่ถอยหนี  แต่กลับโยนทหารปีศาจในมือทิ้งแล้วทำท่าอะไรอบางอย่าง

เมื่อเห็นแบบนั้น  คนอื่น ๆ จึงรีบมารวมตัวกันและวิ่งไปข้างหน้าพร้อมกับลั่วซือหานทันที

เมื่อเห็นแบบนั้น  จ้าวปิศาจฝั่งตรงข้ามก็คำรามด้วยดวงตาแดงก่ำ

“มึงกล้าดียังไงมาฆ่าลูกน้องกูวะ ! กล้านักใช่มั้ย ! เด็ก ๆ ! ฉีกพวกมันเป็นชิ้น ๆ ! ! !”

“โฮกกกกกกกกกกก ! ! !”

ความแตกต่างระหว่างการมีจ้าวปิศาจนำทัพกับไม่มีนั้นสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนในทันที

ก่อนที่พวกมันจะมาถึง  ทหารปีศาจจะบุกเข้าตีตรง ๆ หรือไม่อย่างมากก็จะพยายามโอบล้อมและซุ่มตีจากด้านหลังเพื่อปิดล้อมศัตรู

แต่ภายใต้การนำของจ้าวปิศาจ  เหล่าทหารปีศาจเริ่มจัดกำลังพลเป็นหน่วยเล็ก ๆ แล้วค่อยใช้จำนวนที่เหนือกว่าต่อสู้กับศัตรูที่อ่อนกว่า

และฉวยโอกาสจากช่องว่างนั้น  พวกมันยังพยายามจะจับแยกทีมของลั่วซือหานและค่อย ๆ จัดการกับพวกเธอทีละคน

แต่ก็น่าเสียดาย  เพราะพวกมันกำลังเผชิญหน้ากับอาวุธร้ายแรงที่เฉินมู่ได้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน

ดาบสังหารที่เริ่มเปล่งประกายของความไร้เทียมทาน !

เมื่อเห็นสัตว์ปิศาจเข้ามาในวง  ลั่วซือหานยังคงสงบราวกับว่าเธอคาดการณ์ไว้แล้วว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น  เธอโบกมือปัดกรงเล็บเสือที่จ้าวปิศาจ 3 ดาวตะปบใส่ทิ้งไปพร้อมกับตะโกน

“แยกย้าย !”

พรึบ !

เมื่อได้รับคำสั่ง  สาว ๆ ที่อยู่ริมสุดก็วิ่งออกไปทันที  ทำให้แถวที่เว้นระยะห่างกันก่อนหน้านี้ยาวขึ้นเป็นสองเท่าในทันที

เหล่าสัตว์ปิศาจที่คิดจะฉวยโอกาสจับสาว ๆ แยกกันก็เปลี่ยนไป  กลายเป็นฝ่ายถูกจับแยกเสียเองซะงั้น

จากนั้น  เหล่าสาว ๆ ที่อยู่บริเวณรอบนอกก็รับผิดชอบจัดการกับเหล่าสัตว์ปิศาจที่ล้อมรอบวงกลมด้านนอก  ในขณะที่เหล่าสาว ๆ ที่อยู่บริเวณรอบในก็รับผิดชอบจัดการกับเหล่าสัตว์ปิศาจที่กระจัดกระจายอยู่ในวงกลมด้านใน  และการสังหารหมู่รอบใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น

เมื่อเห็นว่าลูกน้องกว่าร้อยตัวของตนตายไปในพริบตา  จ้าวปิศาจทั้ง 3 ตัวที่กำลังล้อมทีมของลั่วซือหานอยู่ก็คำรามด้วยความโกรธแค้นสุดขีด

“อย่าแยกกันสิโว่ยยยยยยยย ! รวมตัว ! รวมตัวแล้วฝ่าออกไป ! ! !”

กองทัพปีศาจที่หวาดกลัวและพยายามหนี  เมื่อได้ยินเสียงคำรามของจ้าวปีศาจพวกมันก็รีบรวมกลุ่มกันอีกครั้ง

แต่จริง ๆ แล้ววนี่กลับเป็นสิ่งที่ลั่วซือหานต้องการ

“ล้อมพวกมันไว้ !”

เมื่อได้ยินเแบบนั้น  สาว ๆ ก็รีบหันหลังกลับ  โดยคนที่อยู่วงในวิ่งออกไปด้านนอก  ส่วนคนที่อยู่วงนอกวิ่งเข้ามาด้านใน

เมื่อทั้งสองกลุ่มวางกำลังกันใหม่เสร็จแล้ว  พวกเธอก็แยกออกเป็นกลุ่มละ 3 คนอย่างรวดเร็ว  โดยมี 2 กลุ่มอยู่ด้านหลังและอีก 1 กลุ่มเคลื่อนเข้ามาด้านใน  จากนั้นก็เริ่มเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอีกครั้ง

คราวนี้  ดูเหมือนว่าพวกสาว ๆ จะถูกล้อมกรอบด้วยวงนอกของเหล่าสัตว์ปิศาจ  และขอบเขตการป้องกันของพวกเธอก็กำลังค่อย ๆ หดตัวลง

แต่ในความเป็นจริงแล้วแม่ทัพจ้าวปิศาจที่สู้กับลั่วซือหานสามารถมองเห็นได้ในทันทีว่ากองทัพของตนกำลังเสียเปรียบมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่างหาก

หากสถานการณ์เช่นนี้ยังดำเนินต่อไปอีก 2 ระลอก  ไม่เพียงแต่จะไม่สามารถปราบเด็กหญิงแค่ไม่กี่สิบคนนี่ได้เท่านั้น  แต่ยังจะสูญเสียลูกน้องทั้งหมดอีกด้วย

เมื่อวงล้อมกระชับขึ้น  และลูกน้องที่ตนสั่งการค่อย ๆ ถูกกำจัดทิ้งไปเรื่อย ๆ ดวงตาของจ้าวปิศาจก็เบิกกว้างด้วยความโกรธแค้น  และในที่สุดพวกมันก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป

“อีเด็กเวรพวกนี้มันโผล่มาจากไหนวะ ? ! ทำไมพลังรบมันถึงได้สูงขนาดนี้ ! ทำไมพวกมันถึงสู้เป็นทีมเก่งขนานี้ ! แล้วนี่มันกลยุทธ์แบบไหนกันแน่ ? ! ใครก็ได้มาบอกกูทีว่านี่มันเรื่องเหี้ยไรกันแน่ ? ! !”

“เหี้ยเอ๊ย ! ! ! หยุดล้อมพวกมัน ! หยุดล้อมพวกมัน ! ! ! กระจายตัว ! กระจายตัวววววววววว ! ! !”

อยากกระจายตัวเอาตอนนี้เนี่ยนะ ? สายไปแล้ว !

ลั่วซือหานยังคงสงบ  หลังจากที่เธอกับเย่จิ่นชิวช่วยกันหยุดจ้าวปิศาจทั้ง 3 และทำให้พวกมันอ่อนแรงได้แล้ว  เธอก็ออกคำสั่งเย็นชาอีกครั้ง

“กลยุทธ์สามสาม ! หนึ่งจุดสองด้าน !”

“แยกย้าย !”

เมื่อได้ยินเแบบนั้น  สาว ๆ เหล่านั้นซึ่งรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มละ 3 คนอยู่แล้วก็กระจายกลุ่มกันออกไปอีกครึ่งหนึ่ง  แต่คราวนี้กลุ่มดูจะกระจัดกระจายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม  หากมองลงมาจากกลางอากาศจะพบว่าถึงแม้พวกเธอจะดูเหมือนไม่มีระเบียบ  แต่แท้จริงแล้วพวกเธอยังคงรักษารูปแบบของค่ายกลศึกคมดาบขนาดใหญ่ 3 กลุ่มเอาไว้อยู่

หลังจากกระจายตัวออกไปแล้ว  เหล่าสัตว์ปิศาจที่หวาดกลัวและต่อการกระจายตัวของค่ายกลศึกก็ถูกแยกออกเป็นสามกลุ่มที่ตกอยู่ในสภาพกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ

ทีม 3 คนที่อยู่หัวแถวมีหน้าที่เคลียร์เส้นทาง  ในขณะที่ปีกซ้ายและขวาคงรูปค่ายกลศึกสามสามเพื่อกำจัดทหารและกีกี้ที่อยู่ทั้งสองด้าน

สาว ๆ เหล่านั้นสีหน้าไร้ความรู้สึก  ราวกับเครื่องบดเนื้อที่กำลังบดขยี้กองทัพสัตว์ปิศาจที่ส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างบ้าคลั่ง

หลังจากปลายดาบฟันทะลุผ่านเส้นทางเปื้อนเลือด  ทีม 3 คนก็แยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว  จากนั้นแต่ละคนก็เป็นผู้นำทีมเล็ก ๆ ที่แยกตัวออกมาจากปีกซ้ายและขวาหันกลับมาล้อมศัตรูจากทั้งสองด้าน

นี่คือกลยุทธ์การใช้จุดเดียวครอบคลุมสองด้าน

ด้วยจุดบุกทะลวงที่รวมศูนย์เพียงจุดเดียว  และการล้อมโจมตีจากสองด้าน  ทำให้ฝ่ายศัตรูไม่มีทางหนีรอดได้

ใช่แล้ว  นั่นเป็นความจริง

ภายใต้สีหน้าโกรธเกรี้ยวและไร้เรี่ยวแรงของจ้าวปิศาจ  ทีมทั้ง 3 ได้กำจัดทหารปีศาจที่เหลืออีกประมาณ 500 ตัวภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที

กล่าวอีกนัยหนึ่ง  ในเวลาไม่ถึง 15 นาที  จ้าวปิศาจทั้ง 3 ตัวก็ถูกทิ้งให้เหลือตามลำพัง

“นี่มัน...  เป็นไปได้ไง...”

เมื่อมองไปยังศพและเลือดเนื้อที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น  และนังพวกเด็กมนุษย์ที่ตัวเปื้อนเลือดไปหมดแต่ยังคงไร้ซึ่งสีหน้าใด ๆ

จ้าวปิศาจก็สั่นไปหมดทั้งตัว  แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

“เด็กมนุษย์ที่พึ่งพลังตื่นจะมาเอาชนะทหารปีศาจสองพันนายของกูง่าย ๆ ได้ไงก่อน !”

“นี่...  นี่เป็นไปไม่ได้...  นี่มันเป็นไปไม่ได้ ! ! !”

จ้าวปิศาจคลั่งและเสียสติไปโดยสิ้นเชิงแล้ว

ในฐานะผู้ปกครองภูมิภาคและผู้ยิ่งใหญ่ภายใต้ราชาปีศาจ  มันจึงไร้เทียมทานมานานหลายทศวรรษ

แม้จะถูกล้อมและกดดันจากกองทัพทักษิณ  แต่พวกมันก็ยังโต้กลับและได้รับชัยชนะมาแล้วหลายครั้ง

แต่ในวันนี้  พวกมันพ่ายแพ้ให้กับเด็กสาวกว่า 30 คนที่พึ่งพลังตื่น—ไม่สิ  พูดให้ถูกก็คือพ่ายแพ้ให้กับปีศาจหญิงที่โหดเหี้ยมตรงหน้ามันต่างหาก !

“มึง...  มึงเป็นใครกัน ? !”

เมื่อเห็นว่าทุกคนจัดค่ายกลศึกและยืนอยู่ด้านหลังเธอเรียบร้อยแล้ว  ลั่วซือหานจึงเงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าเรียบเฉยและพูดเบา ๆ

“มึงไม่คู่ควรจะรู้”

“อ้อ ? งั้นชักสงสัยแล้วสิ...  ว่าเปิ่นหวาง (เราผู้เป็นราชา/เราราชา) ล่ะคู่ควรรึเปล่า ?”

จบบทที่ บทที่ 47 : สังหารหมู่ ! การสังหารหมู่ที่สมบูรณ์แบบและไร้ที่ติ !

คัดลอกลิงก์แล้ว