เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 : ศึกแรกของห้อง 1 ! พลังไร้เทียมทานของพวกเธอปรากฏออกมา ! อาจารย์ตกตะลึง !

บทที่ 46 : ศึกแรกของห้อง 1 ! พลังไร้เทียมทานของพวกเธอปรากฏออกมา ! อาจารย์ตกตะลึง !

บทที่ 46 : ศึกแรกของห้อง 1 ! พลังไร้เทียมทานของพวกเธอปรากฏออกมา ! อาจารย์ตกตะลึง !


ทันทีที่ลั่วซือหานพูดจบทุกคนก็แยกย้ายกันไปทันที

ตอนแรกดูเหมือนจะวุ่นวาย  แต่เมื่อพิจารณาดี ๆ แล้วก็จะเห็นได้ชัดว่าทุกคนวิ่งกันอย่างเป็นระเบียบ  ไม่เพียงแต่ไม่ไปขวางทางคนอื่นเท่านั้น  แต่ยังจัดตั้งเป็น 4 ทีมได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

ด้วยมีลั่วซือหานและเย่จิ่นชิวเป็นปลายดาบ  ค่ายกลดาบอันคมกริบได้ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและกวาดผ่านเหล่านักศึกษาที่กำลังหนีตาย

แล้วก็...

ไม่มีใครพูดอะไรเลยตลอดกระบวนการ  แม้แต่การสบตากันก็ไม่มี

ความเร็วและความเป็นระเบียบในการจัดวางของพวกเธอช่างน่าประทับใจเสียจนแม้แต่อาจารย์ที่คอยดูแลนักศึกษาหนีตายก็ยังตะลึงจนพูดไม่ออก

“นี่... นี่มันนักศึกษาหรือทหารกันแน่”

สีหน้าของอาจารย์เปลี่ยนไปราวกับนึกอะไรบางอย่างออก  แล้วเขาก็รีบโบกมือเรียก

“นี่ ~ ! นักศึกษาจากสถาบันหลวงนั่นน่ะ ! อย่าไป ๆ ! เผ่าปีศาจแข็งแกร่งเกินไป !”

อาจารย์ตะโกน  แต่ไม่มีใครตอบ  แล้วอาจารย์รู้สึกอายเล็กน้อยและอยากจะเกลี้ยกล่อมเหล่านักศึกษาต่อแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

อีกอย่างคือดูเหมือนว่าพวกสัตว์ปิศาจเหมือนจะกำลังเฝ้าอะไรบางอย่างอยู่  ดังนั้นพวกมันจึงหยุดโดยไม่ได้ไล่ตามมาจนถึงตรงนี้  ทำให้พวกตนมีพื้นที่ปลอดภัยให้พักผ่อน

เหล่าอาจารย์ราว ๆ 10 คนเหลือบมองจ้าวปิศาจที่นอนอยู่บนพื้นไม่ไกลนัก  หัวใจของพวกเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อนมากมายยากจะบรรยาย

เหล่านักศึกษาเห็นลั่วซือหานหิ้วจ้าวปิศาจมา  แล้วพวกเขาที่ซุ่มดูอยู่ในเงามืดจะไม่เห็นได้อย่างไร

ต้องเข้าใจว่านักศึกษาที่สามารถเข้ามาเรียนที่นี่ได้ล้วนเป็นนักศึกษาที่เรียนเก่งที่สุดจากมหาวิทยาลัยและห้องต่าง ๆ ดังนั้นจึงไม่มีที่ว่างให้กับความผิดพลาดเลย

พวกเขาคอยเดินตามหลังและคุ้มครองนักศึกษาเหล่านั้นแทบจะตลอดเวลา

ดังนั้นพวกเขาจึงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

แต่ปัญหาคือ  ใครจะไปคิดว่ากลุ่มนักศึกษาหญิงจะปฏิบัติต่อจ้าวปีศาจตัวนี้ราวกับของเล่น  มันยากที่จะตัดสินจริง ๆ

“อาจารย์หู  เราควรลองเกลี้ยกล่อมนักศึกษาจากสถาบันหลวงอีกครั้งดีมั้ย...”

อาจารย์หูโบกมือและถอนหายใจอย่างหมดหวัง

“ผมบอกได้แค่ว่าสมกับที่เป็นสถาบันหลวง  ทุกคนล้วนแต่เป็นบุคคลที่ยอดเยี่ยม”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นอาจารย์ข้าง ๆ ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ถึงแม้พวกเธอจะดูแข็งแกร่งก็เถอะ  แต่พวกเธอก็พึ่งปลุกพลังได้แค่สองเดือน  ต่อให้พวกเธอฝึกฝนได้เร็วแค่ไหนก็ตาม  แต่ขีดจำกัดก็ยังอยู่แค่ขอบเขตศิษย์ยุทธ์แปดดาวอยู่ดี”

“ต่อให้พวกเธอประสานงานกันได้เก่งแค่ไหนก็สู้กับราชาปีศาจกับจ้าวปิศาจอีกสามตัวได้ยังไง  นั่นไม่ใช่ฆ่าตัวตายเห็น ๆ หรอกเหรอ”

“แล้วที่อาจารย์ปรึกษาของพวกเธอล่ะ  ทำไมไม่เห็นออกมาเกลี้ยกล่อมพวกเธอลเลยล่ะ”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นอาจารย์อีกคนก็มองด้วยสีหน้าแปลก ๆ

“ผมได้ยินมาว่าอาจารย์ที่ปรึกษาห้องนั้นเป็นผู่มีศักยภาพระดับเอฟ  ดูเหมือนว่าที่คนแบบนั้นไปเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาได้เพราะกับอธิการฉินและใช้เส้นสายเข้ามา”

“ถ้าเป็นงั้นผมก็คิดว่าเขาอาจจะไม่ได้ไม่มาเกลี้ยกล่อม  แต่มาไม่ได้มากกว่า”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นคนอื่น ๆ ก็เริ่มมองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ เช่นกัน

อาจารย์หูนั้นมีความรู้มากทีเดียว  เขาเหลือบมองทุกคนแล้วพูดอย่างจริงจังว่า

“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันเรื่องที่ว่าเขาเป็นระดับเอฟหรือใช้เส้นสายเข้า  แต่ความจริงที่ว่าสามารถฝึกฝนกลุ่มนักศึกษาให้มีระเบียบวินัยแบบนี้ได้นั้นแสดงว่าต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่”

“ตอนนี้ผมเลยสงสัยอยู่เรื่องเดียว  คนอื่น ๆ น่ะไม่มีปัญหาหรอก  แต่เย่จิ่นชิวนี่สิ  เธอเองก็เป็นนักศึกษาระดับเอสเหมือกัน  แต่ทำไมถึงเชื่อฟังคำสั่งลั่วซือหานขนาดนั้นล่ะ”

อัจฉริยะทุกคนย่อมมีความภาคภูมิใจ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นลูกรักของแปดตระกูลใหญ่

สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือกลุ่มของจ้าวหลินซีนั้นไม่ได้มีชื่อเสียงที่ดีนัก  แม้แต่คนจากเมืองอื่นก็ยังเคยได้ยินวีรกรรมของพวกเธอ

แต่ตอนนี้ล่ะเป็นไง  พวกเธอเชื่อฟังคำสั่งโดยไม่ตั้งคำถาม  และไม่มีใครคัดค้านหรือประท้วงเลยสักคนซึ่งแปลกมากทีเดียว

อย่าลืมว่าพวกเธอกำลังจะไปสู้กับราชาปิศาจที่มาพร้อมกับจ้าวปิศาจอีก 3 ตัว  ซึ่งมันต่างอะไรจากฆ่าตัวตาย

อาจารย์หูคิดไม่ออกจึงขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา

“ช่างมันเถอะ  เรามาช่วยรักษานักศึกษากันก่อนดีกว่า  ยังไงซะอีกแค่สี่ชั่วโมงก็จบแล้ว  อย่าปล่อยให้เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาอีกเลย”

นักศึกษาเก่ง ๆ หลายคนตกตายไปแล้ว  หากต้องมีคนพิการเพิ่มขึ้นอีกนั่นจะเป็นปัญหาใหญ่เอา

โชคดีที่พวกที่หนีรอดมาได้นั้นก็ไม่เลว  มีบางคนได้รับบาดเจ็บ  แต่ไม่มีใครอาการสาหัส  หลังจากคิดทบทวนดูแล้วอาจารย์หูจึงตัดสินใจไปตรวจสอบสถานการณ์

ถึงอย่างนั้นก็มีบุคคลระดับ S อยู่สองคน  หากสถานการณ์เลวร้ายถึงขีดสุดการที่ตนเข้าไปช่วยเหลือย่อมดีกว่าปล่อยให้อัจฉริยะต้องตาย

“อาจารย์หวางครับ  ฝากคุณช่วยดูแลนักศึกษาของผมให้หน่อยได้มั้ย  ระหว่างนี้ผมจะไปเช็กดูหน่อย”

หลังจากพูดจบอาจารย์หูก็หันหลังเดินจากไป  ทิ้งให้เหล่านักศึกษาและอาจารย์หวางยืนงงอยู่ตรงนั้น

...

อีกด้านหนึ่ง

เนื่องจากคลาดสายตาจากฉินหลาน  หลิ่วยวน  และคนอื่น ๆ ไปโดยสิ้นเชิงแล้ว  ลั่วซือหานก็นำทัพของตนไปถึงที่โล่งแห่งหนึ่ง

แต่พวกเธอก็ไม่หยุด  และถึงแม้จะมีสัตว์ปิศาจมากกว่า 1,000 ตัวอยู่ตรงหน้าสาว ๆ ก็ไม่แสดงอาการไม่พอใจแต่อย่างใด

ไม่มีแม้แต่สีหน้าใด ๆ เลย

เหล่าสัตว์ปิศาจที่พึ่งขับไล่นักศึกษาออกไปต่างก็โกรธแค้นเมื่อเห็นแบบนี้

“กูพึ่งจะฆ่าไอ้มนุษย์หน้าโง่ไปเอง  แล้วนี่ยังมีคนคิดมาบุกค่ายอีก !”

แม่ทัพปิศาจทั้ง 6 ตัวโกรธจัดและคำรามเสียงดัง

“เด็ก ๆ ! ฆ่าพวกมันให้หมด !”

“โฮกกกกกกกกกกกก ! ! !”

เสียงคำรามของเสือปีศาจนับพันตัวนั้นน่าเกรงขามยิ่งนัก  พลังของพวกมันมหาศาลจนดอกไม้  หญ้า  และต้นไม้โดยรอบต้องสั่นไหวอย่างน่าหวาดเสียว

เมื่อเห็นแบบนั้น  ลั่วซือหานจึงพูดโดยไม่มีสีหน้าใด ๆ

“แยกย้าย !”

พรึบ !

ทั้ง 4 ทีมยกเว้นทีมที่ลั่วซือหานนำได้แยกตัวออกจากกลุ่มทันที  การจัดวางกำลังพลแบบเพชรของกลุ่มใหญ่ได้ขยายขนาดออกเป็น 2 เท่าอย่างกะทันหัน

ในขณะนั้นเอง  ในที่สุดกองทัพปีศาจก็ได้เข้าปะทะกับเหล่าสาว ๆ

เมื่อเห็นแบบนั้นลั่วซือหานก็ยังคงไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ เธอจ้องมองแม่ทัพปิศาจที่กำลังเข้ามาหาอย่างสงบ

“ฆ่า !”

“ฆ่า ! ! !”

สาว ๆ ตะโกนสุดเสียงอย่างอย่างดุดัน  จิตสังหารระเบิดท่วม  กลุ่มที่ก่อนหน้านี้เงียบสงบตอนนี้กลายเป็นกลุ่มที่เสียงดังและเต็มไปด้วยสีสัน

กองทัพสัตว์ปิศาจที่เคยเป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อพวกหลิ่วยวนกลับอ่อนแอราวกับกระดาษเมื่ออยู่ต่อหน้าเหล่าสาว ๆ

สัตว์ปิศาจที่มีระดับการฝึกฝนต่ำกว่าระดับปิศาจใหญ่ไม่สามารถต่อกรกับพวกเธอได้เลย

ด้วยมืออันขาวเนียนละเอียดของพวกเธอ  จัดการคว้าขาพวกมันแล้วดึงขาด  เสร็จก็ต่อยซ้ำทำให้กระดูกมันแตกละเอียดไปทั้งตัว

ในพริบตาเดียว  เหล่าสัตว์ปิศาจกลุ่มแรกที่บุกเข้ามาก็ถูกพวกสาว ๆ ปราบได้อย่างง่ายดาย  สัตว์ปิศาจหลายตัวยังไม่ทันได้ร้องโอดโอยก็กลายเป็นเครื่องมือให้ทีมได้ฆ่าเล่น

แต่ในขณะที่พวกสาว ๆ ดูผ่อนคลายและโหดเหี้ยม  ลั่วซือหานกลับปฏิบัติต่อพวกมันราวกับเป็นของเล่น

เมื่อแม่ทัพปีศาจกระโจนเข้าใส่  ลั่วซือหานเพียงแค่ตบเบา ๆ หัวของแม่ทัพปีศาจตัวนั้นก็หมุนติ้ว ๆ เหมือนกังหันลมอยู่หลายรอบ

ร่างมหึมาของมันพุ่งถอยหลังอย่างรวดเร็วราวกับลูกปืนใหญ่  กวาดเอากองทัพทหารปีศาจและปีศาจกีกี้จำนวนมากกระจุยไป

ถ้าแม้แต่แม่ทัพปีศาจยังอ่อนแอขนาดนี้แล้ว  ปีศาจใหญ่นั้นยิ่งอ่อนแอกว่านี้มาก

ภายใต้การนำของลั่วซือหาน  กลุ่มของพวกเธอก็เคลื่อนที่ฝ่าแนวรบของศัตรูราวกับอยู่ในทุ่งโล่ง  กวาดล้างกองทัพสัตว์ปิศาจได้ภายในเวลาไม่ถึงนาที

สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงซากแขนขาที่กระจัดกระจายและเสียงร้องโหยหวน  ภาพที่เห็นราวกับนรกบนดิน

หลังจากทุกคนฝ่าวงล้อมออกไปได้แล้ว  ลั่วซือหานก็คว้าคอแม่ทัพปิศาจตัวหนึ่ง  หันหลังกลับและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เปลี่ยน !”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นทุกคนก็หันหลังกลับ  เปลี่ยนตำแหน่งและพุ่งเข้าโจมตีทันที

คราวนี้ความเร็วเพิ่มขึ้นกว่าเดิม  หลังจากฟันขาดแล้วลั่วซือหานก็สะบัดเลือดออกจากมือและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ล้อมพวกมันไว้ !”

พรึบ !

คราวนี้แทนที่จะฝ่าแนวป้องกันเข้าไปอีกครั้ง  ทั้งกลุ่มกลับกระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็วและฟอร์มตัวกันเป็นวงล้อมรูปพัดโดยมีลั่วซือหานเป็นศูนย์กลาง

แม้ว่าจะมีสัตว์ปิศาจอยู่มากกว่า 300 ตัว  แต่สาวสวยทั้ง 36 คนนี้ก็ราวกับเทพแห่งการสังหารกลับชาติมาเกิด  พวกเธอใช้กำลังพลที่น้อยกว่าในการโอบล้อมโจมตีศัตรูจำนวนมากกว่า

จากนั้นกลุ่มดังกล่าวก็รุกคืบต่อไปและไม่ว่าจะมีขนาดใหญ่แค่ไหน  แต่ในชั่วพริบตาเดียวกองทัพสัตว์ปิศาจทั้งหมดก็กลายสภาพเป็นวิญญาณภายใต้หมัดของพวกเธอ

เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้  อาจารย์หูที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ก็ตกอยู่ในความหวาดกลัว

เขาตกใจเป็นพิเศษเมื่อเห็นว่ากองทัพสัตว์ปิศาจถูกทำลายไปเกือบหมดภายในการเข้าตีแค่สามระลอก

“นี่มัน ? เป็นไปได้ไงเนี่ย ? ? ?”

“พวกมันคือแม่ทัพปิศาจกับปีศาจใหญ่นะง ! พวกมันคือสัตว์ปิศาจที่แข็งแกร่งกว่ามหาปรมาจารย์ยุทธ์กับปรมาจารย์ยุทธ์ทั่วไปซะอีก ! !”

“แต่พวกมัน  ไม่มีแรงขัดขืดเลยขนาดนี้ได้ไงกัน ? !”

“แล้วนั่นมันกลยุทธ์อะไรทำไมซับซ้อนขนาดนี้  แค่คำสั่งสั้น ๆ ไม่กี่คำก็สามารถสร้างกลยุทธ์ที่หลากหลายได้มากมายขนาดนี้ได้ไง”

“แล้วลั่วซือหานกับเย่จิ่นชิวล่ะ ? ระดับการฝึกฝนของพวกเธอมันยังไง ? ทำไมถึงดูไม่ออก ? พวกเธอแข็งแกร่งมาก  แต่ทำไมพลังโลหิตปราณที่สัมผัสได้ถึงอ่อนแอจัง ? ? ?”

“อะไร...  เกิดไรขึ้นเนี่ย ? มีใครบอกได้มั้ยว่ามันเกิดไรขึ้น ? ? ?”

“เดี๋ยว ?”

ใบหน้าซีดเซียวของอาจารย์หูเปลี่ยนไปอีกครั้งเมื่อเห็นสถานการณ์ชัดเจนแล้ว  นัยน์ตาของเขาหดวูบลงเหลือเท่ารูเข็มในทันที

“เหี้ยแล้ว ! ไอ้นั่น...  มันจ้าวปิศาจ ! ! !”

จบบทที่ บทที่ 46 : ศึกแรกของห้อง 1 ! พลังไร้เทียมทานของพวกเธอปรากฏออกมา ! อาจารย์ตกตะลึง !

คัดลอกลิงก์แล้ว