เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 : เห็นหน้าคุณยายแล้วยังกล้าขัดขืนอีก ?

บทที่ 40 : เห็นหน้าคุณยายแล้วยังกล้าขัดขืนอีก ?

บทที่ 40 : เห็นหน้าคุณยายแล้วยังกล้าขัดขืนอีก ?


สองเหล่าเปี่ยวเห็นการสลับตัวประกันอย่างชำนิชำนาญก็เงิบกันเลยทีเดียว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองที่ลูกพี่ลูกน้องหญิงของตนที่พูดจาด้วยน้ำเสียงเย็นชา  ใบหน้าที่ตกตะลึงของสองเหล่าเปี่ยวก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป  น้ำตาแห่งความไม่อยากจะเชื่อค่อย ๆ ไหลอาบแก้ม

“พวกหล่อนยังจะเล่นแบบนี้ได้อีกเหรอ  ฮืออออออออออ...”

“หยุดพูดเรื่องไร้สาระ ! รีบส่งของมาเร็ว ๆ เข้า  ยังมีแกะอ้วนรอเชือดอีกเยอะ !”

“โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ...”

น้ำตาไหลอาบแก้ม  ทั้งสองไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องส่งถุงมิติให้ไป

ซูเสี่ยวเถาไม่พอใจทันทีที่เห็นแบบนั้น

“เห้ย ! หมายความว่าไงนิไอ้เหล่าเปี่ยวของหยิงหยิง  เก่งนักนะ  มีแอบซ่อนของไว้ด้วยน่ะหา !”

“ไม่  นั่นไม่ใช่...”

“ไม่ได้การ ! ฉันต้องโทรบอกหัวหน้าห้องแล้วบอกให้เธอไปบอกพวกเจ๊ ๆ หมวย ๆ คนอื่น ๆ ให้เวลาค้นตัวต้องละเอียดกว่านี้  เราต้องประหยัดกว่านี้”

“เดี๋ยวก่อน  มันจะใช่แบบนั้นเหรอ ? ? ?”

“ไอ้พวกสารเลวพวกนี้นี่มันไม่ซื่อเลยซักนิด  คราวหน้าเราต้องเด็ดขาดกว่านี้  ไม่งั้นมันอาจได้ของไม่พอด้วยซ้ำ !”

“ทำไมกานนนนนนน ? ! ! !”

“ไม่ได้เด็ดขาด ! ต้องให้พวกเจ๊ ๆ หมวย ๆ ไปปล้นซ้ำอีกรอบดีกว่า”

“ทำไมกานนนนนนน ! ! ! !”

เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของซูเสี่ยวเถา  เหล่าเปี่ยวของเฉียนหยิงหยิงก็ถึงกับอึ้งไปเลย

ถ้าพวกเธอทำอย่างนั้นจริง ๆ ล่ะก็  พวกตนจะไม่ใช่แค่โดนอีนังโจรชั่วพวกนี้ปล้นอีกรอบนั้นแน่  แต่อาจจะถูกเพื่อนนักศึกษาที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่โดนขโมยจับถลกหนังทั้งเป็นซ้ำอีก

ตายห่า

พอหันหน้าไปเห็นดวงตาของพี่น้องโดยรอบเขียวปั้ดไปแล้ว  เหล่าเปี่ยวก็ตกใจและต้องรีบ

อธิบายทันที

“ไม่ ๆ ๆ เจ๊เสี่ยวเถา ! ผมไม่ได้ซ่อนนะ ! อันนี้ผมยืมมาจากคนอื่นอีกที  ถุงมิตินี่ก็ไม่ใช่ของผม ! อันของผมโดนปล้นไปแล้ว ! เจ๊ต้องคืนให้ผม  โฮฮฮฮฮฮฮฮฮ...”

เหล่าเปี่ยวตกใจมากจนแทบฉี่ราดและเริ่มร้องไห้คร่ำครวญพลางพยายามคว้าแขนของซูเสี่ยวเถาไว้

ซูเสี่ยวเถาหลบหลีกอย่างรังเกียจแบบเห็นได้ชัด

“หยุดพูดเรื่องไร้สาระแล้วบอกมา ! ยังซ่อนของไรไว้อีก !”

“หมดแล้วคับเจ๊  หมดแล้วจริง ๆ หมดไม่เหลือแล้ว... โฮฮฮฮฮฮฮฮ...”

“หยิงหยิง  ฉันจะหักแขนเหล่าเปี่ยวเธอซักข้างได้ป๊ะ”

“ทำมายยยยยยยยยยยยย ? !”

“เอาสิ  ขอแค่ไม่ตายจะรื้อทั้งร่างก็ตามสบายเลย”

“ทำมายยยยยยยยยยยย ? ! ! !”

เหล่าเปี่ยวจิตใจแทบจะแตกสลายรีบโบกไม้โบกมืออย่างบ้าคลั่ง

“หมดแล้วค้าบบบบบบ ! หมดแล้วจริงจีงงงงงงง ! ผมไม่เหลือไรในชีวิตแล้วค้าบบบบบบ  โฮฮฮฮฮฮ...”

“เจ๊หยิง ! ได้โปรดเถอะเจ๊หญิง ! ผมไม่มีเหลือแล้วจริง ๆ ! เด๋วทุกตรุษจีนผมจะซื้อถังหูลู่เลี้ยงโอเคมั้ยคับเจ๊  โฮฮฮฮฮฮ...”

ซูเสี่ยวเถาจ้องมองมันแล้วขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ

“ช่างเถอะ  คราวนี้คงหมดแล้วจริง ๆ”

ขณะที่พูดซูเสี่ยวเถาเหยียดตัวตรงและหันไปมองไอ้หนุ่มตาเขียวคนข้าง ๆ

“เห้ย ! เอามา !”

ไอ้หนุ่มนั่นก็สะดุ้งเลยก่อนที่จากโกรธจนตาเขียวเปลี่ยนกลับมาเป็นตาปกติ

“หือ ? ผม  ให้คับให้  นี่คับ ๆ ! !”

เนื่องจากไอ้หมอนี่เคยลองโดนกลอุบาย ‘ลอกคราบไม่ก็ตาย’ ดังนั้นอย่างมันหรือจะกล้าร่วมสนุกอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม  ขณะที่กำลังหยิบดอกไม้สีฟ้าดอกเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋า  จู่ ๆ ก็เกิดเสียงเอะอะโวยวายขึ้นด้านหลังซูเสี่ยวเถาอย่างกะทันหัน

ในวินาทีต่อมา  มีฝูงเสือขาวที่มีลวดลายคล้ายสายฟ้าตัวเขื่องพุ่งออกมาเฉยเลย

ไอ้หนุ่มที่กำลังยื่นของให้พอเห็นภาพนี้เข้าก็ตัวสั่นแล้วแหกปากร้องด้วยความหวาดผวา

“เชี่ยแล้ว  นั่นคือจ้าวปิศาจ ! จ้าวปิศาจจจจจจจจ ! ! !”

“อะไรน้า ~ ? ? ?”

เมื่อได้ยินแบบนั้นสีหน้าของคนอื่น ๆ ก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด  พอดูลายบนหน้าผากเสือให้ดี ๆ แล้วก็ยิ่งผวาหนักกันใหญ่

“จ้าวปิศาจ ! ! ! จ้าวปิศาจมันยกทัพมาแล้วโว่ยยยยยยยยย... ! ! !”

มีคนตะโกนขึ้นมา  และกลุ่มผู้เคราะห์ร้ายที่กำลังคุกเข่าอยู่กับพื้นก็หันหลังวิ่งหนีไปโดยไม่สนใจความเจ็บปวดของตนเอง

ถึงแม้จะขาพิการก็ยังต้องวิ่ง  เพราะถ้าไม่วิ่งแล้วจ้าวปิศาจที่มีระดับฝีมือเทียบเท่าหรือแข็งแกร่งกว่าปรมาจารย์ยุทธ์ลงมือล่ะก็  นั่นเท่ากับตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้ทรู

เมื่อซูเสี่ยวเถาเห็นว่าทุกคนวิ่งหนีกันไปหมดแล้วเธอก็โกรธขึ้นมาทันที

“เห้ย ! อย่าพึ่งหนีเซ่ ! เอาของมาก่อนนนนนนน !”

“เวรเอ๊ย ! แกะอ้วนตั้งหกสิบกว่าตัว ! แต่พึ่งเชือดไปแค่สาม ! ไอ้สารเลวเอ๊ยอย่าหนีนะโว่ยยยยยยย !”

ณ  จุดนี้ใครจะไปสนใจพวกซูเสี่ยวเถาอีกล่ะ  มีปัญหากับหล่อนอย่างมากสุดก็แค่โดนจับลอกคราบ  แต่มีปัญหากับจ้าวปิศาจนั่นจะมากจะน้อยก็จบที่ตายห่าเหมือนกันหมด !

เมื่อเห็นฝูงชนหายไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตาซูเสี่ยวเถาจึงกัดฟันแน่นและตัวสั่นด้วยความโกรธ

ทั้ง 3 คนหันหลังกลับ  เงยหน้ามองจ้าวปิศาจที่สูงอย่างน้อย 5 เมตร  ดวงตาของพวกเธอลุกเป็นไฟแทบจะทันที

“ไอ้เสือเหี้ย  คืนแกะอ้วนกูมานะ !”

เมื่อสัตว์ปิศาจบรรลุระดับเทียบเท่าขอบเขตปรมาจารย์ยุทธ์ของมนุษย์  พวกมันจะพัฒนาสติปัญญาขึ้นมา  เมื่อพวกมันไปถึงขอบเขตเทียบเท่ามหาปรมาจารย์ยุทธ์แล้ว  มันจะมีจะมีสติปัญญาใกล้เคียงกับผู้ใหญ่ทั่ว ๆ ไป

จ้าวปิศาจที่บรรลุระดับเทียบเท่าขอบเขตบรรพชนยุทธ์  สติปัญญาจะเทียบได้กับคนฉลาดคนหนึ่ง

เมื่อเห็นว่าซูเสี่ยวเถาและอีกสองคนดูถูกเหยียดหยามมันมากขนาดนั้นมันจึงโกรธเป็นธรรมดา

“เป็นแค่มนุษย์ธรรมดา  กล้าดียังไงมาพูดจาไม่เห็นหัวเปิ่นจุน (ข้าผู้เป็นจ้าว/ข้าจ้าว) เช่นนี้ !”

“หยุดแพล่มเลยไอ้เวร  เอาแกะอ้วนกูคืนมา !”

ซูเสี่ยวเถาไม่สนใจเรื่องพวกนั้นเลย  การสูญเสียเนื้อสมบัติระดับจักรพรรดิที่มาป้อนถึงปากนั่นต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่ !

เมื่อเห็นแบบนั้นจ้าวปิศาจก็ยิ่งโกรธแค้นจนกัดฟันแทบแตก  ก่อนมันจะเอ่ยปากตะคอก

“ไอ้เลว ! ทีมึงล่ะฆ่าคนของกูไปเพียบ ! ไม่พอยังจะมาเรียกร้องค่าชดเชยอีก  หาเรื่องตายแบบนี้ถ้ามึงไม่ตายแล้วใครจะตาย ! ! !”

ซูเสี่ยวเถาโดนเถียงกลับก็กำหมัดเล็ก ๆ แน่น

“ไอ้เสือเหี้ยนี่ ! มึงมาไล่ฝูงแกะอ้วนกูแตกกระเจิงหมด  ทำให้กูเสียเนื้อสมบัติระดับจักรพรรดิไม่มีเหลือ  มึงตะหากที่หาเรื่องเจ็บตัว !”

“พี่น้อง ! เอาหัวหมาของไอ้เสือเหี้ยนี่ไปรับรางวัลกันเถอะ !”

เฉียนหยิงหยิงและฉีเยียนหรานเองก็โกรธจนทนไม่ไหวมาตั้งนานแล้ว  เนื้อสมบัติระดับจักรพรรดิที่กำลังจะเข้าปากกลับหลุดลอยไปซะได้  นี่มันอาทนได้แต่อาสะใภ้ทนไม่ไหวจริง ๆ (แปลว่า)

เมื่อจ้าวปิศาจเห็นว่าเจ้ากระจ้อยทั้ง 3 กำลังจะลงมือขัดขืนมันก็ยิ่งโกรธจนแทบจะหัวเราะออกมาแทน

“เป็นแค่มนุษย์เหม็นสามตัวที่พลังพึ่งตื่นได้สองเดือนยังกล้ามาอวดเก่งใส่เปิ่นจุน  ลูกน้องงงงงงง  กลืนพวกมันทั้งเป็นซธ !”

“โฮกกกกกกกกกก ! ! !”

เมื่อได้ยินคำสั่ง  เสือกว่าสามสิบตัวที่อยู่ด้านหลังก็คำรามขึ้นฟ้าแล้วแปลงร่างเป็นสายฟ้าแลบพุ่งเข้าใส่ซูเสี่ยวเถาที่วิ่งนำหน้าในทันที

เห็นแบบนั้นซูเสี่ยวเถายิ่งกัดฟันกรอดไม่ชอบใจ  โลหิตปราณของเธอพลุ่งพล่านราวกับน้ำมันที่ลุกไหม้ แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายในทันที

เปลวไฟสีทองแหลมคมราวกระบี่พุ่งทะลุฟ้าราวกับยิ่งออกไปได้ปกคลุมกำปั้นเล็ก ๆ อันบอบบางของเธอในทันที

“โกรธแล้วนะโว่ยยยยยย  ยิ่งคิดยิ่งโกรธ  เตรียมตัวตายเหอมื้ง !”

“หมัดแปดสุดขั้วถล่มสวรรค์ ! ! !”

ปั้ง ! ! !

“เอ๋งงงงงงงงงง ! ! !”

แม้ร่างจะเล็กนิดเดียว  แต่หมัดของซูเสี่ยวเถากลับบดขยี้ขากรรไกรของเสือตัวมหึมาแตกละเอียด  ทั้วร่างปลิวกระเด็นกลายเป็นถุงกระสอบขาดวิ่น  ตัวเสือบิดเป็นเกลียวกระเด็นไปฟาดฝูงเสือที่วิ่งตามมันมา

[ สังหารปีศาจใหญ่ +1 ]

เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงตีกลับซูเสี่ยวเถาจึงเต็มไปด้วยความโกรธแค้นพยาบาท  และด้วยความพยาบาทนี้เธอจึงใช้มันในการใช้ออกด้วยก้าวย่างสวรรค์ซึ่งเป็นทักษะยุทธ์ระดับปราชญ์ที่เฉินมู่สอนให้พุ่งเข้าใส่ฝูงเสือ

ก่อนที่เสือที่โดนอัดจะทันตอบโต้  เธอก็คว้าขาข้างหนึ่งของมันแล้วกระชากอย่างแรง

“มายายมึงนี่มา ! ! !”

“แควก ! ! !”

“เอ๋งงงงงงงง ! ! !”

เสือตัวนั้นเริ่มมึนงงจากแรงกระแทก  แต่หลังจากที่ขาหน้าทั้งสองข้างของมันร่วงตก  มันก็กลับมามีสติอีกครั้ง

มันเงยหน้าขึ้นแล้วคำรามเสียงแหบห้าวออกมา  ในวินาทีต่อมาก็ถูกจับหางและถูกใช้เป็นค้อนอุกกาบาตหมุนตัวติ้ว ๆ และกระโดดฟาดลงจากกลางอากาศโดยที่มันยังหลับตาอยู่

ปัญหาหลักคือมันลืมตาไม่ไหวแล้ว  และมันได้หมดสติไปเพราะความเจ็บปวด

เสือตัวอื่น ๆ ที่กำลังโจมตีซูเสี่ยวเถาจากด้านหลังต่างตกตะลึงไปชั่วขณะ  ก่อนจะเผยเขี้ยวเล็บออกมาตะปบเธอในทันที

อย่างไรก็ตาม  ในขณะที่เสือ 2 ตัวกำลังจะตะปบหลังซูเสี่ยวเถาจู่ ๆ ก็มีร่าง 2 ร่างปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกมันอย่างกะทันหัน

“เห้ย  จะลอบกัดเจ๊เถาเหรอ  คิดว่าเราฝึกยุทธวิธีสามสามมาเล่น ๆ รึไงยะ”

แต่ถ้าไม่พูดถึงเรื่องนั้นคงจะดีกว่า  เพราะมันทำให้นึกถึงการฝึกฝนอันโหดร้ายของเฉินมู่ในช่วงเวลานั้น ซึ่งกระตุ้นอารมณ์โกรธอย่างแรง

“มานี่ !”

ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย  สองสาวแต่ละคนก็ใช้มือเพียงข้างเดียวฟันขาเสือขาดฉับ  แต่พวกเธอก็ไม่ยอมจบกับพวกมันง่าย ๆ มืออีกข้างฟาดใส่หลังพวกมันอย่างแรงเพื่อซ้ำให้ตาย

จ้าวปิศาจเห็นลูกน้องบาดเจ็บสาหัสล้มตายไปในเวลาไม่ถึงนาทีก็ยิ่งโกรธจัดขึ้นไปอีก

“พวกเวรนี่...  กล้าดียังไงมาดูถูกพวกกูเผ่าเสือขาวผลึกสายฟ้าแบบนิ ! ไอ้พวกเด็กเวรสามตัวไปตายห่าซะไป๊ !”

จ้าวปิศาจคำรามและพุ่งเข้าใส่ด้านหลังศีรษะของซูเสี่ยวเถาอย่างแรง

ซูเสี่ยวเถารู้สึกถึงลมแรงพัดมาจากด้านหลังศีรษะ  หลังจากจัดการกับเสือตัวสุดท้ายที่ยังยืนอยู่ได้แล้ว เธอก็หันกลับมาและต่อยมัน

ปัง ! ! !

แม้จะมีขนาดต่างกันอย่างมาก  แต่หมัดกับกรงเล็บที่ปะทะกันก็ทำให้เกิดเสียงทึบ ๆ เหมือนโลหะกระทบกัน

ซูเสี่ยวเถาหยุดไปกึกหนึ่ง  จากนั้นก็ต้องถอยหลัง 1 ก้าวอย่างกะทันหัน  ในขณะที่ขาของจ้าวปิศาจสั่นเทา  ร่างใหญ่โตมโหฬารของมันเซถลาถอยหลังไปหลายก้าวก่อนจะทรงตัวได้ใหม่

เมื่อทรงตัวได้แล้วสีหน้าของจ้าวปิศาจก็เปลี่ยนไป  มันชูขาหน้าที่สั่นเล็กน้อยขึ้นมาดูด้วยนัยน์ตาที่หดแคบลงอย่างฉับพลัน

“นี่มัน...  เป็นไปได้ไงกัน”

“มันพึ่งพลังตื่นได้แค่สองเดือน  ทำไมมีพลังโลหิตปราณมากมายขนาดนิ !”

“นะ...  นี่มันเทียบเท่ากับขอบเขตมหาปรมาจารย์ยุทธ์สุดปลายยอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้วนะเห้ย !”

จริง ๆ แล้วตรงนี้ไม่มีมหาปรมาจารย์ยุทธ์สุดปลายยอดอะไรนั่นหรอก  มีเพียงลั่วซือหานกับเย่จิ่นชิวจากห้อง 1 เท่านั้นที่บรรลุถึงระดับดังกล่าวได้

แต่กระนั้นในมุมมองของจ้าวปิศาจตัวนี้  แม้ว่าซูเสี่ยวเถาจะเป็นมหาปรมาจารย์สุดปลายยอดก็ตาม  ทว่าถึงเธอจะรีบร้อนฝึกฝนไปหน่อยแต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ขาของจ้าวปิศาจอย่างตนชาได้หรอกใช่ไหม

นี่มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ

“มึงเป็นใครกันแน่”

“เจ๊เถา  เจ๊ไม่เป็นไรนะ”

ซูเสี่ยวเถาสะบัดมืออย่างโมโห

“ฉันสบายดี  ไอ้สารเลวนี่  มึงคิดว่าตัวเองเป็นใครวะมาถามยอกย้อนกูเนี่ย”

“พี่น้อง ! เพื่อเนื้อสมบัติ  รีบเอามันเลยเถอะ !”

เมื่อได้ยินแบบนั้นพวกเฉียนหยิงหยิงก็รีบพุ่งเข้าใส่ทันที  แล้วทั้ง 3 สาวก็ไม่รอช้า  เมื่อประชิดตัวได้ก็ลงมือซัดจ้าวปิศาจอย่างเหี้ยมโหดไม่มียั้งมือ

ในชั่วพริบตาเดียว  จ้าวปิศาจร่างยักษ์ก็ราวกับกระสอบทราย  โดนการโจมตีสามประสานเข้าไปก็ไร้เรียวแรงจะขัดขืนโดยสิ้นเชิง

ขณะที่มันกระเด็นไปมา  มีเพียงเสียงคร่ำครวญของจ้าวปิศาจและคำสบถด่าด้วยความโกรธของสามสาวเท่านั้นให้ได้ยิน

“มึงทำฝูงแกะอ้วนกูหนีหมด !”

“ไอ้เสือเหี้ย ! เหี้ยแล้วยังจะกล้าขัดขืนอีก  ยังไม่ยอมจำนนอีกเหรอวะ !”

“เอาไปแดกซะ ! หมัดถล่มสวรรค์ !”

“ศอกเสียบใจ !”

“ถอดกระดูก !”

“ไอ้ปีศาจเสือน้อยนี่ ! กล้าดียังไงมารังแกน้อง ๆ ฉัน ! หาที่ตาย !”

ขณะที่จ้าวปิศาจกำลังถูกรุมซ้อมกลางอากาศแบบไม่มีวันได้แตะพื้นอยู่นั้นเอง  จู่ ๆ ก็มีเสียงเย็นชาดังมาจากทางซ้าย

“หา ? ! เดี๋ยวก่อน ๆ เดี๋ยว ๆ ๆ ! ! !”

จ้าวปิศาจที่กำลังร่ำไห้กลางอากาศก็ตกใจอีก  แต่ก่อนที่มันจะทันได้พูดอะไรต่อ...

ในวินาทีต่อมา  มันรู้สึกถึงแรงกระแทกจากด้านซ้ายราวกับโดนรถบรรทุกขนาดใหญ่ซัดเข้าเต็มรัก  ตัวมันงอเป็นกุ้ง  หัวกับหางโขกกันเองโดยอัตโนมัติ

จากนั้นตัวมันก็พุ่งออกไปเหมือนลูกปืนใหญ่  หักต้นไม้ใหญ่ที่ขวางทางไปสิบกว่าต้นกว่าจะหยุดลงในที่สุด

จบบทที่ บทที่ 40 : เห็นหน้าคุณยายแล้วยังกล้าขัดขืนอีก ?

คัดลอกลิงก์แล้ว