เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 : ใบหน้าที่น่ารักที่สุด ! แต่วิธีการกลับโหดเหี้ยมที่สุด !

บทที่ 39 : ใบหน้าที่น่ารักที่สุด ! แต่วิธีการกลับโหดเหี้ยมที่สุด !

บทที่ 39 : ใบหน้าที่น่ารักที่สุด ! แต่วิธีการกลับโหดเหี้ยมที่สุด !


“รอแป๊บนะ ? !”

“ดูเหมือนว่า...  จะไม่ใช่พวกเธอนะ”

เดิมทีกลุ่มคนเหล่านี้ตั้งใจจะลงไม้ลงมือทันที

เพราะสุดท้ายแล้วก็มีแค่เทวดาเท่านั้นที่รู้ว่าพวกตนใช้ชีวิต 2 วันในแดนลับนี้อย่างไร

ทว่าขณะที่ฝูงชนกำลังจะลงมืออยู่นั้นเอง  จู่ ๆ ก็มีไอ้หนุ่มคนหนึ่งที่อยู่หน้าสุดเกิดอาการสับสนขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“ดูเหมือนจะไม่ใช่นะ  ถึงสามคนนี่จะสวยก็เถอะ  แต่ก็ไม่ใช่คนที่ปล้นเราอะ”

“จริงด้วย  ถึงจะมีสามคนเหมือนกัน  แล้วก็สวยทุกคนเหมือนกันก็เถอะ  แต่คนที่ปล้นเรามันอีฆาตกรเลือดเย็นของแท้”

“ไม่ ! ไม่ใช่แบบนั้น ! เป็นพวกมันนั่นแหละ ! ! !”

ทันใดนั้น  นักศึกษาชาย 5 คนก็โผล่ออกมาจากฝูงชนแล้วชี้ไปหน้าพวกซูเสี่ยวเถาซึ่งกำลังเอามือปิดหน้าอย่างโกรธจัด

“พวกมันนั่นแหละ ! กูจำได้แม่นเลย  ต่อให้กลายเป็นผงกูก็ไม่มีวันลืม !”

“โดยเฉพาะอีนั่น ! มันหน้าตาน่ารักสุด  แต่วิธีแม่งเหี้ยมสุดแล้ว !”

“หืม ? ไม่ถูกนะ”

ฝูงชนมองพวกเขาด้วยความสงสัย

“อีคนที่ปล้นเราไม่ใช่ฆาตกรเลือดเย็นเหรอ ? แล้วไมกลายเป็นเด็กน่ารักไปได้อะ”

“ใช่มะ ? ทุกคนไม่ได้ตรวจสอบก่อนเหรอ ? เป็นฆาตกรเลือดเย็นตะหาก”

“เดี๋ยว ๆ ๆ เหมือนจะมีอะไรบางแหม่ง ๆ”

ยิ่งมีคนมากขึ้นก็ยิ่งต้องมีนักวางแผนกลยุทธ์เพิ่มขึ้น

ไม่นานนักก็มีคนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“พวกนายคิดว่าเป็นไปได้ปะ  ว่าคนร้ายที่ปล้นเราจะไม่ได้มีแค่สามคน  แต่มีเป็นฝูงใหญ่”

เมื่อได้ยินแบบนั้นฝูงชนต่างก็เงียบไปแป๊บหนึ่ง

แต่ถ้าคิดย้อนกลับไป...  มันก็ดูเป็นไปได้ทีเดียว

ถึงอย่างไรแดนลับแห่งนี้มันก็กว้างใหญ่ไพศาลเกินไป  แถมนักศึกษาที่เข้ามาก็มีจำนวนเกิน 100,000 คน  แล้วแค่กลุ่มเล็ก ๆ 3 คนแค่กลุ่มเดียวจะไปหาเรื่องทีมใหญ่เป็นพันทีมในเวลาแค่สองวันได้อย่างไร

ความเร็วนี้แม้แต่เทพเจ้าก็คงตามไม่ทันหรอกใช่ไหมล่ะ

“อืม  ก็เป็นไปได้จริง ๆ แหละ”

“เดี๋ยว ๆ ฉันพึ่งนึกไรออก  ตอนถูกปล้นผู้หญิงสามคนนั่นจะพูดอะไรเรื่องประหยัดและขยันอะไรเงี้ยบ้างป่าว”

“เออ ! ตอนเราโดนปล้นก็เจอ !”

“แต่ของเราตอนมันปล้นไม่พูดไรเลย  บ้าชิบ ! คิดไปคิดมาก็โมโหแล้ว  พวกมันเหยียบหน้าอกฉันแล้วบอกว่ารถขยะโทรมาบอกว่าเราเป็นขยะ”

หลี่เฟิงและเพื่อน ๆ ทั้ง 6 หนุ่มเองก็โบกไม้โบกมือส่งซิกว่าตัวเองก็เจอเหมือนกัน

“เวรแท้ ! พวกเราก็โดนเหมือนกัน  มันด่าว่า ‘ปล่อยบอต’ ‘วอร์มอัป’ แล้วยังมี ‘กะลังอ่านคู่มือเล่น’ สารพัดสารเพ  น่าโมโหชิบหาย !”

หลี่เฟิงทั้ง 6 หนุ่มลุกขึ้นนั่งพร้อมกับชี้หน้าพวกซูเสี่ยวเถาอย่างตื่นเต้นขณะที่เธอกำลังคายเลือดออกมา

“บ้าเอ้ย ฉันถึงกับบอกว่าจะให้ครอบครัวมาช่วยสู้ด้วยซ้ำ”

หลี่เฟิงและอีกหกคนลุกขึ้นยืน ชี้ไปที่ซูเสี่ยวเถาด้วยความโกรธและตะโกนประท้วง

“ร่อง ! ! !”

“ประสบการณ์ของเราเหมือนกันเป๊ะ ! เหมือนกันทุกอย่าง ! ! !”

“พวกมันนั่นเอง ! พวกมันพยายามขโมยของของเรา ! แล้วพวกมันยังบ่นว่าของของเราสกปรกอีก !”

ดูเหมือนว่าหลี่เฟิงและเพื่อนร่วมทางทั้งหกคนจะพบเพื่อนร่วมอุดมการณ์ และพวกเขาก็รีบชี้จุดเกิดเหตุของซูเสี่ยวเถาและเพื่อนร่วมทางอีกสองคนอย่างร้อนรน

ในขณะนั้นเอง กลุ่มคนเหล่านั้นก็ตระหนักถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

“โอ้พระเจ้า ! เข้าใจแล้ว ! คนที่ขโมยของของเราไม่ใช่แค่สามคน ! มันเป็นกลุ่มใหญ่เลย !”

“ราชาแห่งความคิด” ดวงตาของเขาแดงก่ำ ชี้ไปที่ซูเสี่ยวเถาและกัดฟันแน่น

“เหมืออีโจรพวกนี้เป๊ะเลย  พวกมันต้องสมรู้ร่วมคิดกันแน่ ๆ !”

“พี่น้อง ! พอแล้ว ! จัดการพวกมันซะ ! แก้แค้นมัน !”

เมื่อได้สติฝูงชนก็ตื่นเต้น  ในขณะที่ซูเสี่ยวเถาและเพื่อนอีก 2 คนยืนเล่นกับจิ้งหรีดด้วยกัน

“เอาไงดีอะเจ๊เถา  ถูกจับได้แล้วอะ ฆ่าให้เกลี้ยงดีมะ”

“ที่นี่มีสมาชิกจากแปดตระกูลใหญ่อยู่ไม่น้อยเลย  ฆ่าหมดนี่มันไม่ถูกใช่ป่าว”

“ไม่เป็นไรหรอก  จารย์แกบอกว่าจะช่วยเราเอง  ต่อให้ฟ้าถล่มก็มีแกแบกให้อะ”

“หืม ? อาจารย์ว่างั้นเหรอ”

“ว่างั้นเหรอ ?”

“ว่างั้นเหรอ ?”

“เอ่อ...  ใครจะไปสนล่ะ  ยังไงซะถ้ามีอะไรผิดพลาดเด๋วจารย์ก็จัดการเองแหละ  ทำไมต้องมานั่งกังวลด้วยล่ะ”

“นั่นสิ !”

เฉียนหยิงหยิงหัวเราะเบา ๆ พลางถูมือเข้าด้วยกันขณะมองไปยังฝูงชนนับสิบที่อยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาเป็นประกาย

“มีแกะอ้วนมาเยอะขนาดนี้มันต้องมีของเหลือตกเยอะแน่ ๆ บางทีเราอาจจะเอาไปแลกกะเนื้อสมบัติระดับจักรพรรดิได้ก็ได้นะ !”

เฉียนหยิงหยิงเช็ดน้ำลายที่หยดจากปาก  ในใจตอนนี้เต็มไปด้วยรสชาติอันแสนอร่อยของเนื้อสมบัติ

เมื่อได้ยินแบบนั้นซูเสี่ยวเถาก็เช็ดน้ำลายตามด้วยดวงตาเป็นประกาย

“หยิงหยิงพูดถูก  ถึงเวลาแล้วที่จะดึงเอาจิตวิญญาณอันเป็นเลิศของห้องหนึ่งเราออกมา”

“เดี๋ยวก่อนนะ  เจ๊เสี่ยวเถา  และเจ๊หยิง”

จู่ ๆ ฉีเยียนหรานก็นึกถึงคำถามสำคัญขึ้นมาได้

“ดูจากสภาพแล้ว  พวกนี้เหมือนถูกพวกเจ๊ ๆ ห้องเราปล้นไปจนไม่เหลือแล้วนะ  แล้วพวกนี้ยังจะเหลืออะไรดี ๆ อยู่อีกมั้ย”

โอ๊วหม่ายก้อด ! x2

ทั้งสองต่างตกตะลึงและพูดไม่ออกทันที

“นี่มัน……”

ซูเสี่ยวเถาเหลือบมองเฉียนหยิงหยิง  จากนั้นก็มองฝูงแกะอ้วนที่กำลังจะวิ่งเข้ามาแบบโง่ ๆ แล้วเธอก็กลับมาตั้งสติใหม่อีกครั้ง

“ถุงเก็บของนี่ไม่มีแล้ว  แต่นี่ก็วันที่สามแล้วนา  อาจมีบางคนได้ของมีค่าหายากมาบ้างก็ได้หนิ”

“เหรอ ? !”

ดวงตาของเฉียนหยิงหยิงเป็นประกาย

“เจ๊เถาพูดถูก  ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะไม่มีของอะไรเลย  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในช่วงสองวันมานี้จะไม่เจอของขยะอะไรเลยหนิ”

เมื่อได้ยินแบบนั้นแววตาของฉีเยียนหรานก็เป็นประกาย  และมองทุกคนราวกับมองเหยื่อ

“ที่พูดมาก็มีเหตุผล !”

“ตื้บเลยเถอะ ! ใครสนล่ะว่าพวกมันจะมีไม่มี ! ตื้บไว้ก่อนค่อยว่ากัน ! สองวันมานี้เราพึ่งฆ่าสัตว์ปิศาจไปแค่พันกว่าตัวเอง  รีบ ๆ จัดการไอ้พวกนี้ให้เสร็จแล้วไปหาฟาร์มหัวสัตว์ปิศาจต่อดีกว่า !”

“ถูกต้อง ! ฟังเจ๊เสี่ยวเถา !”

ฉากที่เห็นคือสาวน้อยน่ารักทั้ง 3 คนที่ตอนนี้ตาลุกวาวขณะที่แบมือเล็ก ๆ ออกมา  ดูราวกับหมาป่า 3 ตัวกำลังน้ำลายไหลจ้องมงฝูงแกะ

ฝูงชนที่ตั้งใจจะเข้าไปรุมกลับตกใจอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ไรวะน่ะ  เกิดไรขึ้น  พวกมันมีแค่สามคนแต่ไม่กลัวเราเลย ?”

“เห้ยเพื่อน ๆ...  ทำไมฉากนี้มันดูคุ้น ๆ จังวะคับ”

“เห้ย ! ! ไอ้พวกกระจอก ! ส่งของมาให้หมด ! แล้วม้วนหางไปซะ !”

ทุกคน :  ?  ?  ?

เมื่อได้ยินวลีที่คุ้นเคยนั้นทุกคนก็เบิกตาโต

ต้องยอมรับว่าเมื่อความทรงจำที่ตายไปแล้วกลับมาหลอกหลอน  มันก็ยากจริง ๆ ที่จะสลัดทิ้งได้

“นี่  มันยังจะเอาอีกเหรอ  พวกมึงยังเหลือความเป็นคนอยู่มั้ยวะเนี่ย  ปล้นกูไปครั้งนึงก็แล้ว  นี่ยังอยากจะปล้นกูซ้ำอีก !”

“เหี้ย ! พี่น้องเอ๊ย  ไม่ต้องแพล่มแล้ว  ฆ่างแม่งเลยเหอะ  แก้แค้นให้ได้ !”

ทันทีที่ ‘ราชาแห่งไอเดีย’ แหกปากสั่ง  ทุกคนก็ได้สติกลับมาสู่ความเป็นจริง

“เออ  พวกมันมีแค่สามตัว  เรามีหกเจ็ดสิบคน  จะจัดการพวกมันไม่ได้รึไงวะ  ลุยยยยยยย !”

เมื่อได้ยินแบบนั้นคนอื่น ๆ ก็พากันวิ่งกรูเข้าใส่ทันที

พวกซูเสี่ยวเถาเห็นแบบนั้นก็ไม่ได้กลัวเลย  ตรงกันข้ามกลับตื่นเต้นกว่าเดิม

“เห้ย  ไอ้พวกแกะ ! ย่าแกมาแล้วววววว !”

ทั้งสามคนหัวเราะและพุ่งเข้าโจมตีแบบโอบล้อมทันที

โดยมีซูเสี่ยวเถาอยู่ด้านหน้า  เฉียนหยิงหยิงกับฉีเยียนหรานอยู่ด้านหลัง  การต่อสู้ที่ดุเดือดกำลังจะปะทุขึ้น

เหรอ……

พึ่งพูดไปแหม็บ ๆ

ทันทีที่ถูกสัมผัส  ฝ่ายของกลุ่มผู้เสียหายก็ถูกซัดลอยขึ้นไปกลางอากาศเหมือนกระสอบขาด

จากระยะไกลจะดูเหมือนมีรถบรรทุกคันหนึ่งได้พุ่งชนฝูงแกะที่เดินข้ามถนน  ทำให้เกิดความโกลาหลใหญ่หลวง

ฝูงชนมีกำลังพล 70 คน  แต่ไม่มีสักคนที่รับแรงกระแทกได้แม้แต่ทีเดียว

30 วินาที

แค่ 30 วินาทีเท่านั้น

จากนั้น  สมาชิกกลุ่มผู้เสียหายก็คุกเข่าลงกับพื้นและเริ่มร่ำไห้คร่ำครวญ

เมื่อเห็นแบบนั้นพวกซูเสี่ยวเถาก็สบตากันแล้วรีบแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง  โดยต่างก็คว้าคอเสื้อคนขึ้นมาจ้องแบบจะกินเลือดกินเนื้อ

“เอาของมาให้หมดไม่งั้นตาย !”

“ให้คับ ๆ ได้โปรดเถอะคับคุณย่า  ย่าตีผมอีกเลย  โฮฮฮฮฮฮฮ...”

เมื่อเห็นว่าแกะอ้วนตัวนี้สายตาดี  ซูเสี่ยวเถาจึงพ่นลมหายใจสองครั้งแล้วหยิบผลไม้ขึ้นมาหนึ่งลูก

“ม้วนหาง !”

“คับ ๆ !”

เมื่อได้ยินแบบนั้น  ชายคนนั้นก็รู้สึกราวกับว่าตนได้รับการอภัยโทษ  ไม่สนใจเลยว่าเพื่อนคนอื่น ๆ ยังอยู่ตรงนั้นและรีบลุกขึ้นเผ่นแนบ

ซูเสี่ยวเถาเห็นแบบนั้นก็หัวเราะเบา ๆ แล้วโยนผลไม้ในมือทิ้งไปพร้อมกับทำหน้าบึ้ง

“อะไรเนี่ยขยะเนี่ย...”

นั่นแค่ขยะเหรอ ?

นั่นมันสุดยอดผลไม้ระดับปฐพี่ ! สมบัติล้ำค่าที่มีมูลค่ามหาศาลในโลกภายนอก...

นักศึกษาที่นั่งข้าง ๆ โกรธจัดจนตาเขียวไปหมด  สมบัติล้ำค่าที่พวกตนต่อสู้ดิ้นรนอย่างสุดกำลังเพื่อจะได้มานั้นไม่เพียงแต่ถูกนังโจรนี่ปล้นไปเท่านั้น  แต่ยังโดนดูถูกเหยียดหยามอีกด้วย  ในใจก็อยากจะถามเหลือเกินว่า ‘โลกนี้มันจะไม่มีความยุติธรรมเหลือเลยรีไงกานนนนนน ? !’

แต่ในขณะนั้นเอง  กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งในหมู่ฝูงชนจู่ ๆ ก็ตกใจอุทานขึ้นอย่างพร้อมเพรียง

“เจ๊เสี่ยวเถา ? ? ?”

“เจ๊หยิง ? ? ?”

ซูเสี่ยวเถาและเฉียนหยิงหยิงต่างตกใจ  เมื่อมองดูใกล้ ๆ จึงรู้ว่าเป็นคนรู้จักเก่า

“เหล่าเปี่ยว ?” (เรียกลูกพี่ลูกน้องแบบสนิทสนม)

“เหล่าเปี่ยว ?”

พวกซูเสี่ยวเถาต่างกระพริบตางง ๆ และพอเพ่งดูสิ่งมีชีวิตที่สภาพน่าสมเพช 2 ตัวนั้นที่ตอนนี้หัวมีแต่รอยปูดเหมือนหัวหมูดูใกล้ ๆ แล้วก็ต้องอึ้ง  เพราะจริง ๆ แล้วคือญาติของพวกเธอเองซะงั้น

“ไอ้หนูนี่แกมาทำไรที่นี่อะ”

เหล่าเปี่ยวถลึงตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจใส่

“ซูเสี่ยวเถา ! หล่อนคิดว่าฉันมาทำไรที่นี่ล่ะหา !”

“เฉียนหยิงหยิง  ความจำหล่อนมันแย่จริง ๆ...”

ซูเสี่ยวเถาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งด้วยสีหน้าว่างเปล่าก่อนจะพึมพำกับตัวเองราวกับพึ่งนึกอะไรออก

“อ๋อ  งั้นแกก็กระจอกเหมือนกันสินะ  เป็นไง  โดนปล้นมาหรา ?”

อะไรวะ ? !

เหล่าเปี่ยวโกรธจัดจนตัวสั่น  ปิดหน้าและกำลังจะสบถ  แต่เมื่อเห็นซูเสี่ยวเถาและเฉียนหยิงหยิงจ้องมองมาก็เชื่อฟังทันที

เพราะจำได้ว่าตนกับพี่ชายก็เคยโดนปล้น

“จะ... เจ๊เล็กคับ...  แหะ ๆ...”

เหล่าเปี่ยวฝืนยิ้มออกมาอย่างอึดอัดใจ

“ในเมื่อพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน  เจ๊ช่วยอย่าปล้นของผมได้ป่าวคับ...”

“เอามา”

“? ? ?”

เปลือกตาของเหล่าเปี่ยวกระตุกยิก ๆ ด้วยความโกรธจัด

“ฮ่า ๆ ผม...  เอ่อ  ก็เป็นสาขาหนึ่งของตระกูลซูนะ...  ผมยังซื้อถังหูลู่ให้เธอตอนปีใหม่ด้วยนะ...”

“ใช่ ๆ เจ๊หยิง  ผมยังเคยเอาเงินอั่งเปาทั้งหมดให้เจ๊ตอนตรุษจีนเลยนะ”

โดยปกติแล้วฝ่ายที่เป็นพี่สาวจะเป็นคนซื้อของให้น้องชาย  แต่ใน 2 กรณีนี้เป็นฝ่ายน้องชายต้องเป็นคนซื้อของขวัญให้พี่สาวทุกครั้ง

ซูเสี่ยวเถาได้คิดทบทวนคำพูดของอีกฝ่ายก่อนจะตัดสินใจตกลง

“โอเค  ตรุษจีนเราก็เจอกันบ่อย ๆ เพราะงั้นปล้นกันแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องดี”

“นั่นสิ  พวกตาแก่ที่บ้านคงเฉ่งยับหาว่าฉันรังแกนาย”

หล่อนไม่ใช่แค่รังแกหรอก (น้ำตาไหลอาบหน้า)

ซูเสี่ยวเถาพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่งและตบไหล่เขาเบา ๆ ด้วยสีหน้าให้กำลังใจ

“ไม่ต้องห่วงนะเหล่าเปี่ยว  ฉันไม่ปล้นของจากครอบครัวตัวเองหรอก”

“ใช่แล้ว  เหล่าเปี่ยว  ฉันเองก็ไม่มีทางปล้นของจากครอบครัวตัวเองเหมือนกัน”

เมื่อได้ยินแบบนั้น  เหล่าเปี่ยวทั้งสองต่างก็ดีใจมากและพยายามลุกขึ้นเพื่อแสดงความขอบคุณโดยสัญชาตญาณ

ทว่าในขณะนั้นเอง  ซูเสี่ยวเถากลับหันไปมองเฉียนหยิงหยิงที่อยู่ข้าง ๆ แล้วพูดว่า...

“หยิงหยิง  เธอเอาไอ้แกะอ้วนตัวนี้ไปได้เลย !”

เหล่าเปี่ยวทั้งสอง :  ?  ?  ?  ?  ?  ?

จบบทที่ บทที่ 39 : ใบหน้าที่น่ารักที่สุด ! แต่วิธีการกลับโหดเหี้ยมที่สุด !

คัดลอกลิงก์แล้ว