- หน้าแรก
- ฉันก็แค่ปากหมาจนจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดต้องร้องไห้
- บทที่ 38 : พันธมิตรผู้เสียหาย ! หญิงสาวกล่าวว่า : สกปรกเกินไป ไม่ต้องการ
บทที่ 38 : พันธมิตรผู้เสียหาย ! หญิงสาวกล่าวว่า : สกปรกเกินไป ไม่ต้องการ
บทที่ 38 : พันธมิตรผู้เสียหาย ! หญิงสาวกล่าวว่า : สกปรกเกินไป ไม่ต้องการ
“นาย ๆ ได้ยินข่าวยัง ? นักศึกษาจากมหาลัยไท่เหอกะมหาลัยว่านหูถูกปล้นด้วยแหละ”
“ได้ยินแล้ว ๆ ! ฮ่า ๆ ๆ ฮาแตกอะ ! เพื่อนฉันคนนึงเรียนอยู่มหาลัยไท่เหอ มันบอกมีเพื่อนหลายคนไม่ใช่แค่โดนปล้นสมบัติล้ำค่าหายากกับหัวสัตว์ปิศาจไปนะ แต่แม้ถุงมิติยังโดนเลย”
“ฮ่า ๆ ๆ ข่าวนายอะตกรุ่นแล้วเพื่อน อัปเดตล่าสุดคือสถาบันเทียนชูกะสถาบันเสวียนหยางเองก็โดนปล้นเหมือนกัน”
“พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ! ฝีมือใคนกันแน่ โคตรกล้าเลย ถึงขนาดกล้าปล้นแปดมหาลัยชั้นนำ”
“ไม่ใช่แค่นั้นหรอก ตอนนี้นอกจากสถาบันหลงอู่กะสถาบันหลวงแล้ว แปดมหาลัยชั้นนำที่เหลือกะแปดตระกูลใหญ่ก็โดนปล้นไปหมดแล้ว”
“สุดยอดเลย นี่แหละผู้กล้าที่แท้ทรู ฮ่า ๆ ๆ”
ภายในป่าลึกแห่งหนึ่งในแดนลับ
นักศึกษาหลายคนจากสถาบันหลงอู่เดินเล่นไปพูดคุยกันไปอย่างสนุกสนาน
ถึงอย่างไรภัยพิบัติแบบนี้ก็ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์จริง ๆ
ทุกคนรู้ดีว่าแปดตระกูลใหญ่และแปดมหาวิทยาลัยชั้นนำนั้นไม่ใช่ขุมกำลังที่ตนควรไปหาเรื่องด้วย แต่ตอนนี้กลับมีคนกล้ามาปล้นพวกนั้นกลางวันแสก ๆ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกจริง ๆ สำพวกดอกไม้ในเรือนกระจก
“ฮ่า ๆ ๆ พวกนายไม่รู้หรอก พวกคนจากแปดตระกูลใหญ่ที่ถูกปล้นไปนั่นโกรธแค้นหน้าดำหน้าแดงกันเลยทีเดียว เห็นพวกมันบอกจะจัดตั้งพันธมิตรผู้เสียหายไปแก้แค้นด้วย”
“เรื่องนี้ได้รายงานไปยังเบื้องบนแล้ว ได้ยินมาว่าพวกรองอธิการต่างโกรธใหญ่เลย”
“ฉันได้ยินมาว่าโจรเป็นนักศึกษาหญิงสามคน สวยมากทุกคน แล้วเป็นไงล่ะ พวกนางแม่งอย่างกะฝูงตั๊กแตนห่าใหญ่ ปากบอกอยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่มีใครหยุดได้เลย”
“ฮ่า ๆ ๆ ตอนนี้เหลือแค่พวกเรานักศึกษาจากหลงอู่กะสถาบันหลวงที่ยังไม่โดน พวกนั้นคงกลัวมหาลัยทั้งสองของเราเลยไม่กล้าลงมือไง กลับไปคราวนี้คงโดนเอาเรื่องหาว่าเราโกงแน่ ๆ”
“จริง พอกลับไปแล้วต้องไปบอกคุณชายซูกะคุณชายจ้าวให้พาเราไปเยี่ยมคนเจ็บหน่อยแล้วล่ะ ฮ่า ๆ ๆ”
“หึ อย่างน้อยยัยผู้หญิงพวกนั้นก็ยังรู้ตัวดีว่าไม่ควรมาอวดเก่งต่อหน้าสถาบันหลงอู่เรา ไม่อย่างนั้นฉันจะแสดงพลังของศิษย์ยุทธ์หกดาวให้ยัยพวกนั้นเห็นไปแล้ว !”
“พูดตามตรงนะ ฉันรอให้พวกหล่อนมาปล้นเราว่ะ คงจะดีไม่น้อยเลยที่ได้เห็นสาวสวยมาปล้น”
เมื่อได้ยินแบบนั้นคนอื่น ๆ ก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม ในวินาทีถัดมา...
ทันใดนั้นเองสาวสวยคนหนึ่งก็กระโดดออกมาจากพุ่มไม้ขวางทางทุกคนไว้ เธอไม่ได้พูดอะไรสักคำ แค่ยืนกอดอกและพยักหน้า
“ส่งผลทลายปฐพีกะถุงมิติมาแล้วม้วนหางไปซะ !”
ทั้ง 6 คนต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น
และหลังจากรู้ตัวว่าถูกปล้นก็รีบ...
“พรูด !”
“พรูด ! ! ! ฮ่า ๆ ๆ !”
ทั้ง 6 คนอดหัวเราะออกมาไม่ได้ และหลังจากสบตากันแล้วก็ยิ่งหัวเราะดังขึ้นไปอีก
“กูล่ะเชื่อ แม่งบังเอิญมาเจอจริงด้วยว่ะ ฮ่า ๆ ๆ”
“ไมมีแค่คนเดียวล่ะ ? ไม่ใช่ว่ามีสามคนเหรอ ?”
“เฮ่เพื่อน ๆ คับ ดูดิ ๆ หล่อนโคตรสวยเลยอะ ฮ่า ๆ ๆ”
ทั้ง 6 คนอยู่ในขอบเขตศิษย์ยุทธ์ 6 ดาว แม้จะไม่ได้ไร้เทียมทานแต่ก็ไม่เคยกลัวใคร ยกเว้นอัจฉริยะกลุ่มผู้นำของคนรุ่นใหม่ไม่กี่คนที่มีศักยะภาพ S เท่านั้น
โดยเฉพาะในสถานการณ์ 6 ต่อ 1 แบบนี้ ต่อให้เป็นศิษย์ยุทธ์ 8 ดาวที่ก็ยังกล้าท้าเลย
“นี่ ๆ คนสวย ตะกี๊เธอบอกให้เราส่งถุงมิติให้ชะ ? แล้วไอ้ผลทลายปฐพีที่ว่าอะอยู่ไหนหรา ?”
“เฮ่เพื่อน นั่นไง ! ดูสิ ๆ !”
เมื่อได้ยินแบบนั้นนักศึกษาที่ถามเมื่อกี๊จึงหันมองไปตามมือเพื่อนที่ชี้ ​​แล้วก็เห็นผลไม้สีดำที่ห้อยอยู่บนต้นไม้ต้นเล็ก ๆ บนเนินเขาลาดเอียง
มีจริง ๆ ด้วย
กลุ่มคนสบตากัน สีหน้าที่ทำใส่นักศึกษาหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งตรงหน้าก็แปลกประหลาดยิ่งนัก
“อ๋อ ? คือเธอมาตกปลาแถวนี้เองเหรอ ?”
“ฮ่า ๆ ๆ !”
ทั้ง 6 คนหัวเราะลั่นจนแทบจะน้ำตาเล็ด
แต่ถึงกระนั้นผลทลายปฐพีก็ยังเป็นสมบัติฟ้าดินชั้นยอด เป็นของดีที่แท้ทรู
“น้องหนูจ๊ะ ขอบคุณนะที่ช่วยดูแลผลทลายปฐพีให้พวกเรามาตั้งนานน่ะ ผลนี่พวกเราจะเอาไปเอง ส่วนน้องหนูก็ทิ้งถุงมิติไว้นี่แล้วไปซะเถอะนะ”
“ใช่ ๆ อย่าหาว่าเรารังแกเด็กเลยนะ รีบ ๆ เอาของมาแล้วไปซะไป๊”
เมื่อเห็นว่าทั้ง 6 คนไม่สนใจตนเลยสักนิดและยังกล้าจะไปเก็บผลทลายปฐพีอีก ฝ่ายนักศึกษาหญิงจึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“หาที่ตาย !”
วูบ !
ร่างของเธอแวบหายไป แล้วในวินาทีต่อมาก็ไปโผล่หน้าไอ้คนที่กำลังเด็ดผลไม้
ในขณะที่มันกำลังเครื่องค้างอยู่นั้นเธอก็ใช้มือเล็ก ๆ นั่นบีบไหล่มันเบา ๆ
จากนั้นแขนของไอ้หนุ่มที่กำลังเอื้อมออกไปก็ร่วงผลอยห้อยย้อยอย่างควบคุมไม่ได้
แล้ว...
“อ๊ากกกกกกกกกกก ! ! !”
“แขนนนนนนนนนนนน ! ! !”
สมองอาจมีความล่าช้าในการตอบสนอง แต่การรับรู้ความเจ็บปวดนั้นไม่ใช่
ความเจ็บปวดแสนสาหัสนั้นรุนแรงมากจนไอ้หนุ่มต้องแหกปากออกมาอย่างแรงจนต่อมทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน
รอยยิ้มของอีก 5 คนก็หายวับไปทันทีที่เห็น
“เชี่ยเหี้ย ! เกิดไรขึ้นวะน่ะ !”
“อีเหี้ยนี่ มึงทำไรหลี่เฟิงวะ ไม่รู้เหรอว่ามันมาจากตระกูลหลี่น่ะหา !”
“หาเรื่องตายแล้วมั้ยมึง พวกเราลุย ยำอีนี่ให้เละกันเถอะ !”
ถึงแม้พวกมันจะไม่รู้ว่านักศึกษาหญิงนั่นทำอะไรลงไป แต่ในเมื่อลงมือแล้วก็ไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรอีก
เมื่อเห็นชาย 5 คนเข้ามาใกล้ ฝ่ายหญิงกลับไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับยิ้มเยาะพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
“กรงเล็บเทพมังกร !”
แววตาของฝ่ายชายทั้งหลายเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น และด้วยเสียงคำรามดุจมังกร พวกมันกางกรงเล็บออกและตะปบใส่ฝ่ายหญิงตัวน้อยทันที
ถ้ากรงเล็บนั้นตะปบโดนเต็ม ๆ ล่ะก็ ศิษย์ยุทธ์ทั่วไปคงกลายเป็นตุ๊กตาเลือด ทว่าแน่นอนว่าฝ่ายหญิงนี่ไม่ใช่คนธรรมดาอยู่แล้ว
ขณะที่กรงเล็บเข้ามาใกล้ เธอก็ฉวยจังหวะนั้นยกแขนทั้งสองข้างขึ้นอย่างฉับพลัน แล้วก็เคลื่อนไหวราวกับงูวนรอบกรงเล็บเหล่านั้น ใช้นิ้วโป้งของทั้งสองมือกดข้อศอกของศัตรูทั้งสอง
“โอ๊ย !”
“เหี้ย ! ! !”
แขนของพวกมันอ่อนยวบลงทันที แล้วก็หมดสติล้มพับไปเลย แต่ว่าความเจ็บปวดกลับทำให้ดวงตาของพวกมันแทบจะถลนออกจากเบ้า
ฝ่ายหญิงไม่ยอมจบแค่นี้ เธอขยับตัวออกข้าง งอขาขวาไปข้างหน้าเหมือนท่ายืนม้า จากนั้นก็กระทุ้งศอกอย่างแรง ส่งไอ้หนุ่มคนหนึ่งปลิวกระเด็นเหมือนถุงกระสอบขาด ๆ เสียงกระดูกลั่นกลางอากาศดังกร๊อบแกร๊บ
แต่เรื่องก็ยังไม่จบ
ขณะที่อีกสองคนกำลังเครื่องค้าง เธอหันหลังกลับเพื่อหลบการโจมตีแต่กลับไม่เห็นใครโจมตีมา เลยยกขายาว ๆ ขึ้น หลังจากเสียงกรีดร้องของทั้งสามดังขึ้นพร้อมร่างที่กระเด็นถอยหลังไป บนใบหน้าพวกมันก็มีรอยเท้าเล็ก ๆ ปรากฏประดับขึ้นมา
“แค่เนี้ย ?”
สาวน้อยเดินไปเหยียบลงบนหน้าอกของไอ้หนุ่มคนหนึ่งแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย
“ขนาดเราให้โอกาสแล้วนายก็ยังคว้าไม่ได้อีกเหรอ”
เปลือกตาของ 5 หนุ่มกระตุกยิก ๆ แม้ว่าจะเจ็บปวดมากก็ตาม แต่พวกตนควรจะโดนยัยสาวน้อยเวรนี่เยาะเย้ยต่อหน้าระยะประชิดแบบนี้รึไง
พวกมันได้แต่อึ้ง
“สรุปคือ พวกนายเวลาสูบบุหรี่แค่สูดควันอย่างเดียว ไม่พ่นออกมาปล่อยให้มันซึมเข้าปอดเฉย ๆ เลยเหรอ”
“มึง ? !”
เมื่อ 5 หนุ่มได้สติพวกมันก็โกรธจัดทันที
“รถเก็บขยะโทรมาบอกว่าพวกนายอะกากมาก”
“มึง ? ! !”
“ปล่อยบอตอยู่ ?”
“มึง ? ? ?”
“เปลี่ยนเป็นเล่นมือเถอะ”
“? ? ?”
“ถ้ายังไม่ไหวอีกก็ให้พ่อแม่มาเล่นแทน”
“แม่งเอ๊ยยยยยยยยยยย ? ? ?”
“ยิ่งกากก็ยิ่งต้องฝึก”
“? ? ?”
“นี่มันเกมฟาร์มของชัด ๆ”
“พรวด ! ! !”
ในที่สุดทั้ง 5 หนุ่มก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปจนกระอักเลือดคำใหญ่เต็มปาก
สาวน้อยก็ฉลาดหลักแหลม รีบกระโดดหนีไปก่อนที่เลือดจะกระเด็นมาโดนตัว
“ไอ้พวกขยะไร้ประโยชน์เอ๊ย”
หลังจากพูดจบเธอก็มองไปที่พุ่มไม้
“เจ๊เสี่ยวเถา ! เจ๊หยิง ! ออกมาได้แล้ว ไอ้พวกนี้มันขยะล้วน ๆ ไม่มีคนคุ้มครองหรอก”
“โอเค !”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ซูเสี่ยวเถากับเฉียนหยิงหยิงที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ก็กระโดดออกมาด้วยความตื่นเต้น
เมื่อเห็นแบบนั้น 5 หนุ่มที่ยังคงกระอักเลือดไม่หายก็ชี้หน้าพวกซูเสี่ยวเถาด้วยสีหน้าสั่นเทาและกัดฟันกรอด
“อีพวกโจรชั่ว... มึงยังจะมีคนซุ่มคอยช่วยเหลืออี๊กกกกก !”
“พรวด ! ! !”
ซูเสี่ยวเถาถอยหลัง 1 ก้าวด้วยสีหน้ารังเกียจ กลัวเลือดกระเด็นมาโดน
“พวกมันไม่มีแม้แต่คนคุ้มครอง แต่ยังกล้าเรียกตัวเองว่าคนตระกูลหลี่ ทุ้ย”
“มึง ? ! ! !”
“พรวด ! ! !”
เดิมทีหลี่เฟิงตั้งใจจะเข้าไปช่วยคนคนนั้น แต่พอได้ยินแบบนี้เข้าก็จำต้องร่วมกลุ่มกระอักเลือดด้วยคน
เฉียนหยิงหยิงเหลือบมองด้วยสีหน้ารังเกียจแล้วถอยหลัง 1 ก้าว
“พวกมันเป็น ‘แปดตระกูลใหญ่’ ภาษาไรอะ ความคิดทั้งหมดมีแค่นี้เนี่ยนะ”
“หยะแหยงอะ ไอ้หลี่เฟิงนี่ยังจะอ้วกอีก”
หลี่เฟิง : ? ? ?
“เอาไงดีอะ เปื้อนเลือดหมดเลย หยะแหยง หยี ~”
ฉีเยียนหรานที่เป็นผู้ลงมือดูจะงุนงงนิดหน่อย
“เอาไงดีอะเจ๊หยิง ยอมแพ้ดีป๊ะ”
“ไม่ไหว ๆ ๆ นี่มันแค่กองขยะเปียกชัด ๆ แต่ไอ้พวกนี้ทำอย่างกะเป็นสมบัติล้ำค่า ฉันไม่อยากแตะเลยอะ มันสกปรกเกิน”
“มึง ? ! !”
ทั้ง 6 หนุ่มนั่งเรียงกันพลางจ้องมองอย่างเคียดแค้น จากนั้นก็หงายหลังตึงพร้อมกระอักเลือดเป็นน้ำพุต่อ
ซูเสี่ยวเถาเหลือบมองแล้วส่ายหัวอย่างดูถูก
“ช่างมันเถอะ ผลไม้เน่านี่ยังไม่เปื้อน เก็บก่อนแล้วไปรอแกะอ้วนต่อดีกว่า”
“ตรงนั้นมีอะไรเคลื่อนไหว ! นั่นไง !”
ขณะที่ฉีเยียนหรานกำลังจะเก็บผลไม้ที่ร่วงอยู่บนพื้น จู่ ๆ ก็มีคนหลายสิบคนวิ่งออกมาจากป่าด้านข้าง
พวกมันอยู่รวมกันเป็นฝูงหนาแน่น
เมื่อกลุ่มคนเหล่านี้เห็นฉีเยียนหรานกับเพื่อนอีกสองคน ดวงตาของพวกมันก็เป็นประกาย
“สามคน... ตรงกันเป๊ะ พวกมันนั่นแหละ !”
“พี่น้อง ! ฆ่าอีโจรสามตัวนี่ซะ ! แก้แค้นให้เพื่อนเรา ! ! !”