- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่กลุ่มโจรสลัดร็อคส์ แข็งแกร่งขึ้นทีละนิดในทุกๆ วัน
- บทที่ 29 ให้ทะเลแห่งนี้ได้รับรู้... ว่าใครคือเจ้านายที่แท้จริง
บทที่ 29 ให้ทะเลแห่งนี้ได้รับรู้... ว่าใครคือเจ้านายที่แท้จริง
บทที่ 29 ให้ทะเลแห่งนี้ได้รับรู้... ว่าใครคือเจ้านายที่แท้จริง
บทที่ 29 ให้ทะเลแห่งนี้ได้รับรู้... ว่าใครคือเจ้านายที่แท้จริง
แสงอาทิตย์แรกของยามเช้าสาดส่องฝ่าม่านหมอกที่ปกคลุมเกาะสฟิงซ์มาอย่างยาวนาน กระทบเข้ากับโบสถ์รับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ทรุดโทรม
ทว่าวันนี้ ความเงียบสงบที่เคยเป็นมากลับหายไป
"เอ้า หนึ่ง สอง สาม! ยก!"
ตามมาด้วยเสียงตะโกนให้จังหวะพร้อมๆ กัน โจรสลัดร่างกำยำนับสิบชีวิตที่เปลือยท่อนบนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ต่างช่วยกันแบกหีบเหล็กสีดำขนาดหนัก วิ่งเหยาะๆ จากท่าเรือตรงมายังลานกว้างหน้าโบสถ์
เหล่าเพชฌฆาตใจโฉดที่ปกติไม่เคยเห็นหัวใคร ในยามนี้กลับดูเหมือนพนักงานขนตรากตรำที่ขยันขันแข็งที่สุด แม้พวกมันจะบ่นอุบเรื่องน้ำหนักของหีบ แต่ก็ไม่มีใครกล้าอู้งานภายใต้สายตาคมกริบเย็นเยียบของชายผู้น่าเกรงขามที่นั่งดื่มเหล้าอยู่บนหลังคาโบสถ์
ร็อกส์ ดี. เซเบค
ตราบใดที่มีเขาอยู่ตรงนั้น ต่อให้เขากำลังหลับใหล เจ้าพวกโจรสลัดที่ดื้อรั้นเหล่านี้ก็จะทำตัวเรียบร้อยราวกับหลานๆ ที่เชื่อฟัง
"ของทุกอย่างที่ท่านต้องการมาถึงแล้วครับ กุนซือ"
กัปตันจอนชี้ไปยังกองหีบที่พูนพะเนินดั่งภูเขาบนพื้น พลางเอ่ยกับหลินนั่วที่อยู่ข้างกาย
หลินนั่วพยักหน้าโดยไม่ได้หันไปมองจอน แต่กลับหันไปทางซิสเตอร์ที่ยืนอยู่หน้าประตูโบสถ์ซึ่งกำลังโอบกอดเด็กๆ ไว้ข้างหลังด้วยความประหม่า และเอ็ดเวิร์ด นิวเกต ที่ยืนตระหง่านอยู่ข้างๆ ซิสเตอร์ราวกับหอคอยเหล็ก
"เปิดออกซะ"
หลินนั่วโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
แกรก—!
สลักของหีบนับสิบถูกงัดออกพร้อมกัน และฝาหีบก็ถูกเหวี่ยงเปิดออกอย่างแรง
ซี้ด—!
เสียงสูดลมหายใจด้วยความทึ่งดังขึ้นพร้อมกัน
มันคือแสงสว่าง
แสงสีทองอร่ามที่สว่างจ้าจนแสบตา
ทองแท่ง ทองคำรูปพรรณ และภาชนะทองคำประดับอัญมณีล้ำค่าทั้งหีบ ถูกเปิดเผยสู่แสงแดดโดยไม่มีการปกปิด ความสุกปลั่งของมันถึงกับบดบังแสงอาทิตย์ยามเช้า เปลี่ยนโบสถ์ที่ทรุดโทรมให้กลายเป็นดินแดนทองคำในตำนาน
นี่คือเครื่องราชบรรณาการ
มันคือหยาดเหงื่อแรงงานที่ประเทศภาคีสมาชิกของรัฐบาลโลกหลายแห่งถูกปล้นชิงมาตลอดทั้งปี จนงบประมาณแผ่นดินเหือดแห้งเพื่อรวบรวมมา ซึ่งเดิมทีมีไว้สำหรับเป็นบรรณาการแก่พวกเผ่ามังกรฟ้า
ในยามนี้ พวกมันวางอยู่อย่างสงบเงียบบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยโคลนของสลัมแห่งนี้ ช่างดูย้อนแย้ง ทว่ามันคือความจริงที่สัมผัสได้
ซิสเตอร์ยกมือขึ้นปิดปาก น้ำตาไหลพรากด้วยความตื้นตัน แม้พวกเด็กๆ จะไม่เข้าใจว่าทองคำเหล่านั้นหมายถึงอะไร แต่พวกเขาก็ถูกดึงดูดด้วยแสงที่วาววับและพากันอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ
แม้แต่นิวเกต เมื่อมองดูทองคำจำนวนมหาศาลตรงหน้า เขาก็สัมผัสได้ว่าลมหายใจของตนเองเริ่มหนักหน่วงขึ้น
"ทั้งหมดนี่... ให้พวกเรางั้นรึ?" น้ำเสียงของนิวเกตแหบพร่าเล็กน้อย
"มันคือส่วนหนึ่งของข้อตกลง"
หลินนั่วก้าวไปข้างหน้า หยิบทองแท่งขึ้นมาหนึ่งแท่ง สัมผัสถึงน้ำหนักที่หนักอึ้งของมัน ก่อนจะโยนกลับลงไปในหีบจนเกิดเสียงดังเคร้ง
"อย่างไรก็ตาม นิวเกต ข้าเคยบอกแล้ว ทรัพย์สมบัติมหาศาลที่ปราศจากสติปัญญาในการจัดการคือหายนะ"
เขาหันหลังกลับและกวักมือเรียก ต้นหน ผู้ดูแลเสบียงเก่าแก่ภายใต้สังกัดของกัปตันจอนมาพบ
ชายชราผู้นี้มีความเชี่ยวชาญด้านการบัญชีและมีความสามารถในการจัดสรรทรัพยากรต่างๆ อย่างยอดเยี่ยม
"ข้าต้องการให้เจ้าจัดการเปลี่ยนทองคำพวกนี้ให้เป็นสิ่งที่ใช้งานได้จริงภายในหนึ่งเดือน" น้ำเสียงของหลินนั่วราบเรียบและชัดเจน "สามสิบเปอร์เซ็นต์ให้นำไปซื้ออาหาร ยารักษาโรค และเสื้อผ้าที่ดีที่สุดจากตลาดมืด จำไว้ว่าต้องดีที่สุด อย่าริอ่านเอาธัญพืชเก่าๆ ที่ขึ้นรามาหลอกข้าเด็ดขาด"
"ครับ... ครับผม!" ต้นหนเฒ่าพยักหน้าไม่หยุด
"ส่วนอีกเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือ" หลินนั่วหยิบกระดาษร่างที่เขาเขียนขึ้นมาทั้งคืนออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ต้นหน "จงไปหาเกาะรอบๆ และจ้างทีมก่อสร้างที่ดีที่สุดมา ข้าต้องการให้เจ้าทุบหมู่บ้านที่ซุดโซรมแห่งนี้ทิ้งแล้วสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด"
"สร้างโรงพยาบาล สร้างโรงเรียน สร้างบ้านหินที่แข็งแกร่งที่สุด และสร้างหอคอยเฝ้าระวังรวมถึงป้อมปราการรอบเกาะด้วย"
หลินนั่วชี้ลงไปที่พื้นแทบเท้า
"ภายในหนึ่งเดือน ข้าต้องการให้ที่นี่กลายเป็นเมืองป้อมปราการที่สามารถต้านทานการโจมตีจากกลุ่มโจรสลัดขนาดกลางได้ แม้ว่าพวกเราจะไม่ได้อยู่ที่นี่ก็ตาม"
"เจ้าทำได้ไหม?"
ต้นหนเฒ่ามองดูพิมพ์เขียวที่เรียบง่ายแต่ครอบคลุมทุกอย่าง แล้วมองไปที่กองทองคำดั่งภูเขาบนพื้น ประกายแห่งความละโมบพาดผ่านดวงตาของเขาครู่หนึ่ง แต่มันก็ถูกสยบลงทันทีด้วยความกลัวที่มีต่อร็อกส์
"ได้ครับ! แน่นอนครับ! ด้วยเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ ต่อให้ต้องไปลักพาตัววิศวกรมาจากฐานทัพเรือก็ยังทำได้เลย!"
"งั้นก็ไปจัดการซะ" หลินนั่วโบกมือ "ถ้าเจ้าแอบยักยอกทองไปแม้แต่เหรียญเดียว หรือถ้าการก่อสร้างล่าช้าไปแม้แต่เพียงวันเดียว..."
เขาพูดไม่จบ เพียงแค่ชำเลืองมองไปยังร็อกส์ที่นั่งอยู่บนหลังคา
ต้นหนเฒ่าสั่นสะท้านราวกับถูกราดด้วยถังน้ำแข็ง รับคำเป็นพัลวันด้วยความมั่นใจว่าจะไม่กล้าทำเช่นนั้นเด็ดขาด
นิวเกตยืนดูอยู่ข้างๆ มองดูหลินนั่วจัดแจงทุกอย่างได้อย่างชัดเจน
เดิมทีเขานึกว่า "การให้เงิน" หมายถึงเพียงแค่การโยนเงินทิ้งไว้แล้วจากไป เขาไม่คาดคิดเลยว่ากุนซือที่ดูเยาว์วัยเกินไปคนนี้จะคิดอ่านทุกอย่างได้รอบคอบถึงเพียงนี้
การให้ปลานั้นเลี้ยงเขาได้เพียงวันเดียว แต่การสอนให้เขาหาปลานั้นเลี้ยงเขาได้ตลอดชีวิต หลินนั่วไม่ได้เพียงแค่ให้เงิน แต่เขากำลังสร้างระบบที่ยั่งยืนและสมบูรณ์ให้แก่ที่แห่งนี้
"ขอบใจ"
นิวเกตเดินมาหาหลินนั่วแล้วเอ่ยเสียงต่ำ
"อย่าเข้าใจผิดไป" หลินนั่วยักไหล่ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า "ข้าก็แค่ปกป้อง 'ทรัพย์สิน' ของกลุ่มโจรสลัดเราเท่านั้น เพราะถ้าแนวหลังไม่มั่นคง ท่านจะออกเรือไปกับเราอย่างสบายใจได้อย่างไร?"
นิวเกตชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างเต็มเสียง
"กูราราราราร่า! เจ้าหนู เจ้ามันเป็นปีศาจที่น่ารักไม่ลงจริงๆ!"
...แม้เรื่องการก่อสร้างภายในจะถูกจัดแจงแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเกาะสฟิงซ์จะปลอดภัย
ตรงกันข้ามเลย
เรือรบขนาดมหึมาที่ถูกดัดแปลงอย่างชัดเจนเช่นเรือ กรีดี้ บารอน ที่มาจอดเทียบท่า ประกอบกับความวุ่นวายในการขนทองคำเมื่อเช้ามืด เปรียบเสมือนชิ้นเนื้อสดโชกเลือดที่ถูกโยนลงในบ่อฉลาม ซึ่งดึงดูดความสนใจจากพวกที่ละโมบในน่านน้ำรอบข้างได้ในทันที
เกาะสฟิงซ์ตั้งอยู่ตรงชายขอบของ "เขตไร้กฎหมาย" ซึ่งรายล้อมไปด้วยกลุ่มโจรสลัด กลุ่มโจรภูเขา และแม้แต่หน่วยล่าทาสสารพัดขนาดนับไม่ถ้วน
ปกติพวกมันไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามเพราะชื่อเสียงของนิวเกต แต่ตอนนี้...
"กัปตัน"
หลินนั่วยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโบสถ์ สายตามองผ่านกล้องส่องทางไกลข้ามบ้านเรือนที่เตี้ยๆ มุ่งตรงไปยังแนวชายฝั่งที่ห่างไกล
"พวกแมลงวันเริ่มมาตามกลิ่นแล้วครับ"
หลินนั่วหันกลับมามองร็อกส์ที่เพิ่งกระโดดลงมาจากหลังคา และนิวเกตที่เพิ่งบอกลาเด็กๆ เสร็จ
"เรื่องบนเกาะมีคนจัดการแล้ว แต่เรื่องในทะเลยังไม่จบครับ"
หลินนั่วปรบมือ ประกายจิตสังหารอันเย็นเยียบวาบผ่านดวงตา "แทนที่จะรอให้เจ้าเศษสอยพวกนั้นมาเคาะประตูบ้านทีละกลุ่มจนน่ารำคาญ ทำไมเราไม่เป็นฝ่ายรุกแล้ว 'ทำความสะอาด' น่านน้ำแถวนี้ให้หมดจดไปเลยล่ะครับ?"
"ทำความสะอาดงั้นรึ?"
ร็อกส์ยืดคอจนเกิดเสียงดังกร็อบ ประกายไฟแห่งความโหดเหี้ยมปะทุขึ้นในดวงตาสองสีของเขาในทันที
"เป็นข้อเสนอที่ดี ข้านอนอืดบนเรือมาสองวัน กระดูกกระเดี้ยวแทบจะสนิมเขรอะอยู่แล้ว"
"ไปกันเถอะ! ไปเดินเล่นในทะเลกันหน่อย!"
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
เรือเร็วสมรรถนะสูงที่ถูกดัดแปลงซึ่งปล่อยลงมาจากเรือ กรีดี้ บารอน พุ่งแหวกคลื่นราวกับใบมีดสีดำ มุ่งหน้าสู่ทะเลกว้าง
บนเรือมีเพียงสี่คนเท่านั้น
กัปตันจอนเป็นคนถือท้ายเรือ ส่วนร็อกส์ นิวเกต และหลินนั่วนั่งอยู่ในห้องโดยสาร
นี่คือขุมกำลังรบระดับสูงสุดที่กลุ่มโจรสลัดร็อกส์มีครอบครองอยู่ในยามนี้
ไม่เป็นการกล่าวเกินจริงเลยว่า พลังทำลายล้างที่อยู่บนเรือเร็วลำเล็กนี้ เพียงพอที่จะทำลายล้างประเทศหนึ่งได้เลยทีเดียว
"หนูสองตัวอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้สามสิบไมล์ทะเล รังแมลงสาบอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือห้าสิบไมล์ทะเล"
ร็อกส์ยืนอยู่ที่หัวเรือ หลับตาลง เพียงไม่กี่วินาทีเขาก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ฮาคิสังเกตอันน่าสระพรึงกลัวของเขาราวกับตาข่ายที่มองไม่เห็น ครอบคลุมน่านน้ำนับหลายสิบไมล์ทะเลในพริบตา ภายในรัศมีนี้ จิตมุ่งร้ายใดๆ ย่อมไม่มีที่ให้หลบซ่อน
"ไปทางไหนก่อนดีครับ?" จอนถามด้วยความตื่นเต้น เขาเริ่มจะสนุกกับการมีที่พึ่งอันทรงพลังเช่นนี้เข้าเสียแล้ว
"ไปที่ที่มีคนเยอะที่สุดก่อน"
ร็อกส์เหยียดรอยยิ้มอำมหิตพลางชี้ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ
"ข้าต้องการให้ทะเลแห่งนี้ได้รับรู้... ว่าใครคือเจ้านายที่แท้จริง"