- หน้าแรก
- ราชันมังกรโต้วหลัว ประกายม่วงทะยานฟ้า มหาสุริยันแผดเผา
- บทที่ 28 เจ้าเกิดมาเพื่อเป็นช่างหลอมโดยแท้!
บทที่ 28 เจ้าเกิดมาเพื่อเป็นช่างหลอมโดยแท้!
บทที่ 28 เจ้าเกิดมาเพื่อเป็นช่างหลอมโดยแท้!
บทที่ 28 เจ้าเกิดมาเพื่อเป็นช่างหลอมโดยแท้!
หลังจากสแกนใบหน้า บานประตูที่ปิดสนิทของห้องหลอมโลหะก็เปิดออกโดยอัตโนมัติ
เจิ้นหัวกวาดสายตามองไปรอบห้องหลอมอย่างลวกๆ ก่อนจะพยักหน้าให้พอน้อยๆ "ไม่เลว อุปกรณ์ค่อนข้างครบครันทีเดียว"
"ไม่เพียงแต่อุปกรณ์จะครบถ้วนเท่านั้น แต่ข้ายังสั่งให้คนนำโลหะหายากมาส่งไว้ในห้องนี้แล้วด้วย จากนี้ไปที่นี่จะเป็นสถานที่สำหรับบทเรียนของพวกเจ้าทั้งสองคน" เหลิ่งเยาจูกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
"ก็ดี แต่มีเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องขอบอกไว้ก่อน บทเรียนของข้าจะต้องเป็นช่วงบ่ายเท่านั้น ส่วนเวลาอื่นจะจัดสรรอย่างไรนั่นก็เรื่องของพวกเจ้า" เจิ้นหัวกล่าว
เหลิ่งเยาจูชะงักไปเล็กน้อย "เพราะเหตุใดกัน"
"ความลับ"
เจิ้นหัวดูท่าจะไม่ยากเอ่ยถึงสาเหตุมากนัก ทว่าในความเป็นจริงแล้ว เป็นเพราะเขาขี้เกียจตื่นแต่เช้ามาสอนหนังสือ และต้องการจะไปเดินเตร็ดเตร่ในเมืองสื่อไหลเค่อช่วงกลางคืนต่างหาก
เมื่อพิจารณาดูแล้ว มีเพียงช่วงบ่ายเท่านั้นที่เหมาะแก่การสอนวิชาหลอมโลหะให้สวี่เทียนหวง
"ช่วงบ่ายก็ช่วงบ่าย" เหลิ่งเยาจูไม่ได้มีข้อโต้แย้งใด
หลังจากเจิ้นหัวพักผ่อนครู่หนึ่ง เขาก็เดินตรงไปยังแท่นหลอมโลหะพลางกวักมือเรียกสวี่เทียนหวง "เจ้าหนู มานี่สิ"
สวี่เทียนหวงเดินเข้าไปหา เจิ้นหัวเลือกค้อนโลหะจากหลากหลายรูปแบบที่วางอยู่ใกล้ๆ สุดท้ายเขาก็เลือกขนาดรองสุดท้ายแล้วยื่นให้สวี่เทียนหวง "ก่อนอื่น ลองหลอมแบบพื้นฐานที่สุดดู"
"ตกลงขอรับ"
เมื่อรับค้อนหลอมโลหะมา น้ำหนักของมันอย่างน้อยก็ห้าสิบกิโลกรัม ทว่าสวี่เทียนหวงกลับถือมันไว้ได้อย่างมั่นคงโดยไม่รู้สึกลำบากแม้แต่น้อย
เจิ้นหัวลอบพยักหน้าในใจ เขาอธิบายวิธีการหลอมพื้นฐานให้สวี่เทียนหวงฟัง จากนั้นก็เลือกโลหะชิ้นหนึ่งจากกล่องบรรจุโลหะหลากชนิดที่วางอยู่ใกล้ๆ แล้วโยนลงบนแท่นหลอม
"นี่คือโลหะทั่วไปที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด มันสามารถทนการทุบตีได้มากที่สุดสามสิบครั้งก่อนที่สิ่งเจือปนจะถูกขจัดออกจนหมด ลองใช้ชิ้นนี้ดูก่อน"
สวี่เทียนหวงขานรับ เขาทำตามวิธีการที่เจิ้นหัวสอน ร่างกายของเขานิ่งสนิท มีเพียงแขนทั้งสองข้างที่เคลื่อนไหว
เพียงการลงค้อนครั้งแรก เสียงปะทะอันรุนแรงก็ระเบิดออกมาจากเนื้อโลหะทันที
"โอ้"
เจิ้นหัวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย การลงค้อนเพียงครั้งเดียวของสวี่เทียนหวงกลับมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการหลอมต่อเนื่องห้าครั้งของช่างหลอมระดับล่าง
ดูเหมือนเหลิ่งเยาจูจะไม่ได้โม้เกินจริง เด็กคนนี้มีพรสวรรค์จริงๆ
ทว่าในไม่ช้า เจิ้นหัวก็ตระหนักว่าเขายังคงประเมินสวี่เทียนหวงต่ำเกินไป
หลังจากลงค้อนไปได้ห้าครั้ง เมื่อค้อนครั้งที่หกฟาดลงไป กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จากก้อนโลหะอีก
"ท่านอาจารย์ เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ" สวี่เทียนหวงขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางหันไปถามเจิ้นหัว
เจิ้นหัวอ้าปากค้าง ก่อนจะไอแห้งๆ ออกมาเบาๆ และกลับมาทำสีหน้าสงบนิ่งอีกครั้ง "เป็นเรื่องปกติ เจ้าขจัดสิ่งเจือปนภายในโลหะชิ้นนี้ออกไปจนหมดสิ้นแล้ว"
"ข้าผ่านการทดสอบของท่านแล้วใช่หรือไม่ขอรับ"
"มันเป็นเพียงการหลอมสามสิบครั้งพื้นฐานเท่านั้น ย่อมยังไม่นับว่าผ่านแน่นอน" เจิ้นหัวส่ายหน้า เขาเดินกลับไปที่กล่องโลหะ นิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วหยิบโลหะชิ้นหนึ่งที่มีสีดำสนิทออกมา
"ลองชิ้นนี้ดู"
"ขอรับ"
หลังจากปรับท่าทางเล็กน้อย สวี่เทียนหวงก็เหวี่ยงค้อนหลอมโลหะอีกครั้ง ค้อนแล้วค้อนเล่าฟาดลงบนโลหะชิ้นนี้ จากโลหะที่มีรูปร่างบิดเบี้ยวในตอนแรก ค่อยๆ กลายเป็นแท่งโลหะรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่สมบูรณ์แบบภายใต้มือของเขา
เจิ้นหัวขยับเข้าไปใกล้เหลิ่งเยาจูอย่างเงียบเชียบแล้วกระซิบถาม "เจ้าไปหาตัวประหลาดเช่นนี้มาจากไหนกัน"
"เหตุใดถึงกล่าวเช่นนั้นล่ะ"
"โลหะชิ้นนี้ต้องใช้การลงค้อนอย่างน้อยหนึ่งร้อยเจ็ดสิบครั้งถึงจะสำเร็จการสกัดบริสุทธิ์ มันคือวัสดุโลหะระดับร้อยหลอมของจริง แต่เจ้าดูเด็กคนนี้สิ การลงค้อนแต่ละครั้งของเขามีพลังเทียบเท่ากับการลงแรงหนึ่งครั้งของช่างระดับร้อยหลอมเป็นอย่างน้อย และเขายังไม่มีท่าทีเหนื่อยล้าเลยแม้แต่นิดเดียว"
"ข้าสงสัยอย่างยิ่งว่าพื้นฐานสภาพร่างกายของศิษย์เจ้าบรรลุเงื่อนไขด้านความแข็งแกร่งของช่างหลอมระดับสองเป็นอย่างน้อยแล้ว"
เหลิ่งเยาจูไม่คาดคิดว่าการประเมินที่เจิ้นหัวมีต่อสวี่เทียนหวงจะสูงถึงเพียงนี้
พึงรู้ไว้ว่าในเส้นทางของช่างหลอม มีเพียงผู้ที่มีทั้งพรสวรรค์และความอุตสาหะเท่านั้นที่จะไปได้ไกล
เด็กอย่างสวี่เทียนหวงย่อมไม่ใช่คนที่จะขี้เกียจปล่อยตัวแน่ หากพรสวรรค์ของเขายังน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้...
บางทีในอนาคต หอส่งต่อวิญญาณอาจจะมีช่างคราฟต์เทวะเป็นของตนเองจริงๆ ก็เป็นได้!
จนกระทั่งสวี่เทียนหวงหลอมโลหะชิ้นนั้นเสร็จสิ้นอีกครั้ง เจิ้นหัวจึงใช้นิ้วถูจมูกแล้วเดินเข้าไปหา "อืม... ไม่เลว ข้าถือว่าเจ้าผ่านการทดสอบเบื้องต้นของข้าแล้ว"
"ด้วยสภาพร่างกายของเจ้า จากนี้ข้าจะถ่ายทอดชุดวิชาค้อนให้แก่เจ้า งานของเจ้าในเดือนนี้คือต้องฝึกฝนวิชาค้อนนี้ให้เชี่ยวชาญจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบ" เจิ้นหัวกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ในฐานะช่างคราฟต์เทวะเพียงหนึ่งเดียวแห่งยุค สิ่งที่เจิ้นหัวนำออกมาให้ย่อมไม่ใช่ของดาดๆ ทั่วไป
ชุดวิชาค้อนนี้อย่างน้อยก็สามารถเกื้อหนุนการเรียนรู้ของสวี่เทียนหวงไปได้จนถึงระดับห้าซึ่งก็คือขอบเขตการหลอมวิญญาณ และมันยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ที่เริ่มนับหนึ่งในการหลอมโลหะ
ในมุมมองของเจิ้นหัว ระดับร้อยหลอม พันหลอม และหลอมวิญญาณนั้นมีความหมายที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และมีเพียงระดับห้าหลอมวิญญาณเท่านั้นที่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของอาชีพช่างหลอม
ทางด้านสวี่เทียนหวงนั้นไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ และเริ่มฝึกซ้อมวิชาค้อนตามที่เจิ้นหัวสอนทันที
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง สวี่เทียนหวงก็เริ่มค้นพบความพิเศษบางประการของวิชาค้อนนี้อย่างเลือนลาง
จะพูดให้ชัดเจนกว่านั้นคือ มันดูเหมือนจะมีการตอบสนองต่อสายฟ้าทำลายล้างของเขา
เขาพยายามผสานพลังสายฟ้าเพียงเล็กน้อยลงในค้อนหลอมโลหะแล้วเหวี่ยงออกไปอีกครั้ง สายฟ้านั้นไหลตามแรงเหวี่ยงพิเศษของวิชาค้อน พุ่งทะลวงเข้าสู่ภายในเนื้อโลหะโดยตรงและทำลายสิ่งเจือปนทั้งหมดให้มลายสิ้น
"แบบนี้ช่วยประหยัดแรงไปได้มหาศาลเลย"
สวี่เทียนหวงรู้สึกยินดี เขาคิดว่าการคาดเดาของเขานั้นถูกต้อง พลังสายฟ้านั้นมีส่วนช่วยในการหลอมโลหะอย่างมากจริงๆ
และเจิ้นหัวเองก็สังเกตเห็นว่าสวี่เทียนหวงแอบใช้พลังธาตุสายฟ้าเช่นกัน
เขาย้ายไปยืนอยู่ด้านหลังสวี่เทียนหวงอย่างเงียบๆ คอยเฝ้าดูเด็กหนุ่มฟาดค้อนลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า
"เจ้าคิดค้นวิธีการแบบนี้ขึ้นมาได้อย่างไร"
เสียงที่ดังขึ้นข้างหูอย่างกะทันหันทำให้สวี่เทียนหวงหยุดชะงักการเคลื่อนไหวทันที เขาดึงค้อนหลอมโลหะกลับมา "ข้าคิดว่า ในเมื่อจุดประสงค์ของการใช้ค้อนฟาดโลหะคือการขจัดสิ่งเจือปน เช่นนั้นการใช้พลังสายฟ้าควบคู่ไปกับวิชาค้อนของท่าน ก็น่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้มหาศาลขอรับ"
"ถูกต้องแล้ว สายฟ้าและไฟคือคุณสมบัติพลังวิญญาณที่เหล่าช่างหลอมปรารถนามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นช่างหลอมระดับใด เป้าหมายสูงสุดของพวกเขาก็คือการขจัดมลทินให้สะอาดหมดจดและขึ้นรูปโลหะในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อนำไปใช้ในการผลิตหุ่นรบและอุปกรณ์วิญญาณ"
เจิ้นหัวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "ไม่มีใครสอนเจ้า และไม่มีใครคอยเตือน แต่เจ้ากลับสามารถทำความเข้าใจเรื่องนี้ได้ด้วยตนเอง แค่ก แค่ก เจ้าหนู เจ้ามันคือคนที่เกิดมาเพื่อเป็นช่างหลอมโดยแท้"
เขาหัวเราะร่าพลางตบไหล่สวี่เทียนหวงอย่างแรง
"ดีมาก เทียนหวง ในฐานะอาจารย์ ข้าคาดหวังในตัวเจ้ามาก!"
"ในอนาคตเมื่อเจ้าโตขึ้น หากมีโอกาสจงกลับไปเมืองเทียนโต้วพร้อมกับข้า เมื่อนั้นพวกเราสองคนศิษย์อาจารย์ร่วมมือกัน บางทีเราอาจจะสามารถหลอมโลหะระดับเทวะที่แท้จริงในตำนานขึ้นมาได้!"
เหลิ่งเยาจูไม่คิดว่าเจิ้นหัวจะประเมินสวี่เทียนหวงไว้สูงส่งถึงเพียงนี้
แต่นางยังคงเอ่ยเตือนเจิ้นหัวอย่างจริงจังว่า "ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อนนะ เทียนหวงเป็นศิษย์ของข้า ในอนาคตเขาจะอยู่เพียงที่หอส่งต่อวิญญาณของเราเท่านั้น ใครก็เอาตัวเขาไปไม่ได้"
"ยิ่งไปกว่านั้น ท่านประมุขหอเองก็ทราบเรื่องนี้แล้ว ท่านคืออาจารย์ของพ่อเทียนหวง เจ้าคิดว่าตระกูลเฉียนกู่จะยอมปล่อยให้อัจฉริยะที่มีอนาคตไกลเช่นนี้ถูกเจ้าพาตัวไปหรือ"
เจิ้นหัวทำปากยื่นพลางบ่นพึมพำ "ไม่ไปก็ไม่ไปสิ หึ ถ้าเขาไปไม่ได้ แล้วข้าจะอยู่ต่อที่นี่ไม่ได้หรืออย่างไร"