- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นมือปราบ ข้าจะกินปีศาจให้หมดโลก
- ตอนที่ 7 แม่นางน้อยคนนี้ เหมือนจะน่ากินจัง?
ตอนที่ 7 แม่นางน้อยคนนี้ เหมือนจะน่ากินจัง?
ตอนที่ 7 แม่นางน้อยคนนี้ เหมือนจะน่ากินจัง?
ตอนที่ 7 แม่นางน้อยคนนี้ เหมือนจะน่ากินจัง?
นายกองธงใหญ่กะดึกรีบเรียกผู้คุมคุกมาสอบถามทันที "ไอ้ปีศาจตัวนี้มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?"
"ใต้เท้านายกองธงใหญ่ เรื่องเป็นแบบนี้ขอรับ..."
ผู้คุมคุกไม่กล้าชักช้า รีบเล่าสถานการณ์ที่ตนรู้ให้ฟังอย่างรวดเร็ว
ฉินเส้าโหยวที่ยืนอยู่ข้างๆ นายกองธงใหญ่ ก็ได้ฟังรายงานไปพร้อมกัน ถึงได้รู้ว่า สัตว์ประหลาดที่ดูเหมือนต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์ตัวนี้ กลับกลายเป็นพวกคนจากร้านหยาถานจริงๆ!
ตอนที่พวกมันเพิ่งถูกขังเข้ามาในคุกหลวง ต่างก็ยังดูปกติดีอยู่ แต่เมื่อไม่นานมานี้ จู่ๆ พวกมันก็เหมือนคนบ้าคลั่ง พากันกัดกินและเข่นฆ่ากันเอง
ตอนที่ผู้คุมคุกพบเห็นความผิดปกติ เดิมทีก็ตั้งใจจะเข้าไปห้าม แต่กลับพบว่าหลังจากที่คนพวกนี้ฆ่าและกินเพื่อนพ้องเข้าไปแล้ว พวกมันก็ดึงเอาเพื่อนพ้อง 'งอก' เข้าไปรวมเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของตัวเอง
ต่างคนต่าง 'กลืนกิน' กันและกัน จนกลายสภาพมาเป็นรูปลักษณ์แบบที่เห็นอยู่นี้
ประกอบกับเหตุการณ์เกิดขึ้นไวมาก จึงไม่อาจยับยั้งได้ทัน
"ใต้เท้าสวี่ คนพวกนี้คือสาวกของนิกายบัวดำ เป็นพวกที่พวกเราจับกุมมาระหว่างสืบเรื่องผีในภาพวาดขอรับ..."
ฉินเส้าโหยวรายงานที่มาที่ไปของคนเหล่านี้ให้ นายกองธงใหญ่สวี่ ทราบด้วย
"โอ๊ะ?"
นายกองธงใหญ่สวี่เลิกคิ้ว คาดเดาสถานการณ์ได้ทันที
"ถ้าเป็นเช่นนี้ คนพวกนี้ก็น่าจะกินยาลับของนิกายบัวดำเข้าไป จนถูกควบคุมและกลายพันธุ์เป็นปีศาจ ถึงได้กลายสภาพมาเป็นแบบนี้ แต่เพิ่งจะถูกจับเข้ามาในหน่วยปราบมารได้ไม่นานก็กลายพันธุ์เสียแล้ว ดูท่าคนที่ควบคุมพวกมันซึ่งเป็นคนของนิกายบัวดำ ก็น่าจะยังอยู่ในเมืองนี้..."
พูดยังไม่ทันจบ ต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์ในห้องขัง ก็สังเกตเห็นการมีอยู่ของพวกเขา
บรรดาหัวคนบนต้นไม้เนื้อขยับกลิ้งไปมา ดวงตาสีแดงฉานเบิกโพลงจ้องเขม็งมาที่พวกเขาพร้อมเพรียง ปากอ้ากว้างพ่นเลือดหนองออกมา พร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นเต้น "กินคนพวกนี้ซะ!" "กินพวกมันซะ จะได้สำเร็จมรรคผลเป็นพระโพธิสัตว์!" "พระโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ ข้าจะเป็นพระโพธิสัตว์!"
ท่อนแขนท่อนขาบนลำต้น 꿈ดกระดึบลงไปด้านล่างของต้นไม้เนื้ออย่างรวดเร็ว เปลี่ยนจากกิ่งก้านสาขากลายเป็นราก และค้ำยันต้นไม้เนื้อให้เริ่มออกวิ่ง
อย่าเห็นว่ารูปร่างมันเทอะทะเชียว ความเร็วในการวิ่งของมันกลับไวมาก
"โครม!"
ต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์พุ่งชนลูกกรงเหล็กของห้องขังอย่างจัง
ทั้งห้องขังถูกชนจนสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น อักขระยันต์บนลูกกรงเหล็กที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ ส่องแสงกะพริบวิบวับบาดตา
หากนี่เป็นแค่ห้องขังธรรมดา เกรงว่าคงถูกต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์พุ่งชนจนพังทลายกระจุยกระจายไปแล้ว
เมื่อทะลวงฝ่าห้องขังออกมาไม่ได้ หัวคนบนต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์ก็ส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้น ตามมาด้วยการอ้าปากพร้อมเพรียงกัน สวดท่องบทสวดมนต์ฆ่าคนของนิกายบัวดำ
ท่วงทำนองอันแปลกประหลาดผสมผสานกับบทสวดมนต์ ก่อให้เกิดพลังมารอันลี้ลับ ทำให้ทุกคนที่ได้ยินเกิดจิตสังหารอันรุนแรง อยากจะฆ่าคนรอบข้างให้ตายตกไปตามกัน ไม่สนว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู
เสียงชักดาบดังพรึบพรับขึ้นพร้อมกัน
แม้คนเฝ้ายามจะพยายามข่มกลั้นจิตสังหารไม่ให้เข่นฆ่ากันเองได้ชั่วคราว แต่สายตาที่มองไปยังเพื่อนร่วมงานข้างกาย กลับแฝงไปด้วยจิตสังหารและความระแวดระวัง
"บทสวดมนต์นี่มีอาถรรพ์ ห้ามฟังเด็ดขาด!"
ฉินเส้าโหยวฝืนข่มจิตสังหาร เอื้อมมือไปอุดหู
แต่มันไม่ได้ผล บทสวดมนต์ฆ่าคนที่ถูกสวดออกมาจากหัวเหล่านั้น สามารถแทรกซึมเข้าสู่สมองได้โดยตรง ไม่มีทางหลบพ้น
และจิตสังหารของทุกคนก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่นานก็คงควบคุมตัวเองไม่อยู่
นายกองธงใหญ่สวี่ก็ตระหนักถึงปัญหานี้ เขาออกคำสั่งให้พาคนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดออกไปจากคุกหลวง พลางหันกลับไปตะโกนสั่งคนที่อยู่ข้างนอกคุกว่า "ไปเอาวัตถุอาถรรพ์รหัสหวงหมายเลขสามสิบเจ็ดมา เร็วเข้า!"
ไม่นานนัก กล่องเหล็กที่ถูกปิดผนึกด้วยกระดาษยันต์เต็มไปหมด ก็ถูกคนเฝ้ายามหลายคนหามเข้ามาในคุกหลวง
เมื่อแกะยันต์ออกและเปิดกล่อง ด้านในมีระฆังทองเหลืองที่เต็มไปด้วยสนิมและรอยประทับฝ่ามือสีเลือดวางอยู่
ไม่ต้องมีคนตี ทันทีที่คลายผนึก ระฆังทองเหลืองก็ส่งเสียงดังกังวานออกมากระแทกแก้วหูจนแทบแตก แต่ก็สามารถสะกดจิตสังหารในใจผู้คนที่ถูกต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์ปลุกปั่นเอาไว้ได้
"ฆ่าไอ้ปีศาจตัวนี้ซะ!"
นายกองธงใหญ่สวี่ออกคำสั่งทันที
แต่เสียงของเขาถูกกลบด้วยเสียงระฆังและเสียงสวดมนต์ คนอื่นไม่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย เขาจึงต้องทำไม้ทำมือประกอบ ถึงจะทำให้คนอื่นเข้าใจความหมายได้
พลหน้าไม้ที่ตามเข้ามาในคุกหลวง ระดมยิงห่าธนูออกไปทันที ยิงใส่ต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์จนเลือดเนื้อสาดกระเซ็น
ส่วนคนเฝ้ายามที่ถือหอกยาวหลายคนก็กรูกันเข้าไป อาศัยช่องว่างของลูกกรงเหล็ก กระหน่ำแทงใส่ต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์ไม่ยั้ง
แม้ต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์จะมีรูปร่างหน้าตาน่าขยะแขยงและมีพละกำลังมหาศาล แต่เพราะมันพุ่งชนทะลุห้องขังออกมาไม่ได้ จึงทำได้เพียงเป็นฝ่ายตั้งรับและถูกอัดอยู่ฝ่ายเดียว
เมื่อเห็นฉากนี้ ฉินเส้าโหยวก็แอบตาลุกวาว อยากจะพุ่งเข้าไปแย่งผลงานเสียหน่อย
ทว่าเขายังไม่ทันได้ขยับ ก็เห็นหมอกเลือดเหม็นคลุ้งแผ่ซ่านขึ้นมารอบๆ ต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์อย่างกะทันหัน
ท่อนแขนท่อนขาและหัวคนเหล่านั้น จู่ๆ ก็พุ่งกระเด็นหลุดออกมาจากต้นไม้เนื้อ ลอดผ่านช่องลูกกรงเหล็ก พุ่งเข้าโจมตีฝูงชน
คนที่โดนโจมตีก่อนใครเพื่อน ก็คือคนเฝ้ายามที่กำลังกระหน่ำแทงอยู่หน้าลูกกรงเหล็กนั่นเอง
พวกเขาบางคนถูกท่อนขาบินเตะกระเด็น บางคนถูกท่อนมือบินบีบคอ และยังมีบางคนที่ถูกหัวคนบินเข้ามากัดกินอย่างบ้าคลั่ง กัดกระชากเนื้อหลุดออกไปเป็นชิ้นๆ
หัวคนหัวหนึ่งแสยะยิ้มยิงฟันพุ่งเข้าใส่ฉินเส้าโหยว เขาใช้โล่ปัดป้องเอาไว้ได้ทัน ก่อนจะชักดาบฟันฉับ ตัดกระดูกและเส้นเอ็นที่เชื่อมต่อระหว่างหัวคนกับต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์จนขาดสะบั้น
ท่อนแขนท่อนขาและหัวคนพวกนี้ที่บินทะยานออกมาจากต้นไม้เนื้อ ก็คล้ายกับปีศาจหัวขาดบินได้ (Rokurokubi) ที่มีกระดูกและเส้นเอ็นยาวยืดเชื่อมติดกับต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์
ทันทีที่ฟันกระดูกและเส้นเอ็นจนขาด หัวคนก็ร่วงตุบลงพื้น กลิ้งขลุกๆ หวังจะพุ่งกลับไปหาต้นไม้เนื้อ
มีหรือที่ฉินเส้าโหยวจะยอมปล่อยมันไป เขายกโล่ขึ้นบังตัว ก้าวไปข้างหน้าแล้วสับดาบลงไปทันที ผ่าหัวคนออกเป็นสองซีก
หัวคนที่ปริแตกไม่ขยับเขยื้อนอีกต่อไป
ในจังหวะที่ฉินเส้าโหยวฟันหัวคนจนแหลกละเอียด คนเฝ้ายามคนอื่นๆ ก็ตั้งสติได้ทัน พากันฟันแขนขาและหัวคนที่พุ่งออกมาจากต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์ และช่วยชีวิตเพื่อนร่วมงานที่บาดเจ็บเอาไว้ได้
พลหน้าไม้ภายใต้การคุ้มกันของพลโล่ ก็ระดมยิงห่าธนูชุดใหม่ระลอกสองออกไป
ต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงติดต่อกัน เห็นได้ชัดว่าเริ่มต้านทานไม่ไหว เลือดเนื้อเริ่มปริแตกหลุดร่วงลงมาไม่หยุด
ฉินเส้าโหยวสังเกตเห็นจุดนี้ รีบโยนโล่ให้หลวงพี่หม่า แล้วก้มลงเก็บหอกยาวที่เพื่อนร่วมงานทำตกไว้บนพื้น ภายใต้การคุ้มกันด้วยโล่ของหลวงพี่หม่า เขาพุ่งตัวไปที่หน้าลูกกรงห้องขัง แล้วแทงหอกทะลวงเข้าไปเต็มแรง
คนเฝ้ายามคนอื่นๆ ก็พุ่งตามเข้ามา รุมล้อมโจมตีต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์อีกครั้ง
ฉินเส้าโหยวอยากจะตะโกนใส่พวกเขาสุดเสียงว่า 'อย่ามาแย่งลาสช็อตข้านะเว้ย' แต่เพราะเสียงระฆังและเสียงสวดมนต์ดังกึกก้องเกินไป ตะโกนไปก็ไม่มีใครได้ยินอยู่ดี
ไม่นาน ต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์ก็ทานไม่ไหว มันพังทลายลงท่ามกลางเสียงปริแตก กลายเป็นกองเลือดเนื้อและเศษซากแขนขากองอยู่บนพื้น
กลิ่นคาวเลือดเหม็นคลุ้งในคุกหลวงรุนแรงขึ้นกว่าเดิม จนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น
แม้จะกำจัดต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์ลงได้ และไม่มีใครบาดเจ็บล้มตายมากนัก แต่นายกองธงใหญ่สวี่ก็ยังคงโกรธจัดอยู่ดี
ก่อนหน้านี้เคยมีคนเฝ้ายามมารายงานเขาเรื่องผีในภาพวาดแล้ว แต่เขาคิดว่าในเมื่อฉินเส้าโหยวจัดการผีในภาพวาดไปแล้ว ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก
นึกไม่ถึงว่า ผีในภาพวาดนี้จะมีมากกว่าหนึ่งตัว แถมยังมีนิกายบัวดำเข้ามาพัวพันด้วย ซ้ำยังมาก่อเรื่องวุ่นวายถึงในคุกหลวงของหน่วยปราบมารอีก
นี่มันหยามเกียรติหน่วยปราบมาร หยามหน้านายกองธงใหญ่สวี่ปาอันชัดๆ!
นายกองธงใหญ่สวี่เดินกระทืบเท้าออกจากคุกหลวงด้วยความโกรธเกรี้ยว รีบส่งกำลังคนจำนวนมากออกไปปูพรมค้นหาทั่วเมืองทันที หวังจะลากคอพวกนิกายบัวดำออกมา และค้นหาเบาะแสของผีในภาพวาดให้จงได้
น่าเสียดายที่ทุกคนวุ่นวายกันจนถึงเช้า แต่ก็ยังคว้าน้ำเหลว
แม้แต่หนังสือภาพวังวสันต์หลายเล่มนั้นก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
ไม่รู้ว่าเพราะไม่มีผีในภาพวาดซ่อนอยู่ในหนังสือเหล่านั้น หรือว่าผีในภาพวาดจะสัมผัสได้ถึงอันตราย เลยมุดหัวหดกระดองไม่กล้าโผล่ออกมากันแน่
นายกองธงใหญ่สวี่หงุดหงิดกับเรื่องนี้มาก ฉินเส้าโหยวก็เช่นกัน
สิ่งเดียวที่ทำให้ฉินเส้าโหยวรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง ก็คือความดวงดีระดับเทพของเขา ที่สามารถแย่งลาสช็อตหัวของต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์มาได้
ตอนที่ต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์พังทลายลง ในตำราอาหารลึกลับในหัวของเขา ก็มีเมนูอาหารบำรุงสุขภาพจานใหม่เพิ่มขึ้นมาหนึ่งเมนู
เมนูนี้มีชื่อว่า 'ยำเส้นหิมะม่วง'
บันทึกในตำราอาหารระบุไว้ว่า : ยำเส้นหิมะม่วง ใช้หญ้าดาวใต้ม่วง ดอกท้อหิมะมังกร คื่นช่ายกล้วยไม้ และธัญพืชวิเศษ ซอยเป็นเส้น นำมาคลุกเคล้ากับน้ำส้มสายชู หอมนุ่มอร่อย รสชาติสดชื่น ทานแล้วจิตใจแจ่มใสไม่ถูกล่อลวง
ยำเส้นหิมะม่วงจานนี้ ไม่ได้ใช้เลือดเนื้อของต้นไม้เนื้ออัปลักษณ์มาทำอาหาร และไม่ได้เอาวิญญาณของมันมาต้มซุป แต่เป็นเมนูยำผักสด
วัตถุดิบที่ใช้ดันไปเกี่ยวข้องกับยาลับที่สาวกนิกายบัวดำกินเข้าไปเสียอย่างนั้น
แต่มันจะไม่ทำให้ฉินเส้าโหยวถูกนิกายบัวดำควบคุม หรือกลายพันธุ์เป็นปีศาจแต่อย่างใด
ตรงกันข้าม มันยังช่วยเพิ่มพลังต่อต้านทางจิตใจให้ฉินเส้าโหยว ทำให้เขาไม่ตกเป็นเหยื่อของการล่อลวงจากสิ่งชั่วร้ายได้ง่ายๆ
"แบบนี้เรียกว่าอะไร เล่นของแก้ทางเหรอ?"
ฉินเส้าโหยวเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง
วิธีทำยำเส้นหิมะม่วงนั้นง่ายมาก ไม่ต้องใช้เครื่องปรุงหรืออุปกรณ์อะไรเพิ่มเติม ฉินเส้าโหยวไม่ต้องกลับบ้านด้วยซ้ำ อาศัยช่วงเวลาว่างในหน่วยปราบมารก็ทำเสร็จ แล้วก็รีบยัดเข้าปากอย่างรวดเร็ว
รสชาติดีจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง
ตามการคาดเดาของฉินเส้าโหยว ยำเส้นหิมะม่วงนี้คงจะเหมือนกับเต้าหู้เลือดหมาป่าปีศาจ ยิ่งกินเยอะผลลัพธ์ก็ยิ่งดี
อีกทั้งมันยังช่วยเพิ่มความต้านทานทางจิตใจ ก็ถือเป็นการปูพื้นฐานล่วงหน้า สำหรับการทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมเจตจำนงขั้นเจ็ดได้ด้วย
ดูเหมือนว่าต่อไปจะต้องมีเมนูผูกปิ่นโตเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเมนูซะแล้ว
พริบตาเดียวก็ถึงตอนเช้า
หลังจากฝึกฝนยามเช้าเสร็จ ฉินเส้าโหยวก็ไปเลี้ยงบะหมี่ลูกน้องที่ร้านบะหมี่ใกล้ๆ หน่วยปราบมาร เพื่อขอบคุณที่เหนื่อยกันมาทั้งคืน
ขณะที่กลุ่มคนกำลังสวาปามกันอย่างตะกละตะกลาม จู่ๆ ก็เห็นขบวนรถม้าสลักลวดลายวิจิตรหรูหรากว่าสิบกว่าคัน ภายใต้การคุ้มกันของเหล่านักคุ้มภัยผู้แข็งแกร่ง กำลังมุ่งหน้ามาจากทางประตูเมือง
ขบวนรถยังไม่ทันมาถึง กลิ่นหอมชื่นใจก็ลอยมากระทบจมูกเสียก่อน
เหตุการณ์เช่นนี้ย่อมดึงดูดความสนใจจากผู้คนให้มามุงดูเป็นจำนวนมาก ยังมีเด็กๆ วิ่งตามหลังขบวนรถม้าพลางส่งเสียงโห่ร้องเชียร์อย่างสนุกสนาน
ส่วนพวกผู้ใหญ่ก็พากันคาดเดาถึงที่มาที่ไปของขบวนรถม้ากันอย่างอยากรู้อยากเห็น
เมื่อขบวนรถม้าแล่นผ่านหน้าร้านบะหมี่ รถม้าคันหนึ่งก็เลิกม่านหน้าต่างขึ้น
ใบหน้างดงามหมดจดโผล่พ้นหน้าต่างรถม้า นัยน์ตาดั่งหยาดน้ำค้างกวาดมองฉินเส้าโหยวและคนอื่นๆ ปราดหนึ่ง
ทันใดนั้น พวกจูซิ่วไฉก็เหมือนโดนสูบวิญญาณ ชะงักค้างถือชามบะหมี่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
รอจนขบวนรถม้าแล่นห่างออกไป พวกเขาถึงเพิ่งได้สติ แล้วเริ่มพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น:
"แม่นางน้อยคนนั้นช่างงดงามเสียจริง!"
"นั่นสตรีจากจวนไหนกัน ทำไมเมื่อก่อนไม่เคยเห็นหน้าเลยล่ะ?"
"เมื่อกี้แอบมองข้าอยู่ใช่ไหม? นางต้องกำลังมองข้าอยู่แน่ๆ!"
"ถุย ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้างเถอะ หน้าตาอย่างเจ้าน่ะ แม่นางน้อยจะมามองหาพระแสงอะไร? ไม่โดนเจ้าทำเอาตกใจร้องไห้ก็บุญแล้ว! นางมองข้าต่างหากเล่า!"
ฉินเส้าโหยวไม่ได้เข้าร่วมวงสนทนากับลูกน้อง เขาขมวดคิ้ว สีหน้าดูพิลึกพิลั่น
ตอนที่เห็นแม่นางน้อยในรถม้าเมื่อครู่ แม้เขาจะรู้สึกตกตะลึงในความงาม แต่ขณะเดียวกันกลับมีความคิดประหลาดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว
เขาดันรู้สึกว่า... แม่นางคนนี้น่าจะอร่อยดีแฮะ!
นี่สมองเขามีปัญหา หรือว่าแม่นางคนสวยในรถม้ามีอะไรผิดปกติกันแน่?