เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 86 ตรอกฉิงอี

บทที่ 86 ตรอกฉิงอี

บทที่ 86 ตรอกฉิงอี


เสียงเคาะปประตูดังขึ้นจากนอกเรือน ซูเล่อหยุนยกมือขึ้นกุมศีรษะเพียงเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆรู้สึกตัวกลับมาชัดเจน

จางมามากำลังจะนำผ้าห่มมาคลุมให้นาง แต่เมื่อเห็นซูเล่อหยุนตื่นแล้ว จึงกล่าวว่า

“คุณหนูเจ้าคะ ทำไมไม่ขึ้นเตียงพักผ่อนหน่อยล่ะเจ้าคะ ถึงเวลาค่อยให้ข้าน้อยเรียกท่าน”

“ไม่เป็นไร...” ซูเล่อหยุนส่ายศีรษะเล็กน้อย แล้วตบแก้มตัวเองเบาๆ ก่อนจะถามว่า “ท่านแม่กับพี่ชายอยู่ที่ไหน”

“ท่านโหวฟูเหรินหลับไปแล้วเจ้าค่ะ ส่วนคุณชายกลัวว่าตัวเองจะหลับ จึงออกไปฝึกดาบข้างนอก”

“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะออกไปดูพี่ชายสักหน่อย”

ซูเล่อหยุนลุกขึ้นยืนและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

หิมะเริ่มโปรยปรายอีกครั้งเมื่อนางออกมาจากเรือน

ในลานบ้าน ซูเยี่ยกำลังจับดาบยาวและกวัดแกว่งอย่างอิสระ ใต้แสงจันทร์ ดาบที่ส่องแสงแวววาวนั้นราวกับว่ามันรวมเข้ากับแสงจันทร์

เมื่อซูเยี่ยเห็นซูเล่อหยุน เขาหยุดข้อมือ ทำให้ดาบเล่มยาวนั้นพริ้วผ่านอากาศและกลับเข้าสู่ฝัก

“ทำไมเจ้าถึงออกมาข้างนอกล่ะ”

“ในเรือนมันสบายเกินไป ข้ากลัวว่าจะเผลอหลับไป” ซูเล่อหยุนยิ้มเดินเข้ามาใกล้และยื่นมือสัมผัสฝักดาบ “พี่ชาย ดาบของพี่มีชื่อหรือไม่”

“นี่เป็นอาวุธชิ้นแรกที่ท่านตาของเรามอบให้ ข้าตั้งชื่อมันว่า ‘หลิวกวง’ (กระแสแสง)”

ซูเยี่ยยกดาบขึ้นพร้อมกับยืนตัวตรง ใบหน้าที่แสดงออกถึงความมุ่งมั่นและกล้าหาญของนายทหารหนุ่ม เผยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

ซูเล่อหยุนจ้องมองพี่ชายด้วยน้ำตาคลอเบ้า นางไม่ได้เห็นพี่ชายในสภาพที่มุ่งมั่นและสดใสเช่นนี้มานานแค่ไหนแล้ว

“หลิวกวง... ชื่อดีจริง ๆ…” ไม่บ่อยนักที่จะมีคนใช้ดาบลงสนามรบ

แต่ดาบหลิวกวงนี้อยู่เคียงข้างซูเยี่ยมาตั้งแต่เขายังเด็ก มันผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน

“ใครอยู่ตรงนั้น!”

ดวงตาของซูเยี่ยเป็นประกายแข็งกร้าว พร้อมยืนปกป้องซูเล่อหยุน

เงาร่างหนึ่งกระโดดข้ามกำแพงเข้ามา คุกเข่าข้างหนึ่งแล้วคำนับ “ข้าน้อยเป็นคนของท่านซุนเส่า คารวะคุณชาย คุณหนู”

ซูเยี่ยหยุดนิ่งชั่วครู่ “เจ้าเป็นคนของท่านตาหรือ”

“ใช่ขอรับ”

ซูเล่อหยุนนึกขึ้นได้ว่าเขาเป็นใคร จึงกล่าวขึ้นว่า “เจ้าคือคนที่ท่านตาส่งมาคอยดูแลท่านแม่ใช่หรือไม่”

“ใช่ขอรับ ข้าน้อยเพิ่งกลับมาจากตรอกฉิงอี”

ซูเล่อหยุนก้มหน้าลงเล็กน้อย พลางพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เข้ามาข้างในแล้วค่อยคุยกันเถอะ”

ทั้งสามคนเดินเข้ามาในเรือน แม่เฒ่าจางเห็นบ่าวคนหนึ่งเข้ามาก็สะดุ้ง แต่เมื่อรู้ว่าเขาเป็นใคร ก็โล่งใจลง

“คุณหนูเจ้าคะ ให้ข้าน้อยไปเรียกนายหญิงดีไหมเจ้าคะ”

“อืม” ซูเล่อหยุนพยักหน้าเบาๆ แม้นางจะไม่รู้ว่าตรอกฉิงอีเป็นที่ใด แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเขา นางก็พอจะเดาอะไรได้บ้าง

ตรอกฉิงอีนี้น่าจะเป็นสถานที่ที่ภรรยาน้อยของบิดาอาศัยอยู่

ไม่นาน ซูโหวฟูเหรินหรือซุนเจียงหรู ก็เดินเข้ามาโดยมีผ้าคลุมตัว และเมื่อเห็นผู้ดูแลลับ ความง่วงของนางก็หายไปทันที

“พบอะไรหรือไม่”

“เรียนท่านโหวฟูเหริน ข้าน้อยได้ติดตามท่านโหวมาหลายวันแล้ว วันนี้ท่านโหวได้ไปที่ตรอกฉิงอี” ผู็ดูแลสูดลมหายใจลึก

“ข้าน้อยเห็นท่านโหวเข้าไปในเรือนหลังหนึ่ง ที่นั่นนอกจากหญิงเจ้าของเรือนแล้ว ยังมีเด็กสองคนที่อายุพอๆ กับคุณชายและคุณหนู”

“เด็กสองคน” ซูโหวฟูเหรินถามด้วยสีหน้าตกใจ

“พวกเขาเรียกท่านโหวว่า…ท่านพ่อ”

“อายุพอๆกันหรือ”

คำพูดนั้นทำให้ซูโหวฟูเหรินตัวสั่น สีหน้าของนางซีดเผือด นางทรุดลงนั่งพิงเก้าอี้หายใจไม่ออก

“เขาปิดบังข้ามานานเพียงนี้!”

เลือดพุ่งออกจากปากของซูโหวฟูเหริน ซูเล่อหยุนรู้สึกว่าร่างกายของนางเย็นเฉียบ “ท่านแม่!”

นางรีบวิ่งเข้าไปหาและดึงถุงยาจากเอวออกมา หยิบเม็ดยาสีขาวสว่างออกมาและป้อนเข้าไปในปากของแม่ของตนอย่างรวดเร็ว

ซูเล่อหยุนยกข้อมือของท่านแม่ขึ้นและใช้นิ้วสองนิ้วกดลงไปที่ข้อมือ ตรวจฟังชีพจรอย่างตั้งใจ

“คุณหนู นายหญิงเป็นอะไรหรือเจ้าคะ”

แม่เฒ่าจางและแม่เฒ่าหลี่ต่างถามออกมาพร้อมกัน แม่เฒ่าหลี่มองการกระทำของซูเล่อหยุนอย่างแปลกใจ

คุณหนูรักษาได้ด้วยหรือ

ชีพจรที่เคยเต้นอย่างเร่งรีบและวุ่นวายค่อยๆ สงบลง

ใบหน้าที่เคยซีดเซียวของซุนเจียงหรูเริ่มกลับมามีสีเลือด นางแตะมือซูเล่อหยุนเบาๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า “หยุนเอ๋อร์... แม่ดีขึ้นมากแล้ว”

“ท่านไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” ซูเล่อหยุนพูดพร้อมสูดหายใจลึกๆ จนหัวใจของนางกลับมามาเป็นปกติ

“ท่านแม่โกรธจนเลือดขึ้นหน้าชั่วขณะ ยาที่ข้าให้ท่านกินจะช่วยปรับสมดุลเลือดลม ท่านกินเข้าไปก็ดีขึ้นแล้ว”

“คุณหนู ยานั่นมาจากไหนหรือเจ้าคะ แน่ใจหรือว่าไม่มีปัญหา”

ซูเล่อหยุนส่ายหัวเบา ๆ “ไม่ต้องกังวลหรอกเจ้าค่ะ ยานี้ข้าทำขึ้นมาเอง”

“คุณหนูทำยาเอง” แม่เฒ่าหลี่ตกใจและอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะถามต่อ “คุณหนู ท่านรู้วิธีรักษาหรือ”

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ใบหน้านี้ของคุณหนู ก็รักษาด้วยยาที่นางปรุงเอง” แม่เฒ่าจางพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

ทำให้แม่เฒ่าหลี่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างทั้งทึ่งและยิ้ม

“หยุนเอ๋อร์รู้วิธีรักษาจริงๆ ข้ายืนยันได้” ซูเยี่ยกล่าวเสริม ทำให้ความสงสัยที่เหลือของแม่เฒ่าหลี่หมดไป

ไม่เพียงเท่านั้น การที่คุณหนูเพิ่งช่วยนายหญิง ก็เป็นหลักฐานที่ชัดเจน

ซูเล่อหยุนรินน้ำใส่แก้วและส่งให้ท่านแม่เพื่อบ้วนเลือดที่ค้างอยู่ในปากออก

“ลูกแม่ ทำไมข้าไม่เคยรู้เลยว่า ลูกเรียนรู้วิธีรักษาด้วย” ซุนเจียงหรูถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ แล้วก็เหมือนนึกอะไรออก

“จริงด้วย ก่อนหน้านี้ลูกเคยบอกว่ากลิ่นนั้นคือพิษหงแดง แต่ข้าไม่สนใจเอง ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”

“งั้นนี่ไม่ได้ถือว่าข้าจงใจปิดบังท่านแม่ใช่ไหมเจ้าคะ”

“ใช่แล้ว ข้าไม่ได้คาดคิดเอง”  ซุนเจียงยิ้มอย่างสิ้นหวัง สายตาของนางหันไปที่ผู้ดูแลลับของตน ทำให้ร้อยยิ้มนั้นกลับหายไป

“เจ้าพอเห็นหน้าตาของคนทั้งสามคนนั้นไหม”

“ข้าน้อยไม่กล้าเข้าใกล้มากเกินไป เลยมองไม่ชัด แต่เห็นว่าท่านโหวเรียกหญิงคนนั้นว่า เหวินอี้เย่ว์ ขอรับ”

ผู้ดูแลมองซุนเจียงหรูอยู่ครู่หนึ่ง คล้ายว่าจะยังมีอะไรอยากพูดแต่ลังเลกลัวทำให้กระทบกระเทือนจิตใจของนายหญิง

ซุนเจียงหรูนวดขมับเบาๆ “มีอะไรอีกก็บอกมาให้หมดทีเดียวเลย”

“ข้าน้อยได้ยินว่าหญิงคนนั้นน่าจะ… ตั้งครรภ์ได้หนึ่งเดือนแล้วขอรับ”

คำพูดนั้นทำให้ทุกคนในห้องเงียบลงทันที

ซูเยี่ยโกรธจัดจนหน้าขึ้นสี แต่ไม่สามารถระบายอารมณ์ได้ เขาเพียงทุบโต๊ะดังสนั่น “เกินไปแล้ว!”

“ท่านโหวเขา...”

แม่เฒ่าจางและแม่เฒ่าหลี่มองตากันด้วยความหนาวเหน็บ ไม่เพียงแค่มีบุตรนอกสมรสสองคน แต่ยังมีอีกคนที่กำลังจะเกิด!

ท่านโหวกำลังทำลายหน้าตาของซุนตระกูลอย่างไม่เหลือชิ้นดี!

“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงรีบร้อนออกไปเช่นนั้น ที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้”

ซุนเจียงหรูไม่รู้ว่าเป็นเพราะยาที่กินเข้าไปหรือไม่ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของผู้ดูแล นางกลับไม่รู้สึกตกใจอะไรอีก ดูเหมือนว่าสิ่งที่ท่านโหวทำไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้นางประหลาดใจได้อีกแล้ว

แต่ซูเล่อหยุนกลับขมวดคิ้ว นางจำได้ชัดเจนว่าในชีวิตก่อนหน้านั้น ตอนที่หญิงสามคนนั้นเข้ามาในจวนซู หญิงคนนั้นไม่ได้ตั้งครรภ์และไม่ได้คลอดบุตรคนที่สาม

ทำไมครั้งนี้ถึงท้องล่ะ

หรือจะเป็นเพราะนางได้กลับมาเกิดใหม่ ทำให้บางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป

“เจ้าตรวจสอบประวัติของพวกเขาต่อไป เมื่อได้ข้อมูลแล้วมาบอกข้า ส่วนทางท่านพ่อ ข้าจะพูดกับเขาเอง เจ้าไม่ต้องรายงานไป”

“ขอรับ ข้าน้อยขอตัวลาไปก่อน”

ซุนเจียงหรูพยักหน้าเบาๆ จากนั้นผู้คุ้มกันลับออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วและหายลับไปในเงามืด

“ตรอกฉิงอี…” ซุนเจียงพึมพำถึงสถานที่นั้นและหันไปหาแม่เฒ่าหลี่ “เจ้าคิดว่าตรอกฉิงอีนั้นดูคุ้นๆ ไหม”

แม่เฒ่าหลี่ขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะอุทานขึ้นว่า

“ท่านหญิง ข้าน้อยนึกออกแล้ว! ในวันที่ท่านและท่านโหวแต่งงาน ของขวัญที่ส่งมา มีจดหมายฉบับหนึ่งส่งมาจากตรอกฉิงอีนั่นเอง!”

จบบทที่ บทที่ 86 ตรอกฉิงอี

คัดลอกลิงก์แล้ว