- หน้าแรก
- สกิลข้า ได้มาจากมอนสเตอร์
- บทที่ 43 สิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ที่อยู่ร่วมกัน
บทที่ 43 สิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ที่อยู่ร่วมกัน
บทที่ 43 สิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ที่อยู่ร่วมกัน
บทที่ 43 สิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ที่อยู่ร่วมกัน
เรื่องนี้ทำให้ไรอันเกิดความระแวงขึ้นมาทันที
หัวหน้าคนงานคนนี้มีปัญหาแน่ๆ
แต่ว่า... เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามนุษย์จะสมรู้ร่วมคิดกับพวกโคโบลด์ได้
ชั่วขณะหนึ่ง ไรอันก็คิดหาเหตุผลไม่ออก
"รอยเท้าโคโบลด์ แถมยังค่อนข้างใหม่ด้วย" ทันใดนั้น ฟาเบียนที่เดินนำหน้าก็ย่อตัวลง ใช้คบเพลิงส่องดูรอยเท้าเล็กๆ บนพื้นดินชื้นแฉะ
"มีรอยเท้ามนุษย์ปนอยู่ด้วย"
"เดี๋ยว ข้างหน้ามีกับดัก" จู่ๆ ฟาเบียนก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุด
เขาปักคบเพลิงลงบนพื้น แล้วค่อยๆ ขยับก้อนหินที่วางซ้อนกันอยู่อย่างระมัดระวัง
มีเส้นด้ายเส้นเล็กๆ โยงจากก้อนหินไปยังผนังถ้ำด้านหนึ่ง ตรงรอยแยกของผนังมีกระดิ่งอันหนึ่งวางซ่อนอยู่
และหากไล่ตามเส้นด้ายขึ้นไป จะเห็นขวดแก้วบรรจุของเหลวสีดำถูกยึดติดไว้ที่เพดานถ้ำ
"ขวดพิษ ถ้าไปแตะโดนเข้า กระดิ่งจะดัง แล้วขวดพิษก็จะเทราดลงมา"
"ถึงจะไม่รุนแรงจนถึงตาย แต่ก็ทำให้บาดเจ็บได้ แถมเสียงกระดิ่งยังจะไปเตือนพวกโคโบลด์ข้างในอีก" ฟาเบียนอธิบายพลางลงมือปลดชนวนกับดักอย่างคล่องแคล่ว
ไรอันมองดูภาพตรงหน้าแล้วเกิดความคิดบางอย่าง
ภายใต้แสงคบเพลิง ด้วยวิสัยทัศน์แสงน้อยที่เขามี ทำให้เขามองเห็นเส้นด้ายเส้นนั้นแทบจะพร้อมๆ กับฟาเบียน
แม้ว่าในแง่ของพลังการต่อสู้รายตัว โคโบลด์กับก๊อบลินจะไม่ต่างกันมากนัก แต่สติปัญญาของโคโบลด์นั้นเหนือกว่าก๊อบลิน เห็นได้ชัดจากการวางกับดักที่แยบยลตรงหน้านี้
"เรียบร้อย"
ไม่นาน ฟาเบียนก็ปลดกับดักสำเร็จ
แถมเขายังเก็บขวดพิษขวดใหญ่นั้นติดตัวไปด้วย
หลังจากเดินต่ออย่างระมัดระวังไปอีกไม่กี่นาที และหลังจากที่ฟาเบียนปลดกับดักไปอีกหนึ่งชุด พวกเขาก็มาถึงทางแยก
"ทางสามแพร่งแฮะ ไปทางไหนดี?" คริสเอ่ยถาม แต่สายตากลับจับจ้องไปที่ไรอัน
เลอาแปลกใจกับปฏิกิริยานี้พอสมควร
งานนำทางแบบนี้ ทำไมคริสถึงไม่ถามฟาเบียน
แต่พอเลอาหันไปมองฟาเบียน ก็เห็นฟาเบียนทำหน้าจริงจังมองไปที่ไรอันเหมือนกัน
นั่นยิ่งทำให้เลอาสงสัยหนักเข้าไปอีก
ความจริงเป็นเพราะเธอไม่ได้เข้าไปในถ้ำค้างคาวดูดเลือดขนาดยักษ์ จึงไม่เห็นตอนที่ไรอันตัดสินใจเลือกเส้นทางในถ้ำ
"กลิ่นอายของโคโบลด์ทางด้านนี้เข้มข้นกว่าทางอื่นชัดเจน น่าจะเป็นแหล่งกักดานหลัก ส่วนอีกสองทางกลิ่นจางกว่ามาก" ไรอันชี้ไปที่อุโมงค์ทางขวาสุด
"หืม?" เลอาเบิกตากว้าง มองสำรวจไรอันตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่รู้จะพูดอะไรดี
คราวก่อนบนรถม้าหลังจากจัดการมนุษย์หมูป่า แม้ไรอันจะได้กลิ่นตัวเธอ...
แต่เลอาก็คิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญมาตลอด
แต่ครั้งนี้ มันต่างจากตอนที่คริสเล่าเรื่องหน้าถ้ำค้างคาวอย่างใส่สีตีไข่
ตอนนี้ เหตุการณ์จริงเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ความรู้สึกที่เลอาได้รับจึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
มนุษย์จะมีจมูกไวขนาดนี้ได้ยังไง?
เหลือเชื่อจริงๆ
อีกอย่าง เลอาอยากจะถามไรอันจริงๆ ว่าตกลงเขาคิดจะยึดอาชีพสายไหนกันแน่?
เป็นนักเวทย์ฝึกหัด แต่ทักษะการสำรวจและนำทางกลับเก่งกว่าฟาเบียนเสียอีก
ความสามารถในการรับดาเมจก็เหนือกว่าคริส
ความคล่องตัวก็ยังเหนือกว่าแกรนท์...
"หัวหน้า?" ไรอันเห็นเลอาจ้องเขาตาค้าง จึงโบกมือผ่านหน้าเธอเบาๆ
"อ้อ ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ"
เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องปะทะกับฝูงโคโบลด์ในระยะประชิด เลอาจึงปรับขบวนให้ฟาเบียนที่สวมเกราะหนังไปอยู่ตรงกลาง
ส่วนไรอันเดินนำหน้า ตามด้วยคริส
แกรนท์ที่ถือโล่เหมือนกันรั้งท้ายขบวน
พลังป้องกันของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าคริส การให้เขาอยู่ท้ายสุดก็เพื่อป้องกันการลอบโจมตีจากด้านหลัง
ทันใดนั้น จมูกของไรอันก็ขยับเล็กน้อย กลิ่นสาบสางของโคโบลด์ที่เขาได้กลิ่นเริ่มเข้มข้นและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ
ขณะเดียวกัน เขาก็ได้ยินเสียงขุดเจาะดังก๊อกแก๊กแว่วมาจากอุโมงค์ลึกที่มืดมิดและยาวไกลข้างหน้า
ด้วยจมูกไวระดับ 2 จากมนุษย์หมูป่านักรบ และหูทิพย์จากจ่าฝูงค้างคาวดูดเลือดขนาดยักษ์ ทำให้ไรอันรับรู้ถึงศัตรูที่อยู่ข้างหน้าได้ก่อนใครเพื่อน
เขาชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย พร้อมกับอ้าปากน้อยๆ
คลื่นเสียงความถี่สูงที่หูมนุษย์ไม่ได้ยิน ถูกส่งออกไปราวกับคลื่นที่มองไม่เห็น พุ่งตรงไปยังอุโมงค์ข้างหน้าอย่างรวดเร็ว นี่คือทักษะของค้างคาวดูดเลือด — ระบุตำแหน่งด้วยเสียงสะท้อน ระดับ 1
ในสมองของไรอันเริ่มสร้างภาพจำลองภูมิประเทศของอุโมงค์ลึกเบื้องหน้า โดยอาศัยคลื่นเสียงความถี่สูงที่สะท้อนกลับมาอย่างต่อเนื่อง
"เอ๊ะ? ข้างหน้าเป็นโถงถ้ำใต้ดินที่ค่อนข้างกว้าง?" ไรอันครุ่นคิดในใจ
ตอนนี้ หลังจากได้รับสัญญาณเสียงสะท้อนกลับมา เขาก็สามารถร่างภาพสามมิติคร่าวๆ ของพื้นที่ข้างหน้าได้แล้ว
ห่างออกไปประมาณสามสิบเมตร การสะท้อนของคลื่นเสียงเริ่มสับสนและซ้อนทับกัน น่าจะเป็นโถงกว้างพอสมควร
และจากจุดที่คลื่นเสียงหายไปเหมือนหลุมดำ น่าจะมีอุโมงค์ที่ลึกลงไปใต้ดินอีกต่อจากโถงนั้น
ส่วนสัญญาณสะท้อนที่เป็นสิ่งมีชีวิตแยกเป็นตัวๆ นับรวมได้ทั้งหมด—
หนึ่งตัว
สองตัว
......
สิบเอ็ดตัว.......
"เอ๊ะ ทำไมสามตัวนี้ถึงอยู่บนเพดานโถง?" ไรอันประหลาดใจ
แต่ดูจากขนาดตัวแล้ว ดูเหมือนจะไม่ใหญ่ไปกว่าโคโบลด์ทั่วไปเท่าไหร่
นี่มันคือ.......
หลังจากคิดวิเคราะห์ครู่หนึ่ง ไรอันก็รีบหันไปบอกทุกคนข้างหลังว่า:
"พวกโคโบลด์อยู่ข้างหน้า ห่างออกไปประมาณสามสิบเมตร มีโถงถ้ำใต้ดินอยู่ ดูเหมือนจะเป็นจุดพักและจุดเปลี่ยนถ่ายรถรางของคนงานเหมืองเมื่อก่อน"
ได้ยินดังนั้น ทุกคนต่างมองไรอันด้วยสีหน้าแปลกๆ
ถ้าจะบอกว่าจมูกไว ได้กลิ่นเหม็นสาบของโคโบลด์ล่วงหน้าก็พอเข้าใจได้
แต่ดมกลิ่นแล้วรู้ถึงขนาดว่าข้างหน้ามีโถงถ้ำใต้ดินเนี่ยนะ?
นี่มันจะ.......
"อืม สมกับเป็นนักเวทย์ฝึกหัดจริงๆ" เลอายิ้มกว้างออกมา
พอได้ยินเลอาพูดแบบนั้น คริสกับฟาเบียนถึงทำหน้าบางอ้อ
พอนึกถึงสถานะนักเวทย์ฝึกหัดของไรอัน เรื่องแปลกประหลาดบางอย่างก็พอจะอธิบายได้
ไรอันนี่เจ้าเล่ห์จริง เห็นชัดๆ ว่าใช้เวทมนตร์ตรวจสอบ แต่ดันมาหลอกพวกเขาว่าใช้จมูกดม
แต่ในเมื่อไรอันไม่อยากเปิดเผยเรื่องเวทมนตร์นี้ พวกเขาก็รู้มารยาทดีพอที่จะไม่ซักไซ้
เพราะทุกคนต่างก็มีความลับของตัวเองกันทั้งนั้น
"จริงสิ พวกเจ้ารู้จักมอนสเตอร์อะไรที่บินได้ แล้วชอบอยู่รวมกับพวกโคโบลด์บ้างไหม?" ไรอันโยนคำถามที่เขายังหาคำตอบไม่ได้ออกมา
แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วมอนสเตอร์มักจะเป็นไปตามกฎที่ว่า พลังการต่อสู้มักแปรผันตรงกับขนาดตัว แต่มันก็ไม่ใช่กฎตายตัวเสมอไป
เกิดเจ้าพวกตัวประหลาดที่เกาะอยู่บนเพดานโถงนั่นมีความสามารถพิเศษอะไรขึ้นมาล่ะ?
"มอนสเตอร์บินได้ที่ชอบอยู่รวมกับโคโบลด์?"
คำถามของไรอันดึงดูดความสนใจของคนอื่นๆ ทันที