- หน้าแรก
- เกมจิ๊กซอว์วันสิ้นโลกกับระบบคำใบ้สุดกวน
- บทที่ 69 การซื้อตัวของกองกำลังรักษาการณ์
บทที่ 69 การซื้อตัวของกองกำลังรักษาการณ์
บทที่ 69 การซื้อตัวของกองกำลังรักษาการณ์
"เป็นไปไม่ได้... ไม่มีใครขยับตัวได้เมื่อโดนพรสวรรค์สองอย่างนี้โจมตีพร้อมกัน!"
ผลสะท้อนกลับจากยาระงับประสาท ทำให้ชายร่างยักษ์มีอารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรง
อู่จิ่วพูดขึ้นว่า:
"เมื่อสองปีก่อนที่ฉันจะมารับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยเจ็ด ยอดฝีมือระดับแกนนำของทั้งกองกำลังสำรวจและกองกำลังรักษาการณ์ ต่างก็พากันหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย"
ชายร่างยักษ์ซัดหมัดเข้าใส่อีกครั้ง คราวนี้อู่จิ่วไม่ได้ขยับตัวหลบเพียงเล็กน้อยเหมือนก่อนหน้านี้ แต่พุ่งไปโผล่อยู่ด้านหลังของชายร่างยักษ์เลย
การเคลื่อนไหวที่กว้างขึ้นในครั้งนี้ ทำให้ร่างของอู่จิ่วดูเหมือนหายตัวไปในพริบตา
น้ำเสียงของเขาล่องลอยราวกับไร้ตัวตน:
"แต่ต่อมาพวกเราก็สืบรู้ว่า พวกนายอาจจะไปอยู่ที่ชั้นสี่ ในองค์กรที่ชื่อว่า 'สมาคมเทวะหอคอย'"
ภายใต้วิกฤตการณ์วันสิ้นโลก ความหวาดกลัวไม่ได้กัดกินแค่จิตใจของคนยากจนในชั้นล่างเท่านั้น แม้แต่พวกชนชั้นสูงและผู้บริหาร ก็ยังมีความรู้สึกถึงอันตรายและความหวาดกลัวซ่อนอยู่เช่นกัน
ในเวลานี้เอง ก็มีคนก่อตั้งลัทธิขึ้นมา โดยพยายามใช้พลังแห่งความเชื่อเพื่อปลอบประโลมความหวาดกลัว และควบคุมคนชั้นสูงบางส่วนเอาไว้
สมาคมเทวะหอคอย ถือเป็นองค์กรที่ทั้งลึกลับและมีชื่อเสียงในชั้นสี่ พวกเขามีความเชื่อว่าที่ชั้นหกมีเทพเจ้าคอยคุ้มครองมนุษยชาติอยู่ และด้วยปาฏิหาริย์ต่างๆ ที่ประธานสมาคมแสดงให้เห็น ก็ทำให้ผู้คนหลงเชื่อในคำพูดที่ดูเกินจริงเหล่านี้
หลายคนเคยได้ยินชื่อเสียงของสมาคมนี้ และรู้ว่าพวกเขารวบรวมยอดฝีมือเอาไว้มากมาย แต่ข้อมูลที่เจาะลึกลงไปกว่านั้น กลับไม่มีใครรู้เลย
สมาคมเทวะหอคอยมีสมาชิกกี่คน? มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งแค่ไหน? มีอิทธิพลกว้างขวางเพียงใด? มียอดฝีมือระดับไหนอยู่บ้าง และใครคือประธานสมาคม ทุกอย่างล้วนเป็นปริศนา
"ประธานของพวกนายเป็นคนสั่งให้มาฆ่าฉันงั้นเหรอ?"
"ตายซะ!"
ชายร่างยักษ์ยิ่งมีอารมณ์พลุ่งพล่านมากขึ้น อู่จิ่วถอนหายใจ ร่างของเขายิ่งเคลื่อนไหวได้รวดเร็วจนมองตามไม่ทัน
ผลของสายตาจ้องเขม็งอันชั่วร้ายและแรงโน้มถ่วงมายา ดูเหมือนจะถูกลบล้างไปจนหมดแล้ว
"นายเคยเป็นยอดฝีมือของกองกำลังสำรวจ ฉันจะไว้ชีวิตนายก็แล้วกัน"
"เป็นไปไม่ได้... ทำไมแกถึงยังขยับตัวได้อีก?"
ในที่สุดชายร่างยักษ์ก็ตระหนักถึงความเร็วอันน่าสะพรึงกลัวของอู่จิ่ว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสนงุนงง
อู่จิ่วพูดด้วยน้ำเสียงถ่อมตนว่า:
"รุ่นพี่ พรสวรรค์ของนายเป็นดาวข่มของฉันจริงๆ นั่นแหละ ก็เหมือนกับน้ำที่ดับไฟได้นั่นแหละ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า น้ำแค่แก้วเดียว จะสามารถดับไฟป่าที่กำลังลุกลามได้หรอกนะ"
ภายในร่างของอู่จิ่ว ยังมีพรสวรรค์ลำดับอันทรงพลังซ่อนอยู่อีกอย่างหนึ่งจริงๆ มันตื่นขึ้นมาในระหว่างการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดตลอดตลอดยี่สิบสี่วัน
ในการทะลวงขีดจำกัดครั้งนั้น เขาได้เผชิญหน้ากับผู้ร่วงหล่นที่แข็งแกร่งจนยากจะต่อกร ผู้ร่วงหล่นตัวนั้นสามารถฆ่าเขาได้อย่างง่ายดาย แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้ทำ
อู่จิ่วถูกทรมานอยู่นานถึงหกวันเต็ม ก่อนที่ผู้ร่วงหล่นตัวนั้นจะจากไป แต่ในช่วงหกวันแรก อู่จิ่วก็ยังไม่สามารถปลุกพรสวรรค์ลำดับที่สองขึ้นมาได้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ร่วงหล่นตัวนั้น เขาก็ถือว่าพ่ายแพ้อย่างหมดรูป
ในการต่อสู้หลังจากนั้น เขาก็ไม่เคยเจอศัตรูที่ต้องงัดพรสวรรค์ลำดับนั้นออกมาใช้อีกเลย
ผู้ร่วงหล่นที่เคยทรมานเขาตัวนั้น คู่ควรให้เขาทุ่มเทกำลังทั้งหมดเข้าสู้ด้วยจริงๆ
แต่โลกภายนอกหอคอยช่างกว้างใหญ่ไพศาล อู่จิ่วถึงขั้นคิดว่า ชาตินี้เขาคงไม่มีโอกาสได้เจอผู้ร่วงหล่นตัวนั้นอีกแล้ว
ส่วนเคล็ดลับในการเอาชนะอดีตหัวหน้าหน่วยกองกำลังสำรวจคนนี้ ก็คือการเลื่อนขั้นพรสวรรค์ลำดับนั่นเอง
ในตารางพรสวรรค์ลำดับ พรสวรรค์บางอย่างจะมีผลลัพธ์จากการเลื่อนขั้นซ่อนอยู่
ไป๋อู้ก็เคยเห็นว่าดวงตาของเพลเยอร์มีผลลัพธ์จากการเลื่อนขั้นเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์นั้นแสดงเป็นเครื่องหมายคำถาม
อันที่จริงแล้ว ผลลัพธ์จากการเลื่อนขั้นของพรสวรรค์ส่วนใหญ่ ก็มักจะแสดงเป็นเครื่องหมายคำถามทั้งนั้นแหละ
เพราะการจะเข้าสู่สถานะเลื่อนขั้นได้ จำเป็นต้องพึ่งพาทั้งโชคชะตาและพื้นฐานความแข็งแกร่ง
พรสวรรค์ลำดับที่ 256: เงามายา ผลลัพธ์จากการเลื่อนขั้น: เพิ่มความต้านทานต่อสถานะลดความเร็ว 80%
เชื่องช้า, กลายเป็นหิน, แรงโน้มถ่วงสูง, กล้ามเนื้ออ่อนแรง...
สถานะเหล่านี้ที่ควรจะได้รับ อู่จิ่วก็จะได้รับมันทั้งหมด แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการลดความเร็ว เขาจะมีความต้านทานที่สูงลิ่ว
ประกายดาบเย็นเฉียบสว่างวาบขึ้นกลางอากาศหลายสาย แม้แต่หลินอู๋โหรวก็ยังมองไม่ทันเลยว่าเกิดอะไรขึ้น
ชายร่างยักษ์ก็ล้มคุกเข่าลงกับพื้นเสียแล้ว
อู่จิ่วชี้ปลายดาบไปที่ชายร่างยักษ์ พร้อมกับพูดว่า:
"นายมีพรสวรรค์ถึงสามลำดับ แถมยังมีพละกำลังมหาศาล ดูจากความเร็วและพละกำลังของนายแล้ว พลังแฝงน่าจะใกล้ระดับหกแล้วล่ะ ถือว่าเป็นยอดฝีมือที่หาตัวจับยากจริงๆ น่าเสียดายที่ต้องมาทำงานรับใช้องค์กรต้มตุ๋นอย่างสมาคมเทวะหอคอยแบบนี้"
"ไอ้เตี้ย แกจะไปรู้อะไร! ท่านประธานคือบุตรแห่งพระเจ้าที่จุติลงมาเกิดบนโลกมนุษย์ แกมีสิทธิ์อะไรมาวิพากษ์วิจารณ์ท่าน!"
ชายร่างยักษ์ระเบิดพลังพุ่งเข้าใส่ พร้อมกับรัวหมัดเข้าใส่อากาศอีกชุดใหญ่
อู่จิ่วส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะใช้สันดาป "ผู้ร่วงหล่นต้องตาย" ฟาดเข้าใส่ชายร่างยักษ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนอีกฝ่ายสลบเหมือดไปในที่สุด
ในขณะที่อู่จิ่วถูกลอบโจมตี ไป๋อู้เองก็กำลังถูกสะกดรอยตามอยู่เช่นกัน
แต่ไป๋อู้ไม่ได้สนใจ เขาเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยๆ จนมาถึงบาร์แห่งหนึ่งที่ชื่อว่า "โรแมนติกสีน้ำเงิน"
การจะสวมบทบาทเป็นเฒ่าหัวงู (LSP) ก็ต้องไปเยือนสถานที่แบบนี้แหละถูกแล้ว แต่คนชั้นสามไม่เหมือนคนชั้นล่างที่ชอบทำอะไรประเจิดประเจ้อ
บางสถานที่ ภายนอกอาจจะดูเหมือนบาร์ หรือร้านสระผม ร้านนวดเท้า แต่จริงๆ แล้วข้างในคือศูนย์วิจัยภารกิจสูงสุดของมวลมนุษยชาติ (ซ่อง) ต่างหากล่ะ
แน่นอนว่าในชาติก่อน ไป๋อู้สนใจแต่เรื่องคดีอาชญากรรม เขาไม่มีสัญชาตญาณในการตามหาสถานที่แบบนี้หรอกนะ
เขาก็แค่อาศัยข้อมูลจากหมายเหตุ เพื่อยืนยันว่าสถานที่พวกนี้มีบริการพิเศษแอบแฝงอยู่หรือเปล่าก็เท่านั้นเอง
【เรื่องกินเหล้าน่ะเหรอ ไม่มีทางหรอก ชาตินี้ก็ไม่อยากกินเหล้า สูบบุหรี่ดัดผมก็ทำไม่เป็น มีแค่พี่สาวสวยๆ ในบาร์เท่านั้นแหละ ที่ทำให้ฉันมีความสุขได้ ความรู้สึกที่ได้อยู่ในบาร์นี้ มันดีกว่าอยู่บ้านตั้งเยอะ พี่สาวในนี้ทั้งเก่งทั้งร่าน โคตรชอบที่นี่เลย】
ไป๋อู้หาที่นั่งได้ในเวลาอันรวดเร็ว กลางวันแสกๆ แบบนี้คนมาเที่ยวบาร์ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่
พนักงานในธุรกิจบริการส่วนใหญ่มักจะชอบดูถูกคน ก็เหมือนเวลาคุณแต่งตัวซอมซ่อเดินเข้าไปในร้าน พนักงานขายก็จะไม่ส่งยิ้มหวานต้อนรับหรอก แต่จะพูดสวนกลับมาว่า: ไม่ซื้อก็อย่าจับ
ตัวอักษร "รอง" ตัวเบ้อเริ่มบนเสื้อของไป๋อู้ ทำให้ผู้จัดการร้านรู้สึกขัดหูขัดตา
แต่พอไป๋อู้ควักธนบัตรใบละพันเงินหอคอยออกมาสิบกว่าใบ ผู้จัดการก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มแจ่มใสทันที
หลังจากนั้น ไป๋อู้ก็ถูกขนาบข้างด้วยสาวเอ็นเตอร์เทนที่แต่งตัวเซ็กซี่ยั่วยวนสองคน ซึ่งมาจากชั้นสอง เขานั่งดื่มเหล้าสบายอารมณ์ โอบเอวสาวสวยเพลิดเพลินเจริญใจ ในสถานที่ที่ตกแต่งคล้ายกับ "บาร์ลูบคลำ" ในชาติก่อนของเขา รอคอยให้คนของกองกำลังรักษาการณ์มาหา
ภายในโรงพยาบาลจิตเวชถูกจับตาดูอยู่ตลอดเวลา จุดประสงค์ของการจับตาดู ก็เพื่อควบคุมสถานการณ์ของคนไข้ และเพื่อให้แน่ใจว่าการสืบสวนของกองกำลังสำรวจอยู่ในสายตาตลอด
ข้อหลังนี้สำคัญมาก แน่นอนว่ากองกำลังรักษาการณ์หอคอยย่อมไม่อยากให้กองกำลังสำรวจหาเบาะแสของเยี่ยนจิ่วเจอก่อน
แต่หน้าใหม่ของกองกำลังสำรวจคนนี้ กลับเป็นตัวแปรที่ไม่แน่นอนมาตั้งแต่ต้น ยังดีที่คนช่างสังเกตสักหน่อยก็จะดูออก ว่าหมอนี่มันเป็นพวกบ้ากาม
การปิดกั้นเบาะแส ถือเป็นหมากตาหนึ่งที่ใช้เล่นงานกองกำลังสำรวจ แต่วิธีที่ดีกว่านั้น ก็คือการซื้อตัวคนสืบคดีต่างหากล่ะ
ไม่นานนัก ไป๋อู้ก็รอจนคนของกองกำลังรักษาการณ์ที่ถูกส่งมา "เจรจา" ปรากฏตัว
ไป๋อู้ยอมรับเลยว่า คนที่ถูกส่งมาเจรจากับเขานั้น หน้าตาดีกว่าเขาเสียอีก
ถึงขนาดให้ความรู้สึกถึง "แสงอรุณแห่งหอคอย" เลยทีเดียว และที่ด้านหลังของผู้ชายคนนี้ ก็มีผู้หญิงสวมหมวกของกองกำลังรักษาการณ์หอคอยยืนก้มหน้าอยู่คนหนึ่ง
"สวัสดี ฉันชื่อหมิงเช่อ"
"พวกคุณคือ...?" ไป๋อู้แกล้งทำเป็นไม่รู้จัก
แต่ข้อมูลที่ดวงตาของเพลเยอร์ให้มา กลับทำให้ไป๋อู้ประหลาดใจเล็กน้อย คนที่มาไม่ใช่ย่อยเลยนะเนี่ย
【หัวหน้าหน่วยสามของกองกำลังรักษาการณ์หอคอย ได้รับฉายาว่าเป็นคุณชายผู้สูงส่งแห่งกองกำลังรักษาการณ์ เป็นคนที่ทำธุรกิจเก่งที่สุดในกองกำลังรักษาการณ์ แต่หมอนี่มันก็ไม่ต่างอะไรกับโจรเฉาเชา (โจโฉ) หรอกนะ ชอบภรรยาชาวบ้านเป็นที่สุด】
"ผมหมิงเช่อ หัวหน้าหน่วยสามของกองกำลังรักษาการณ์หอคอย คุณไป๋ครับ ผมอยากจะคุยกับคุณเรื่องการย้ายมาอยู่กับกองกำลังรักษาการณ์ของเราหน่อยน่ะครับ"
หมิงเช่อเข้าประเด็นทันที รอยยิ้มของเขาทำให้คนรู้สึกเป็นมิตรอย่างไม่รู้ตัว
ทำงานไวดีแฮะ รู้ตัวตนของฉันเร็วขนาดนี้เลย ไป๋อู้หัวเราะเบาๆ :
"พวกเราต่างคนต่างก็มีนายของตัวเอง ไม่มีอะไรต้องคุยกันหรอกครับ"
"น้องไป๋พูดแบบนี้ก็ห่างเหินเกินไปแล้วนะ พวกเราคนนึงดูแลภายนอก คนนึงดูแลภายใน ก็ทำงานรับใช้หอคอยด้วยกันทั้งนั้น จะเรียกว่าต่างคนต่างมีนายได้ยังไงล่ะ? แต่ระหว่างกองกำลังรักษาการณ์กับกองกำลังสำรวจ ก็มักจะมีความเข้าใจผิดกันอยู่บ่อยๆ เพื่อเป็นการลบล้างความเข้าใจผิดนั้น ผมก็เลยเตรียมของขวัญมาให้ด้วย"
หมิงเช่อตบมือเบาๆ ในตอนนั้นเอง ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างหลังหมิงเช่อก็ถอดหมวกออก แล้วเงยหน้าขึ้นมา เผยให้เห็นใบหน้าที่สวยงามจนแม้แต่ไป๋อู้ก็ยังต้องแกล้งทำเป็นตะลึง
และ... หน้าอกหน้าใจที่ใหญ่ทะลักล้น จนไป๋อู้ถึงกับตาค้าง:
"หัวหน้าครับ ขอโทษด้วยนะครับ ผมก็อยากจะเกลียดกองกำลังรักษาการณ์เหมือนกัน แต่ข้อเสนอที่พวกเขายื่นมา มันใหญ่โตเกินห้ามใจจริงๆ ครับ"
(จบบท)