- หน้าแรก
- เกมจิ๊กซอว์วันสิ้นโลกกับระบบคำใบ้สุดกวน
- บทที่ 56 ปรสิตความแค้น
บทที่ 56 ปรสิตความแค้น
บทที่ 56 ปรสิตความแค้น
สัตว์ต่างๆ ในสวนสัตว์ต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเอง หลังจากมีร่างกายที่เป็นเครื่องจักรแล้ว สติปัญญาของพวกมันก็พัฒนาขึ้นเล็กน้อย
ถึงแม้จะยังเทียบมนุษย์ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แต่พวกมันก็เริ่มมี "การรวมกลุ่ม" กันแล้ว
ในตอนที่ไป๋อู้ตัดสินใจจะเดินเข้าไปดูซากของสัตว์กินพืชทั้งสองตัวนั้น จู่ๆ ก็มีลิงกอริลลาโผล่มาอีกตัว
ทั่วทั้งร่างของมันถูกห่อหุ้มด้วยเปลือกโลหะประหลาดสีเขียวเข้ม แต่ก็ยังคงมองเห็นมัดกล้ามเนื้ออันน่าเกรงขามได้อย่างชัดเจน
กอริลลาตัวนี้ดูเหมือนจะรับบทเป็นหน่วยกู้ภัย หลังจากที่ฮัสกียักษ์อาละวาดผ่านไป มันก็ออกมาตามหาผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกเหยียบจนแหลกเหลว
ภาพเหตุการณ์ต่อจากนั้น ทำเอาไป๋อู้ตื่นตะลึงจนตาค้าง
เขาต้องพยายามห้ามสิงโตที่ทำท่าจะพุ่งเข้าไปขย้ำกอริลลาเอาไว้ เพื่อดูเหตุการณ์ทั้งหมดจนจบ
และในขณะเดียวกัน ภาพเหล่านี้ก็ถูกถ่ายทอดสดออกไปจนจบด้วย
ในระหว่างนั้น กอริลลาใช้ความเร็วอันเหลือเชื่อ ประกอบชิ้นส่วนร่างกายของแอนทิโลปและกวางเอลก์เข้าด้วยกันอย่างชำนาญ
มีประกายไฟแปลบปลาบสะท้อนออกมาจากดวงตาของมัน ราวกับว่ากำลังเชื่อมซากชิ้นส่วนเหล่านั้นด้วยไฟฟ้า หลังจากซ่อมแซมเสร็จ กอริลลาก็จัดการยัดแกนพลังงานกลับเข้าไป
แอนทิโลปกับกวางเอลก์ก็กลับมามีชีวิตชีวา กระโดดโลดเต้นได้อีกครั้ง
ในตอนนี้นี่เอง ที่ไป๋อู้เพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมถึงบอกว่าสิ่งมีชีวิตจักรกลนั้นตายยาก ขอแค่แกนพลังงานยังอยู่ ต่อให้ร่างกายจะแหลกสลายไปหมด แต่ถ้าประกอบกลับขึ้นมาใหม่ ก็ยังสามารถใช้งานได้เหมือนเดิม
แต่มันยังไม่จบแค่นั้น หลังจากกอริลลาส่งสัญญาณบางอย่าง แอนทิโลปก็วิ่งจากไป ส่วนกวางเอลก์ยังคงอยู่ ภาพเหตุการณ์ต่อจากนี้ มันชวนปวดตาเหลือเกิน
กอริลลาตัวนี้รับบทเป็นหน่วยกู้ภัยก็จริง แต่มันไม่ใช่องค์กรการกุศลหรอกนะ หลังจากทำเรื่องพวกนี้เสร็จ มันก็เริ่มลูบคลำกวางเอลก์
เป็นระยะๆ มันจะส่งเสียงคำรามด้วยความตื่นเต้น ราวกับเสียงหวูดเรือที่ดังกึกก้อง
การเคลื่อนไหวที่เดิมทีดูแห้งๆ ค่อยๆ เริ่มเปียกลื่นขึ้น เพราะพวกมันเริ่มมีอารมณ์ และเริ่มแลกเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นกัน
ถึงแม้ไป๋อู้จะเป็นคนนิ่งๆ มาตลอด แต่ก็อดอึ้งกับภาพตรงหน้าไม่ได้
เขาราวกับมองเห็นจุดจบของตัวเองลางๆ ...
เขารู้ดีว่าสิ่งมีชีวิตจักรกลยังคงรักษาสัญชาตญาณของสัตว์เอาไว้หลายอย่าง แต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะมีความต้องการทางเพศข้ามสายพันธุ์แบบนี้ด้วย
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังไลฟ์สดอยู่ ไป๋อู้ก็เริ่มลงมือ
เขาเคยดูหนังผู้ใหญ่มาก็เยอะ ทั้งญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป อเมริกา รัสเซีย หรือแม้แต่งานโฮมเมดในประเทศตัวเอง เขารู้ว่ามีบางคนชอบแนวสัตว์ประหลาดหรืออมนุษย์ แต่เพิ่งจะเคยดูหนังแนวเครื่องจักรก็คราวนี้แหละ
ยังดีนะที่ไอ้พวกนี้มันไม่มีท่อนล่าง ไม่อย่างนั้นภาพในหัวคงจะเป็น หอกเกลียวไทเทเนียมอัลลอยด์ แทงทะลวงเข้าช่องเสียบ USB อย่างรุนแรงอะไรทำนองนั้นสินะ?
ผลจากสถานะกระหายสงครามใกล้จะแสดงอาการแล้ว ไป๋อู้ไม่มีทางเลือก จำต้องเข้าไปขัดจังหวะพวกมัน
สิงโตพุ่งเข้าใส่จากระยะร้อยเมตรอย่างรวดเร็ว เสียงคำรามกัมปนาททำให้กอริลลากับกวางเอลก์ที่กำลังเปียกโชก เกิดอาการชอร์ตไปชั่วขณะ
จากนั้นสิงโตยักษ์ก็โชว์ความเหนือชั้น สังหารผู้ร่วงหล่นทั้งสองตัวลงอย่างรวดเร็ว
ผู้ร่วงหล่นระดับห้าปะทะระดับสาม ยิ่งอีกฝ่ายกำลังอยู่ในอาการมึนงงด้วยแล้ว การต่อสู้จึงจบลงอย่างรวดเร็ว
หลังจากจบเหตุการณ์แทรกซ้อนนี้ ไป๋อู้ก็เริ่มปูพรมค้นหาเป็นวงกว้าง เขาต้องหางานให้สิงโตทำ
ไม่งั้นอาจจะโดนพ่นน้ำมันหล่อลื่นใส่หน้าเอาได้
"เมื่อเทียบกับพื้นที่ก่อนหน้านี้ ในเมื่อสวนสัตว์ไม่มีมนุษย์รอดชีวิตอยู่เลย ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับฮัสกีตัวนั้น ก็ต้องซ่อนอยู่ตามจุดแวะพักต่างๆ แน่นอน"
ไม่ต้องใช้สมองคิดให้วุ่นวาย ไป๋อู้ก็รู้ว่าสิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือการวิ่งรอกค้นหาไปเรื่อยๆ
พอมีสิงโตยักษ์จักรกล ถึงแม้พื้นที่สวนสัตว์จะกว้างใหญ่กว่าพื้นที่ที่เขาเคยไปมามาก แต่ก็ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดๆ
ตลอดหกชั่วโมงต่อมา มีสองเรื่องที่ควรค่าแก่การพูดถึงสำหรับไป๋อู้
เรื่องแรก พลังแฝงของเขาทะลวงระดับแล้ว
ความรู้สึกสุดแสนจะลึกล้ำอย่างที่หวังซื่อเคยบอก เอาเข้าจริงๆ มันก็คือโจทย์ให้เลือกตอบนั่นแหละ พลังชีวิต, อัตราฟื้นฟูพลังชีวิต, ความเร็ว, พละกำลัง, การรับรู้
ในจิตใต้สำนึกจะมองเห็นลูกแก้วพลังงานห้าสีที่แตกต่างกัน เมื่อสัมผัสลูกแก้วสีใด ก็จะได้รับการอัปเกรดค่าสถานะในด้านนั้นๆ
แต่ไป๋อู้กลับไม่ได้สัมผัสถึงความรู้สึกสุดแสนจะลึกล้ำที่ว่านั่นเลย
ดวงตาของเพลเยอร์ทำให้ทุกอย่างดูชัดเจนและเป็นตัวเลขไปหมด ในจิตใต้สำนึกของเขาไม่มีแม้แต่ความผันผวนใดๆ มีเพียงแค่กล่องข้อความเด้งขึ้นมาเท่านั้น
【เลเวลอัป!】
【ยินดีด้วย นายอัปเลเวลแล้ว! ตอนนี้พละกำลังของนายมาถึงระดับสองขั้นสามแล้ว จากขยะที่มีพลังต่อสู้แค่สาม วิวัฒนาการมาเป็นขยะที่มีพลังต่อสู้ห้าแล้ว! แต่ก็อย่าเพิ่งท้อไปล่ะ เพราะในสายตาของคนในกองกำลังสำรวจ ความเร็วในการพัฒนาของนายก็ถือว่าเป็นสัตว์ประหลาดดีๆ นี่เอง ตอนนี้รีบบอกฉันมาเร็ว ว่านายอยากอัปค่าสถานะพิเศษด้านไหน มีโอกาสให้เลือกสองครั้งนะ】
สาเหตุที่ไม่ได้เป็นระดับสองขั้นหนึ่ง แต่เป็นระดับสองขั้นสาม ก็เป็นเพราะว่าอัตราตัวคูณของเวลาในแต่ละพื้นที่สีนั้นไม่เท่ากัน
การใช้เวลาในพื้นที่สีน้ำเงินสี่ชั่วโมง จะเทียบเท่ากับแปดชั่วโมงในพื้นที่สีขาว ไป๋อู้ก็เลยค้นพบความจริงข้อหนึ่ง
ถ้าหากเปลี่ยนจากพื้นที่สีขาวเข้าไปในพื้นที่สีน้ำเงินกลางคัน อัตราตัวคูณของเวลาก็จะไม่เปลี่ยนแปลง
ส่วนใหญ่แล้ว มีเพียงการเลือกเข้าพื้นที่สีน้ำเงินผ่านประตูทางออกของหอคอยตั้งแต่แรกเท่านั้น อัตราตัวคูณของเวลาถึงจะเปลี่ยนไป
พื้นที่สีม่วงก็เป็นสองเท่าของพื้นที่สีน้ำเงิน ส่วนพื้นที่สีแดง ที่ได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่ที่บิดเบี้ยวสุดๆ นั้น ก็เป็นสี่เท่าของพื้นที่สีม่วงเลยทีเดียว
ถึงแม้ไป๋อู้จะฝีมือดีและใจกล้าบ้าบิ่น แต่เขาก็ยังไม่คิดจะไปแตะต้องพื้นที่เหล่านั้นในเร็วๆ นี้หรอก
สำหรับค่าสถานะพิเศษสองพอยต์ที่ได้จากการทะลวงระดับ ในที่สุดไป๋อู้ก็เลือก อัตราฟื้นฟูพลังชีวิต และ พละกำลัง
การมีดวงตาของเพลเยอร์ บวกกับคุณสมบัติของร่างกายที่ไร้อารมณ์เชิงลบจนแทบจะเรียกได้ว่าล่องหนในสายตาผู้ร่วงหล่น ไป๋อู้จึงไม่จำเป็นต้องอัปเกรดการรับรู้สักเท่าไหร่
และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ต่อให้เพิ่มขีดจำกัดพลังชีวิตให้สูงขึ้น ก็ยังคงโดนโจมตีทีเดียวตายอยู่ดี
แต่อัตราฟื้นฟูพลังชีวิต จะช่วยให้เขาสามารถฟื้นตัวและกลับมาตั้งหลักใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บที่ไม่ถึงตาย
ส่วนพละกำลังนั้น เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ สาเหตุที่อู่จิ่วเลือกอัปแต่ความเร็วนั้น ก็เพราะเขามีพรสวรรค์ระดับไพ่ตายซ่อนอยู่อีกอย่าง ทำให้ไม่ต้องไปสนค่าสถานะอื่นนอกจากความเร็ว
เมื่อพิจารณาจากปัจจัยทั้งหมดแล้ว ไป๋อู้ก็ตั้งใจจะเดินสายแทงก์สายชน แต่ก็ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะมีสถานการณ์พิเศษบางอย่าง ที่ทำให้ค่าสถานะของเขาแปลกประหลาดไปจากเดิมก็ได้
อย่างเช่นเผลอไปกินผู้ร่วงหล่นตัวไหนเข้า จนต้องเผชิญกับชะตากรรมอันแสนรันทดอะไรทำนองนั้น
เรื่องที่สอง สถานะเชิงลบอันที่สองของเขามาเยือนแล้ว
【ปรสิตความแค้น: สามารถสัมผัสได้ถึงความอาฆาตแค้นของสิ่งของบางอย่างผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ต่อให้เป็นคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์ผ่องใสแค่ไหน ก็จะเกิดอารมณ์ด้านลบขึ้นมาอย่างมหาศาล】
คำอธิบายนี้ดูเหมือนจะเข้าใจยาก แต่จริงๆ แล้วเข้าใจง่ายมาก ในหนังสยองขวัญที่ไป๋อู้เคยดูในชาติก่อน ก็มักจะมีอะไรทำนองนี้อยู่บ่อยๆ อย่างเช่นการมองเห็นเงาผีในฟิล์มรูปถ่าย แล้วค่อยๆ รับรู้เรื่องราวในอดีตของผีตนนั้น
หรือการมองเห็นคนผูกคอตายบนต้นไม้ในชนบท ทั้งๆ ที่คนรอบข้างไม่มีใครมองเห็นเลย มีเพียงคุณคนเดียวที่มองเห็น
ข้าวของที่ถูกความแค้นสิงสู่ โดยปกติแล้วจะไม่สามารถส่งผลกระทบต่อคนปกติได้ นอกเสียจากว่าจะเป็นตัวตนที่มีพลังจิตทะลุหลอดอย่างหงอิน
แต่ถ้าติดสถานะเชิงลบ ปรสิตความแค้น เข้าไปล่ะก็ ภาพที่เห็นก็จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
โลกในสายตาของไป๋อู้ได้บิดเบี้ยวไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
ทุ่งหญ้าแอฟริกาจำลองอะไรกัน หายไปไหนหมดแล้ว?
มีแต่ซากศพเน่าเปื่อยกับฝูงแมลงวันเกลื่อนไปหมด สภาพของสวนสัตว์ก็ดูทรุดโทรมผุพัง สัตว์ที่เคยเดินเพ่นพ่านอยู่บนทุ่งหญ้า ล้วนกลายสภาพเป็นโครงกระดูกกันหมด
ไป๋อู้ถึงขั้นมองเห็นความสิ้นหวังนานัปการ ที่พวกมันต้องเผชิญก่อนตายได้เลย
ความแค้นเหล่านั้น อัดแน่นอยู่ทั่วทุกอณูของสวนสัตว์ ราวกับจู่ๆ ก็หาช่องทางระบายออกเจอ
หลังจากไป๋อู้ติดสถานะเชิงลบนี้ พวกมันก็พากันหลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง...
ถ้าเป็นคนปกติ คงจะตกใจกลัวจนช็อกสลบไปแล้ว
แต่ไป๋อู้กลับไม่เป็นอย่างนั้น หลังจากติดเชื้อปรสิตความแค้น เขากลับแสยะยิ้มออกมา
เดิมทีเขายังคิดอยู่เลยว่า ในพื้นที่นี้ไม่มีคาอินอยู่ เขาก็คงไม่สามารถเข้าสู่ความทรงจำของผู้ร่วงหล่นผ่านตัวหนังสือได้
แต่ตอนนี้ปัญหานั้นถูกแก้แล้ว
เวลาที่เจอปรสิตความแค้น วิธีที่ถูกต้องที่สุดก็คือ รีบเปิดใช้งานรูเล็ตต์นำทางกลับเข้าหอคอยทันที พร้อมกับกลั้นหายใจ หลับตา และอุดหูให้แน่น
แต่ไป๋อู้ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น เขากลับรู้สึกว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้มันมีรสชาติที่แปลกใหม่ดี
ในที่สุดความรู้สึกของมนุษย์กับผู้ร่วงหล่นก็เชื่อมโยงถึงกันแล้ว เสียงอึกทึกครึกโครมของพวกมัน จะช่วยให้เขาได้รับรู้ความจริงที่ซ่อนอยู่ในสวนสัตว์แห่งนี้
ตลอดหกชั่วโมงของการค้นหา ไป๋อู้ได้พบข้อมูลที่เป็นตัวหนังสือมากมาย
ข้อความเหล่านี้ขาดๆ หายๆ จับใจความได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
แต่ตอนนี้ ไป๋อู้สามารถสัมผัสถึงความสิ้นหวังและความเคียดแค้นของคนที่เขียนข้อความเหล่านี้ในอดีต ผ่านทางปรสิตความแค้นได้แล้ว
(จบบท)