- หน้าแรก
- เกมจิ๊กซอว์วันสิ้นโลกกับระบบคำใบ้สุดกวน
- บทที่ 54 ขึ้นหลังสิงโตแล้วลงยาก
บทที่ 54 ขึ้นหลังสิงโตแล้วลงยาก
บทที่ 54 ขึ้นหลังสิงโตแล้วลงยาก
เจตนารมณ์ดั้งเดิมที่แดนดิไลออนใช้แหวนวงนี้ ก็เพื่อใช้กับโพรมีธีอุส หรือก็คือไป๋เสี่ยวอวี่นั่นเอง
อวัยวะของมันมาจากไป๋เสี่ยวอวี่ ทำให้มันมีความรู้สึกผูกพันกับไป๋เสี่ยวอวี่อย่างผิดปกติ มันหวังว่าจะได้อยู่กับไป๋เสี่ยวอวี่ตลอดไปตราบนานเท่านาน
ในแผนการของคาอิน ท้ายที่สุดแล้วก็รับปากว่าจะให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เพียงแต่น่าเสียดายที่ไป๋อู้ดันกลายเป็นมือที่สามมาฉกชิ้นปลามันไปซะได้
และด้วยคำอ้อนวอนครั้งสุดท้ายของไป๋เสี่ยวอวี่ บวกกับชะตากรรมอันแสนอาภัพตลอดเจ็ดร้อยปีที่ผ่านมา ก็ทำให้ความเป็นมนุษย์เสี้ยวสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในใจของแดนดิไลออน ยอมปล่อยไป๋เสี่ยวอวี่ไปในที่สุด
สรุปก็คือ คนก็เป็นของไป๋อู้ แหวนก็เป็นของไป๋อู้
อันที่จริงการใช้แหวนวงนี้ ก็มีความเสี่ยงสูงมากเหมือนกัน
อย่างเช่นในตอนนี้ไง
ไป๋อู้เองก็ไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะ ว่าสิงโตตัวผู้ที่ไร้ซึ่งท่อนล่างตัวนี้ จะแสดงพฤติกรรมแปลกๆ อะไรออกมาบ้างหรือเปล่า
ในฐานะนักรบที่กำลังจะเลื่อนขึ้นเป็นระดับสอง เขาจะทนรับแรงกระแทกจากผู้ร่วงหล่นระดับกลายพันธุ์ขั้นห้าไหวไหมนะ?
สิงโตเหล็กกล้าตัวนี้ก็เหมือนกับเจ้าแรดน้อยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่กำลังฝันคล้ายๆ กันอยู่นั่นแหละ
เมื่อเจ็ดร้อยปีก่อน มันเคยเป็นเจ้าป่าผู้ยิ่งใหญ่ ถึงจะถูกขังอยู่ในรั้วตาข่ายเหล็ก แต่ทุกวันก็มีมนุษย์คอยเอาเนื้อมาป้อนให้ถึงปาก
การใช้ชีวิตอยู่ในสวนสัตว์แห่งนี้ สิ่งที่มันต้องทำมีน้อยมาก นั่นก็คือ... กิน เล่น แล้วก็ผสมพันธุ์
พอถึงฤดูผสมพันธุ์ วันหนึ่งมันต้องโดนพวกสิงโตตัวเมียรีดน้ำเชื้อไปถึงห้าสิบกว่ารอบ มันก็เคยจินตนาการถึงอิสรภาพนอกรั้วตาข่ายเหล็กอยู่เหมือนกันนะ
แต่ตอนนี้... สิงโตตัวเมียพวกนั้นไม่อยู่แล้ว มันก็เลยโหยหาชีวิตที่เรียบง่ายแต่เร้าใจแบบเมื่อก่อนอีกครั้ง
เพียงแต่วินาทีนี้ จู่ๆ สิงโตก็รู้สึกสับสนนิดหน่อย สิงโตตัวเมียในความฝันหายไปไหนแล้วเนี่ย จู่ๆ ก็เปลี่ยนกลายเป็นมนุษย์ไปซะได้
อ๊า มนุษย์ช่างหอมหวานอะไรเช่นนี้!
สิงโตจักรกลเบิกตากว้าง ราวกับฤดูหนาวอันยาวนานเจ็ดร้อยปีได้สิ้นสุดลงอย่างกะทันหัน ถึงแม้มนุษย์คนนั้นจะสวมหน้ากาก ซึ่งต่างจากภาพในความฝัน แต่มันก็สัมผัสได้ในทันทีเลยว่า นี่แหละคือมนุษย์ผู้หอมหวานในความฝันของมัน
เสียงคำรามของสิงโตดังสนั่นหวั่นไหว ไป๋อู้รู้สึกเหมือนร่างกายขยับเขยื้อนไม่ได้กะทันหัน ร่างทั้งร่างถูกคลื่นเสียงอันน่าสะพรึงกลัวสะกดเอาไว้
ราวกับว่าสมองและร่างกายถูกตัดขาดการเชื่อมต่อกัน จนกระทั่งผ่านไปสิบกว่าวินาที เขาถึงค่อยรู้สึกว่าแขนขายังเป็นของตัวเองอยู่
ยังดีนะที่เขาดวงดี เพราะหลังจากคำรามด้วยความตื่นเต้นแล้ว สิงโตตัวผู้ก็ไม่ได้พุ่งเข้าไปขย้ำแหลกเหมือนเวลาเจอสัตว์ตัวอื่น มันแค่ก้มหัวลงมา แล้วเอาหัวโขกไป๋อู้เบาๆ
มนุษย์ผู้แสนจะบอบบางและน่าสงสารคนนี้ ท่านปู่แค่คำรามใส่ทีเดียว ทำไมถึงขยับตัวไม่ได้ซะแล้วล่ะ?
สิงโตตัวผู้ยังพอแยกแยะความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับสิงโตได้ มันก็เลยไม่ได้แสดงพฤติกรรมแบบที่สิงโตทำกับสิงโตใส่ไป๋อู้ แต่ในสายตามันแล้ว ไป๋อู้น่าจะเป็นตัวเมียน่ะนะ
หลังจากสัมผัสกันอย่างใกล้ชิดอยู่ประมาณหนึ่งนาที ไป๋อู้ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขายอมรับว่างานนี้มีเสี่ยงดวงอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าแทงถูกล่ะนะ
ชั้นล่างสุดของหอคอย บริเวณช่วงกลางของท่าเรือเก็บตก การไลฟ์สดครั้งที่สองของคอนสแตนติน แทบจะไม่ต้องพึ่งเสียงพากย์ของเยี่ยเว่ยหมิงเลยด้วยซ้ำ
เพราะเอฟเฟกต์รายการในครั้งนี้มันระเบิดเถิดเทิงไปเลยน่ะสิ
นั่นก็เพราะคอนสแตนตินได้ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน นั่นก็คือ เขาขึ้นไปขี่บนหลังของสิงโตตัวผู้ตัวนี้!
"เชี่ยเอ๊ย! นี่ฉันตาฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย... หมอนี่มันไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง?"
"นี่มันผู้ร่วงหล่นแน่เหรอ? หรือว่ามันคือเครื่องจักรที่อารยธรรมไหนสักแห่งนอกหอคอยทิ้งเอาไว้กันแน่?"
พวกเขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าทำไมผู้ร่วงหล่นถึงไม่โจมตีคอนสแตนติน ก่อนหน้านี้การที่คอนสแตนตินย่องเข้าไปใกล้ๆ ก็ทำเอาหลายคนใจหายใจคว่ำจนแทบจะช็อกตายอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ ผู้ชายคนนี้กลับขึ้นไปขี่บนหลังสิงโตตัวผู้ซะงั้น!
ภาพนี้มันน่าตกตะลึงเกินไปแล้ว สิงโตยักษ์จักรกล ดันกลายมาเป็นสัตว์พาหนะของหมอนั่นไปซะได้!
ภาพที่เห็นนี้มันมากพอที่จะพลิกคว่ำความเชื่อที่พวกเขามีต่อผู้ร่วงหล่นไปจนหมดสิ้น
จิ๊ๆ เท่ไม่เบาเลยแฮะ หลิวเฉิงจื่อมองดูการกระทำของไป๋อู้พลางคิดในใจ
การไลฟ์สดที่เริ่มขึ้นตอนตีสี่ หลังจากไป๋อู้พักไปสี่ชั่วโมง ตอนนี้ก็เป็นเวลาเช้าตรู่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนพลุกพล่านที่สุดพอดี
แม้ว่าเยี่ยเว่ยหมิงจะคิดว่าเจ้านายคนใหม่เท่มากเหมือนกัน แต่ถ้าเทียบกับเงินแล้ว เจ้านายก็สู้ไม่ได้หรอก
เขามองดูฝูงชนที่หลั่งไหลเข้ามาบริเวณช่วงกลางของท่าเรือ พลางคิดว่าถ้าไม่มีเสียงพากย์ ก็คงขายของผ่านการไลฟ์สดไม่ได้แน่ๆ
ถ้าขายของไม่ได้... แล้วจะเปลี่ยนยอดวิวให้เป็นเงินได้ยังไงล่ะ?
กฎข้อแรกในการทำงานของสำนักงานผีโม่แป้งก็คือ การแสวงหาผลกำไรสูงสุดให้ได้มากที่สุดถือเป็นหลักการสูงสุด
เยี่ยเว่ยหมิงก้มหน้าครุ่นคิดถึงช่องทางหาเงินใหม่ๆ
ไป๋อู้ยังไม่รู้หรอกว่าคนในหอคอยจะตื่นเต้นกันขนาดไหนที่เห็นเขาขี่สิงโต แต่ที่แน่ๆ คือเขาตื่นเต้นไม่ออกเลยล่ะ
ตอนนี้เขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทั้งได้เปรียบและเสียเปรียบ
สถานการณ์ที่ได้เปรียบก็คือ——
สิงโตในสวนสัตว์ตัวนี้ ก็เหมือนกับคู่นอนที่มากประสบการณ์นั่นแหละ แค่ตูดขยับก็รู้แล้วว่าจะทำอะไร สิงโตตัวนี้ก็เหมือนกัน ไป๋อู้แค่ชี้บอกทิศทาง มันก็วิ่งห้อตะบึงไปอย่างเริงร่าเลย
เหลือเวลาอีกสองนาทีสี่สิบวินาที แต่ความเร็วของสัตว์กินเนื้อตระกูลแมวระดับหกนั้น เร็วจนน่าขนลุก
กระแสลมพัดโหมกระหน่ำเข้าใส่ปากและจมูกของไป๋อู้
แลมโบกินี เฟอร์รารี หรือบูกัตติซูเปอร์คาร์อะไรนั่นจากชาติก่อน กลายเป็นของกากๆ ไปเลย
พอมีสิงโตยักษ์จักรกลตัวนี้แล้ว ไป๋อู้ก็มั่นใจเลยว่า ตลอดเส้นทางการสำรวจนี้ อยากจะไปหาเรื่องใครก็ทำได้สบายๆ
ผู้ร่วงหล่นระดับกลายพันธุ์ขั้นห้า ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารในพื้นที่สีน้ำเงินแล้ว
ส่วนระดับกลายพันธุ์ขั้นหก ก็คือพวกโรคจิตระดับอีไลจาห์โน่นเลย
แต่ไป๋อู้ก็มีสถานการณ์ที่เสียเปรียบอยู่เหมือนกัน นั่นก็คือ——ขึ้นหลังสิงโตแล้วลงยากน่ะสิ
ตอนนี้สิงโตกำลังคึกสุดๆ ถ้าจู่ๆ เขาถอดแหวนออก สิงโตมันจะพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ แล้วงับเขาขาดท่อนเลยหรือเปล่าเนี่ย?
ไป๋อู้กำลังครุ่นคิดหาวิธีแก้ปัญหา แต่ก็ยังคิดไม่ออก
ในขณะเดียวกัน สิงโตยักษ์จักรกลก็มาถึงคลังน้ำมัน และเริ่มปะทะกับงูอนาคอนดาตัวนั้น ภายในเวลาอันสั้น
ก่อนจะถึงระดับกลายพันธุ์ขั้นสาม ช่องว่างระหว่างระดับของผู้ร่วงหล่นจริงๆ แล้วไม่ได้ห่างกันมากนัก แต่ถ้าผู้ร่วงหล่นระดับสามวิวัฒนาการไปเป็นระดับสี่ ความแข็งแกร่งก็จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และเมื่อถึงระดับห้า ก็จะยิ่งก้าวกระโดดขึ้นไปอีกขั้น
การต่อสู้ระหว่างสิงโตกับงูไม่ได้กินเวลานานนัก งูอนาคอนดาพยายามจะใช้ลำตัวอันใหญ่โตของมันรัดสิงโตยักษ์จักรกลเอาไว้ แต่หลังจากสิงโตคำรามออกมาหนึ่งครั้ง ร่างของงูยักษ์ก็แข็งทื่อไปนานถึงห้าวินาทีเต็ม
ไม่ใช่แค่งูยักษ์หรอกนะ แม้แต่ไป๋อู้ก็โดนไปด้วย คลื่นเสียงมันโจมตีแบบไม่เลือกหน้า ทำเอาเขาเกือบจะร่วงลงมาจากหลังสิงโตยักษ์แล้วเชียว
และในช่วงเวลาห้าวินาทีนั้นเอง กรงเล็บที่คมกริบราวกับดาบเลเซอร์ ก็ฟันฉับเข้าที่เปลือกหุ้มเหล็กกล้าของงูอนาคอนดาจนขาดสะบั้นออกเป็นหลายท่อน!
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดบนตัวงูก็คือดีงู ไป๋อู้อยากรู้โครงสร้างภายในของสิ่งมีชีวิตจักรกลมาก
เขามองเห็นดีงูที่ดูเหมือนไข่มุกเรืองแสง ราวกับเป็นแกนกลางจักรกลอะไรสักอย่าง มันเปล่งแสงสีฟ้าออกมา ให้ความรู้สึกถึงพลังงานที่เปี่ยมล้น
และสิงโตยักษ์จักรกลก็ไม่รอช้า มันกลืนดีงูเม็ดนั้นลงไปทันที
กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ไหลเวียนไปทั่วร่างของสิงโตตัวผู้ สิงโตยักษ์ตัวนี้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อมองไปที่ซากของงูยักษ์จักรกล ไป๋อู้ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า... เปลือกนอกที่เป็นจักรกลเหล่านั้น ค่อยๆ สลายหายไปทีละนิดๆ เผยให้เห็นเลือดเนื้อของสิ่งมีชีวิตที่แท้จริง
【สิ่งมีชีวิตจักรกลไม่ได้ตายง่ายๆ หรอกนะ นอกเสียจากว่าแกนพลังงานจะถูกทำลาย เหมือนอย่างที่นายเพิ่งเห็นไปนั่นแหละ โชคดีนะที่ถึงแม้มันจะตายไปแล้ว แต่มันก็ยังทิ้งพรสวรรค์ลำดับที่ดูไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ไว้ให้นาย——คลื่นรบกวน】
ก็เหมือนกับตอนที่ฆ่าอีไลจาห์นั่นแหละ จะว่าไป การที่อีไลจาห์ตายด้วยน้ำมือของเขา ก็เท่ากับตายด้วยน้ำมือของผู้ร่วงหล่นนั่นแหละ
งูยักษ์ตายด้วยน้ำมือของสิงโตตัวผู้ ก็ถือว่าตายด้วยน้ำมือของผู้ร่วงหล่นเหมือนกัน
แต่ท้ายที่สุดแล้ว... การตัดสินก็ตกมาอยู่ที่เขาอยู่ดี
เห็นได้ชัดว่ากฎของโลกภายนอกหอคอย... ดูเหมือนจะไม่ได้สนับสนุนให้ผู้คนใช้กำลังสังหารผู้ร่วงหล่นเพียงอย่างเดียว
การยืมดาบฆ่าคน หรือการยุให้เสือกัดกับหมาป่า ก็ถือเป็นการสังหารที่มีผลเหมือนกัน
การนับถอยหลังสิบสองนาทีเริ่มต้นขึ้นใหม่อีกครั้ง ไป๋อู้เดินลงมาจากหลังอันกว้างใหญ่และแข็งแกร่งของสิงโต และตัดสินใจว่าจะเข้าไปดูในห้องน้ำแห่งนี้สักหน่อย
สวนสัตว์แห่งนี้กว้างขวางเกินไป ถ้าอยากจะหาชิ้นส่วนจิ๊กซอว์วันสิ้นโลก และบันทึกเกี่ยวกับผู้ร่วงหล่นจักรกลให้เจอ เขาจะปล่อยให้จุดแวะพักไหนหลุดรอดสายตาไปไม่ได้เด็ดขาด
(จบบท)