- หน้าแรก
- เกมจิ๊กซอว์วันสิ้นโลกกับระบบคำใบ้สุดกวน
- บทที่ 53 การเอาตัวรอดขีดสุด
บทที่ 53 การเอาตัวรอดขีดสุด
บทที่ 53 การเอาตัวรอดขีดสุด
ดวงตาของไป๋อู้เป็นประกาย
เนื้อหาในหมายเหตุชัดเจนและเข้าใจง่าย ดวงตาของเพลเยอร์สามารถให้ข้อมูลได้ทุกแง่มุม แต่ปัญหาคือ... ส่วนใหญ่แล้วข้อมูลที่ให้มามักจะเป็นการสุ่ม
แต่กล้องส่องทางไกลตัวนี้ จะให้ข้อมูลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ จุดอ่อนของสิ่งที่มองเห็น
ไป๋อู้ลองปรับมุมกล้องดู แล้วก็พบว่ามันเอาไปด้วยไม่ได้จริงๆ
ก็เหมือนกับแหวนวงนั้นนั่นแหละ... ของบางอย่างใช้งานได้ดีมาก ความสามารถก็สุดยอด แต่ก็ถูกจำกัดให้ใช้ได้เฉพาะในบางพื้นที่เท่านั้น
ผ่านมุมมองของกล้องส่องทางไกล ไป๋อู้ก็มองเห็นจุดแวะพักแห่งต่อไป
ห่างออกไปหนึ่งพันห้าร้อยเมตร มีสิ่งปลูกสร้างอยู่หลังหนึ่งจริงๆ มันคือห้องน้ำสาธารณะสำหรับนักท่องเที่ยว
ที่น่าสนใจก็คือ เมื่อไป๋อู้ใช้ดวงตาของตัวเองมองผ่านกล้องส่องจุดอ่อน ผลลัพธ์ของดวงตาเพลเยอร์และกล้องส่องจุดอ่อนก็ผสานเข้าด้วยกัน
【ผู้ร่วงหล่นไม่ต้องขับถ่าย ห้องน้ำที่นี่ก็เลยไม่ใช่ห้องน้ำอีกต่อไป แต่กลายเป็นปั๊มน้ำมันรูปแบบใหม่แทน ในนั้นมีพรสวรรค์ลำดับที่ดูไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ซ่อนอยู่——พรสวรรค์ลำดับที่ 799: คลื่นรบกวน นายแค่ฆ่าผู้ร่วงหล่นตัวนั้น ก็จะมีโอกาส 45% ที่จะได้รับพรสวรรค์นี้ จุดอ่อนของมันคือกลัวไฟ】
"น่าสนใจแฮะ สัตว์กินน้ำมันที่กลัวไฟงั้นเหรอ?"
จากหมายเหตุและการได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเมื่อครู่นี้ ไป๋อู้คิดว่าถึงแม้สิ่งมีชีวิตพวกนี้จะกลายเป็นเครื่องจักรกลไปแล้วเพราะการกลายร่างเป็นผู้ร่วงหล่น
แต่พวกมันก็ยังคงรักษาสัญชาตญาณของสัตว์... หรือสิ่งมีชีวิตเอาไว้อยู่
อย่างเช่นเจ้าแรดที่กำลังนอนหลับอยู่ชั้นล่างนั่นไง
ไป๋อู้ลองส่องดูตามจุดต่างๆ กล้องส่องทางไกลก็บอกจุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตบางตัวมาให้ แต่สิ่งมีชีวิตพวกนั้นไม่ได้อยู่บนเส้นทางที่เขาจะไป
เขารู้สึกเสียดายนิดหน่อย ไอเทมที่ใช้งานได้ดีขนาดนี้ กลับใช้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น
เหลือเวลาอีกสามนาที
ด้วยพลังแฝงระดับหนึ่งขั้นเก้า ก็เพียงพอที่จะวิ่งผ่านระยะทางหนึ่งพันห้าร้อยเมตร ภายในเวลาสามนาที เพื่อเข้าไปปะทะกับผู้ร่วงหล่นที่กลัวไฟตัวนั้นได้
แต่ไป๋อู้ก็ยังเลือกที่จะทำเรื่องที่สร้างความขุ่นเคืองให้กับเจ้าแรดอยู่ดี
เขากระทืบเท้าอย่างแรง ก่อนจะกระโดดข้ามรั้วกั้นของจุดชมวิวลงไปเบื้องล่าง การกระทืบเท้าอย่างหนักหน่วงนี้ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แม้ว่าประสาทสัมผัสทั้งห้าของผู้ร่วงหล่นจะเสื่อมถอยลงไปมาก แต่มันก็ยังต้องสะดุ้งตื่นอยู่ดี
เจ้าแรดน้อยกำลังมีความสุขอยู่กับคุณนายวัวแท้ๆ แต่จู่ๆ ก็ต้องสะดุ้งตื่นจากความฝัน
แรดที่กำลังโกรธเกรี้ยวไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนหรอก ถ้าเป็นจุดชมวิวทั่วไป คงพังครืนลงมาเพราะแรงพุ่งชนของมันไปแล้ว
แต่สิ่งปลูกสร้างบางแห่งในโลกภายนอกหอคอย กลับพังทลายได้ยากมาก ไป๋อู้จึงอาศัยช่องโหว่ของกฎเกณฑ์ข้อนี้ เพื่อซื้อเวลาให้ตัวเองหนีรอดมาได้
เขาไม่คิดหรอกนะว่าตัวเองจะวิ่งหนีผู้ร่วงหล่นระดับกลายพันธุ์ขั้นสามพ้น แรดผู้ร่วงหล่นที่กำลังบ้าคลั่งเอาแต่พุ่งชนไปทั่ว แต่ก็ไม่ยอมก้าวออกมาจากจุดชมวิวเลยสักก้าว
หลังจากหลุดพ้นจากสถานะที่ไม่ได้ต่อสู้แล้ว การนับถอยหลังในหัวของไป๋อู้ก็หยุดลง จนกระทั่งเขาทิ้งห่างจากเจ้าแรดมาได้ระยะหนึ่ง ถึงจะได้เข้าสู่สถานะที่ไม่ได้ต่อสู้อีกครั้ง
และเวลานับถอยหลังในหัว ก็เริ่มนับจากสิบสองนาทีใหม่อีกครั้ง
ห่างจากห้องน้ำสาธารณะที่มีสภาพเป็นเหมือน "ปั๊มน้ำมัน" ไปเพียงสิบกว่าเมตร ไป๋อู้กำลังซ่อนตัวอยู่ตรงมุมตึก
ผู้ร่วงหล่นที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ โผล่หางออกมาให้เห็น
หางที่ว่านั่น ก็คือลำตัวของมันด้วยนั่นแหละ
สิ่งที่ซ่อนอยู่ในจุดแวะพักแห่งนี้ คือกรงเล็บจักรกล... ไม่สิ งูจักรกลต่างหาก แต่พอมองดูเกล็ดที่ดูล้ำยุคพวกนั้นแล้ว ไป๋อู้ก็เกิดความคิดอยากจะเก็บมันไว้เป็นฟิกเกอร์ของสะสมขึ้นมาเลย
【ผู้ร่วงหล่นระดับกลายพันธุ์ขั้นสี่ คุณสมบัติกลายพันธุ์: กัดกร่อน, รบกวนเครื่องจักรกล คุณสมบัติกลายพันธุ์ระดับหายาก: เครื่องจักรกล มันคืองูอนาคอนดา แต่ตอนนี้หน้าตามันไม่ต่างอะไรกับเมทัลซีดรามอนเลย ชอบกินน้ำมัน แต่กลัวไฟ】
พรสวรรค์ลำดับที่ 799 คือคลื่นรบกวน ดูเหมือนว่าคุณสมบัติกลายพันธุ์ที่สอดคล้องกัน ก็คือการรบกวนเครื่องจักรกลสินะ
ไป๋อู้จำได้ว่าในตารางธาตุของพรสวรรค์ลำดับ มีคำอธิบายเกี่ยวกับพรสวรรค์นี้ค่อนข้างละเอียดทีเดียว
วินาทีที่ใช้งานพรสวรรค์ จะสามารถสร้างคลื่นรบกวนอุปกรณ์เครื่องจักรกลส่วนใหญ่ได้ โดยไม่สร้างความเสียหายใดๆ
พูดง่ายๆ ก็คือ กล้องวงจรปิดจะจับภาพไม่ได้ เครื่องดักฟังจะไม่ได้ยินเสียง และอุปกรณ์เครื่องจักรกลทุกชนิด ก็มีโอกาสที่จะไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
ถึงแม้พรสวรรค์นี้จะแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลยในโลกภายนอกหอคอย แต่ไป๋อู้ก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องเอามันมาให้ได้
"ถ้ามีไอ้นี่ล่ะก็ การปิดบังตัวตนของคอนสแตนตินก็จะง่ายขึ้นเยอะ หรือแม้แต่ตอนที่ไปชั้นสาม ฉันก็จะสามารถหลบเลี่ยงกล้องวงจรปิดได้ตั้งหลายตัว ต้องเอามันมาให้ได้"
ฝ่ายหนึ่งคือผู้ร่วงหล่นระดับสี่ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนเมทัลซีดรามอน ส่วนอีกฝ่ายคือมือใหม่ที่เพิ่งเคยออกมาโลกภายนอกหอคอยแค่สี่ครั้ง
ถึงจะรู้ว่างูอนาคอนดาตัวนี้กลัวไฟ แต่ถ้าจะจุดไฟเผาน้ำมันในจุดแวะพัก ตัวเขาเองก็ต้องเข้าไปใกล้จุดแวะพัก เข้าไปใกล้งูอนาคอนดา ขืนไฟลุกพรึ่บขึ้นมาจริงๆ เขาก็คงหนีไม่ทันเหมือนกัน
"ยุ่งยากแฮะ ทำยังไงถึงจะจุดไฟเผามันให้ตาย โดยที่ตัวเองยังรอดกลับมาได้แบบไร้รอยขีดข่วนนะ?"
ในระยะห่างสิบสี่เมตร ไป๋อู้ถึงขั้นได้ยินเสียงงูอนาคอนดาแลบลิ้นแผล็บๆ อยู่ในจุดแวะพักเลยทีเดียว ความถี่ของเสียงมันเร็วกว่าเสียงงูแลบลิ้นปกติซะอีก
หลังจากครุ่นคิดอยู่ประมาณหนึ่งนาที ไป๋อู้ก็มั่นใจว่า นอกเสียจากว่าตัวเองจะมีความเร็วระดับสาม ไม่งั้นก็คงใช้วิธีนั้นไม่ได้
"นี่มันคลังน้ำมันชัดๆ การที่อีกฝ่ายกลัวไฟ กลับกลายเป็นการตีกรอบความคิดของฉัน ทำให้ฉันเอาแต่คิดว่าจะจุดไฟเผาคลังน้ำมันยังไง ความจริงแล้ว... ฉันน่าจะมีวิธีที่ดีกว่านั้นสิ"
ไป๋อู้ไม่ได้คิดอะไรให้วุ่นวายอีก เขาเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ
เขายังคงมองหาจุดแวะพักแห่งใหม่ต่อไป จุดแวะพักแห่งต่อไปอยู่ห่างจากเขาแค่สองพันสองร้อยเมตร
มันคือร้านอาหารกลางแจ้ง ตอนที่เวลานับถอยหลังของสถานะเชิงลบเหลือแค่สองนาทียี่สิบวินาที ไป๋อู้ก็มาถึงร้านอาหารแห่งนี้
ร้านอาหารมีสองชั้น ถือว่าเป็นจุดชมวิวที่สามารถนั่งกินข้าวดื่มเหล้าไปพร้อมๆ กับชมวิวทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ได้ เดิมทีสวนสัตว์มีรั้วตาข่ายเหล็กล้อมรอบ ก็ถือว่าปลอดภัยดี
แต่ตอนนี้รั้วตาข่ายเหล็กมีรอยโหว่ สัตว์หลายตัวก็เลยหลุดออกมา ที่นี่ก็เลยกลายเป็นอาณาเขตของพวกสัตว์ไปโดยปริยาย
แค่ที่ชั้นหนึ่ง ไป๋อู้ก็เจอสัตว์กินเนื้อตระกูลแมวที่กำลังงีบหลับอยู่ตัวหนึ่ง ดูจากแผงคอที่ดกหนาของมันแล้ว มันคือสิงโตตัวผู้จักรกลนั่นเอง
ทั่วทั้งตัวของมันราวกับถูกหุ้มด้วยโลหะผสมชนิดพิเศษที่ไม่มีใครรู้จัก กรงเล็บอันแหลมคมเปล่งประกายแสงสีฟ้า ราวกับดาบเลเซอร์ ที่ดูเหมือนจะสามารถตัดขาดร่างกายของผู้ร่วงหล่นจักรกลได้อย่างง่ายดาย
แต่มันก็เหมือนกับสิ่งมีชีวิตตัวอื่นๆ นั่นแหละ ที่ไม่ได้ถูกหุ้มด้วยเครื่องจักรไปเสียทั้งหมด บนตัวมันก็ยังมีส่วนที่เป็นสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่บ้าง นั่นก็คือแผงคอของสิงโตตัวผู้นั่นเอง ดูเหมือนว่ามันจะยังคงเหมือนสิงโตตัวผู้ในอดีตไม่มีผิด
【ผู้ร่วงหล่นระดับกลายพันธุ์ขั้นห้า คุณสมบัติกลายพันธุ์ระดับหายาก: เครื่องจักรกล, ดาวข่มโลหะ, เสียงคำรามกัมปนาท พาหนะในฝันที่ผู้ชายทุกคนอยากมี การได้ขี่สิงโตยักษ์จักรกลเดินเต็ดเตร่ไปตามท้องถนน คงมีแค่คนที่ขับกันดั้มเท่านั้นแหละ ที่จะพอฟัดพอเหวี่ยงกับนายได้】
นั่นก็ใช่นะ ตอนเด็กๆ ไป๋อู้ก็เคยอิจฉาไทจิ ที่ได้นั่งอยู่บนไหล่ของเมทัลเกรย์มอนเดินร่อนไปทั่วโตเกียวเหมือนกัน
สิ่งที่ไป๋อู้จะทำต่อไปนี้ อันตรายมากๆ แต่ในมุมมองของเขา เขาเคยทดสอบมาแล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่ถือว่าอันตรายเท่าไหร่นัก
เพียงแต่นี่มันคือการไลฟ์สดไง
ภายในหอคอย บนจอทีวียักษ์ตรงกลางท่าเรือ เมื่อปรากฏภาพร่างอันกำยำน่าเกรงขามของสิงโตยักษ์จักรกล แม้แต่เยี่ยเว่ยหมิงที่รับหน้าที่พากย์เสียง ก็ยังตกใจจนตัวสั่นเลยทีเดียว
แต่ในเวลาแบบนี้ คอนสแตนตินกลับกำลังเดินเข้าไปใกล้มันทีละก้าวเนี่ยนะ?
"พระเจ้าช่วย สิงโตตัวนี้มันตอบโจทย์จินตนาการทุกอย่างที่ฉันมีต่อสัตว์จักรกลเลยนะ! แต่คอนสแตนตินก็ใจกล้าเกินไปแล้ว!"
จากการไลฟ์สดก่อนหน้านี้ ผู้ชมต่างก็รู้แล้วว่าพวกไอ้ทึ่มเหล็กไหลพวกนี้ล้วนมีชีวิตทั้งนั้น
ในโลกภายนอกหอคอย ขอแค่มีความรู้สึกหวาดกลัวเพียงเสี้ยวเดียว ในระยะประชิดขนาดนี้ ผู้ร่วงหล่นจะต้องตื่นขึ้นมาอย่างแน่นอน
"เขาใจกล้าเกินไปแล้ว ความกล้าของเขาทำมาจากเหล็กเหมือนกับสัตว์พวกนี้หรือไง?"
"น่ากลัวเกินไปแล้ว! น่ากลัวเกินไปแล้ว!"
"ฉันรู้สึกเหมือนว่าวินาทีต่อไป เขาจะต้องโดนกินแน่ๆ"
ในกล้อง หัวของสิงโตตัวนั้นเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะไป๋อู้เดินเข้าไปใกล้มันมากขึ้นเรื่อยๆ
ภาพของไป๋อู้ในตอนนี้ ดูไม่ต่างอะไรกับพวกเน็ตไอดอลในชาติก่อน ที่ชอบเอามือไปลูบไข่เสือเพื่อถ่ายรูป แลกยอดไลก์แลกยอดวิวโดยไม่สนชีวิตตัวเองเลยสักนิด
แต่ไป๋อู้เคยทดสอบมาหลายครั้งแล้ว การรับรู้ของผู้ร่วงหล่นนั้นมีปัญหาอย่างมาก พวกมันคือสุดยอดเรดาร์ในการตรวจจับอารมณ์ความรู้สึก แต่ประสาทสัมผัสทั้งห้าตามปกตินั้น กลับเสื่อมถอยลงไปจนแทบจะใช้การไม่ได้เลย
"สุดยอดไปเลย เขาถึงขั้นกล้าลูบแผงคอมันด้วย!"
"แม่เจ้าโว้ย ฉันรู้สึกว่าเขาไม่ได้ฉี่ราดหรอกนะ แต่ฉันเนี่ยแหละจะฉี่ราดแล้ว!"
ไป๋อู้ที่ฝีมือดีก็เลยใจกล้าตามไปด้วย เขาอยู่ห่างจากสิงโตตัวนั้นไม่ถึงครึ่งเมตร เขายื่นมือออกไปลูบแผงคอพวกนั้นอย่างแผ่วเบา
ภาพตรงหน้าทำเอาผู้ชมทุกคนลุ้นจนหัวใจแทบจะวาย
ทั้งหลิวเฉิงจื่อ ทีมงานจัดไลฟ์สด และเยี่ยเว่ยหมิงที่อยู่หลังฉาก ก็เพิ่งเคยเห็นคนรนหาที่ตายแบบนี้เป็นครั้งแรกเหมือนกัน
มีเพียงไป๋อู้เท่านั้นที่ยังคงนิ่งสงบ
มือของเขานิ่งมาก นิ่งจนน่าเหลือเชื่อ ตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีอาการสั่นเลยสักนิด ใจกล้าจนคนคิดว่านี่คือการจัดฉาก
แต่คนชั้นล่างทุกคนต่างก็รู้ดีว่า ที่ชั้นล่างไม่มีสวนสัตว์ขนาดใหญ่แบบนี้ และก็ไม่มีสิงโตพร็อพที่ดูเท่ขนาดนี้ด้วย
"เขากำลังทำอะไรอยู่น่ะ? โชว์ความกล้างั้นเหรอ?"
ไป๋อู้ไม่ได้โชว์ความกล้าของตัวเองหรอกนะ เขาแค่กำลังผูกปม... ที่แผงคอของสิงโตตัวนั้นต่างหากล่ะ
และที่ปมนั้น ก็มีแหวนวงหนึ่งห้อยอยู่ด้วย
(จบบท)