- หน้าแรก
- เกมจิ๊กซอว์วันสิ้นโลกกับระบบคำใบ้สุดกวน
- บทที่ 52 มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก
บทที่ 52 มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก
บทที่ 52 มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก
ไป๋อู้มองไปรอบๆ แล้วเริ่มใช้วิธีล็อกทิศทางด้วยดวงตาของเพลเยอร์อีกครั้ง
หากจ้องมองไปในความมืดมิด ดวงตาคู่นี้จะไม่ให้คำตอบใดๆ นั่นหมายความว่า... หากตาบอด หรือสูญเสียการมองเห็นไปชั่วคราว พลังนี้ก็จะใช้งานไม่ได้
แต่ตราบใดที่ยังมีสายตา ต่อให้จ้องมองไปในความว่างเปล่า หรือสิ่งกีดขวาง บางครั้งหมายเหตุก็จะให้ข้อมูลบางอย่างมาเหมือนกัน
แต่จะวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น เพื่อหาประโยชน์ที่แท้จริงได้ยังไง ก็ต้องขึ้นอยู่กับฝีมือของเจ้าของดวงตาแล้วล่ะ
ไป๋อู้มองไปทางทิศเหนือ
ทิศเหนือคือทุ่งหญ้าที่พวกสัตว์กินพืชอาศัยอยู่
【ตอนที่ผ่านเครื่องสแกน เครื่องมันร้องไม่หยุดเลย พี่สาวที่คุมเครื่องก็เลยให้ฉันเอาของทุกอย่างออกมาตรวจดู แต่เครื่องก็ยังร้องอยู่ดี แล้วเธอก็ถามฉันว่าทำงานอะไร ฉันก็เลยตอบไปว่า ฉันเป็นสัตว์กินพืชในสวนสัตว์เมืองป่ายชวนน่ะ เธอก็ร้องอ๋อ มิน่าล่ะถึงตรวจเจอสารโลหะ อรุณสวัสดิ์ไอ้สวะเศษเหล็ก! ถ้าไปทางนี้ ผู้ร่วงหล่นที่นายเจอจะไม่โจมตีนายก่อนหรอกนะ ถึงพวกมันจะกระหายน้ำมัน แต่ก็ไม่ได้กระหายเลือดหรอก】
ไป๋อู้ลังเลไปชั่วครู่
"ถ้าเดินตรงไปทางทิศเหนือ ข้ามรั้วตาข่ายเหล็กไป ก็จะเข้าไปในโซนสัตว์กินพืช แต่หมายเหตุไม่ได้บอกว่าโซนนี้มีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์หรือเปล่า... แถมทางนี้ยังค่อนข้างปลอดภัย ฉันไม่มีความรู้สึกกลัว พวกมันก็เลยจะไม่โจมตีฉันก่อน..."
เขายังไม่ตัดสินใจ แล้วหันไปมองทางทิศตะวันตก
【ถ้าเดินย้อนกลับไปตามถนนเส้นนี้ นายจะไปถึงเขตรอบนอกของสวนสัตว์ ซึ่งก็คือสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง สวนสาธารณะแบ่งออกเป็นสองโซน คือสวนสนุกกับบ้านผีสิง เป็นพื้นที่ที่มีความบิดเบี้ยวมากกว่าสวนสัตว์ซะอีก ด้วยระดับความสามารถของนายในตอนนี้ การจะไปท้าทายที่นั่นมันยังเร็วเกินไป หรือนายอยากจะลองดูก็ได้นะ ไม่แน่ว่าถ้านายตาย นายอาจจะได้ทะลุมิติอีกรอบก็ได้นะ?】
สวนสัตว์คือพื้นที่แยกออกมาต่างหาก ถ้าเดินย้อนกลับไป อ้อมนกกระจอกเทศสามตัวนั้นไป ก็น่าจะเข้าไปในพื้นที่สีม่วงของจริงงั้นสินะ?
"ทิศทางนี้อันตรายเกินไป ดูเหมือนว่าจะเป็นคำตอบที่ผิดแฮะ"
ไป๋อู้มองไปทางทิศตะวันออก:
【รั้วตาข่ายเหล็กทางทิศใต้มีรูโหว่ ทำให้พวกไอ้ทึ่มเหล็กไหลที่อยู่ข้างในหลุดออกมาได้ พวกมันยึดครองจุดแวะพักระหว่างทางไปตั้งครึ่งนึงเลยล่ะ】
เมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน ไป๋อู้ก็หันไปมองทางทิศใต้:
【ถ้าข้างหลังนายคือพวกสวะเศษเหล็ก งั้นข้างในนี้ก็คือพวกไอ้ทึ่มเหล็กไหล ถึงพวกมันจะดูทึ่มๆ แต่ก็แข็งแกร่งมากนะ เครื่องจักรกับเครื่องจักรกลมันเอามาเหมารวมกันไม่ได้หรอก เตาปฏิกรณ์พลังงานของพวกมัน สามารถดูดซับน้ำมันก็ได้ หรือจะดูดซับเลือดเนื้อก็ได้เหมือนกัน】
"ทั้งสี่ทิศทาง ไม่มีทิศไหนบอกเลยว่าไปแล้วจะสูญเปล่า ดูเหมือนฉันต้องเป็นคนตัดสินใจเอง หรือพูดอีกอย่างก็คือ ทั้งสี่ทิศทางล้วนมีเบาะแสที่น่าสนใจซ่อนอยู่"
ความเป็นไปได้อย่างหลังดูจะมีน้ำหนักมากกว่า แต่ไป๋อู้ก็ต้องเลือกเส้นทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดอยู่ดี
ในที่สุดเขาก็เลือกที่จะมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก หรือก็คืออีกฟากหนึ่งของถนน
"หมายเหตุบอกว่าสถานที่แห่งนี้มีจุดแวะพักสำหรับมนุษย์อยู่หลายแห่ง ข้อมูลที่เป็นตัวหนังสือน่าจะซ่อนอยู่ในจุดแวะพักพวกนี้มากกว่าที่จะอยู่ในทุ่งหญ้าล่ะนะ"
ห่างจากไป๋อู้ไปเจ็ดร้อยเมตร มีจุดชมวิวตั้งอยู่ มันคือหอคอยชมวิวสูงยี่สิบสองเมตร ตรงกลางมีห้องพักรับรองสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนบนยอดสุดก็มีกล้องส่องทางไกลติดตั้งอยู่
ไป๋อู้วิ่งเหยาะๆ เข้าไปใกล้จุดชมวิว ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ได้รับการตอบสนองกลับมาแล้ว:
【ฉันมีข่าวดีกับข่าวร้ายมาบอกนายอีกแล้ว ข่าวดีก็คือ กล้องส่องทางไกลข้างในนั้นเป็นไอเทมสถิตวิญญาณที่ใช้ได้เฉพาะโลกภายนอกหอคอยเท่านั้น ส่วนข่าวร้ายก็คือ... นายเอามันกลับไปไม่ได้หรอก อ้อ แล้วในฐานะพรสวรรค์ผู้แสนดี ฉันจะแถมข่าวร้ายให้อีกข้อแล้วกัน ในจุดชมวิวนั่นมีไอ้ทึ่มตัวน้อยกำลังนอนหลับอยู่ล่ะ】
ไป๋อู้เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น นี่คือจุดแวะพักแห่งแรก ข้อมูลที่ได้ก็คือในหอคอยชมวิวที่เหมือนกับป้อมปราการแห่งนี้ มีผู้ร่วงหล่นซ่อนตัวอยู่
อีกฝ่ายกำลังนอนหลับอยู่ ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ได้เปรียบ
"เหลือเวลาอีกเจ็ดนาทีก่อนที่สถานะเชิงลบอันต่อไปจะมาเยือน อย่างน้อยฉันก็ควรจะได้เห็นความสามารถของกล้องส่องทางไกลนั่นสักหน่อย"
ภายในเจ็ดนาที เพื่อไม่ให้มีสถานะเชิงลบตกใส่ตัวเพิ่มขึ้น ไป๋อู้ก็ต้องหาทางทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากสถานะที่ไม่ได้ต่อสู้ให้ได้
ไม่นานนัก เขาก็มาถึงใต้จุดชมวิว และเดินไปตามบันไดวน จนมาถึงหน้าประตูทางเข้าห้องพักรับรอง
ในตอนนี้ ไป๋อู้ก็เหมือนกับเล่าปี่ตอนโยนลูกชายทิ้งนั่นแหละ... คือค่อยๆ วางอย่างทะนุถนอม
เสียงฟันเฟืองหมุนดังเป็นจังหวะแว่วมาให้ได้ยิน เขาเดาว่านี่คงจะเป็นเสียงกรนของพวกไอ้ทึ่มเหล็กไหลสินะ?
ไป๋อู้ค่อยๆ ผลักประตูให้แง้มออกเพียงช่องเล็กๆ เมื่อเห็นผู้ร่วงหล่นที่อยู่ข้างใน เขาก็จำได้ทันที
【แรดที่ยังโตไม่เต็มวัย ผู้ร่วงหล่นระดับสาม คุณสมบัติกลายพันธุ์: หนังเหนียวเนื้อหยาบ คุณสมบัติกลายพันธุ์ระดับหายาก: เครื่องจักรกล มันกำลังฝันหวานอยู่ ในความฝันมันกำลังวิ่งเล่นอย่างร่าเริงอยู่บนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ข้างหน้ามีแม่วัวอิตาลีตัวอวบอั๋นกำลังส่งสายตายั่วยวนมาให้ ก็เหมือนกับที่มนุษย์ชอบสาวหูสัตว์นั่นแหละ พวกเราแรดเองก็ชอบสัตว์สายพันธุ์อื่นเหมือนกันนะจ๊ะ】
ผู้ดีมีมารยาท เขาไม่ไปขัดจังหวะความฝันเปียกของคนอื่นหรอกนะ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในชาติก่อน ไป๋อู้เคยเห็นวัยรุ่นหลายคนที่แม้จะโตเป็นผู้ใหญ่มาหลายปีแล้ว แต่ประสบการณ์ความสยิวที่สมจริงที่สุดก็ยังคงมาจากความฝัน... ช่างน่าเวทนาเสียจริง
เหลือเวลาอีกห้านาที เขาเดินอ้อมแรดตัวนี้ไป และเริ่มค้นหาข้าวของในห้องอย่างรวดเร็ว
ขนาดตัวของแรดจักรกลไม่ได้ใหญ่โตนัก เพราะมันยังเด็กอยู่ แต่ร่างกายของมันก็ถูกปกคลุมไปด้วยเหล็กกล้าไปหมดแล้ว
บนโต๊ะที่อยู่ด้านหลังแรด มีแผ่นพับโฆษณาวางอยู่หลายแผ่น เป็นโฆษณาโครงการอื่นๆ ของสวนสัตว์
โดยปกติแล้ว เวลาที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยว ก็มักจะมีการโปรโมตแบบเชื่อมโยงกับโครงการอื่นของเจ้าอื่นด้วย ก็เหมือนกับเวลาที่คุณไปดูโดนัลด์ดั๊ก พนักงานก็จะบอกคุณว่า วันนี้มิกกี้เมาส์ก็น่ารักมากเลยนะ พอคุณไปดูมิกกี้เมาส์ พนักงานฝั่งนั้นก็จะบอกอีกว่า วันนี้หมาป่าเทาอารมณ์ดีมากเลยนะ
ไป๋อู้ลองหยิบขึ้นมาดู ก็พบว่ามันเป็นแผ่นพับโปรโมตคณะละครสัตว์
"คณะละครสัตว์นี่ก็น่าจะอยู่ในพื้นที่อื่นเหมือนกันสินะ"
บนแผ่นพับโปรโมตมีรูปสัตว์แปลกๆ มากมาย แล้วก็มีรูปคนแต่งตัวเป็นตัวตลกอยู่สองสามคน แต่เนื่องจากเวลาผ่านไปเนิ่นนาน สีบนแผ่นพับจึงหลุดลอกออกไป ทำให้พวกตัวตลกดูน่าเกลียดน่ากลัวขึ้นมาทันที
【ก็แค่ตัวอย่างตอนต่อ... ต่อๆๆๆๆ ไปเท่านั้นแหละ ถึงโลกใบนี้จะกว้างใหญ่แค่ไหน แต่ตราบใดที่นายยังคงออกมาโลกภายนอกหอคอยอยู่เรื่อยๆ สักวันนายก็ต้องได้เจอกับคณะละครสัตว์คณะนี้อย่างแน่นอน】
ตู้เก็บของใต้โต๊ะไม่มีข้อมูลอะไรที่มีค่าหลงเหลืออยู่แล้ว มีแต่ของใช้ในชีวิตประจำวันอย่างพวกพลาสเตอร์ยา ปากกา อะไรทำนองนั้น
แต่บนผนังอีกฝั่งหนึ่ง ไป๋อู้มองเห็นป้ายตัวอักษรติดอยู่
"กรุณาอย่าให้อาหารสัตว์ด้วยน้ำมันดีเซล -35# และน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์"
【ประโยคนี้มาจากปี 2022】
ประโยคนี้ดูไม่มีปี่มีขลุ่ยเอาเสียเลย แต่เมื่อนำมาเชื่อมโยงกับสภาพปัจจุบันของสวนสัตว์ ไป๋อู้ก็เข้าใจขึ้นมาทันที
"ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นไป น่าจะเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ก่อนที่ยุคหอคอยจะมาถึง แต่ในช่วงไม่กี่ปีก่อนหน้านั้น ก็เริ่มมีการกลายพันธุ์เกิดขึ้นมาบ้างแล้วสินะ"
"ในปี 2022 สัตว์ในสวนสัตว์เริ่มกลายเป็นเครื่องจักรกล สิ่งที่ใช้ป้อนพวกมันได้จึงไม่ใช่อาหารอีกต่อไป แต่เป็นน้ำมันชนิดต่างๆ แทน"
ที่น่าขันก็คือ ตามรายงานของตึกผู้ป่วยหมายเลขเก้า บริเวณรอบนอกเมืองเริ่มมีผู้ร่วงหล่นปรากฏตัวขึ้นมากมายแล้ว แต่ผู้คนในเมือง กลับยังมีอารมณ์สุนทรีย์มาเดินเล่นสวนสัตว์กันอยู่อีกงั้นเหรอ?
แต่พอลองคิดดูดีๆ ก็ใช่แหละ หมาป่าในนี้หน้าตาเหมือนเมทัลการูรูมอน ลิงกอริลลาก็หน้าตาเหมือนออปติมัสไพรม์ในบีสต์วอร์ส จะมีเด็กผู้ชายคนไหนต้านทานเสน่ห์แบบนี้ได้ล่ะ
เสียงกรนของแรดยังคงดังสม่ำเสมอ
เหลือเวลาอีกสี่นาทีก่อนที่สถานะเชิงลบอันต่อไปจะมาเยือน ไป๋อู้เดินขึ้นไปยังชั้นบนสุด
กล้องส่องทางไกลในจุดชมวิวคือไอเทมสถิตวิญญาณ เขาอยากรู้มากว่าของสิ่งนี้จะช่วยให้เบาะแสอะไรได้บ้าง
【กล้องส่องจุดอ่อน ถ้าเทียบกับฉันแล้ว มันไม่ได้มีความรู้กว้างขวางเท่าฉันหรอก แต่มันค่อนข้างรักเดียวใจเดียวและลึกซึ้ง มันจะให้เบาะแสนายแค่เรื่องเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ... จุดอ่อนของคู่ต่อสู้】
(จบบท)