- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 423 การไลฟ์ขายของระดับชาติ
บทที่ 423 การไลฟ์ขายของระดับชาติ
บทที่ 423 การไลฟ์ขายของระดับชาติ
บทที่ 423 การไลฟ์ขายของระดับชาติ
หลังงานแต่งงาน ฟู่ซานได้ย้ายไปอยู่เรือนหอกับเฮ่อหยางซาน เธอขนของออกจากบ้านไปส่วนหนึ่งแต่ก็ยังหลงเหลือบางอย่างไว้ ซึ่งห้องนอนของเธอก็ยังคงถูกรักษาไว้ในสภาพเดิมตามความต้องการของเจียงชิ่น เพื่อให้ฟู่ซานสามารถกลับมานอนพักเมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ
ในช่วงสองสามวันแรกที่ฟู่ซานย้ายออกไป แม่ฟู่ยังปรับตัวไม่ค่อยได้ เช้าวันสองวันแรกเธอยังเผลอไปเคาะประตูห้องฟู่ซานเพื่อเรียกให้มาทานมื้อเช้า พอเคาะเสร็จถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าห้องนั้นว่างเปล่าแล้ว เพราะลูกสาวไม่ได้อยู่ที่บ้านนี้อีกต่อไป ทว่าผ่านไปไม่กี่วัน แม่ฟู่ก็เริ่มปรับตัวได้ ความภูมิใจที่ลูกสาวได้ออกเรือนไปกับคนดี ๆ ช่วยให้ความรู้สึกใจหายนั้นจางหายไปในเวลาอันสั้น
หนึ่งสัปดาห์หลังจากงานวิวาห์ เย่จวิ้นยังแอบไปป่วนที่เรือนหออีกครั้ง คราวนี้ฟู่ซานไม่ไว้หน้าแจ้งตำรวจจับเขาในข้อหาอนาจารและอันธพาลทันที หลังจากนั้นเย่จวิ้นก็ไม่โผล่มาสร้างความรำคาญให้ฟู่ซานอีกเลย
เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่เดือนกันยายน ฤดูกาลแห่งการเปิดเทอม
หยางหยางและหน่วนหน่วนถึงเกณฑ์ต้องเข้าโรงเรียนอนุบาลแล้ว ในวันรายงานตัว เจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วจูงมือลูก ๆ ไปส่งที่โรงเรียนด้วยกัน เด็กน้อยทั้งสองคนสะพายเป้ใบเล็กคนละใบ ข้างในมีชุดสำรอง กล่องข้าวส่วนตัว และผ้าเช็ดหน้า เพื่อให้คุณครูหยิบใช้ได้สะดวก
โรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับบ้านพักรวมที่พวกเขาอาศัยอยู่ เป็นโรงเรียนอนุบาลของหน่วยงานรัฐที่เปิดรับเฉพาะบุคลากรภายในเท่านั้น ไม่รับนักเรียนจากภายนอก ในฐานะผู้อยู่อาศัยในเขตบ้านพักนี้ หยางหยางและหน่วนหน่วนจึงได้สิทธิ์เข้าเรียนที่นี่โดยปริยาย โรงเรียนอยู่ใกล้บ้านมากจนไม่ต้องนั่งรถ เดินเท้าเพียงสิบนาทีก็ถึง
ตลอดทาง หยางหยางเอาแต่ถามซ้ำ ๆ ว่า "ผมไม่ไปโรงเรียนอนุบาลได้ไหมครับ ? "
ฟู่เส้าตั๋วตอบว่า "เด็ก ๆ เมื่อถึงวัยก็ต้องไปโรงเรียนกันทั้งนั้นแหละลูก ดูอย่างเสี่ยวหยวนบ้านคุณปู่จาง หรือลู่ลู่บ้านคุณปู่ลี่สิ พวกเขาก็ไปโรงเรียนกันหมดแล้วไม่ใช่เหรอ ? "
หยางหยางกระพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะพยักหน้ายอมรับ เสี่ยวหยวนและลู่ลู่คือเพื่อนเล่นของเขากับหน่วนหน่วน ซึ่งอายุมากกว่าหนึ่งปีและตอนนี้อยู่ชั้นอนุบาลห้องกลางแล้ว
ฟู่เส้าตั๋วสำทับต่อ "ปกติลูกบ่นว่าเสี่ยวหยวนกับลู่ลู่ไปโรงเรียนแล้วไม่มีใครเล่นด้วย ตอนนี้พวกหนูไปโรงเรียนเหมือนกันแล้ว ช่วงพักเบรกจะได้เล่นด้วยกันไงครับ"
หยางหยางฟังแล้วก็ดูเหมือนจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็พยักหน้าหงึกหงัก "อื้อ ผมจะไปเล่นกับเสี่ยวหยวนและลู่ลู่ครับ"
ผิดกับหน่วนหน่วนที่ดูจะไม่ต่อต้านโรงเรียนเท่าพี่ชาย เธอจูงมือเล็ก ๆ ของหยางหยางแล้วก้าวเดินนำไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น ดูวางมาดเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อยเสียจนเจียงชิ่นหลุดยิ้มออกมา
"หน่วนหน่วนตอนนี้ดูเหมือนเป็นพี่สาวเลยนะคะ"
ฟู่เส้าตั๋วกล่าวว่า "เด็กสองคนนี้เกิดมาพร้อม ๆ กัน ห่างกันแค่ไม่กี่นาที ถ้าพูดกันตามตรงก็ไม่มีใครเป็นพี่เป็นน้องหรอกครับ"
เจียงชิ่นหันไปมองสามีพลางยิ้มและควงแขนเขาไว้ สามีของเธอพูดถูก ฝาแฝดนั้นความจริงย่อมเท่าเทียมกัน การจะมาแบ่งใครพี่ใครน้องเพียงเพราะลำดับการคลอดที่ต่างกันไม่กี่นาที ก็เพื่อให้ง่ายต่อการเรียกขานเท่านั้น
ทว่าเรื่องง่ายๆ ที่คนยุค 70 ยังเข้าใจได้ แต่ในโลกอนาคตกลับมีพ่อแม่หลายคนมองข้ามเรื่องนี้ไป และมักจะกดดันให้คนโตต้องเสียสละให้คนเล็กจนทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมในครอบครัว สำหรับหยางหยางและหน่วนหน่วน เจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วตกลงกันไว้ชัดเจนว่าจะเลี้ยงดูอย่างเท่าเทียม ใครทำผิดก็ว่าไปตามผิด และของทุกอย่างที่ซื้อให้ต้องมีเท่ากันเสมอ
เมื่อส่งเด็ก ๆ ถึงหน้าห้องเรียนและเห็นคุณครูพาทั้งคู่เข้าไป เจียงชิ่นก็รู้สึกวูบไหวในใจ ด้านหนึ่งก็อาลัยอาวรณ์และกังวลว่าลูกจะอยู่อย่างไร จะกินอิ่มไหม แต่อีกด้านก็ยินดีที่ลูก ๆ จะได้เริ่มใช้ชีวิตในสังคมหมู่มาก
"ไปเถอะครับ ตอนเย็นค่อยมารับพวกเขา" เสียงของฟู่เส้าตั๋วดึงสติเจียงชิ่นกลับมา
"ค่ะ" เจียงชิ่นหันไปมองในห้องอีกครั้ง เห็นหยางหยางและหน่วนหน่วนนั่งบนม้านั่งตัวเล็กหน้าห้องอย่างเรียบร้อย เธอจึงเบาใจและเดินออกจากโรงเรียนไปพร้อมกับฟู่เส้าตั๋ว
วันนี้ทั้งคู่มีเวลาว่างตรงกันพอดี ฟู่เส้าตั๋วเพิ่งจะเคลียร์โปรเจกต์ในมือเสร็จก่อนเปิดเทอม และพรุ่งนี้เขาก็ต้องไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยการทหารแล้ว ส่วนเจียงชิ่นเองก็มีเวลาเหลืออีกสองวันก่อนเปิดเทอมที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง แต่พรุ่งนี้เธอก็มีนัดสำคัญเช่นกัน
พรุ่งนี้คือวันเปิดตัวโทรศัพท์มือถืออย่างเป็นทางการ และหวังเหิงในฐานะตัวแทนกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้เชิญเจียงชิ่นเข้าร่วมงานแถลงข่าวในฐานะแขกผู้มีเกียรติ ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันพักผ่อนที่หาได้ยากยิ่งสำหรับทั้งคู่
"อยากไปเที่ยวไหนไหมครับ ? " ฟู่เส้าตั๋วถาม
ทั้งคู่ตกลงกันไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่า หลังจากส่งลูกเสร็จจะออกไปเที่ยวด้วยกัน เพราะไม่ได้เดทกันมานานมากแล้ว
เจียงชิ่นนิ่งคิดครู่หนึ่ง "ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะเป่ยไห่สักรอบ แล้วค่อยหาอะไรทาน ต่อด้วยดูหนังสักเรื่อง ก็น่าจะถึงเวลารับหยางหยางกับหน่วนหน่วนพอดี คุณว่าไงคะ ? "
"ตกลงครับ เอาตามที่คุณว่าเลย"
ทั้งคู่มุ่งหน้าไปยังสวนสาธารณะเป่ยไห่ อากาศปลายเดือนสิงหาคมในปักกิ่งยังคงร้อนระอุ แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันทำงาน ผู้คนในสวนจึงไม่หนาแน่นนัก ซึ่งเจียงชิ่นชอบบรรยากาศแบบนี้มาก พวกเขาพากันขึ้นไปบนเจดีย์ขาวและไปพายเรือเล่นกันรอบหนึ่ง กว่าจะออกจากสวนก็เกือบสิบเอ็ดโมงเช้า ซึ่งใกล้เวลาอาหารกลางวันพอดี
เจียงชิ่นอยากทาน หมูผัดซอสหวานปักกิ่ง กับแป้งทอด ซึ่งมีร้านหนึ่งแถวต้าซาลั่นที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก ทั้งคู่จึงนั่งรถไปทานที่นั่น ทานเสร็จก็แวะไปดูหนังที่ศูนย์วัฒนธรรมคนงานใกล้ ๆ
บนกระดานดำหน้าศูนย์วัฒนธรรมมีรายชื่อหนังเขียนไว้สามเรื่อง เจียงชิ่นเลือกเรื่อง "เสียงปืนในกรมความลับ"
"หนังเรื่องนี้ฉันได้ยินชื่อมานานแล้วค่ะ หลายคนบอกว่าสนุกมาก จวงซือเหวินยังแนะนำฉันตั้งหลายครั้งเลย" เจียงชิ่นบอก
ฟู่เส้าตั๋วพยักหน้า "ผมก็เคยได้ยินคนพูดถึงเหมือนกัน งั้นดูเรื่องนี้แหละ คุณรอตรงนี้นะ เดี๋ยวผมไปซื้อตั๋วเอง"
หนังเรื่องนี้สนุกสมคำร่ำลือจริง ๆ แม้จะมองผ่านสายตาของคนยุคหลังอย่างเจียงชิ่น เธอก็ยังรู้สึกว่ามันยอดเยี่ยมมาก จนตอนเดินออกจากโรงเธอยังคงชวนฟู่เส้าตั๋วคุยเรื่องพล็อตหนังไม่หยุด
หลังจากคุยเรื่องหนังจบ เจียงชิ่นก็นึกถึงงานเปิดตัวโทรศัพท์มือถือในวันพรุ่งนี้ เธอมีเครื่องต้นแบบอยู่ในมือแล้วหนึ่งเครื่อง และตั้งใจว่าพรุ่งนี้ทันทีที่เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เธอจะซื้อให้ฟู่เส้าตั๋วอีกเครื่องหนึ่ง เพื่อให้ทั้งคู่ติดต่อกันได้สะดวกขึ้น
เธอจึงบอกกับสามีว่า "พรุ่งนี้ฉันมีของขวัญจะมอบให้คุณด้วยนะคะ รอตอนเย็นกลับบ้านมาคุณจะได้เห็นแน่นอน"
เมื่อเห็นท่าทางลึกลับของภรรยา ฟู่เส้าตั๋วก็อดสงสัยไม่ได้ "ของขวัญอะไรครับ บอกใบ้หน่อยได้ไหม ? "
เจียงชิ่นชูนิ้วชี้ขึ้นส่ายไปมา "ความลับค่ะ พรุ่งนี้คุณก็รู้เอง"
วันรุ่งขึ้น งานเปิดตัวโทรศัพท์มือถือจัดขึ้นที่หอประชุมกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี งานนี้ไม่ได้มีเพียงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังมีนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ทุกสำนักในปักกิ่ง รวมถึงเอกอัครราชทูตจากประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศจีนเข้าร่วมด้วย งานครั้งนี้เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่และไม่เคยมีปรากฏมาก่อน
เมื่อเจียงชิ่นมาถึงงานและเห็นใบหน้าที่แตกต่างจากคนประเทศจีนหลายท่าน เธอจึงแอบดึงหวังเหิงมาถามเบา ๆ
"ทำไมถึงเชิญท่านทูตจากหลายประเทศมาด้วยล่ะคะ ? "
หวังเหิงยิ้มตอบ "นี่คือการตัดสินใจของเบื้องบนครับ ในเมื่อตอนนี้คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ของเราขายไปได้ถึง 55 ประเทศแล้ว ตลาดโทรศัพท์มือถือย่อมต้องกว้างขวางกว่านั้นแน่นอน การเชิญท่านทูตมาที่นี่เพื่อให้พวกเขาได้เห็นสมรรถนะของโทรศัพท์มือถือเราอย่างใกล้ชิดที่สุด จะได้สะดวกต่อการส่งออกในอนาคตไงครับ"
เจียงชิ่นฟังแล้วก็เข้าใจแจ่มแจ้งในทันที
ให้ตายสิ นี่มันคือ "การไลฟ์ขายของระดับชาติ" ชัด ๆ เลยนี่นา !