เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 422 งานแต่งงานของฟู่ซาน

บทที่ 422 งานแต่งงานของฟู่ซาน

บทที่ 422 งานแต่งงานของฟู่ซาน


บทที่ 422 งานแต่งงานของฟู่ซาน

เจียงชิ่นจำได้ว่าตอนที่เธอแต่งงาน ทรงผมยังเป็นแบบเรียบง่ายและย้อนยุคอยู่เลย แต่หลังจากนโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศเริ่มต้นขึ้น ความคิดของผู้คนก็เริ่มเปิดกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ เหล่าหญิงสาวต่างกล้าที่จะไขว่คว้าความสวยงาม ในปัจจุบันเจ้าสาวนิยมเกล้าผมสูงและประดับประดาด้วยเครื่องประดับผมที่งดงาม

ตอนที่เจียงเต๋อเลี่ยงแต่งงาน จู้จวนก็เกล้าผมและจัดทรงออกมาได้ดูดีมาก วันนี้ฟู่ซานเองก็อยากจะเกล้าผมเช่นกัน แต่เจียงชิ่นทำไม่เป็น ขนาดตอนที่เธอไปร่วมงานเลี้ยงรัฐพิธี เธอก็ยังต้องให้ช่างเฉพาะทางเป็นคนจัดการให้ ทว่า ติงเมิ่งเฟยกลับมีความสามารถด้านนี้ มือของเธอคล่องแคล่วมาก หลังจากหวีผมของฟู่ซานจนเรียบสลวย เธอก็จัดการม้วนและเกล้าขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง เจียงชิ่นยังมองตามไม่ทันด้วยซ้ำว่าเธอทำอย่างไร ผมของฟู่ซานก็ถูกจัดทรงเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ผมของฟู่ซานทั้งดำขลับและเป็นเงางาม เมื่อเกล้าขึ้นจึงดูงดงามเป็นพิเศษ ยิ่งติงเมิ่งเฟยประดับกิ๊บติดผมรูปกลีบดอกไม้ลงไป ก็ยิ่งขับให้ดูสวยเด่นขึ้นไปอีก เมื่อทำผมเสร็จ ก็ถึงขั้นตอนการแต่งหน้า

นี่คือจุดแข็งของเจียงชิ่น เธอรับหน้าที่แต่งหน้าให้ฟู่ซานเอง ในยุคนี้การแต่งหน้าเพิ่งจะเริ่มเป็นที่นิยม แต่ทักษะโดยทั่วไปยังไม่ดีนัก เมคอัพเจ้าสาวส่วนใหญ่มักจะแต่งกันหนาเตอะจนกลบใบหน้าที่แท้จริงไปเสียหมด

เจียงชิ่นจึงเลือกแต่งหน้าให้ฟู่ซานในสไตล์ของคนรุ่นหลัง ซึ่งดูไม่จัดจ้านจนเกินไป แต่ช่วยเน้นจุดเด่นบนใบหน้าที่สะสวยของฟู่ซานออกมาได้อย่างลงตัว ดูเป็นธรรมชาติและไม่เกินจริง

ทันทีที่ทรงผมและเมคอัพเสร็จสมบูรณ์ ประกอบกับฟู่ซานสวมชุดเจ้าสาวเข้าไป เธอก็ดูราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน สวยสง่าจนยากจะบรรยาย

ติงเมิ่งเฟยจ้องมองเพื่อนรักพลางเอ่ยด้วยความชื่นชมและแอบอิจฉาเล็ก ๆ "ฉันหวังว่าตอนที่ฉันแต่งงาน จะสวยได้สักครึ่งหนึ่งของเธอแบบนี้บ้างนะ"

ฟู่ซานกุมมือเพื่อนไว้ "วางใจเถอะจ้ะ เธอต้องสวยแน่นอน เพราะความจริงเธอสวยกว่าฉันตั้งเยอะ"

เจียงชิ่นพูดเสริม "พวกเธอสวยกันทั้งคู่นั่นแหละจ้ะ ว่าแต่เมิ่งเฟย เธอจะแต่งงานเมื่อไหร่เหรอ ? "

ทุกคนรู้ดีว่าติงเมิ่งเฟยมีคนรักแล้ว ทั้งคู่รู้จักกันจากการนัดดูตัวและเข้ากันได้ดีมากจนถึงขั้นพูดคุยเรื่องวิวาห์ เมื่อถูกถามถึงเรื่องแต่งงาน ติงเมิ่งเฟยก็มีท่าทีขัดเขินและตอบอย่างเอียงอายว่า "น่าจะเป็นช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ค่ะ ทางบ้านเราทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้คร่าว ๆ แบบนั้น"

ฟู่ซานอุทาน "งั้นก็อีกไม่นานแล้วสิ เหลือเวลาอีกแค่เดือนกว่า ๆ เธอก็จะแต่งงานเหมือนกันแล้ว"

ติงเมิ่งเฟยหน้าแดงระเรื่อพลางพยักหน้า เจียงชิ่นจึงยิ้มพลางบอกว่า "ถ้าอย่างนั้นบอกล่วงหน้าด้วยนะจ๊ะ เรื่องแต่งหน้า พี่ขอเหมาเอง"

ฟู่ซานรีบรับช่วงต่อ "ส่วนเรื่องทำผม ฉันเหมาเองจ้ะ ! "

ติงเมิ่งเฟยขอบคุณทั้งสองคนด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ "ขอบคุณพวกพี่มากนะคะ"

"ขอบคุณอะไรกันเล่า วันนี้เธอก็อุตส่าห์แวะมาช่วยทำผมให้ฉันเหมือนกัน พวกเราคนกันเอง อย่าพูดจาห่างเหินให้ดูเป็นคนอื่นคนไกลเลยจ้ะ" ฟู่ซานกล่าว

"อื้ม งั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะ" ติงเมิ่งเฟยยิ้มละไม ดวงตาเป็นประกายสื่อให้เห็นว่าเธอกำลังเฝ้ารอวันวิวาห์ของตัวเองอย่างมีความสุข

งานแต่งงานในวันนี้จัดขึ้นที่โรงแรม ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ในช่วงปีที่ผ่านมา ปักกิ่งมีโรงแรมเปิดใหม่หลายแห่ง และกลายเป็นสถานที่ยอดฮิตในการจัดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส สำหรับคนหนุ่มสาวในยุคนั้น การได้จัดงานแต่งในโรงแรมถือเป็นเรื่องที่ทันสมัยและมีหน้ามีตาอย่างยิ่ง

นั่นเป็นเพราะค่าใช้จ่ายในโรงแรมนั้นสูงกว่าการจัดที่บ้านถึงสามสี่เท่า มีเพียงครอบครัวที่ฐานะดีจริง ๆ เท่านั้นที่จะเลือกจัดงานในรูปแบบนี้

เมื่อใกล้ถึงเวลาและจัดการทุกอย่างให้ฟู่ซานเรียบร้อยแล้ว เจียงชิ่นก็รีบกลับห้องไปเปลี่ยนชุดของตัวเอง เธอสวมชุดเดรสกระโปรงโทนสีอบอุ่นกับรองเท้าแตะหนัง ดูเป็นหญิงสาวที่สดใสและงดงามจนมองไม่ออกเลยว่าเธอคือแม่ลูกสามแล้ว

หยางหยางและหน่วนหน่วนก็ได้ไปร่วมงานในวันนี้ด้วย ส่วนเสี่ยวเหนียนยังเล็กเกินไปจึงต้องฝากให้จ้าวเหมี่ยวหลานช่วยดูแลอยู่ที่บ้าน เจียงชิ่นเตรียมชุดถังจวงแบบประยุกต์สีสันสดใสไว้ให้ลูก ๆ ทั้งสองคน

ชุดเหล่านี้ไม่มีขายตามท้องตลาด เพราะเธอเป็นคนลงมือตัดเย็บเอง เด็กทั้งสองที่เดิมทีก็น่ารักราวกับตุ๊กตาแป้งปั้นอยู่แล้ว พอสวมชุดถังจวงเข้าไปก็ดูเหมือนตุ๊กตานำโชค ที่หลุดออกมาจากภาพวาดวันปีใหม่จีนเลยทีเดียว

ที่หน้าบ้านมีรถยนต์ส่วนบุคคลมาจอดรออยู่หลายคัน ซึ่งเจียงชิ่นเป็นคนขอยืมมาจากหวังเหิงล่วงหน้า เป็นรถของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเดินทางไปโรงแรมด้วยรถยนต์ย่อมสะดวกสบายและดูภูมิฐานกว่า

ขบวนรถยนต์ได้แวะไปรับเฮ่อหยางซานที่บ้านก่อนจะมุ่งหน้ามายังบ้านตระกูลฟู่เพื่อรับเจ้าสาว ในยุคนั้นยังไม่มีธรรมเนียมการกั้นประตูเงินประตูทองที่วุ่นวาย เมื่อเฮ่อหยางซานมาถึงจึงไม่มีใครขัดขวาง เขาเดินตรงเข้าไปรับตัวฟู่ซานในห้องได้ทันที

วันนี้เฮ่อหยางซานแต่งกายเต็มยศในชุดเชิ้ตสีขาวและกางเกงสแล็กสีเข้ม ดูภูมิฐานและสง่างาม เมื่อยืนเคียงข้างกับฟู่ซานแล้ว ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันกิ่งทองใบหยกอย่างยิ่ง

บรรดาเพื่อนบ้านและพี่น้องของแม่ฟู่ต่างพากันชื่นชมไม่ขาดปากว่าแม่ฟู่ได้ลูกเขยที่ดี ทำให้แม่ฟู่ยิ้มไม่หุบด้วยความปลาบปลื้มใจ

แต่พอเหล่าเพื่อนบ้านหันไปเห็นขบวนรถยนต์ที่จอดเรียงรายอยู่ด้านนอก ต่างก็ถึงกับตาค้าง พวกเธอเป็นคนงานในโรงงานมาทั้งชีวิต ไม่ค่อยได้เห็นโลกกว้างและไม่เคยมีโอกาสได้นั่งรถยนต์ส่วนบุคคลมาก่อนเลย ในความคิดของพวกเธอ คนที่จะได้นั่งรถแบบนี้ต้องระดับผู้นำโรงงานเท่านั้น

ไม่มีใครนึกเลยว่าครอบครัวฟู่จะมีความสามารถถึงขนาดขอยืมรถยนต์มาได้มากมายขนาดนี้ มีคนแอบนับดูแล้วพบว่ามีถึง 5 คัน ซึ่งถือว่าน่าทึ่งมากในยุคนั้น

แม่ฟู่ได้รับฟังจากเจียงชิ่นมาก่อนแล้วว่าจะมีการเตรียมรถมาให้กี่คัน แต่การได้ยินกับตาเห็นด้วยตัวเองนั้นความรู้สึกช่างต่างกันลิบลับ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าเพื่อนพ้องเก่า ๆ แม่ฟู่รู้สึกว่าเรื่องนี้ทำให้เธอมีหน้ามีตาอย่างที่สุด

เธอรีบเชิญชวนเพื่อน ๆ ให้ขึ้นรถเพื่อเดินทางไปโรงแรมพร้อมกัน ทุกคนต่างตื่นเต้นดีใจที่จะได้นั่งรถยนต์หรูหราเป็นครั้งแรกในชีวิตและได้สัมผัสประสบการณ์ระดับผู้นำ

ทางฝั่งเฮ่อหยางซานไม่มีญาติพี่น้อง เขาจึงพาเพื่อนสนิทมาเพียงสองคน ส่วนฝั่งตระกูลฟู่มีคนเยอะกว่า รถทั้ง 5 คันจึงถูกจับจองจนเต็มอย่างรวดเร็ว

เฮ่อหยางซาน ฟู่ซาน และเจียงชิ่น นั่งรถคันของลุงอู๋ ส่วนแม่ฟู่อุ้มหยางหยางและหน่วนหน่วนนั่งไปกับแม่ติงและเพื่อน ๆ ในรถคันถัดไป

ขบวนรถยนต์ทั้ง 5 คันเคลื่อนตัวออกจากบ้านพักรวมอย่างยิ่งใหญ่ ตลอดเส้นทางที่ขบวนรถแล่นผ่านกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนที่สัญจรไปมาบนท้องถนน ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่ขบวนรถมงคลนี้

เมื่อถึงหน้าโรงแรม เฮ่อหยางซานลงจากรถก่อนเพื่อเปิดประตูให้ฟู่ซานและจูงมือพยุงเธอลงมา ฟู่ซานยิ้มหวานอย่างมีความสุข แววตาที่มองเจ้าบ่าวนั้นเต็มไปด้วยความรักที่เอ่อล้น เจียงชิ่นตามลงมาและรับหยางหยางกับหน่วนหน่วนเดินจูงมือลูก ๆ เข้าไปในงาน

ภายในโรงแรมถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม บนเพดานมีสายรุ้งหลากสีสัน และบนผนังประดับด้วยลูกโป่ง สร้างบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยสิริมงคล

ฟู่เส้าตั๋วต้องแวะไปจัดการธุระที่หน่วยงานในช่วงเช้าก่อนจะรีบบึ่งตามมา เขามาถึงโรงแรมในช่วงที่แขกเหรื่อเริ่มทยอยกันมาหนาตาแล้ว ทันทีที่เจียงชิ่นเห็นสามีมาถึง เธอรีบดึงเขามาด้านข้างเพื่อช่วยจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อย

"เดี๋ยวคุณต้องขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีนะคะ ยังไงก็ต้องดูแลบุคลิกให้ดูดีหน่อย" พูดไปเธอก็ช่วยจัดทรงผมให้เขาด้วยความใส่ใจ

เนื่องจากบิดาของฟู่เส้าตั๋วและฟู่ซานเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว ตามปกติหน้าที่กล่าวอวยพรบนเวทีควรเป็นของบิดา ในวันนี้ฟู่เส้าตั๋วจึงต้องทำหน้าที่ในฐานะพี่ชายผู้เป็นเสาหลักแทน

งานวิวาห์ดำเนินไปอย่างราบรื่น พิธีกรรมต่าง ๆ ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนจนเกินไป

ขณะที่จ้องมองคู่บ่าวสาวที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขบนเวที จู่ ๆ ความคิดของเจียงชิ่นก็ล่องลอยไปถึงวันแต่งงานของเธอกับฟู่เส้าตั๋ว กาลเวลาผ่านล่วงเลยมาหลายปีแล้ว แต่ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน...

จบบทที่ บทที่ 422 งานแต่งงานของฟู่ซาน

คัดลอกลิงก์แล้ว