- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 424 กลยุทธ์การตลาดที่รวดเร็ว เฉียบขาด และแม่นยำ
บทที่ 424 กลยุทธ์การตลาดที่รวดเร็ว เฉียบขาด และแม่นยำ
บทที่ 424 กลยุทธ์การตลาดที่รวดเร็ว เฉียบขาด และแม่นยำ
บทที่ 424 กลยุทธ์การตลาดที่รวดเร็ว เฉียบขาด และแม่นยำ
บรรดาเอกอัครราชทูตจากชาติต่าง ๆ ต่างไม่มีแนวคิดเกี่ยวกับคำว่า "โทรศัพท์มือถือ" อยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อย ความอยากรู้อยากเห็นต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ที่วิจัยโดยประเทศจีนในครั้งนี้จึงพุ่งสูงถึงขีดสุด
ไม่ใช่แค่เหล่าท่านทูตเท่านั้น บรรดานักข่าวที่นั่งอยู่ด้านล่างก็มีความรู้สึกไม่ต่างกัน ทุกคนต่างกระหายที่จะรู้ว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่เรียกว่า ‘โทรศัพท์มือถือ’ มันคืออะไรกันแน่
โทรศัพท์มือถือต่างจากคอมพิวเตอร์ อย่างน้อยคอมพิวเตอร์ ผู้คนยังพอจะนึกภาพออกว่ามันมีไว้ทำอะไร แต่กับโทรศัพท์มือถือนี้ ทุกคนกลับมืดแปดด้าน มันคือผลิตภัณฑ์ที่สดใหม่และล้ำยุคอย่างสิ้นเชิง
ท่ามกลางความคาดหวังอย่างแรงกล้าของทุกคน ในที่สุดงานแถลงข่าวก็เริ่มต้นขึ้น
งานนี้ดำเนินรายการโดย หวังเหิง และทันทีที่เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโชว์พร้อมกับสาธิตสมรรถนะให้ทุกคนดูสด ๆ ทั่วทั้งหอประชุมก็ตกอยู่ในความโกลาหลด้วยความตื่นตะลึงทันที !
ในที่สุดทุกคนก็ได้ประจักษ์แจ้งว่าโทรศัพท์มือถือคืออะไร
มันคือโทรศัพท์ขนาดเล็กที่สามารถพกใส่กระเป๋าเสื้อได้ และสามารถโทรออกได้ทุกที่ทุกเวลา !
หากไม่สะดวกรับสายหรือพูดคุย ก็สามารถพิมพ์ข้อความส่งหาอีกฝ่ายได้ทันที ซึ่งโทรศัพท์มือถือของอีกฝ่ายจะได้รับข้อความในพริบตา และสามารถพิมพ์ตอบกลับมาได้ในรูปแบบเดียวกัน
มันสะดวกสบายจนน่ากลัวจริง ๆ ! ผลิตภัณฑ์แบบนี้ มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ด้วยเหรอ ?
คำถามนี้ดังก้องอยู่ในใจของผู้เข้าร่วมงานทุกคน หวังเหิงจึงถือโอกาสเชิญบรรดาท่านทูตให้ทยอยขึ้นมาบนเวทีทีละคนเพื่อทดลองใช้งานด้วยตัวเอง
หลังจากเหล่าท่านทูตได้ลองสัมผัสและใช้งานภายใต้คำแนะนำของหวังเหิง ใบหน้าของแต่ละคนก็แปรเปลี่ยนเป็นความปลาบปลื้มใจอย่างที่สุด ฟังก์ชันของโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้เรียกได้ว่า "ฝืนลิขิตฟ้า" มันมหัศจรรย์จนยากจะเชื่อสายตา
หากไม่ได้เห็นกับตาตัวเองและเพียงแค่ฟังคำบอกเล่าของคนอื่น พวกเขาคงนึกว่าเป็นเรื่องโจ๊กที่เล่นตลกกันในระดับนานาชาติเสียมากกว่า ทว่าความจริงกลับวางอยู่ตรงหน้า จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเชื่อ
บรรดาท่านทูตเหล่านี้ล้วนเป็นคนระดับหัวกะทิที่ฉลาดหลักแหลม พวกเขาเข้าใจได้ทันทีว่าจุดประสงค์ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ของประเทศจีนเชิญพวกเขามาในวันนี้คืออะไร
ชัดเจนว่าประเทศจีนตั้งใจจะขายโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ และการให้พวกเขามาเห็นสมรรถนะด้วยตาตัวเองคือการทำโฆษณาที่ดีที่สุด
ถึงแม้จะรู้ว่าเป้าหมายของประเทศจีนคือการขายของ ไม่ใช่เพราะฐานะของพวกเขาสำคัญอะไรนัก แต่เหล่าท่านทูตก็ไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน พวกเขาแอบรู้สึกยินดีอยู่ลึก ๆ เสียด้วยซ้ำ
ผลิตภัณฑ์ที่ล้ำยุคขนาดนี้ ทันทีที่เปิดตัวมันจะกวาดความนิยมไปทั่วโลกอย่างแน่นอน และประเทศของพวกเขาก็จะได้กลายเป็นลูกค้ารายแรก ๆ ของโลก !
บางคนที่มีหัวการค้าหน่อยก็เริ่มคิดไกลไปถึงขั้นจะสั่งซื้อกลับไปเป็นจำนวนมาก เพื่อนำไปขายต่อให้กับประเทศที่ยังไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศจีน รับรองว่างานนี้กำไรมหาศาลแน่นอน
เหล่าท่านทูตต่างมีความคิดที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ทันทีที่งานแถลงข่าวสิ้นสุดลง ทุกคนต่างพุ่งตัวเข้าหาหวังเหิงราวกับฝูงผึ้งแตกรัง เพื่อแย่งกันเซ็นสัญญาซื้อขายโทรศัพท์มือถือ
แต่ละคนวิ่งเร็วจี๋ราวกับจะแข่งโอลิมปิก เพราะกลัวว่าถ้าช้าไปเพียงก้าวเดียว ประเทศของตัวเองจะซื้อไม่ทัน
คราวนี้หวังเหิงกลับเป็นฝ่ายวางท่าเล่นตัวบ้าง เขาชูมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนสงบสติอารมณ์ก่อนจะเอ่ยว่า
"ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบครับ โทรศัพท์มือถือของเราต้องจัดส่งให้ภายในประเทศก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นถึงจะเป็นลำดับของต่างประเทศครับ แต่ผมรับประกันได้ว่าใครที่เซ็นสัญญาในตอนนี้ เราจะจัดส่งสินค้าให้ได้ภายในหนึ่งเดือน ส่วนใครที่เซ็นไม่ทันวันนี้ ผมก็ไม่สามารถรับประกันกำหนดการส่งมอบได้นะครับ หากใครต้องการติดต่อปรึกษากับทางรัฐบาลของท่าน ทางโน้นมีโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศเตรียมไว้ให้ใช้งานครับ"
เขาคาดการณ์เหตุการณ์ในวันนี้ไว้หมดแล้วจึงเตรียมการมาเป็นอย่างดี
กลยุทธ์ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กำหนดไว้คือ รวดเร็ว เฉียบขาด และแม่นยำ เพื่อผลักดันโทรศัพท์มือถือเข้าสู่ตลาดโลกในพริบตา
ในวันนั้น บรรดาเอกอัครราชทูตต่างแปลงร่างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการค้าต่างประเทศ และเกือบทุกประเทศต่างก็ได้เซ็นสัญญาซื้อขายโทรศัพท์มือถือกันถ้วนหน้า
ปริมาณการสั่งซื้อในแต่ละสัญญานั้นมีมากน้อยต่างกันไปตามกำลังซื้อของแต่ละประเทศ
เจียงชิ่นเดินออกจากงานทันทีที่การแถลงข่าวจบลง เธอไม่ได้อยู่ร่วมในช่วงการเซ็นสัญญาที่เหลือ
ในกระเป๋าของเธอตอนนี้ มีโทรศัพท์มือถือสีดำเพิ่มมาหนึ่งเครื่อง ซึ่งเธอตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ฟู่เส้าตั๋ว นอกจากนี้เธอยังวางแผนจะสั่งซื้อให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวคนละเครื่องด้วย
ก่อนที่งานจะเริ่ม เธอได้ดึงหวังเหิงไปคุยเป็นการส่วนตัวเรื่องนี้แล้ว เจียงชิ่นยืนกรานจะซื้อในราคาตลาดปกติ แต่หวังเหิงกลับปฏิเสธหัวชนฝาที่จะรับเงิน โดยบอกว่าเธอต้องการกี่เครื่องเขาก็พร้อมจะยกให้ฟรี ๆ ทันที สุดท้ายเมื่อคุยกันยังไงหวังเหิงก็ไม่ยอม เจียงชิ่นจึงต้องจำยอมรับไว้ตามนั้น
โทรศัพท์มือถือมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ซึ่งเจียงชิ่นเป็นคนให้คำแนะนำเรื่องสีที่ขายดีในโลกอนาคตเอง ได้แก่ สีขาว, สีดำ, สีน้ำเงิน และสีแดง
ความจริงเจียงชิ่นอยากเปลี่ยนสีแดงเป็นสีโรสโกลด์ ซึ่งเป็นสีที่ผู้หญิงชอบมาก แต่เนื่องจากเป็นการผลิตล็อตแรก ทางโรงงานเครื่องจักรกลยังไม่มั่นใจในการคุมโทนสีโรสโกลด์ให้เป๊ะได้ จึงเลือกใช้สีแดงมาแทนไปก่อน
เมื่อเจียงชิ่นกลับถึงบ้าน ทันทีที่ก้าวเข้าประตูบ้านมา เธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นภาพวาดพู่กันจีนทิวทัศน์ขุนเขาและสายน้ำขนาดมหึมาแขวนอยู่ที่ผนังห้องนั่งเล่น
มันเป็นภาพเดียวกับที่แขวนอยู่ในงานเลี้ยงรัฐพิธีไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแต่ย่อขนาดลงมาเล็กน้อย
เจียงชิ่นจ้องมองภาพนั้นด้วยความตะลึง เธอไม่นึกเลยว่าคำพูดเพียงประโยคเดียวของท่านผู้นำในวันนั้น จะทำให้ท่านผู้เฒ่าฉีลงมือวาดภาพนี้ให้เธอจริง ๆ แถมยังส่งมาถึงบ้านเร็วขนาดนี้
ในขณะที่เธอกำลังยืนอึ้งอยู่นั้น แม่ฟู่ก็เดินออกมาจากห้อง
"เสี่ยวชิ่นจ๊ะ เมื่อกี้มีคนเอาภาพมาส่งที่บ้าน บอกว่าเป็นของเธอน่ะ ภาพมันใหญ่มากไม่มีที่เก็บ แม่เลยให้เขาช่วยแขวนไว้บนผนังให้เลย"
"คุณแม่คะ พอดีเลยค่ะ ฉันก็ตั้งใจจะแขวนไว้บนผนังอยู่แล้ว" เจียงชิ่นละสายตาจากภาพวาดและยิ้มตอบแม่ฟู่
"ภาพใหญ่ขนาดนี้ ได้มาจากไหนเหรอจ๊ะ ? " แม่ฟู่ถามด้วยความสงสัย
จู่ ๆ ใครจะวาดภาพใหญ่ขนาดนี้มาส่งให้ถึงบ้านกันล่ะ แถมภาพใหญ่โตขนาดนี้ คนวาดต้องลงแรงไปไม่น้อยแน่นอน
"ภาพนี้เป็นฝีมือของท่านผู้เฒ่า ฉีเปิ่นจาย ค่ะ" เจียงชิ่นตอบตามจริง
"ฉี... ฉีเปิ่นจายเหรอ ? ! " แม่ฟู่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงอยู่นานกว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ
ชื่อนี้โด่งดังไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ไม่มีใครไม่รู้จัก แม่ฟู่เองย่อมต้องรู้จักแน่นอน ตอนที่ภาพนี้ถูกนำมาแขวน เธอแค่รู้สึกว่ามันสวยมาก วาดได้ยอดเยี่ยมเหลือเกิน แต่ไม่เคยนึกฝันเลยว่าจะเป็นฝีมือของท่านปรมาจารย์ฉีเปิ่นจายจริง ๆ
"ท่านมาวาดภาพให้บ้านเราได้ยังไงเนี่ย ? ลูกรู้จักท่านเหรอจ๊ะ ? " แม่ฟู่ถามเจียงชิ่นด้วยความประหลาดใจ
เจียงชิ่นยิ้มบาง ๆ "ไม่รู้จักหรอกค่ะ พอดีไหว้วานคนรู้จักให้ช่วยจัดการให้น่ะค่ะ"
แม่ฟู่ไม่ได้ซักไซ้ต่อ เธอรู้ดีว่าเจียงชิ่นรู้จักคนเยอะและแต่ละคนก็ดูไม่ธรรมดาทั้งนั้น แต่เจียงชิ่นไม่เคยเล่ารายละเอียดและเธอก็ไม่เคยถาม
สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ "คนรู้จัก" ที่เจียงชิ่นว่านั้น ความจริงแล้วคือท่านผู้นำสูงสุดของประเทศ ! หากแม่ฟู่รู้ความจริงเข้า รับรองว่าเธอคงจะอ้าปากค้างยิ่งกว่าเมื่อครู่หลายเท่าแน่นอน
เจียงชิ่นหาจังหวะโทรศัพท์ไปขอบคุณท่านผู้นำที่ช่วยจัดการเรื่องภาพวาดนี้ให้ ท่านผู้นำดูเหมือนจะยุ่งมาก ทั้งคู่จึงได้คุยกันเพียงสั้น ๆ ผ่านสายโทรศัพท์เท่านั้น
ตกกลางคืน เมื่อฟู่เส้าตั๋วกลับถึงบ้าน เจียงชิ่นก็นำกล่องบรรจุโทรศัพท์มือถือออกมาวางตรงหน้าเขา
"เอ้า ของขวัญให้คุณค่ะ"
"นี่คืออะไรครับ ? "
"เปิดดูเองสิคะ แล้วจะรู้" เจียงชิ่นเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ฟู่เส้าตั๋วเปิดกล่องออก ภายในนั้นมีวัตถุรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำสนิทวางอยู่อย่างสงบ มันสะท้อนเงาจาง ๆ ดูหรูหรา
"นี่คือ...? "
"มีคู่มือการใช้งานอยู่ข้างล่างค่ะ คุณลองอ่านดูเดี๋ยวก็รู้เอง" เจียงชิ่นชี้ไปที่แผ่นพับที่วางอยู่ก้นกล่อง
คู่มืออธิบายการใช้งานโทรศัพท์มือถือไว้อย่างชัดเจน ประกอบกับตัวเครื่องในปัจจุบันยังมีฟังก์ชันไม่ซับซ้อนนัก ฟู่เส้าตั๋วจึงเรียนรู้ได้ไวมาก เพียงครู่เดียวเขาก็เข้าใจวิธีการใช้งานทั้งหมด
เมื่อเข้าใจถึงความสามารถของโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้แล้ว ฟู่เส้าตั๋วก็ทั้งประหลาดใจและยินดีเป็นอย่างยิ่ง !