- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 405 "ดีเยี่ยม" คนแรกของวัน
บทที่ 405 "ดีเยี่ยม" คนแรกของวัน
บทที่ 405 "ดีเยี่ยม" คนแรกของวัน
บทที่ 405 "ดีเยี่ยม" คนแรกของวัน
ในบรรดาศาสตราจารย์เหล่านี้ นอกจากศาสตราจารย์ลู่แล้ว ไม่มีใครรู้เลยว่าเจียงชิ่นได้มีส่วนร่วมในโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานด้วย
แม้ว่าเนื้อหาในวิทยานิพนธ์ของเจียงชิ่นจะไม่ลงลึกมากนัก แต่พวกเขาก็เข้าใจดีว่า หากไม่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งกระบวนการ ย่อมไม่มีทางเขียนวิทยานิพนธ์เช่นนี้ออกมาได้แน่นอน
ส่วนเหตุผลที่เจียงชิ่นเลือกข้ามเนื้อหาที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดไปนั้น พวกเขาทุกคนต่างก็เข้าใจตรงกันว่ามันเป็นเรื่องของชั้นความลับ สายตาของเหล่าศาสตราจารย์อาวุโสที่มองมายังเจียงชิ่นจึงเปลี่ยนไปในทันที
กระบวนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานถือเป็นความลับสุดยอดที่เบื้องบนปิดไว้อย่างมิดชิด แม้แต่พวกเขาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้โดยตรงก็ยังเข้าไม่ถึงข้อมูลเหล่านั้น
ทุกคนต่างรู้สึกคันยิบ ๆ ในใจ อยากจะยิงคำถามใส่เจียงชิ่นให้มากกว่านี้ แต่ก็รู้ดีว่าขอบเขตของความปลอดภัยไม่อนุญาตให้ทำเช่นนั้น
สุดท้าย วิทยานิพนธ์ของเจียงชิ่นก็ผ่านการประเมินอย่างราบรื่น โดยกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที ซึ่งถือเป็นนักศึกษาที่สอบเสร็จเร็วที่สุดในบรรดาผู้เข้าสอบทั้งหมด
เมื่อเธอก้าวเท้าออกมาจากห้องสอบ สายตาของเพื่อนนักศึกษาคนอื่น ๆ ที่รออยู่ตรงโถงทางเดินก็พุ่งเป้ามาที่เธอเป็นจุดเดียว
ทุกคนต่างสงสัยใคร่รู้เป็นอย่างยิ่งว่า เจียงชิ่นที่เข้าไปเพียงครู่เดียวแล้วเดินออกมาแบบนี้ ผลการสอบของเธอคือ "ผ่าน" หรือ "ไม่ผ่าน" กันแน่ ?
ก่อนหน้านี้มีนักศึกษาเข้าไปหลายคนแล้ว คนที่เร็วที่สุดยังต้องใช้เวลามากกว่าสิบห้านาที แถมผลสุดท้ายก็ไม่ผ่านการประเมิน ถูกสั่งให้กลับไปแก้ไขและต้องมาสอบเป็นรอบที่สอง
นักศึกษาคนนั้นถึงกับเดินร้องไห้ออกมาเลยทีเดียว
แต่เจียงชิ่นกลับออกมาเร็วเกินไป เมื่อเทียบกับผลของคนก่อนหน้า เพื่อนนักศึกษาส่วนใหญ่จึงเทความเห็นไปในทางที่ว่า เจียงชิ่นคงสอบตกแน่นอน
เวลาสั้นขนาดนี้ ศาสตราจารย์ยังไม่ทันได้อ้าปากถามคำถามด้วยซ้ำ จะผ่านไปได้ยังไง ?
"สหายเจียง อย่าเสียใจไปเลยนะ สอบไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร กลับไปเตรียมตัวใหม่ให้ดี สอบรอบสองต้องผ่านแน่นอนจ้ะ" นักศึกษาที่มีน้ำใจคนหนึ่งเดินเข้ามาปลอบเจียงชิ่น
ในขณะที่เจียงชิ่นกำลังจะอ้าปากตอบ ก็มีเสียงเหน็บแนมดังแทรกขึ้นมา "ก็นั่นน่ะสิ ฉันว่าแล้วเชียวว่าเธอต้องสอบตก คนที่ไม่เคยโผล่มาเข้าเรียนเลย ถ้าสอบผ่านได้สิถึงจะแปลก"
สิ้นเสียงคำพูดนั้น ประตูห้องสอบก็เปิดออก อาจารย์ผู้ดำเนินรายการก้าวออกมาพลางกวักมือเรียกเจียงชิ่นด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นกันเองเป็นพิเศษ
"นักศึกษาเจียงชิ่น ผลการสอบของคุณคือ 'ดีเยี่ยม' ยินดีด้วยนะครับ ! "
หลังจากพูดจบ อาจารย์ก็หันไปมองนักศึกษาคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ทางเดิน "ทุกคนครับ นักศึกษาเจียงชิ่นคือคนแรกของวันนี้ที่ได้รับผลการประเมินระดับดีเยี่ยม ครูหวังว่าพวกเธอจะดูนักศึกษาเจียงชิ่นเป็นแบบอย่าง ตั้งใจเตรียมตัวสอบของตัวเองให้ดีเพื่อคว้าคะแนนดี ๆ มาให้ได้นะ"
โถงทางเดินที่เคยส่งเสียงพึมพำกลับเงียบสนิทลงตั้งแต่ตอนที่อาจารย์เปิดประตูออกมา
และเมื่ออาจารย์พูดจบ บรรยากาศก็ยิ่งเงียบงันจนน่าอึดอัด
ในช่วงจังหวะนั้นเอง เจียงชิ่นกล่าวขอบคุณอาจารย์ตามมารยาท ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม
หลังจากเจียงชิ่นเดินไปแล้ว อาจารย์ก็เรียกนักศึกษาคิวถัดไปให้เข้าห้องสอบ แล้วปิดประตูลงตามเดิม
ทันทีที่ประตูห้องสอบปิดลง นักศึกษาที่เหลืออยู่ก็เริ่มซุบซิบกันเซ็งแซ่อีกครั้ง
"เมื่อกี้อาจารย์พูดว่าอะไรนะ ? บอกว่าเจียงชิ่นได้ผลประเมินระดับ 'ดีเยี่ยม' งั้นเหรอ ? " ใครบางคนถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"ใช่สิ หูไม่ฝาดหรอก เจียงชิ่นได้ระดับดีเยี่ยม แถมยังเป็นดีเยี่ยมคนแรกของรุ่นเลยด้วย"
"ไหนเมื่อกี้ใครบอกว่าเธอสอบตกนะ ? ขำชะมัด"
"ฉันก็แค่เป็นห่วงกลัวเธอจะไม่ผ่านเฉย ๆ เจตนาดีล้วน ๆ เลยนะ" นักศึกษาสาวคนที่เข้ามาปลอบเจียงชิ่นตอนแรกเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยใจ
ทว่าคนพูดเมื่อครู่กลับปรายตาไปทางอื่น "ฉันไม่ได้ว่าเธอ ฉันหมายถึงคนอื่น... ส่วนจะเป็นใคร เจ้าตัวเขารู้อยู่แก่ใจดี" ทุกคนต่างเข้าใจทันทีว่าเขากำลังแขวะใคร
นักศึกษาคนที่พูดจาถากถางเจียงชิ่นในตอนแรกบัดนี้ยืนนิ่งเงียบ หน้าดำคร่ำเครียดดูท่าทางจะช็อกไม่น้อย
ไม่มีใครสนใจเขาอีกต่อไป นักศึกษาคนอื่น ๆ ต่างหันกลับมามีสมาธิกับการเตรียมตัวสอบของตัวเอง แม้จะรู้ตัวว่าคงไม่ถึงขั้นได้ระดับดีเยี่ยม แต่พวกเขาก็อยากจะลองพยายามตามแบบอย่างของเจียงชิ่น อย่างน้อยก็ขอให้ผ่านการประเมินก็ยังดี
หลังจากเจียงชิ่นเดินออกจากตึกคณะฟิสิกส์ เธอแวะไปที่คณะวิศวกรรมเครื่องกลเพื่อดูความเรียบร้อย ทางฝั่งนั้นยังไม่ถึงคิวของฟู่เส้าตั๋ว เพราะยังมีคนรออยู่หน้าเขาอีกหลายคิว
เจียงชิ่นบอกกับเขาว่าจะไปรอที่ห้องทดลอง จากนั้นเธอก็สะพายกระเป๋าเดินมุ่งหน้าไปทางห้องทดลองทันที
ระหว่างทางเธอได้พบกับจวงซือเหวินเข้าพอดี
จวงซือเหวินเดินหอบแฮก ๆ พลางหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อที่หน้าผากไม่หยุด ทันทีที่เห็นเจียงชิ่นเธอก็เร่งฝีเท้าวิ่งเข้ามาหา
"เธอจะไปไหนน่ะ ? สอบเสร็จแล้วเหรอ ? "
เจียงชิ่นพยักหน้า "เพิ่งเสร็จน่ะ กำลังจะไปห้องทดลองพอดี แล้วเธอรีบร้อนจะไปไหนล่ะเนี่ย ? "
"ฉันตั้งใจจะไปดูเธอสอบน่ะสิ เมื่อเช้าที่โรงงานเครื่องจักรกลมีสินค้าต้องส่งล็อตใหญ่ ฉันกับจั๋วซีเลยต้องรีบไปจัดการ พอทำไปได้ครึ่งทางเห็นว่าเวลาจะไม่ทันเลยชิงกลับมาก่อน แต่สุดท้ายก็ยังมาไม่ทันอยู่ดี"
เจียงชิ่นยิ้มออกมา แม้จวงซือเหวินจะมาไม่ทันตอนเธอสอบ แต่เธอก็ซาบซึ้งในน้ำใจที่เพื่อนคนนี้คอยเป็นห่วงเป็นใยเธอเสมอ
แค่เห็นสีหน้าของเจียงชิ่น จวงซือเหวินก็รู้ทันทีว่าการสอบต้องผ่านไปได้ด้วยดีแน่นอน เธอจึงไม่ได้ถามเซ้าซี้ต่อ
เจียงชิ่นสังเกตเห็นกระเป๋าของเพื่อนรักที่บวมตุ่ย ดูท่าทางจะขนหนังสือมาไม่น้อย "เธอยังสอบไฟนอลไม่เสร็จอีกเหรอ ? "
"อื้ม เหลืออีกสองวิชาจ้ะ"
"งั้นไปห้องทดลองด้วยกันเถอะ เธอไปติวหนังสือ ส่วนฉันก็จะไปหาหนังสืออ่านเล่นสักหน่อย"
"เพิ่งสอบเสร็จ ยังมีอารมณ์อ่านหนังสืออีกเหรอเนี่ย ? " จวงซือเหวินทำหน้าเหลือเชื่อ
เจียงชิ่นหัวเราะ "หนังสือที่ฉันจะอ่านไม่เกี่ยวกับวิชาที่เรียนหรอก เป็นเรื่องอื่นน่ะ"
จวงซือเหวินเข้าใจทันที เจียงชิ่นคงกำลังหมกมุ่นอยู่กับโปรเจกต์ใหม่อะไรสักอย่างอีกแน่ๆ
เมื่อทั้งคู่กลับมาถึงห้องทดลอง ทันทีที่ก้าวเข้าประตูมา โทรศัพท์ตั้งโต๊ะก็แผดเสียงดังขึ้น จวงซือเหวินที่อยู่ใกล้กว่าเป็นคนรับสายก่อนจะส่งสัญญาณให้เจียงชิ่นมารับช่วงต่อ
ทันทีที่เจียงชิ่นรับสาย เสียงของเฮ่อหยางซานก็ดังลอดออกมาตามสาย
"ผมกลับมาแล้วนะ เย็นนี้คุณว่างไหม มาเจอกันหน่อยสิ"
เจียงชิ่นไม่ได้แปลกใจนักที่รู้ว่าเฮ่อหยางซานกลับมาแล้ว เพราะเธอก็คำนวณไว้ว่าเขาไปทางใต้นานพอสมควร ก็น่าจะถึงเวลากลับเสียที
"ได้ค่ะ เจอกันที่ร้านตอนเย็นแล้วกันนะ คุณกำหนดเวลามาเลย"
"วันนี้ไม่เข้าที่ร้านหรอกครับ เย็นนี้ผมจะบุกไปหาที่บ้านคุณเลย เดี๋ยวพวกเราเจอกันที่นั่นนะ"
"เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ เจอกันที่บ้านเลย คุณแม่สามีก็บ่นคิดถึงคุณอยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน"
พอได้ยินว่าแม่ฟู่ถามถึง เฮ่อหยางซานก็น้ำเสียงร่าเริงขึ้นมาทันที ดูออกเลยว่าเขากำลังมีความสุขมาก
ก่อนที่เจียงชิ่นจะวางสาย เฮ่อหยางซานก็โพล่งถามขึ้นมาอีกประโยค "คืนนี้ 'พี่เมีย' ของผมอยู่บ้านหรือเปล่า ? "
พี่เมีย ?
เจียงชิ่นงงไปชั่วครู่ ผ่านไปสองวินาทีถึงได้นึกออกว่า "พี่เมีย" ที่เขาหมายถึงก็คือฟู่เส้าตั๋วนั่นเอง
ตาคนนี้ ช่างเป็นพวกตีเนียนเก่งจริง ๆ งานการยังไม่ไปถึงไหนเลยแท้ๆ ดันเรียกพี่เมียเต็มปากเต็มคำซะแล้ว
"อย่ามาเรียกซี้ซั้วนะจ๊ะ รอให้เธอขอเสี่ยวซานแต่งงานก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นค่อยมาเรียกพี่เมียก็ยังไม่สาย"
"แหะ ๆ ผมทราบแล้วครับ"
น้ำเสียงของเฮ่อหยางซานแฝงไปด้วยความตื่นเต้น จนเจียงชิ่นแอบสังหรณ์ใจว่าตาคนนี้กำลังวางแผนจะทำเรื่องใหญ่อะไรหรือเปล่า
เมื่อฟู่เส้าตั๋วสอบเสร็จและกลับมาที่ห้องทดลอง เจียงชิ่นจึงเล่าเรื่องที่เฮ่อหยางซานกลับจากทางใต้และจะแวะมาหาที่บ้านคืนนี้ให้เขาฟัง
"เขาน่ะเรียกคุณว่า 'พี่เมีย' เต็มปากเต็มคำเลยนะคะ คืนนี้คุณต้องช่วยสแกนว่าที่น้องเขยคนนี้ให้ดี ๆ นะ"
ฟู่เส้าตั๋วเม้มริมฝีปากเบา ๆ "พี่เมงพี่เมียอะไรกัน ผมสนิทกับเขาขนาดนั้นเลยเหรอ"
เจียงชิ่นหลุดหัวเราะพรืดออกมา "ดีค่ะ รักษาท่าทีแบบนี้ไว้นะคะ อย่าปล่อยให้เขาพาน้องสาวเราเข้าหอไปง่าย ๆ เชียว ! "